18.ตัวลามก
พริบตาเดียวสิบวันก็ผ่านไป รถม้าจากจวนอ๋องฮุ่ยถูกส่งมาสามคันสำหรับท่านถางอี้เหรินหนึ่งคัน สำหรับหนิงหรงและรัชทายาทหนึ่งคันและอีกคันสำหรับขนของ พร้อมด้วยองครักษ์ยอดยุทธคุ้มกันอีกห้าคน
หนิงหรงกระพริบตาปริบๆดูท่าว่าการยกขบวนเดินทางรอบนี้จะต้องกลายเป็จุดสนใจของคนทั้งเมืองหลวงแน่คนทั้งขบวนรวมแล้วก็เกือบยี่สิบคน...อีกครักษ์สิบกว่าคน....
“ขบวนเราใหญ่ไปไหมท่านอาจารย์”หนิงหรงถามถางอี้เหรินขณะถอนหายใจทว่าคนถูกถามกลับยิ้มเล็กน้อย
“ไม่นับว่ามากไป ในขบวนมีทั้งหลานรักของอ๋องฮุ่ย ทั้งรัชทายาทขบวนแค่นี้นับว่าธรรมดายิ่ง”
“แต่ท่านอาจารย์อย่าลืมว่าชาวบ้านไม่รู้ว่ามีรัชทายาทในขบวน...ที่พวกเขาจะลือกันคือเื่ของข้าหงหนิงหรงนี่ละ”หนิงหรงถอนหายใจอยากเอาเท้าก่ายหน้าผากยกขบวนกันเอิกเริกขนาดนี้ชาวบ้านเขาได้นินทากันทั้งเมืองหลวง “แค่ชื่อเสียงขยะอย่างข้า ก็ดังไปทั้งเมืองหลวงแล้วขืนมีขบวนใหญ่โตตอนกลับเข้าเมืองหลวงอีก คงโจษขานกันไปอีกนาน”
“คิดเสียว่าชาวบ้านจะได้รู้กันทั่วว่าเ้าเป็หลานรักของอ๋องฮุ่ยอย่างแท้จริงถึงขั้นส่งยอดฝีมือมากมายมาคุ้มกันและยังมีข้าถางอี้เหรินผู้เป็อาจารย์เดินทางพร้อมเ้ายืนยันว่าเ้าเป็ศิษย์รักของข้าที่ไม่ว่าใครก็อย่าบังอาจคิดรังแก”ถางอี้เหรินกล่าวเสียงเหี้ยม...
หนิงหรงฟังแล้วคอตก...นางไม่ชอบเื่ถูกซุบซิบเท่าไหร่แต่ทำไงได้ละมาสิงร่างดาวเด่นประจำเมืองหลวงชีวิตนี้ก็คงหนีไม่พ้นข่าวลือสารพัดถางอี้เหรินตบบ่าปลอบใจศิษย์เบาๆ ขณะยืนมองดูผู้คนขนย้ายข้าวของ
“หลิวอาน”หนิงหรงะโเรียกคนที่กำลังจะเดินกลับไปขนของอีกรอบก่อนจะกวักมือเรียกมองซ้ายมองขวาอย่างมีพิรุธจนหลิวอานผู้ซื่อสัตย์โง่งมแต่มากพละกำลังงุนงง
“ขอรับ”หลินอานเดินเข้ามาใกล้คารวะคุณหนูที่ยื่นหน้ามากระซิบเสียงเบา
“ไปเก็บหนังสือฝึกยุทธขั้นสูงที่ข้าแยกใส่ห่อผ้าที่ห้องหนังสือมาด้วยพวกเราจำเป็ต้องใช้มันศึกษาพลังยุทธขั้นสูงต่อไป”
หลิวอานฟังแล้วดวงตาเปล่งประกายหนังสือพวกนั้นมีค่าจริงๆ
“ส่วนพวกเ้าอยากได้เล่มไหนไปศึกษาเป็พิเศษก็หยิบมาด้วย”หนิงหรงกระซิบเสียงเบาไม่้าให้คนจากจวนอ๋องได้ยินของเหล่านี้เป็สมบัติของท่านปู่ หงหยางซินเ้าของบ้านนี้สมบัตินี้ล้ำค่ามากพอที่จะทำให้คนคิดดักปล้นแย่งชิงเพราะเป็เคล็ดวิชายุทธระดับสูงที่หงหยางซินใช้ทั้งชีวิตเก็บรวบรวมมา...
หลิวอานคารวะแล้วรีบจากไปบอกเหล่าสหายทั้งหลายให้พลัดกันไปดูหนังสือที่้าแล้วขนออกมา
“ท่านอาจารย์สนใจเล่มไหนเป็พิเศษหรือไม่”หนิงหรงหันไปถามท่านอาจารย์ขณะยิ้มตาหยีเ้าเล่ห์
“เ้าเด็กน้อยข้าหยิบมาแล้ว”ถางอี้เหรินตบหน้าอกตัวเองเบาๆที่ซ่อนหนังสือเอาไว้ทำให้หนิงหรงแบะปาก
“หากข้าไม่พูดถึงคงไม่มีทางรู้ว่าท่านอาจารย์แอบหยิบออกมา...”
“โป้ก”
“โอ้ย”หนิงหรงลูบหัวเพราะถูกคนเป็อาจารย์เขกเข้าให้ทีนึง
“ข้าก็จงใจหยิบมาให้เ้านั่นละเมื่อเช้าข้าเห็นกองหนังสือที่เ้าแยกไว้แล้วแต่ไม่มีเล่มนี้ ข้าจึงหยิบมาด้วยจะมาบอกกล่าวเ้านี่ละ หนอย...บังอาจเห็นอาจารย์ทำตัวเป็ขโมย”ถางอี้เหรินหมั่นไส้เ้าลูกศิษย์ที่นับวันจะทะลึ่งทะเล้นขึ้นทุกที
“โถ่...ใครจะไปรู้ ขนาดโอสถที่ข้าปรุงท่านอาจารย์ยังแอบขโมยหยิบของข้าไปเลย”หนิงหรงบ่นงึมงำขณะะโออกมาให้ห่างลูกถีบของอาจารย์ ที่ยกเท้าอย่างว่องไว
“ไอ้เด็กนี่ ข้าหยิบไปแค่เล็กน้อยทำมาบ่นกับพวกองค์รักษ์เ้าแจกเป็ว่าเล่น กับอาจารย์อย่างข้าเ้าไม่ให้สักเม็ด”
“ก็ท่านอาจารย์แก่แล้ว กินไปเดี๋ยวร่างกายรับไม่ไหวไปกระตุ้นโรคภัยคนแก่ขึ้นมา เกิดทำอาจารย์นอนหายใจพะงาบๆขึ้นมาข้าไม่กลายเป็ศิษย์อักตัญญูเรอะ!”หนิงหรงตีฝีปาก ขณะโยกตัวหลบรองเท้าที่ท่านอาจารย์ปาใส่ตน
“แหวะ...ท่านอาจารย์ รองเท้าท่านเหม็นยิ่ง”คราวนี้หนิงหรงวิ่งหนิงอย่างรวดเร็วขณะที่ถางอี้เหรินไล่เตะนาง
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนที่เห็นถางอี้เหรินผู้สูงส่ง มาดนิ่งบัดนี้กลับทำตัวเป็เด็กไล่กระทืบศิษย์รัก...ขณะที่หนิงหรงยังคงปากดีะโยั่วยุถางอี้เหรินไม่หยุด
“ท่านอาจารย์...แก่แล้วก็อย่าวิ่งอีกเลยระวังจะเป็ลม”หนิงหรงะโ
ถางอี้เหรินส่งเสียงคำรามอย่างโมโห “ใครว่าข้าแก่ข้ายังหนุ่มยังแน่น”
“ห้าสิบแล้วไม่แก่ได้ไง เจียมตัวบ้างเถอะ!”นางตอกย้ำความจริงท่านผู้เฒ่าทั้งผอมแห้งบอบบาง ดูยังไงก็แก่!
“ยัยเด็กอกตัญญู ข้าห้าสิบแต่ภายนอกข้ายังหนุ่นแน่น”ถางอี้เหรินไม่ยินยอมถูกหาว่าแก่เด็ดขาด! เขาหนุ่มแน่นกว่าวัยนะ!
“ไม่จริงอะ...ท่านแก่กว่าท่านอ๋องฮุ่ยอีก ทั้งๆที่อายุเท่ากัน....โอ้ยยย!”หนิงหรงร้องลั่นขณะที่อาจารย์วิ่งตามมาทัน นางโดนลูกเตะไปหนึ่งที
เสี่ยวไป๋นอนหัวเราะท้องขดท้องเเข็ง กับเด็กและคนแก่ที่เอาแต่ทะเลาะกันบางครั้งมันยังเห็นหนิงหรงโดนเตะสักป้าบสองป้าบ ทว่าหนิงหรงก็หลบได้เป็ส่วนใหญ่นับว่าเ้านายมันร้ายกาจยิ่ง!
ความจริงศิษย์และอาจารย์คู่นี้ ก็สนิทกันแบบนี้มาตลอดหนิงหรงผู้ชื่นชอบการแกล้งคน และยั่วยุโทสะผู้อื่น แม้แต่ถางอี้เหรินนางก็ไม่เว้นสุดท้ายก็มักลงเอยด้วยการถูกผู้เป็จารย์ไล่ตี!
เมื่ออาจารย์และศิษย์วิ่งไล่กันจนเหนื่อยหอบก็หยุดพฤติกรรมเด็กๆนี้ลงขณะถางอี้เหรินกลับคืนสู่ความสุขุม ขยับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ด้วยท่าทางสง่างามก่อนจะใช้แววตากวาดมองเหล่าองค์รักษ์อย่างจริงจังมีแววข่มขู่โดยเฉพาะองค์รักษ์ของอ๋องฮุ่ยห้าคนที่ถูกส่งมา
“หากข้าได้ยินเื่นี้หลุดออกไปข้างนอกละก็ ข้าจะให้พวกเ้าตายให้หมด!”ถางอี้เหรินข่มขู่จนคนฟังเสียวสันหลังก่อนจะเดินสะบัดชายเสื้ออย่างสง่างามขึ้นรถม้าไป
เหล่าองค์รักษ์ที่ดวงซวยมาเห็นท่านถางอี้เหรินในสภาพไม่น่านับถือต่างพากันหน้าซีดเผือด หลั่งเหงื่อด้วยความหวาดกลัว คนผู้นี้มีอำนาจล้นมือเป็อำนาจค้ำจุนราชบัลลังก์ พวกเขาหรือจะกล้าเอาเื่ของท่านถางอี้เหรินไปพูดต่อ
หนิงหรงกับเสี่ยวไป๋กลั้นหัวเราะจนเกิดเสียงคลุกคลักแปลกๆในคอ ‘ทำเื่น่าอายลงไปแท้ๆ ยังมีหน้าไปข่มขู่คนอื่นอีกท่านอาจารย์ช่างหน้าไม่อาย!’
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วหนิงหรงก็สั่งเคลื่อนขบวนโดยมีเหล่าองค์รักษ์ขี่ม้าตามมา
“เ้าไปกินดีหมี หัวใจเสือมาหรือไงถึงได้กล้าไปยุแหย่ท่านถางอี้เหรินแบบนั้น” รัชทายาทเทียนหลงถามขึ้น
ทว่าเสี่ยวเมิ่ง เสี่ยวไป๋ และหนิงหรง ต่างหัวเราะกันดังลั่นรถม้า ทำให้เทียนหลงงุนงง
“เป็เื่ปกติของคุณหนู กันท่านอาจารย์เเพคะ”เสี่ยวเมิ่งตอบคำถามของรัชทายาทขณะอมยิ้ม
“เื่ปกติ!”รัชทายาทถึงกับตกตะลึง “แต่ท่านอาจารย์ในราชสำนัก ทั้งเคร่งขรึม สง่างาม มีแต่คนเคารพยกย่อง”
“โถ่เอ้ย เสี่ยวเทียน”หนิงหรงกล่าวขึ้นขณะเรียกรัชทายาทอย่างสนิทสนม “ท่านอาจารย์ก็เป็ปุถุชนคนนึงมีเจ็ดอารมณ์ หกปราถนา ไม่ใช่เทพเซียนเสียหน่อยเขาจะมีในอีกแง่มุมนึงที่ไม่เคยมีใครเห็นก็ไม่แปลก...”หนิงหรงถือโอกาศสั่งสอนรัชทายาท“ตัวเ้าเถอะ หัดเรียนรู้จากท่านอาจารย์ถางไว้ต่อหน้าผู้คนวางตัวให้สง่างามน่ายกย่อง ผู้คนจะได้กล่าวขานถึงเ้าในทางที่ดีแล้วนิสัยอันธพาลชอบทุบตีคนเ้าก็เลิกเสียจะดีกว่า”
ทว่ารัชทายาทผู้มีนิสัยตรงไปตรงมา ฟังแล้วแบะปาก “ให้ข้าทำตัวแสแสร้งหรือ”
“จะแสแสร้งก็ดี จะเป็จริงก็ช่าง เ้าพึงต้องรู้เอาไว้ตำแหน่งรัชทายาทของเ้าจะรักษาไว้ได้หรือไม่ อยู่ที่เ้ารู้จักปกปิดความคิดตนต่อไปเ้าก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะวางตัวแบบไหนไม่ให้ผู้คนล่วงรู้ความคิดและคาดเดาการกระทำของเ้าได้”หนิงหรงล่าวขณะหันไปหยิบขนมกิน พลางปรายตามองเสี่ยวไป๋ที่นอนหนุนตักเสี่ยวเมิ่ง ขณะที่เสี่ยวเมิ่งป้อนขนมให้
หนิงหรงหมั่นไส้เ้ากระต่ายน้อยที่สุขสบายราวกับพระาาดูสีหน้าท่าทางมันเคลิบเคลิ้มราวกับมีสนมรับใช้ั้แ่ขึ้นรถม้ามาแล้วนางจึงใช้ปลายเท้าเขี่ยเสี่ยวไป๋ที่กำลังกินขนม
“แค่ก แค่ก”เสี่ยวไป๋สำลักขนม ขณะชี้หน้าหนิงหรง “เ้ามนุษย์โรคจิต รังแกข้า แค่ก แค่ก”
เสี่ยวเมิ่งรีบลูบหลังให้เสี่ยวไป๋ ก่อนจะรีบเทน้ำป้อนเสี่ยวไป๋ที่ไอจนน้ำตาคลอหน่วงอย่างน่าสงสาร
“...สัตว์...สัตว์อสูร...พูดได้”รัชทายาทใกับสิ่งที่ได้ยินไม่คิดว่าสัตว์อสูรจะพูดได้
“ใช่...เ้ากระต่ายน้อยนี่พูดได้ ข้าเองก็แปลกใจ ได้ยินมาว่าปกติพวกมันจะสื่อสารทางจิต”หนิงหรงกล่าวขณะรวบหูสองข้างของเสี่ยวไป๋ด้วยมือเดียว ยกขึ้นกลางอากาศ
“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า”เสี่ยวไป๋โวยวาย ดีดดิ้นเตะต่อยทว่ายืดขาจนสุดก็ไม่ถึงตัวหนิงหรง ขณะรู้สึกเจ็บใบหูที่ต้องรับน้ำหนักมันทั้งตัว
“เพี้ยะ!”หนิงหรงใช้มืออีกข้างดีดจมูกเสี่ยวไป๋เสียงดังจนมันะเืทั้งหน้า
“โอ้ยยยย เจ็บนะ เ้ามนุษย์โรคจิต”เสี่ยวไป๋โวยวาย
“ถ้ายังด่าข้าไม่เลิก คราวนี้ข้าจะจับเ้าโกนขนทั้งตัวดูสิว่าจะมีหน้าออกไปพบผู้คนไหม”หนิงหรงแสยะยิ้มชั่วร้าย
“เ้า...เ้า...”เสี่ยวไป๋อยากจะด่าแต่ด่าไม่ออกทั้งโกรธทั้งกลัวว่านางจะจับเขาโกนขนจริงๆ
“ฮึ ฮึ”หนิงหรงหัวเราะชั่วร้าย “รูปร่างเ้าก็อัปลักษณ์แคระเกร็นอยู่แล้วเเค่ไร้ขนเพิ่มมาอีกอย่างก็ไม่เท่าไหร่หรอกน่า”หนิงหรงว่าพลางสะบัดมือโยนเสี่ยวไป๋ไปทางเสี่ยวเมิ่งที่ยื่นมือออกมารับแทบไม่ทัน
“ตุ้บ!”เสี่ยวไป๋ล่วงลงสู่อ้อมแขนของเสี่ยวเมิ่งขณะที่มันแสแสร้งบีบน้ำตาให้เสี่ยวเมิ่งสงสาร
“คุณหนูเ้าค่ะ อย่าแกล้งเสี่ยวไป๋เลยเ้าค่ะ มันตัวเล็กนิดเดียวสู้แรงคุณหนูไม่ไหวหรอกเ้าค่ะ”เสี่ยวไป๋พยักหน้าหงึกหงักทว่าหัวจงใจถููเาสองลูกของเสี่ยวเมิ่งที่นุ่มนิ่มขณะที่แววตาของมันเคลิ้มหวาน
รัชทายาทเห็นแล้วคิ้วกระตุก...ทว่าเสี่ยวเมิ่งยังไม่รู้ตัวว่าถูกเ้ากระต่ายน้อยกินเต้าหู้ (แปลว่าลวนลาม)เข้าให้แล้ว
เสี่ยวเทียนเชื่อแล้วว่าทุกคนมีเจ็ดอารมณ์ หกปราถนา และไม่ใช่แค่คนเ้ากระต่ายนี่ก็ด้วย...อย่าบอกนะว่าที่มันนอนตักเสี่ยวเมิ่งคลอเคลียมาตลอดทางเพราะในหัวคิดเื่อกุศลอยู่...
‘กระต่ายลามก!’รัชทายาทมองเสี่ยวไป๋ด้วยความรังเกียจ
“เ้าแน่ใจว่าข้าแกล้งมัน ไม่ใช่มันกำลังจงใจกินเต้าหู้เ้าอยู่รึ”หนิงหรงอมยิ้มขณะเหลือบมองเสี่ยวไป๋ที่ถูกไถูเาสองลูกท่าทางออดอ้อนน่ารักแต่แววตากับเคลิบเคลิ้ม จมูกฟุดฟิดดมกลิ่นหอมจากหน้าอกเสี่ยวเมิ่งสีหน้าลามกอย่างยิ่ง
คราวนี้เสี่ยวเมิ่งชะงัก มองตาม เ้าเสี่ยวไป๋ยังคงไม่รู้ตัวสีหน้ายังคงเคลิบเคลิ้ม น้ำลายมันเริ่มไหลเยิ้มที่มุมปาก เสี่ยวเมิ่งสีหน้าดำทะมึนแววตาโกรธจัดน่ากลัวชนิดที่ว่ารัชทายาทค่อยๆขยับออกห่างกระต่ายและเสี่ยวเมิ่งหนีไปนั่งอยู่มุมประตูทางเข้า...
“ท่านเสี่ยวไป๋...”เสียงของเสี่ยวเมิ่งอ่อนหวาน
“หืม...”เสียวไป๋ขานรับทว่ารู้ตัวอีกทีก็ตัวลอยอยู่กลางอากาศ
“ฉับ”
“ฉับ”
“ฉับ”
“ฉับ”พริบตาเดียวขนสีขาวปลิวว่อนไปทั่วทั้งรถม้าไม่รู้ว่าเสี่ยวเมิ่งไปคว้ากรรไกรมาจากไหนว่องไวปานนั้น
“....”เสี่ยวไป๋
“....”หนิงหรง
“.....”รัชทายาท
“อ้ากกกกกกก ขนของข้าาาาาา”เสี่ยวไป๋ทีเพิ่งได้สติแหกปากดังลั่นรถม้าขณะรู้สึกเย็นวูบเมื่อขนแหว่งไปไม่น้อยจนองค์รักษ์ด้านนอกพากันสะดุ้ง นกในป่าแตกกระเจิงด้วยความใ
“ฮึ ฮึ ฮึ”เสี่ยวเมิ่งหัวเราะชั่วร้ายจนเสี่ยวไป๋หนาวเยือก
“ฉับ”
“ฉับ”เสี่ยวเมิ่งถือกรรไกรข่มขู่เสียงขยับกรรไกรชวนสยดสยองอย่างยิ่ง
“แหะ แหะ เสี่ยวเมิ่งคนสวย”เ้ากระต่ายน้อยรีบประจบ “อย่าทำอะไรข้าเลยนะ ข้ากลัวแล้ว”
ทว่าเสี่ยวเมิ่งผู้ถูกกระต่ายตัวผู้กินเต้าหู้ แย้มยิ้มชั่วร้ายไม่พูดไม่จา
“ฉับ”
“ฉับ”
“ฉับ”
“ฉับ”ลงมือตัดขนเสี่ยวไป๋อย่างรวดเร็วขนสีขาวปลิวว่อนอีกครั้ง
หนิงหรงเบือนหน้าหนียกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูกกันขนเข้าปากและจมูกด้วยสีหน้ารังเกียจขนที่ปลิวว่อน
พริบตาเดียวเสี่ยวไป๋ถูกตัดขนบริเวณลำตัวจนเกลี้ยง....นับได้ว่าฝีมือการใช้กรรไกรของเสี่ยวเมิ่งโเี้ยิ่ง
เสียวเมิ่งแสยะยิ้มมองผลงานตนด้วยความพอใจ ปล่อยเสี่ยวไป๋ลง
เสี่ยวไป๋ถึงกับตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออกมันนอนขดตัวร้องไห้ด้วยความเสียใจที่ขนสุดรักขนมันถูกตัดออกเป็ครั้งแรกในชีวิตที่เสี่ยวไป๋ร้องไห้จริงๆไม่ได้แสแสร้ง
ทว่าไม่มีใครสงสารเสี่ยวไป๋สักคน หนิงหรงเสียอีกที่หัวเราะเยาะมันจนมันมองค้อนให้ทีนึง ทว่าพอเหลือบมองเสี่ยวเมิ่งกับกรรไกรคมวับในมือมันรีบะโไปหลบหลังเ้านายมันทันทีถึงหนิงหรงจะชอบแกล้งมากแต่อย่างมากก็แค่ข่มขู่ ไม่ได้ลงมือโเี้ถึงเพียงนี้
‘ฮือ....ข้าเกลียดผู้หญิงใจร้าย’เสี่ยวไป๋บ่นในใจไม่กล้าให้เสี่ยวเมิ่งได้หญิง
หนิงหรงผู้เป็เ้านายปิดปากหัวเราะเบาๆขณะจับเสี่ยวไป๋มาพลิกซ้ายพลิกขวาดู “อืม...ดูแปลกใหม่ดีแต่ข้าชอบนะ”หนิงหรงว่าพลางหัวเราะลั่นอย่างทนไม่ไหว
ทว่าเสี่ยวไป๋ที่ปกติชอบโวยวายด่าทอชาวบ้านกลับหุบปากเงียบไม่พูดอะไรออกมา
รัชทายาทเองก็อยากจะหัวเราะดังๆ ทว่าเขาไม่กล้าพอเดี๋ยวเสี่ยวไป๋โมโหมาจะมาลงที่เขา...เ้ากระต่ายนี่ยิ่งมีคมเขี้ยวและกรงเล็บ แหลมคมยิ่ง
เสี่ยวเมิ่งเก็บกวาดขนกระต่ายที่ปลิวว่อนทว่าสีหน้ายังอึมครึมน่ากลัวยิ่งจนเสี่ยวไป๋ตัวสั่นหดหัวด้วยความหวาดกลัวหนิงหรงเห็นท่าทางน่าสงสารของมันแล้วจึงปล่อยมันลงเลิกแกล้งมัน
เสี่ยวไป๋รีบะโไปหลบหลังเ้านาย
“ทีหลังเ้าก็อย่าทำตัวลามก แอบกินเต้าหู้ใครเขาอีกละเสี่ยวไป๋”หนิงหรงสั่งสอน “ที่ข้าเอาเท้าเขี่ยเ้าจนเ้าขนมติดคอนะเป็การเตือนเ้าไม่ให้กินเต้าหู้เสี่ยวเมิ่งใครจะไปรู้ว่าเ้ากำเริบถึงกับเอาหัวถูไถหน้าอกนางไม่หยุด”
ทว่าคำพูดนี้กลับทำให้รัชทายาทหน้าแดงเถือกกับคำพูดไม่สำรวมของหนิงหรงขณะที่เสี่ยวเมิ่งกัดริมฝีปากด้วยความอับอายสะบัดหน้าอย่างโกรธเคืองเ้านายหนีออกไปนั่งนอกรถม้าทันที
“อุ้ย...”หนิงหรงยกมือปิดปาก “ข้าเผลอพูดตรงเกินไปหน่อย”นางลืมไปว่าที่นี่เป็ยุคโบราณ เื่แบบนี้ไม่ควรเอามาพูด
“เฮ้อ..”รัชทายาทถอนหายใจ “ดูท่านอกจากเรียนวิชายุทธเ้าสมควรเรียนมรรยาทเพิ่มด้วย”รัชทายาทหันไปสั่งรถม้าหยุดก่อนจะไปขึ้นรถม้าของถางอี้เหริน ปล่อยให้สองนายบ่าวที่มีความผิดจ้องตากันปริบๆ...
“ข้าแค่ช่วยพูดแทนเสี่ยวเมิ่งเอง...”หนิงหรงบ่นพึมพำ
“เฮ้อ/เฮ้อ”ก่อนทั้งคนทั้งกระต่ายจะถอนหายใจพร้อมกัน