ผมทอดสายตามองเด็กหนุ่มตรงหน้ายามที่ร่างเล็กถอยกรูดจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับขอบโต๊ะทำงานเหล็กหนาหนักอย่างหาทางหนีไม่ได้
ฝ่ามือหนาสองข้างของผมค้ำยันลงบนขอบโต๊ะ กักขังเรือนร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นสะอาดสะอ้านของข้าวหอมเอาไว้ในวงแขนกว้างและอกแกร่งของผมอย่างสมบูรณ์แบบ แสงแดดที่ส่องผ่านม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาในห้องทำงาน สะท้อนให้เห็นแก้มใสที่ตอนนี้แดงแปร๊ดลามไปจนถึงใบหูขาวสะอาดและลามต่ำลงไปถึงลำคอระหง ลมหายใจของน้องรัวเร็วสะท้านจนแผ่นอกบางกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างน่าสงสารปนน่ารักในเวลาเดียวกัน
กลิ่นแป้งเด็กหอมสะอาดผสมกลิ่นหวานละมุนของขนมทองหยอดและฝอยทองลอยอวลออกมาจากถุงขนมที่ตกอยู่บนโต๊ะทำงาน ผสมผสานกับเสียงหอบหายใจและเสียงสั่นเครือจากคลิปวิดีโอแสนเร่าร้อนที่ยังคงเล่นค้างอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปด้านหลัง ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสงัดแห่งนี้อบอวลไปด้วยความอึดอัดวาบหวามกระสันจนแทบจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ
ความเงียบงันภายในห้องถูกเติมเต็มด้วยความร้อนรุ่มและอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แอร์คอนดิชันเนอร์พัดความเย็นฉ่ำออกมาบะปะทะร่างกายภายนอก แต่ภายในอกของผมกลับร้อนผ่าวราวกับเตาไฟที่กำลังลุกไหม้ ท่าทางสั่นสะท้านสะทึกของข้าวหอมที่ยืนตัวลีบส่งสายตาวิงวอนมองมา ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณความดิบในกายหนุ่มใหญ่ของผมให้ตื่นตัวตื่นใจจนแทบสิ้นสติ
"พะ... พี่ธันวา! ปล่อยผมก่อนครับ... ผมไม่ได้ตั้งใจแอบดูจริงๆ นะครับ"
ข้าวหอมพูดละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ พยายามยกสองมือเล็กขึ้นดันอกแกร่งของผมไว้หวังจะรักษาระยะห่างแต่น้องแทบไม่มีแรงต้านทานเลยสักนิด
ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นที่กำลังสั่นไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกปะปนความสับสนอายจัด ผมโน้มใบหน้าคมคายลงไปหาจนปลายจมูกแทบจะชนกับแก้มเนียน น้ำเสียงทุ้มต่ำดุเข้มกระซิบเอ่ยถามช้าๆ
"ไม่ได้ตั้งใจแล้วแอบเดินขึ้นมาถึงห้องทำงานพี่ทำไมครับข้าวหอม? แถมพอยืนดูจนจบฉากรักไปตั้งหนึ่งฉากก็ยังไม่ยอมขยับหนีไปไหน... รู้ไหมครับว่าเด็กดื้อที่แอบดูของแบบนี้เขาต้องโดนลงโทษยังไงครับ"
"ผมเอาขนมทองหยอดกับฝอยทองมาฝากครับ... แต่พอมาถึงแล้วเดินหาข้างล่างไม่เจอเลยเดินขึ้นมาหา... ฮื้อ พี่ธันวาขยับออกไปก่อนครับ ใกล้เกินไปแล้ว..."
ข้าวหอมร้องอุทธรณ์เสียงสั่นเครือเบาหวิว พลางพยายามเบนหน้าหนีสายตาของผมด้วยใบหน้าแดงก่ำ
"ใกล้แค่นี้บอกว่าใกล้เกินไปเหรอครับ... แล้วตรงหน้าจอนั่นล่ะครับ เห็นอะไรบ้าง"
ผมจี้ถามน้ำเสียงเข้มแต่แฝงเล่ห์กลกลบมาดผู้ปกครองจำเป็จอมดุไปหมดสิ้น
"ผมแค่... เห็นพี่ธันวาเปิดทิ้งไว้ แล้วผมเห็นผู้ชายสองคนเขากำลัง... ผมไม่เคยเห็นผู้ชายสองคนกอดกันัักันแบบนั้นเลยครับ... ผมเลย... สงสัยเฉยๆ..."
ข้าวหอมก้มหน้าพูดงึมงำอ้อมแอ้มสารภาพความใสซื่อออกมารายละเอียดจนน่าเอ็นดู
"แล้วคิดว่าเขากอดกันธรรมดาเหรอครับข้าวหอม ลองหันไปดูตรงนั้นสิ... เขากำลังบดเบียดริมฝีปากจูบกันอย่างดูดดื่มเพื่อส่งผ่านความรัก ดูมือของเขาที่ลูบไล้แผ่นหลังัักันสิ... ร่างกายเขากำลังัักันลึกซึ้งวาบหวามมากขนาดนั้น และเธอเองก็จ้องดูมันจนตัวสั่นระริกเลยไม่ใช่เหรอครับ"
ผมกระซิบข้างหูของน้อง ดึงสายตากลมโตให้จ้องมองสบตาผมตรงๆ
ธันวาเลื่อนฝ่ามือหนาขวาขึ้นมาจับประคองปลายคางมนของข้าวหอมอย่างแ่เบา บังคับให้น้องหันใบหน้าหวานกลับมาสบตากับผมตรงๆ นิ้วหัวแม่มือโชยลูบไล้ริมฝีปากบางนุ่มสีชมพูจิ้มลิ้มของน้องอย่างเบามือและทะนุถนอม
สายตาของผมเหลือบลงต่ำมองสำรวจเรือนร่างบางใต้เสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูนตัวใหญ่ ก็พบปฏิกิริยาตื่นตัวทางสรีระของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีที่ปรากฏเด่นชัดอยู่ภายใต้กางเกงขาสั้นสีเหลืองอ่อน
"ร่างกายของเราดูเหมือนจะไม่โกหกนะครับข้าวหอม... จ้องดูหนังรักชาย-ชาย ขนาดนั้นจนตื่นตัวสั่นระริกไปหมดแล้วใช่ไหมครับ... กลัวพี่ดุ หรือแอบคิดอะไรอยู่กันแน่ครับตัวแสบ"
ผมกระซิบถามเสียงต่ำพร่าทุ้มลึกสะกดใจพลางเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้จนปากแทบชนกัน
คำพูดจี้จุดของผมทำเอาข้าวหอมสะดุ้งตัวสั่นเทา แก้มใสขึ้นสีแดงก่ำลามลึกไปถึงคอระหงและไหปลาร้าขาวนวล น้องพยายามจะก้มหน้าหลบแต่ก็ทำไม่ได้เพราะมือผมประคองปลายคางมนไว้แ่าแต่นุ่มนวล
---
หัวใจในอกของผมเต้นโครมครามรัวเร็วราวกับจะะเิกระจุยกระจายหลุดออกมานอกร่าง ััอุ่นร้อนจากปลายนิ้วหนาของพี่ธันวาที่ประคองแตะคางมนและลูบไล้ริมฝีปากของผมอย่างแ่เบานั้นช่างเปี่ยมไปด้วยอิทธิพลสะกดจิตทำให้ร่างกายของผมอ่อนระทวยไร้กำลังจะขัดขืน แผงอกแกร่งหนานุ่มของพี่เขาเบียดชิดเข้ามาจนผมรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวและกลิ่นกายหนุ่มใหญ่แสนอบอุ่นสะอาดสะอ้าน
ในเสี้ยววินาทีแห่งความสับสนและเขินอายปนเสียวซ่าน จู่ๆ สมองอันน้อยนิดของผมก็นึกย้อนไปถึงคำพูดทางโทรศัพท์ของแม่กิ่งแก้วเมื่อเช้าวันหยุดนี้...
'ฝากชีวิตข้าวหอมไว้ให้พี่ธันวาดูแลได้สบายใจหายห่วงจ้า... พี่เขารอเราโตเนี่ย พ่อกับแม่ก็แอบดูอยู่เงียบๆ นะจ๊ะ'
โอ๊ยยย! นี่คุณแม่กิ่งแก้วกับคุณพ่อชาญชัยรู้เห็นเป็ใจและรู้เื่นี้ล่วงหน้ามาตลอดเลยเหรอครับเนี่ย! คำว่าฝากชีวิตและรอผมโตของพ่อแม่ มันมีความหมายลึกซึ้งวาบหวามแบบนี้เองสินะ!
พ่อกับแม่จะรู้ไหมครับว่าพี่ข้างบ้านที่เป็ผู้ปกครองจำเป็แสนเข้มขรึมคนนี้ กำลังจะป้อนบทเรียนวิชาพิเศษส่วนตัวสอนเื่สรีระร่างกายบนเก้าอี้ทำงานของเขาแล้วนะครับ!
สิ่งที่ทำให้ผมอับอายขายหน้าที่สุดจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี คือความตื่นตัวทางร่างกายเบื้องล่างที่เกร็งสั่นระริกขึ้นมาเพราะการดูฉากรักเร่าร้อนชาย-ชาย เมื่อครู่ และดูเหมือนพี่ธันวาจะสังเกตเห็นมันเรียบร้อยแล้วด้วยสายตาคมปลาบคู่นั้น
"ผม... ผมไม่รู้ครับพี่ธันวา... ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย... มันหน้าร้อนไปหมดเลยครับ..."
ผมตอบสารภาพเสียงสั่นเบาหวิว น้ำตาคลอเบ้าตาช้อนมองสบตาคมปลาบสีเข้มอย่างอ้อนวอน
"ไม่รู้... แต่ก็ยืนดูจนตัวสั่นเลยนะครับข้าวหอม"
พี่ธันวาพูดเสียงนุ่มทุ้มอ่อนละมุนขึ้น แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็ความอ่อนแสงและแสนจะอ่อนโยนจนหัวใจผมสั่นไหววูบวาบ
"อยากรู้ไหมครับว่าสิ่งที่เห็นในหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อกี๊... ในชีวิตจริงเขาััและปลดปล่อยความตื่นตัวนั้นกันยังไงครับ"
คำถามแสนอบอุ่นแต่แฝงความเร่าร้อนลึกซึ้งของพี่ธันวาทำเอาสมองของผมขาวโพลนไปหมด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของกันและกันในระยะประชิดจนััได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นรัวสอดประสานกัน
"พี่ธันวา... จะสอนผมเหรอครับ..."
ผมถามอ้อมแอ้มเสียงแหบพร่าด้วยความใสซื่อปนความสับสนกระวนกระวายใจ
"ครับ พี่จะสอนเราเอง... แต่ต้องเป็เด็กดีและว่าง่ายกับพี่นะครับข้าวหอม"
พี่ธันวากระซิบตอบเสียงพร่าต่ำ
แล้วค่อยๆ ช้อนอุ้มร่างของผมลอยขึ้นมาจากขอบโต๊ะทำงานพาเดินตรงไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานเบาะหนังสีดำตัวใหญ่กลางห้องทำงานอย่างมั่นคง โดยให้ผมนั่งตักกว้างคร่อมทับหน้าขาแกร่งอุ่นของเขาไว้ทั้งหมด
สะโพกของผมแนบชิดััถึงความแข็งแกร่งตื่นตัวและความร้อนรุ่มจากหน้าขาแกร่งของพี่ธันวาจนตัวสั่นระริก มือหนาสองข้างของเขาโอบรอบเอวบางรั้งร่างของผมให้เข้าหาอกกว้างของเขาอย่างแสนหวงแหน สายตาคมปลาบคู่เดิมจดจ้องมองจมลึกเข้ามาในดวงตาของผมอย่างลึกซึ้งละมุนละไม
"ผม... ผมกลัวพี่ธันวาดุและเกลียดผมครับ..."
ผมเอ่ยสารภาพเสียงเครือแ่เบา
"พี่เคยดุเราเพราะเกลียดหรือครับข้าวหอม... ที่พี่คอยดุคอยบ่น คอยดูแลประคบประหงมเราแทบทุกเื่มาตลอดเนี่ย ก็เพราะรักและหวงเธอทั้งนั้นแหละครับเด็กดื้อ..."
พี่ธันวากระซิบตอบ น้ำเสียงทุ้มสั่นเครือเล็กน้อย แววตาคมสะท้อนความรู้สึกลึกซึ้งและรักใคร่จนผมใจสั่นระริกแทบละลายหายไปกับอกเขา
"พี่ธันวา..."
"เด็กดี... ต่อจากนี้ ห้ามไปยอมให้ใครเข้ามาประชิดตัว ห้ามไปดูของแบบนี้กับใครนะครับ พี่หวง... หวงของพี่ที่สุดเข้าใจไหมครับข้าวหอม"
สิ้นคำประกาศสิทธิ์แสดงความเป็เ้าของอย่างเด็ดขาดนั้น ใบหน้าคมเข้มก็ค่อยๆ โน้มต่ำลงมาจนจมูกของเราชนกันเบาๆ กลิ่นอายความอุ่นร้อนปั่นป่วนในอกของผมพุ่งทะยานจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ผมค่อยๆ หลับตาพริ้มรอรับัั
ริมฝีปากอุ่นร้อนของพี่ธันวาแตะทาบลงบนริมฝีปากของผมอย่างแ่เบาและทะนุถนอม ััแรกนั้นแสนนุ่มนวลคล้ายปุยเมฆ
ก่อนที่เขาจะค่อยๆ บดคลึงกดน้ำหนักลงมาเน้นย้ำความรู้สึกหวงแหน ความอุ่นจากเรียวปากของคนตัวโตแผ่ซ่านเข้ามาทำให้ร่างกายของผมวูบวาบไร้เรี่ยวแรง มือสองข้างเอื้อมไปเกาะไหล่กว้างหนาแน่นของเขาไว้แน่นเพื่อทรงตัว ปลายลิ้นร้อนของพี่ธันวาไล้เล็มผิวนุ่มหยอกล้อดึงดูดเรียวปากของผมอย่างแสนสุภาพลึกซึ้ง ชวนให้เกิดความรู้สึกเสียวซ่านแล่นพล่านทั่วไขสันหลังจนขาเรียวสั่นระริกพาดคร่อมหน้าขาแกร่งของเขาไว้แน่นขึ้น
พี่ธันวาละริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากมนของเรายังคงพิงชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระเส่าปนกันในอากาศ
"นี่เป็วิชาแรกที่พี่จะสอนเราครับ... จูบแรกของเด็กดื้อ หวานและอบอุ่นที่สุดเลยครับข้าวหอม"
พี่ธันวากระซิบพลางส่งยิ้มอ่อนโยนที่แสนสว่างไสวมาให้ผม แววตารักใคร่ของเขาเต็มไปด้วยกระแสเสน่หาลึกซึ้งพร้อมจะนำพาผมก้าวไปสู่บทเรียนวิถีรักขั้นต่อไปในตอนนี้!