หลังผ่านไป 40 นาที เจียงซานก็ถูกผู้ช่วยของหัวหน้าหลี่พามารอที่ชั้น 18 ก่อนหน้านี้หลังจากเข้าบริษัทผู้ช่วยคนนี้ก็พาเขาไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ผลลัพธ์ของสัญญาหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับเอกสารในมือของผู้ช่วย แน่นอนว่าเจียงซานที่มีระบบย่อมรู้ดีว่าร่างกายของเขาตอนนี้เละเทะขนาดไหน
“นายรออยู่ตรงนี้ก่อน”
ผู้ช่วยพูดขึ้นก่อนจะเดินถือเอกสารเข้าไปในห้องทำงานของหัวหน้าหลี่ หลังจากผ่านไป 10 นาที เขาก็เดินออกมากวักมือเรียกเจียงซานให้เข้าไปด้านใน ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยหุ่นจำลองและชั้นเอกสารมากมาย เจียงซานกวาดตามองดูรอบหนึ่งสายตาก็มาหยุดอยู่ที่ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสวมแว่นตาทรงกลมกำลังอ่านเอกสารชุดหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“สวัสดีครับหัวหน้าหลี่”
เจียงซานกล่าวทักทายอย่างสุภาพส่วนหัวหน้าหลี่ตอนนี้ก็วางเอกสารในมือลงพร้อมกับถอนหายใจออกมา เขาเอนหลังพิงเก้าอี้พลางหลับตาถอดแว่นออกคลึงขมับอยู่ครู่หนึ่ง
“นั่งเถอะเสี่ยวเจียง เอกสารฉบับนี้นายก็คงเห็นแล้วใช่ไหม”
“เห็นแล้วครับ ร่างกายของผมตอนนี้จะรักษาให้หายไม่ใช่เื่ง่ายเลย”
เจียงซานกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติไร้ความกังวลจนทำให้หัวหน้าหลี่ลืมตาขึ้นมามองเขาก่อนจะปรับท่านั่งให้เรียบร้อย
“อืม เดิมทีบริษัทตั้งความหวังกับนายเอาไว้ไม่น้อย สัญญาที่เซ็นก็เป็ระดับ C ที่สูงกว่าเด็กใหม่ทั่วไป ฉันเองก็จะไม่อ้อมค้อมนะ โควต้าสัญญาระดับนี้ปีหนึ่งมีจำกัด ตอนนี้บริษัทจะเป็ฝ่ายยกเลิกสัญญากับนายเอง แต่ค่าชดเชยก็จะได้ไม่มาก นายคิดว่ายังไง?”
หัวหน้าหลี่พูดจบก็หยิบเอกสารอีกชุดหนึ่งยื่นให้กับเจียงซาน เดิมทีวันนี้เขายังหวังกับเจียงซานอยู่บ้างแม้โอกาศจะน้อยแต่ถ้าหากร่างกายของเขามีสัญญาณการฟื้นฟูขึ้นมาสักหน่อยเขาก็ช่วยเต็มที่ให้เจียงซานไม่ถูกยกเลิกสัญญา แม้จะระดับสัญญาจะถูกลดลงมาแต่ก็ยังสามารถใช้ทรัพยากรของบริษัทช่วยในการรักษาได้
แต่หลังจากเห็นผลลัพธ์การตรวจร่างกายของเจียงซานเขาก็หมดหนทางจะช่วยเด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้แล้วจริงๆ ที่สำคัญปลายปีนี้เป็การต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างบริษัทชั้นนำของมณฑลเซี่ย ขาดเจียงซานไปเขาเองก็เดือดร้อนเหมือนกันเพราะต้องรีบหาเด็กใหม่คนอื่นมาแทนเขา การที่บริษัทเป็ฝ่ายเลิกสัญญาก็ถือว่าเขาทำเต็มที่แล้ว เพราะตามความเป็จริงเื่นี้คือฝ่ายเจียงซานที่ไม่สามารถทำตามข้อตกลงในสัญญาได้
“ผมเข้าใจครับ ขอโทษนะครับที่ทำให้ผิดหวัง แต่ว่าหัวหน้าหลี่ผมมีเื่หนึ่งจะขอให้ช่วยครับ”
เื่สัญญานักยุทธ์เจียงซานไม่ใส่ใจอยู่แล้ว เป้าหมายของเขาก็คือวิชาหนึ่งหมัดทลายทัพที่อยู่ในมือต่างห่าง ทางด้านหัวหน้าหลี่พอได้ยินแบบนี้ก็พยักหน้ารับ เด็กคนนี้เขาเป็คนทาบทามมาด้วยตัวเอง ผลลัพธ์แบบนี้เขาเองก็รู้สึกสงสารเหมือนกัน
“นี่เป็ข้อมูลตัวอย่างของวิชายุทธ์ที่ผมสร้างขึ้นมา อยากให้ทางบริษัทช่วยตรวจสอบหน่อยครับ”
เจียงซานพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับยื่นชิพขนาดเล็กให้กับหัวหน้าหลี่ ขณะเดียวกันหัวหลี่ก็ชะงักไปก่อนจะจ้องมองเจียงซานอย่างสับสน เ้าเด็กนี่ยังคิดจะเป็ผู้ประพันธ์ยุทธ์ด้วย? ผู้ประพันธ์ยุทธ์นั้นไม่เหมือนกับนักยุทธ์ ทั้งสถานะและคเงื่อนไขล้วนสูงกว่านักยุทธ์หลายระดับ นักยุทธ์คนหนึ่งจะสูงต่ำก็ล้วนเป็ได้ด้วยเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยของการฝึกยุทธ์บนโลกใบนี้
คนมากว่า 90% ของโลกนี้ล้วนสามารถฝึกยุทธ์ได้ เทียบกับอัตราส่วนนี้ก็มีเกือบครึ่งที่เป็นักยุทธ์ แต่สำหรับผู้ประพันธ์ยุทธ์นั้นมีไม่ถึงหนึ่งส่วน ยังไม่ต้องพูดถึงระดับความสามารถส่วนตัวในการสร้างสรรประพันธ์ยุทธ์เลย แค่ลำพังความทุ่มเทและการเรียนรู้หลักสูตรพิเศษก็ต้องทำั้แ่อายุยังน้อย เรียกได้ว่าผู้ประพันธ์ยุทธ์ส่วนใหญ่ล้วนเป็คนที่เลือกเดินบนเส้นทางสายนี้มาั้แ่ต้น
ถึงแม้จะไม่ได้หวังอะไรแต่เพราะความสงสารหัวหน้าหลี่ก็ยังพยักหน้ารับชิพข้อมมูลมาจากเจียงซานและเสียบเข้ากับจอข้อมูลที่วางอยู่บนโต๊ะ
“วิชาหมัดงั้นหรือ? ตั้งชื่อได้ไม่เลว”
ในข้อมูลนี้เจียงซานไม่ได้ใส่การประเมิณของระบบเข้าไป แต่ถึงอย่างนั้นหลังผ่านไปไม่กี่นาทีหัวหลี่ก็เริ่มเริ่มหยิบแว่นขึ้นมาใส่ลำตัวยืดตรงสายตาจ้องเขม็งไปยังจอภาพที่แสดงข้อมมูลตรงหน้า ในฐานะหัวหน้าแผนกนักยุทธ์ของบริษัทใหญ่อย่างเฟยหลงเขาต้องมองความยอดเยี่ยมของวิชาหนึ่งหมัดทลายทัพออกอยู่แล้ว
“นี่...วิชานี้...เสี่ยวเจียงนายแน่ใจนะว่านายเป็คนสร้างขึ้นมาเอง?”
หลังจากอ่านข้อมูลไปสองรอบในที่สุดหัวหน้าหลี่ก็เงยหน้ามองเจียงซานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ วิชานี้ยอดเยี่ยมมาก แม้จะเป็วิชาระดับกายาแต่ก็ถือเป็วิชาระดับสูง จากการประเมิณของเขานี่ควรเป็วิชากายาระดับห้าดาว ไม่สิ อาจจะเหนือกว่านั้น!
“แน่นอนครับ สามารถส่งตรวจสอบได้ไหมครับ?”
“ได้สิ! ”
หัวหน้าหลี่พูดออกมาทันที หลังจากนั้นก็รีบโทรติดต่อสั่งตรวจสอบเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ถึงแม้วิชายุทธ์ในโลกนี้จะคล้ายคลึงกันไม่น้อยแต่หากจะผ่านการตรวจสอบเพื่อเผยแพร่เข้าสู่ตลาดก็ต้องมีหลักการหรือแก่นสำคัญที่เป็เอกลักษณ์ของตัวเอง หากมีการคัดลอกหรือขโมยผลงานบทลงโทษและผลกระทบยังรุนแรงยิ่งกว่าการละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าอื่นๆ เสียอีก แน่นอนว่าชิพข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบที่เจียงซานให้ไปก็ไม่ได้เป็ข้อมูลทั้งหมด หลักการสำคัญของการฝึกฝนวิชานี้ยังคงต้องให้เขาเป็คนจัดการเอง
รออยู่ไม่กี่นาทีเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หลังจากหัวหน้าหลี่วางสายก็หันมายิ้มให้กับเจียงซานก่อนจะลุกเดินนำเขาออกจากห้องทำงาน
“ฉันจะพานายไปที่แผนกตรวจสอบ นายมีข้อมูลทั้งหมดแล้วใช่ไหม?”
“เตรียมมาแล้วครับ”
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็มาถึงแผนกตรวจสอบชั้น 15 ที่ชั้นนี้ั้แ่ออกจากลิฟต์ก็เป็ทางเดินยาวไปจนสุดทาง สองข้างทางเดินมีประตูอยู่หลายบาน หัวหน้าหลี่เดินนำเจียงซานที่ประตูบานหนึ่งก่อนจะพาเขาเข้าไปด้าน ภายในห้องมีอุปกรณ์และเครื่องทดสอบอยู่เต็มไปหมด ถึงแม้เจียงซานจะซึมซับความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อนมาแล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่าหลุดเข้ามาอยู่ในหนังไซไฟยุคอนาคต
ตรงกลางเป็ลานกว้างขนาดใหญ่มีแท่นสีดำที่ใช้วัดระดับตั้งอยู่ ส่วนด้านข้างที่มีหน้าจอแสดงผลก็มีหุ่นรูปร่างเหมือนมนุษย์ที่ถูกสายไฟเชื่อมต่อระโยงระยางกับคอมพิวเตอร์ สุดท้ายแล้วสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ชายสองคนในห้อง
“สองคนนี้คือโจวหยางกับโจวเซียง เื่การบันทึกและทดสอบไว้ใจพวกเขาได้ ส่วนนี่คือเจียงซาน วิชาหนึ่งหมัดทลายทัพที่พวกนายเห็นเป็ฝีมือเขา”
โจวหยางกับโจวเซียงพูดทักทายประโยคหนึ่งก็หันมองเจียงซานอย่างประหลาดใจ เดิมทีเจียงซานได้รับเลือกจากผู้ประพันธ์ยุทธ์ก็เป็หน้าที่พวกเขาที่ต้องช่วยจัดการเหมือนกัน ไม่คิดว่าตอนนี้กลับเป็เขาที่ส่งวิชายุทธ์มาตรวจสอบเสียเอง
“วิชานี้พวกเราดูแล้วถือว่ายอดเยี่ยมมาก แต่นายคิดหรือยังว่าจะวางขายแบบไหน?”
โจวหยางถามออกมาแต่พอเห็นเจียงซานทำหน้าสับสนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะก่อนจะเริ่มอธิบาย
“ถึงแม้บนตารางจัดอันดับจะไม่มีการแยกประเภทแต่บนฟอรั่มร้านค้าของบริษัทไม่เหมือนกันนะ การวางขายวิชายุทธ์จะมีอยู่สองแบบ แบบแรกคือการขายแบบไม่จำกัดบุคคลซึ่งเหมาะกับวิชาที่การประเมิณต่ำและมีราคาไม่สูง การวางขายแบบนี้ไม่ได้ยุ่งยากแค่ใช้หุ่นจำลองเป็ตัวแสดงผลก็พอแล้ว”
พูดจบโจวหยางก็ชี้ไปที่หุ่นจำลองด้านข้างก่อนจะพูดต่อ
“ส่วนแบบที่สองก็คือการวางขายแบบจำกัดบุคคล การขายแบบนี้เหมาะกับวิชาที่มีการประเมิณระดับสูงหรือมีลักษณะพิเศษ วิชาแบบนี้จะมีราคาสูงและไม่สามารถใช้หุ่นจำลองเป็ตัวแสดงผลได้เลยจำเป็ต้องมีนักยุทธ์เข้ามารับหน้าที่นี้แทน จากความเห็นของฉันวิชานี้ต้องมีการประเมิณอย่างต่ำก็ห้าดาวถือเป็วิชาระดับสูง”
“ผมเลือกวางขายแบบจำกัดบุคคลครับ”
เจียงซานพูดออกมาโดยไม่ต้องคิด นี่คือวิชาที่ระบบประเมิณออกมา 7 ดาวเชียวนะ ยังไม่ต้องพูดถึงเื่อื่นเลย แค่เื่ค่าตอบแทนก็ทำให้เขาแทบไม่ต้องคิดแล้ว นึกถึงความทรงจำของเ้าของร่างคนเก่าที่ยังมีแม่กับน้องสาวอยู่ที่บ้านก็ทำให้เจียงซานรู้สึกว่าเขาต้องพยายามให้มากขึ้น
“เื่นี้ฉันจัดการเอง ระหว่างนี้พวกนายก็เริ่มการทดสอบและส่งประเมิณก่อนได้เลย”
ไม่ต้องรอให้โจวหยางพูดอะไรหัวหน้าหลี่ก็พูดขึ้นมาทันทีก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ถึงแผนปลายปีจะเกิดปัญหาแต่ถ้าเดือนนี้ปล่อยวิชายุทธ์ที่มีการประเมิณระดับสูงออกมาได้เขาก็จะมีเื่ไปรายงานกับเบื้องบน
“เอาล่ะ ถ้างั้นพวกเราก็มาเริ่มงานกันเถอะ”
พอหัวหน้าหลี่ออกไปโจวหยางกับโจวเซียงก็ลากตัวเจียงซานไปทันที พวกเขาเองก็สนใจวิชานี้เหมือนกัน ถึงจะเป็บริษัทใหญ่อย่างเฟยหลงก็ไม่ได้มีการประเมิณระดับสูงออกมาให้เห็นบ่อยๆ