หลี่เฉินบรรจงกัดมันเทศเผาในมือ รสััที่หวานละมุนและอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก แม้จะเป็เพียงมันเทศธรรมดาที่ปิ้งจนไหม้เกรียม ผิวของมันขรุขระและเต็มไปด้วยรอยไหม้สีดำสนิท แต่สำหรับหลี่เฉินในยามนี้ มันคือรสชาติแห่งชีวิตที่ล้ำค่าที่สุด รสชาติที่ย้ำเตือนว่าเขายังมีลมหายใจ และยังมีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ในโลกที่โหดร้ายและแห้งแล้งใบนี้ เขาสูดลมหายใจลึก ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงบนพื้นดินที่แตกระแหง ก่อนจะประสานมือคารวะเฒ่าผู้ใหญ่บ้านด้วยความนอบน้อมที่ชาวบ้านต่างพากันแปลกใจ
"ท่านผู้ใหญ่บ้าน... ขอบคุณสำหรับมันเทศก้อนนี้ ข้าขอสัญญาด้วยเกียรติของข้า นับแต่นี้เป็ต้นไป 'หลี่เฉินคนี้เี' ที่ท่านเคยรู้จักได้ตายไปแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองจมปลักอยู่กับความล้มเหลวอีก ข้าจะเปลี่ยนหมู่บ้านของเราให้ดีขึ้นให้ได้ แม้หนทางจะยาวไกลหรือยากลำบากเพียงใดก็ตาม"
คำกล่าวที่ดูมุ่งมั่นจากปากของเด็กหนุ่มผู้ซึ่งเคยเป็จุดด่างพร้อยของหมู่บ้าน สร้างความตกตะลึงให้แก่เฒ่าผู้ใหญ่บ้านเป็อย่างยิ่ง ประกายในดวงตาที่เคยหม่นแสงของชายชราสั่นไหวด้วยความยินดีที่ปิดไม่มิด มือที่เหี่ยวย่นตบลงบนไหล่ของหลี่เฉินเบาๆ ด้วยความเอ็นดูที่ผสมปนเปไปกับความสงสัย "หากเ้าพูดจริงดังปากว่า... หมู่บ้านของเราก็คงยังพอมีหวัง กลับไปพักผ่อนเถิดหลี่เฉิน วันพรุ่งนี้ยังมีงานอีกมากให้เราต้องสะสางเพื่อความอยู่รอดของพวกเราทุกคน"
หลี่เฉินเดินกลับสู่กระท่อมผุพังด้วยหัวใจที่ฮึกเหิม ทันทีที่เขาก้าวพ้นประตูไม้ แสงสีทองเรืองรองก็สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องอยู่ในหัว
*[ติ๊ง! ภารกิจ 'หาอาหารประทังชีวิต' เสร็จสิ้นสมบูรณ์!]*
*[ระบบวิเคราะห์สถานะโฮสต์: ความแข็งแกร่ง 1/10 (ระดับ: อ่อนแอจนน่าเวทนา), ความทนทาน 1/10 (ระดับ: ป่วยง่ายกว่าใบไม้ร่วง), ความมุ่งมั่น 10/10 (ระดับ: บ้าบิ่น)]*
*[ระบบ: โฮสต์ยอดเยี่ยมมาก! ร่างกายเปราะบางแบบนี้แต่ใจสู้เกินร้อย! เพื่อเป็รางวัลที่ท่านยอมกินของเหลือและรักษาสัญญา ระบบได้เตรียม 'รางวัลสุดพิเศษ' ไว้ให้ท่านแล้ว!]*
หัวใจของหลี่เฉินเต้นระรัว เขาแทบจะกลั้นหายใจรอ... รางวัลจากระบบที่จะเปลี่ยนชีวิตเขางั้นรึ? อาจจะเป็วิชาบ่มเพาะพลังปราณที่ทำให้เขากลายเป็ยอดฝีมือ? หรืออาวุธระดับตำนานที่สามารถสยบปฐีได้?
"เอามาเลย! รางวัลของฉัน!" เขาะโอย่างตื่นเต้น
*วิ้ง!*
แสงสีทองหม่นลง เผยให้เห็นวัตถุชิ้นหนึ่งที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงมาบนฝ่ามือของเขา... แอปเปิ้ลสีแดงสดใสลูกหนึ่ง มันดูธรรมดาเสียจนดูน่าขัน ผิวของมันเงางามสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่มันก็เป็เพียง 'แอปเปิ้ล' ลูกหนึ่งที่วางขายในตลาดสดทั่วไป ไม่มีความเปล่งประกายของพลังเวทมนตร์ ไม่มีกลิ่นอายของสมบัติล้ำค่าใดๆ ทั้งสิ้น
หลี่เฉินยืนนิ่งค้าง ฝ่ามือที่ถือแอปเปิ้ลสั่นเทาด้วยความโกรธที่พุ่งทะลุปรอท "นี่แก... แกกล้าดียังไงถึงเอาแอปเปิ้ลตลาดนัดนี่มาเป็รางวัลระดับ 'สุดพิเศษ' ของระบบไร้เทียมทาน! แกกำลังล้อเล่นกับฉันใช่ไหมไอ้ระบบนรก!"
*[ระบบ: ใจเย็นๆ โฮสต์ สถานะร่างกายท่านตอนนี้เปราะบางเกินกว่าจะรับพลังระดับสูงได้ แอปเปิ้ลลูกนี้คือพันธุ์ 'ธรรมดาที่แสนพิเศษ' สรรพคุณคือ... แก้หิวและเติมพลังงานพื้นฐานได้หนึ่งมื้อ! ส่วนเมล็ดของมัน... ถ้าท่านปลูกได้สำเร็จและอดทนรอจนมันโต ท่านจะได้เห็นว่าของที่แท้จริงหน้าตาเป็อย่างไร]*
เขาสบถในใจอย่างเกรี้ยวกราด แต่ด้วยความหิวโหยที่กัดกินลำไส้ เขาจึงจำใจกัดกินแอปเปิ้ลนั้นจนหมดเหลือเพียงเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม เขาตัดสินใจห่อเมล็ดไว้ในเศษผ้าแล้ววางไว้ใต้กองฟางที่ใช้เป็หมอน ก่อนจะผล็อยหลับไปท่ามกลางความหนาวเย็นที่เสียดแทงกระดูก ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านรูรั่วบนหลังคา กลิ่นอับชื้นของฟางเก่าๆ และกลิ่นไอเย็นของดินปะทะจมูกตลอดทั้งคืน ร่างกายที่ซูบผอมของเขาไร้ซึ่งไขมันที่จะให้ความอบอุ่น
กลางดึก ฝนเริ่มตกหนักลงมาจากหลังคารั่วๆ กระทบหน้าผากของเขาจนสะดุ้งสุดตัว โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าฝนห่านี้ไม่ใช่ฝนธรรมดา แต่คือ 'ฝนทิพย์' ที่อัดแน่นด้วยพลังปราณ ซึ่งเปลี่ยนแปลงผืนดินที่แห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ในชั่วข้ามคืน
รุ่งเช้า หลี่เฉินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาด ร่างกายที่เคยสั่นสะท้านบัดนี้รู้สึกถึงการไหลเวียนของพลังงานบางอย่างที่แฝงอยู่ ก่อนที่จะเริ่มภารกิจพิชิตโลกในวันใหม่ เขาตัดสินใจจัดการกับความอัดอั้นและสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มด้วยการ 'ขัดจรวด' (ชักว่าว) อย่างตั้งอกตั้งใจจนโล่งโปร่งสบายตัว เพื่อเรียกสติและปรับสภาพจิตใจที่ฟุ้งซ่านให้กลับมามุ่งมั่น พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับงานหนักที่รออยู่เบื้องหน้า
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจส่วนตัว หลี่เฉินก็ก้าวออกไปนอกกระท่อมเพื่อสูดอากาศยามเช้า แต่ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู เขาก็ต้องยืนนิ่งค้าง... กลิ่นของดินที่เปียกชื้นหลังฝนตกหอมฟุ้งเข้าปะทะจมูก มันเป็กลิ่นที่สะอาดและเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่หาไม่ได้ในกระท่อมผุพัง ลานดินที่เคยแตกระแหงกลับมีหญ้าสีเขียวขจีขึ้นหนาแน่นราวกับปูพรม เขาไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสนี้รีบตรงไปขุดดินฝังเมล็ดแอปเปิ้ลลงไปทันที "ถ้าแกเป็ของจากระบบ ก็จงงอกเงยออกมาเลี้ยงชีพฉันทีเถอะ!" เขาเฝ้านั่งรออยู่ครู่ใหญ่แต่กลับไร้การตอบสนองใดๆ ดินยังคงนิ่งสนิท ไร้สัญญาณของยอดอ่อน หลี่เฉินจึงสบถด่าระบบอย่างเหลืออด ก่อนจะก้มลงคว้าหญ้าอ่อนรอบกระท่อมเข้าปากประทังความหิวอีกครั้ง
เมื่อท้องเริ่มพอมีแรง หลี่เฉินก็นึกถึงการหาเลี้ยงชีพ เขาเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านของผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอโอกาสในการทำงาน เขาพบเฒ่าผู้ใหญ่บ้านกำลังนั่งเครียดอยู่หน้าบ้าน เพราะคันนาทางทิศตะวันออกถูกฝนถล่มจนเสียหายหนัก น้ำในนาไหลนองไปทั่วทิศทาง เสียงน้ำไหลเซาะดินดังครืนๆ เป็ระยะ
"ท่านผู้ใหญ่ครับ! ข้าหลี่เฉิน... ข้าอยากขอรับงานในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็งานหนักแค่ไหน ข้าพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ท่านช่วยให้โอกาสข้าได้ไหมครับ?" หลี่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว แม้ร่างกายจะดูอ่อนแอจนดูน่าเวทนาในสายตาคนทั่วไป แต่แววตานั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ผู้ใหญ่บ้านมองเขาด้วยสายตาที่ยังคงไม่ไว้ใจ "เ้าเอาจริงรึ? งานที่คันนาทางทิศตะวันออกมันหนักหนามากนะ อีกอย่าง... ข้าไม่มีเงินจ้างเ้าหรอก มีแค่ 'มันเผา' ลูกเดียวเท่านั้นที่เป็ค่าตอบแทน ถ้าเ้าทำสำเร็จ"
"ตกลงครับ!" หลี่เฉินรับคำโดยไม่ลังเล เมื่อได้รับงานแล้ว เขาเริ่มออกสำรวจรอบหมู่บ้าน มองหาเศษไม้สองแผ่นที่พอจะใช้งานได้ เขาเดินลัดเลาะไปตามกองขยะหลังเรือนไม้เก่าๆ จนพบกับแผ่นไม้กระดานผุๆ สองแผ่นที่ถูกทิ้งไว้ข้างทาง เขาใช้หินก้อนใหญ่ขัดถูผิวไม้จนเรียบเนียนพอที่จะเขียนได้ ก่อนจะไปหยิบถ่านไม้ที่ยังคงมีความร้อนระอุหลงเหลือจากเตาไฟของชาวบ้านที่ทิ้งไป เขาใช้ถ่านไม้สีดำสนิทเขียนตัวอักษรลงบนแผ่นไม้ทั้งสองอย่างตั้งใจ ด้วยลายมือที่หนักแน่นและเด็ดขาด:
**[ร้านสารพัดรับจ้าง: งานหนัก งานเบา งานยาก งานง่าย... เราทำได้หมด!]**
เขาถือแผ่นไม้แผ่นแรกเดินตรงไปยังทางเข้าหลักของหมู่บ้านอย่างมั่นใจ ก่อนจะตอกมันติดไว้กับเสาไม้หน้าหมู่บ้านให้ใครต่อใครที่เดินเข้าออกได้เห็นชัดเจน จากนั้นเขาก็รีบเดินกลับมาที่กระท่อมของตนเองแล้วแขวนแผ่นไม้แผ่นที่สองไว้หน้าประตู เพื่อเป็การประกาศตัวตนอย่างเป็ทางการ แม้ร่างกายจะอ่อนแอจนหอบหายใจถี่ แต่สายตาของเขากลับมุ่งมั่นเกินกว่าจะถอยหลังกลับ
เขาจึงมุ่งหน้าไปยังคันนาที่เสียหายทันที ความจริงก็โถมเข้าใส่เขา ร่างกายนี้ไม่เคยผ่านการทำงานหนักมาก่อน มือที่เคยนุ่มนิ่มจากการเอาแต่เสวยสุขเริ่มพองแดงั้แ่สิบนาทีแรก หลี่เฉินหอบหายใจจนอกแทบะเิ เหงื่อไหลซึมจนตาพร่ามัว ทุกครั้งที่เขาพยายามยกดินเหนียวหนักๆ ขึ้นมา กล้ามเนื้อแขนและแผ่นหลังก็ประท้วงด้วยความเ็ปราวกับจะฉีกขาด
ระหว่างที่เขากำลังทำงาน กลุ่มชาวบ้านที่เดินผ่านมาต่างหยุดดูด้วยแววตาดูแคลน ชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่ชื่อ 'ต๋า' เดินเข้ามาขวางทาง "นี่ หลี่เฉิน เ้าคิดว่างานซ่อมคันนาเป็เื่เล่นๆ งั้นรึ? ดูสิ ขุดจอบยังไม่ถูกจังหวะเลย ดินที่เ้าเอามาปูฐานน่ะ มันเหลวเกินไป เดี๋ยวฝนตกลงมาอีกรอบ คันนาที่เ้าทำก็พังไม่เป็ท่าหรอก"
หลี่เฉินไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ เขาเพียงแค่หอบหายใจพลางปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา "ข้าทำได้ ข้าจะทำให้ดู"
ต๋าหัวเราะหึๆ "ก็เอาสิ แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้ามันพังพรุ่งนี้ อย่าหวังว่าผู้ใหญ่บ้านจะให้มันเผาเ้าแม้แต่หัวเดียว"
ไม่นานนัก หลังจากต๋าเดินจากไป 'พรานหง' อีกคนในหมู่บ้านก็เดินเข้ามา แกล้งทำเป็สะดุดแล้วเดินเหยียบกองดินที่หลี่เฉินเพิ่งเตรียมไว้จนแบนติดพื้น "อุ๊ย! ขอโทษที ข้าไม่ทันเห็นกองดินของเ้า... เอ๊ะ หรือว่ามันไม่ใช่กองดิน? ก็เ้าวางกองดินไว้ระเกะระกะขวางทางข้าเองนี่นา"
ความโกรธแล่นขึ้นสู่ใบหน้า แต่หลี่เฉินรู้ดีว่าความอ่อนแอของร่างกายทำให้เขาไม่สามารถสู้แรงคนพวกนี้ได้ เขาทำได้เพียงกัดฟัน ขุดดินขึ้นมาใหม่ด้วยมือที่สั่นเทาและพองแดง เสียงถอนหายใจและเสียงหอบดังสลับกับเสียงจอบกระทบดินเปียกชื้น กลิ่นโคลนฉุนกึกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทุกครั้งที่ยกดินขึ้น กล้ามเนื้อแขนของเขาก็สั่นริกๆ เหมือนจะหมดแรง ทุกย่างก้าวดูเชื่องช้าและหนักอึ้ง
เขาเริ่มเปลี่ยนวิธี! เขาค่อยๆ สังเกตการวางตัวของชั้นดิน เรียนรู้วิธีการใช้จอบ เรียนรู้วิธีการวางตำแหน่งเท้าให้มั่นคงและใช้แรงส่งจากสะโพกแทนการฝืนใช้แค่แรงแขน เขาเริ่มขุดร่องระบายน้ำเล็กๆ ด้านข้างเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนขังจนกัดเซาะฐานดินอีกรอบ เขาทำเป็โซนๆ โดยเริ่มจากซ่อมฐานล่างให้แน่นก่อนจะขึ้นโครงสร้าง้า งานแต่ละชิ้นที่เขาทำออกมาเริ่มเรียบเนียนและได้ระดับอย่างน่าประหลาด ชาวบ้านที่เคยหัวเราะเยาะต่างค่อยๆ เงียบเสียงลงเมื่อเห็นความพยายามที่ต่อเนื่องของชายหนุ่มที่เคยถูกตราหน้าว่าี้เี
เมื่อถึงเย็นค่ำ คันนาที่พังพินาศถึงได้กลับมาดูมั่นคงและสวยงาม ราวกับถูกสร้างขึ้นโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ เฒ่าผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามาสำรวจงานและถึงกับอ้าปากค้าง พยักหน้าด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุดพร้อมยื่นมันเผาให้อย่างที่สัญญาไว้
เมื่อกลับมาถึงกระท่อม หลี่เฉินแทบจะคลานเข้าบ้านด้วยความหมดแรง ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนแตกสลายเป็เสี่ยงๆ ระบบแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง *[ระบบ: วิเคราะห์สถานะร่างกาย: กล้ามเนื้อฉีกขาดเล็กน้อย, ขาดสารอาหารขั้นรุนแรง, พลังกายเหลือ 0.5/10! โฮสต์ ท่านจะตายเอาได้นะถ้ายังฝืนแบบนี้!]*
เขามองไปที่หลุมที่ฝังเมล็ดแอปเปิ้ลไว้ แต่สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงผืนดินที่ว่างเปล่าเรียบสนิท ไม่มีวี่แววของยอดอ่อนใดๆ ทั้งสิ้น! หลี่เฉินยืนนิ่งค้าง ความเหนื่อยล้าพุ่งขึ้นสู่สมองจนแทบจะร้องไห้ออกมา "ไอ้ระบบเวร! นี่แกหลอกให้ฉันกินแอปเปิ้ลเน่าแล้วเอาเมล็ดปลอมมาให้ปลูกงั้นเรอะ!"
เขาได้แต่นั่งมองผืนดินที่ว่างเปล่าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก คืนนั้นเขาได้แต่นอนหอบหายใจและเฝ้ารอด้วยความหวังที่ริบหรี่ ว่าในวันพรุ่งนี้ สิ่งที่เขาฝังลงไปจะเริ่มส่งสัญญาณการเติบโตขึ้นมาจริงๆ หรือว่านี่จะเป็เพียงบททดสอบความอดทนของเขาในโลกใบใหม่แห่งนี้กันแน่ แม้หนทางจะยังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เขาก็พร้อมที่จะก้าวข้ามทุกความยากลำบากไปพร้อมกับความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง ความเงียบสงัดของหมู่บ้านชิงอวิ๋นในยามค่ำคืนนี้เปรียบเสมือนผืนผ้าใบว่างเปล่าที่รอให้เขาเขียนเื่ราวการสร้างอาณาจักรของตนเอง และนี่คือเื่ราวของเด็กหนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ที่กำลังจะเริ่มต้นบทบาทใหม่ที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านแห่งนี้
---
*ความพยายามในการซ่อมคันนาครั้งนี้ไม่ได้เป็เพียงแค่การทำงานแลกอาหาร แต่มันคือการประกาศตัวตนครั้งใหม่ที่หลี่เฉิน้าให้ทุกคนในหมู่บ้านได้รับรู้ ว่าเขาไม่ได้มีเพียงแค่ร่างกายที่อ่อนแอเท่านั้น แต่เขายังมีหัวใจที่แกร่งกล้าและสติปัญญาที่จะสร้างสรรค์อนาคตด้วยมือของตนเอง แม้ความหวังในเมล็ดแอปเปิ้ลจะยังมืดมน แต่อย่างน้อยในวันนี้เขาก็พิสูจน์ให้
เห็นแล้วว่า 'หลี่เฉินคนี้เี' ได้กลายเป็อดีตไปแล้วอย่างแท้จริง*