พรุ่งนี้นางจะเข้าไปถอนเงินในเมืองถือโอกาสแวะดูว่ามีร้านค้าที่เหมาะสมหรือไม่ ถ้ามีจะได้จับจองไว้เลย
เพียงแค่คิด รอยยิ้มก็ยิ่งพราวพร่างหลี่ไหวฺอวี้มองจนตาค้างไปชั่วขณะ สาวน้อยผู้นี้นับวันก็ยิ่งงดงาม
“มัวแต่เหม่ออะไรอยู่เล่า?ลุกขึ้นมาเปลี่ยนยาได้แล้ว!”
เห็นอีกฝ่ายมองตนเองตาค้างหมิงเป่าจูก็ขึงตาใส่ เร่งให้เขาลุกขึ้นมาเปลี่ยนยา
หลี่ไหวฺอวี้ตอนนี้คือมังกรเกยตื้น[1]นางเป็นเพียงปลาคาร์พน้อย ย่อมสามารถกำราบได้โดยง่ายดาย
หมิงเป่าจูช่วยประคองแผ่นหลังของหลี่ไหวฺอวี้ให้อีกฝ่ายลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงใช้กรรไกรตัดผ้าพันแผลที่หน้าท้องออกอย่างเบามือยาน้ำสมุนไพรส่วนใหญ่ซึมเข้าแผลไปหมดแล้ว เหลือเพียงกากยาที่ปะปนมากับคราบเลือดติดอยู่บนผ้าที่แกะออก
“แผลฟื้นฟูเร็วดีจริงๆ”
หมิงเป่าจูรำพึงออกมาประโยคหนึ่งคนฝึกยุทธ์ก็ดีอย่างนี้ ร่างกายแข็งแรง แม้แต่บาดแผลก็ยังสมานได้ดีกว่าคนทั่วไป
“นั่นก็ต้องขอบคุณหัตถ์เทพคืนวสันต์[2]ของท่านหมอหมิงมิใช่หรือ!” หลี่ไหวฺอวี้เอ่ยกลั้วยิ้ม
“รู้ก็ดี!”หมิงเป่าจูพยักหน้ารับอย่างชอบธรรม
นางนำผ้าฝ้ายชุบน้ำในอ่างที่เพิ่งยกเข้ามาบิดให้แห้งแล้วเช็ดรอบๆ บริเวณบาดแผล
ถึงแม้จะเบามือและอ่อนโยนที่สุดแล้วก็ยังได้ยินเสียงสูดหายใจอย่างอดกลั้นจากเหนือศีรษะ “ยานี้ต้องเปลี่ยนทุกวัน ท่านก็อดทนหน่อยแล้วกัน”
ด้วยสภาวะพื้นฐานร่างกายของเขาไม่เกินห้าวันความเจ็บปวดจะไม่รุนแรงเช่นนี้อีก
แผลที่เอวถูกกดและเช็ดซ้ำๆแน่นอนว่าต้องเจ็บปวดเป็นธรรมดา ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่ไหวฺอวี้ทรมานยิ่งกว่ากลับเป็นสัมผัสจากฝ่ามือเล็กๆคู่นั้นที่ประคองอยู่บริเวณเอวของเขา
นี่คือจุดอ่อนที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้จุดอ่อนที่น่าขายหน้าเช่นนี้ เขาไม่เคยให้ผู้ใดล่วงรู้มาก่อน ไม่นึกว่าจะพลาดท่าให้หมิงเป่าจูแตะต้องเข้าโดยบังเอิญ
มือน้อยๆ ค่อยๆ เลื่อนไปตามการทำแผลราวกับจงใจทรมานเขาโดยเฉพาะ เขาอดกลั้นไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆๆ โอ๊ย!”
หัวเราะได้ไม่กี่ครั้งก็ต้องลิ้มรสกับผลที่ตามมาเพราะหัวเราะแรงเกินไปจนกระทบแผลเข้า
หมิงเป่าจูได้ยินเขาหัวเราะขึ้นมากะทันหันก็จับต้นชนปลายไม่ถูกมองเห็นเพียงหยดเลือดซึมออกมาตามฝีเย็บ ก็ตีไปที่ไหล่ของหลี่ไหวฺอวี้หนึ่งที แต่ไม่กล้าแตะต้องส่วนอื่น
“ท่านอยากตายหรือไร!”
เนื่องจากตอนนี้หลี่ไหวฺอวี้เปลือยท่อนบนหมิงเป่าจูก็ไม่ได้ควบคุมแรงมือ เสียงจึงดังกังวานไปทั่วบ้านเก่าของสกุลหมิง
บริเวณที่ถูกตีปรากฏรอยนิ้วมือห้านิ้วแดงขึ้นมาเดิมทีหลี่ไหวฺอวี้ก็ไม่ใช่คนผิวคล้ำ เมื่อวานสูญเสียเลือดไปมาก จึงยิ่งดูซีดเซียวไปทั้งตัวด้วยเหตุนี้รอยฝ่ามือจึงยิ่งชัดเจน
หมิงเป่าจูรีบหดมือกลับราวกับแตะถูกเผือกร้อนลวกมือ[3]พลางผลักหลี่ไหวฺอวี้ออกไปเล็กน้อย
อีกฝ่ายเซถอยหลังไปสองก้าวถึงทรงตัวอยู่เขามองมาที่นางด้วยสีหน้างุนงง ใบหน้าของหมิงเป่าจูแดงก่ำราวกับท้องนภายามอัสดง แต่แผลยังทำไม่เสร็จจะลุกไปตอนนี้ก็กระไรอยู่
แต่ก็ยังตระหนักได้ภายหลังว่าตนเองอาจแตะต้องถูกจุดอ่อนไหวที่เอวของเขาเข้า“ขะ... ข้าจะพยายามเลี่ยง ไม่ให้แตะถูกอีก เมื่อครู่... เมื่อครู่ขออภัยด้วย”
คราวนี้หมิงเป่าจูรีบก้มหน้ายอมรับผิดอย่างไรเสียก็เป็นตนเองที่ไม่ระวัง ซ้ำยังไปตีเขาอีก ทั้งที่เขาบาดเจ็บเพราะนางแท้ๆเมื่อคิดได้เช่นนี้ ก็รู้สึกว่าตนเองไม่ควรแสดงออกเช่นนั้นเลย
นางเข้าไปทำแผลให้อีกครั้งดีที่เช็ดคราบเลือดและกากยาออกไปพอสมควรแล้ว จึงค่อยๆ ทายาที่บดไว้อย่างระมัดระวังจากนั้นก็พันผ้าพันแผล
ขณะพันไปทางด้านหลังยากจะเลี่ยงความใกล้ชิด หมิงเป่าจูพยายามรักษาระยะห่างอย่างดีที่สุด แต่พอเข้าไปใกล้สัมผัสไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย พวงแก้มก็ร้อนผ่าวขึ้นมา
นางเร่งมือโดยไม่รู้ตัวแต่ยังตระหนักได้ว่าต้องเบามือและนุ่มนวลไม่พันแน่นเกินไป
หลี่ไหวฺอวี้กางแขนยืนตัวตรงก้มลงมองศีรษะเล็กจ้อย ที่ส่ายไปมาอยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว สายตาพลันเหลือบไปเห็นภายในคอเสื้อที่คลายหลวม
เห็นเค้าโครงรูปร่างที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่อย่างเลือนรางก็รู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า รีบละสายตาพลางด่าทอตนเองในใจว่าเดียรัจฉาน!
เมื่อเห็นลำคอขาวของคนตรงหน้าค่อยๆแดงระเรื่อขึ้นมา หมิงเป่าจูรู้สึกแปลกใจ พอเงยหน้าขึ้น ใครบางคนก็เบือนหน้าหนี จากมุมนี้หมิงเป่าจูก้มหน้าลงอย่างช้าๆ
“…”
อาภรณ์หลายชุดที่สั่งตัดจากร้านผ้าซ่างจิ่นยังไม่ได้ไปเอาดูท่าพรุ่งนี้ตอนไปถอนเงินก็ควรแวะไปรับเสื้อผ้ากลับมาในคราวเดียวกัน
หมิงเป่าจูอยู่ในท่านั่งยองๆขณะที่หลี่ไหวฺอวี้ยืนตัวตรง ท่าทางเช่นนี้ หากมองจากด้านหลังก็เหมือนคนสองคนกำลังสวมกอดกัน
หมิงเป่าอวี้เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องก็ชะงักฝีเท้ามองพี่สาวที่หันหลังให้เขา จากนั้นก็มองพี่ไหวฺอวี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามและมองเห็นตนเองแล้วก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ถอยกลับไปที่ลานบ้านอย่างเชียบก่อนไปยังไม่ลืมส่งสายตาให้กำลังใจหลี่ไหวฺอวี้อีกหนึ่งที
“…” หลี่ไหวฺอวี้อดขำไม่ได้
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นหมิงเป่าจูทำอาหารเช้าเสร็จ ก็ปลุกเรียกน้องชายที่ยังอยู่ในห้วงนิทรา มอบหมายให้เขาดูแลหลี่ไหวฺอวี้ให้ดีและบอกว่าวันนี้นางจะเข้าเมือง อาจกลับมาช้าหน่อย
“อ้อ ในหม้อที่ห้องครัวมีไข่ตุ๋นอยู่ตื่นแล้วก็อย่าลืมกินเล่า” คิดแล้วก็กำชับอีกครั้ง
หลี่ไหวฺอวี้ได้รับบาดเจ็บระหว่างการฟื้นฟูจำเป็นต้องบำรุง ช่วงเวลานี้จะขาดตกบกพร่องมิได้เป็นอันขาด
เมื่อวานหยวนต้าจวงนำไข่ไก่มาให้อีกสองตะกร้าเห็นว่าเขาตั้งใจจะมอบให้ ประกอบกับนึกถึงหลี่ไหวฺอวี้ นางจึงไม่ปฏิเสธอีก วันนี้เลยนำมาทำเป็นอาหารเช้าบำรุงร่างกายได้พอดี
หมิงเป่าอวี้ที่ยังงัวเงียอยู่พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายแล้วพลิกตัวหลับต่อ
หมิงเป่าจูหัวเราะออกมาลูบผมน้องชายเบาๆ จากนั้นก็สะพายกระบุงขึ้นหลังออกจากบ้านไป
“เถ้าแก่ ครั้งนี้เบิกเงินได้แล้วใช่หรือไม่?” หมิงเป่าจูเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มงดงาม คิดถึงเงินที่จะได้ก็เบิกบานใจแล้ว
หลงจู๊โรงรับฝากเงินจวี้เฟิงเห็นเข้าก็ร้องทัก “อ้าว เจ้าอีกแล้วรึ แม่นางน้อย ได้ๆ รอเดี๋ยว ข้าจะไปเอาเงินมาให้!”
หลงจู๊หันหลังกลับไปปลดพวงกุญแจที่ห้อยอยู่ที่เอวไขเปิดลิ้นชัก หยิบถุงเงินออกมาส่งให้หมิงเป่าจู จากนั้นก็หยิบเหรียญทองแดงอีกพวงจากลิ้นชักยื่นออกมาจากช่องประตูเล็กหน้าโต๊ะสูง
“เงินของท่านทั้งหมดหกสิบตำลึงนับดูได้ นอกจากนี้ก็ยังมีดอกเบี้ย รวมหกสิบเหวิน ท่านเก็บให้ดี!”
“ข้าย่อมเชื่อมั่นในชื่อเสียงของโรงรับฝากเงินจวี้เฟิงอยู่แล้วขอบคุณเถ้าแก่ ข้าไปล่ะ!”
มือข้างหนึ่งรับถุงเงินที่หนักอึ้งไว้ส่วนอีกข้างก็รับพวงเหรียญทองแดง จากนั้นก็โบกมือลาอย่างสง่างาม ก่อนจะเดินออกจากโรงรับฝากเงินจวี้เฟิงไปโดยไม่ก้มลงมอง
“แม่นางน้อยคนนี้ช่างน่าสนใจดีจริงๆ”หลงจู๊มองหมิงเป่าจูที่จากไป พลางพึมพำกับตัวเอง
หลังออกจากโรงรับฝากเงินจวี้เฟิงหมิงเป่าจูก็ตรงไปที่หอหมื่นสมบัติ ทั้งสองแห่งอยู่ไม่ไกลกัน เดินทางเพียงครู่เดียวก็ถึง
“แม่นางหมิงมาแล้ว!”จางซานกับจางซื่อเห็นหมิงเป่าจูแต่ไกล ก็เอ่ยปากทักทาย “ไม่เจอกันนาน วันนี้มีสมุนไพรดีๆอะไรมาประมูลหรือไม่?”
“ไม่มีหรอกวันนี้ข้ามาหาผู้ดูแลซ่ง รบกวนช่วยแจ้งให้ได้หรือไม่?” รบหมิงเป่าจูเอียงคอถามด้วยรอยยิ้ม
“โอ๊ย! พูดอะไรเช่นนั้นแม่นางหมิงมาทั้งที จะต้องแจ้งอันใดเล่า เชิญเข้าไปได้เลยขอรับ!”
จางซานเกาศีรษะพลางหัวเราะจางซื่อผายมือเชื้อเชิญ
ทั้งสองคนภายนอกดูดุดันน่ากลัวก็จริงแต่พอรู้จักกันนานวันเข้า ก็พบว่าทั้งสองเป็นเพียงชายร่างใหญ่ที่ตรงไปตรงมา หมิงเป่าจูชอบคบหากับคนนิสัยเช่นนี้เรียบง่ายไร้เล่ห์เหลี่ยม ต่างกับคนที่นางกำลังจะไปพบในอีกไม่ช้า
หลังจากเดินเข้าไปในหอหมื่นสมบัติแล้วนางก็ไม่แวะที่อื่น มุ่งตรงไปที่เรือนด้านหลัง
ปกติหากไม่มีการประมูลซ่งอี้จะพักอยู่ที่เรือนด้านหลัง นางมาที่นี่หลายครั้งแล้ว จึงรู้ว่าห้องใดเป็นห้องของเขา
หมิงเป่าจูเคาะประตูเบาๆก็มีเสียงถามขึ้นมาจากในห้อง “ผู้ใด?”
หมิงเป่าจูชะงักไปชั่วครู่เสียงฟังดูเข้มงวดเจือแววเย็นชา เป็นน้ำเสียงที่นางไม่เคยได้ยินจากซ่งอี้มาก่อน
[1] มังกรเกยตื้น(龙游浅滩) มาจากสำนวนเต็มที่ว่ามังกรเกยตื้นถูกกุ้งเย้าหยอก พยัคฆ์ตกที่ราบถูกสุนัขรังแก (龙游浅水遭虾戏,虎落平阳被犬欺) หมายถึง ยามวีรบุรุษหรือผู้ยิ่งใหญ่เสื่อมอำนาจบารมีก็ถูกคนพาลข่มเหงรังแกได้
[2] หัตถ์เทพคืนวสันต์(妙手回春) หมายถึง แพทย์ที่มีทักษะการรักษาสูงส่งสามารถช่วยชีวิตคนใกล้ตายหรือไร้ทางเยียวยาให้ฟื้นกลับคืนมาได้
[3] เผือกร้อนลวกมือ(烫手山芋) ใช้เปรียบกับเรื่องราวหรือปัญหาที่แก้ไขยากรับมือยาก