ตอนที่ 26 เวลาอันสมควร
ณ ดินแดนเอลฟ์
ตระกูลเอลฟ์ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็ราชวงศ์ระดับสูงสุด ภายในตระกูลกำลังเกิดความโกลาหลวุ่นวาย หลังจากบุตรีเพียงคนเดียวของหัวหน้าตระกูลหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขากลับพบนางอีกครั้งเมื่อสามวันที่แล้ว โดยนางได้ทำลายวัตถุวิเศษที่บิดามอบให้เพื่อขอความช่วยเหลือ ตอนที่นางถูกจับไปเป็ทาส เหล่าทาสจะถูกใส่ปลอกคอเหล็กเวทย์และปลอกแขนเหล็กเวทย์ไว้ มันทำให้สูญเสียทั้งพลังกายทั้งพลังเวทย์ นางไม่มีแรงมากพอจะทำลายวัตถุวิเศษที่บิดามอบให้
ข้างในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งเป็ห้องของผู้นำตระกูล เอลฟ์สองตนกำลังยืนสนทนากัน
“ไม่คิดเลยว่าคุณหนูจะถูกพวกมนุษย์ชั้นต่ำจับตัวไปเป็ทาส ท่านหัวหน้าตระกูล เราต้องกวาดล้างพวกมันเพื่อกู้คืนศักดิ์ศรีของคุณหนู” หัวหน้าเอลฟ์ฝ่ายทหารประจำตระกูลเอ่ยขึ้นกับผู้นำตระกูล เผ่าเอลฟ์เย่อหยิ่งถือตนเหนือผู้ใด มีแค่ไม่กี่เผ่าพันธุ์บนโลกที่เผ่าเอลฟ์ยอมรับว่าแข็งแกร่ง
ผู้นำตระกูลราชวงศ์ระดับสูงสุดทอดมองออกไปยังนอกหน้าต่าง บนใบหน้าของเขาราบเรียบไร้อารมณ์ใดๆ ท่าทางของเขาสงบเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด “ถ้าเรานำทัพไปรบ ดินแดนเอลฟ์จะขาดกองกำลังหลักในการต้านทานเผ่าอื่นๆ เราจะไม่เพิ่มจำนวนข้าศึก แค่ต้องสู้กับแปดเผ่าพันธุ์ก็กดดันดินแดนเอลฟ์มากพอแล้ว ข้าไม่เข้าใจไอ้าาบ้านั่นเลยจริงๆ” ผู้นำตระกูลเว้นจังหวะพูดราวสามลมหายใจ เขาหันกายมาทางหัวหน้าเอลฟ์ฝ่ายทหารประจำตระกูล “ลูกสาวข้าเป็อย่างไรบ้าง”
สีหน้าเคร่งเครียดของหัวหน้าเอลฟ์ฝ่ายทหารพลันแปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มยินดี มันเครียดเกี่ยวกับการหายไปของบุตรีแห่งราชวงศ์เอลฟ์ระดับสูงสุดอย่างมาก พวกมันต่างตัดใจในเื่นี้หมดแล้ว ไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่านางจะมีชีวิตรอดจนกลับมายังดินแดนเอลฟ์ได้ “คุณหนูกลับมาแข็งแรงปกติแล้วขอรับ แต่ว่า ดูเหมือนคุณหนูจะกินมากขึ้นจนน่าประหลาด”
“ปกติของเด็กวัยกำลังโต” ผู้นำตระกูลกล่าว
“ข้าว่านี่ไม่ใช่เื่ปกติแล้วท่านผู้นำ วันนี้นางกินเนื้อย่างแพะูเาไปมากกว่าสามร้อยกิโลแล้ว ปริมาณการกินนี้มากกว่าเด็กสาวเอลฟ์ในวัยเดียวกันถึงหนึ่งร้อยเท่า” หัวหน้าเอลฟ์ฝ่ายทหารอธิบาย
เมื่อผู้นำตระกูลได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเขาพลันกลับกลายเป็ตกตะลึงลาน ปริมาณการกินนี้มันมากเกินไปจริงๆ “ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากสภาผู้าุโเอลฟ์โดยตรง ข้า้าให้คนมีฝีมือระดับผู้าุโตรวจร่างกายลูกสาวข้าให้ละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปรสิตใดในร่างกายของลูกสาวข้า เ้าพวกมนุษย์ต่ำช้า…”
“รับทราบขอรับท่านหัวหน้าตระกูล ข้าจะไปจัดเตรียมของให้” หัวหน้าเอลฟ์ฝ่ายทหารโค้งคำนับก่อนเดินออกจากห้องไป
………………………………………………………………………
ในขณะนี้เองที่ราชอาณาจักรลาบอน ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ในพระราชวัง ห้องโถงนี้กลายเป็ที่เลี้ยงดูเด็กทารกที่รอดชีวิตมาโศกนาฏกรรมโรงแพทย์อาณาจักร มีหน่วยแพทย์หญิงดูแลไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน ส่วนจำนวนเด็กทารกภายในห้องนี้มีมากกว่าหนึ่งร้อยคน ทันใดนั้น องค์าาพลันสืบเท้าผ่านประตูเข้ามา
าาตกเป็เป้าสายตาของบรรดาหน่วยแพทย์หญิงในทันที พวกนางคุกเข่าเคารพแทบไม่ทัน สุ้มเสียงเรียกขานของหญิงแพทย์ทั้งหมดล้วนดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง “ฝ่าา”
“พวกเ้าออกไปให้หมด” น้ำเสียงของาาเ็าประดุจน้ำแข็ง หน่วยแพทย์หญิงหันมองหน้ากันไปมาด้วยความฉงน แต่ใครเล่าจะกล้าขัดคำสั่งของาา พวกนางต่างก้มเคารพคราวหนึ่งก่อนเดินออกจากห้องโถงไป
พื้นที่ซึ่งมีเด็กทารกมากกว่าร้อยคน มันกลับเงียบสงัดโดยสิ้นเชิงดุจป่าช้า เด็กทารกส่วนใหญ่คล้ายนอนหลับกันอยู่ บางคนก็ตื่นอยู่แต่ไม่ส่งเสียงร้องใดๆ องค์าาเปิดใช้สกิลแผ่ัั เขาเคลื่อนสายตาไปหยุดลงที่เด็กทารกคนหนึ่ง องค์าาก้าวขาเดินเข้าไปหาเด็กคนนั้นไม่ช้าไม่เร็ว
ฝีเท้าของาาหยุดชะงักลงที่เด็กทารกคนหนึ่ง เขาสอดแขนโอบอุ้มเด็กคนนั้นขึ้นมาพร้อมเผยรอยยิ้มตรงมุมปาก มันเป็รอยยิ้มที่อบอุ่นอย่างมาก เพียงชั่วพริบตาเดียว รอยยิ้มนั้นก็กลับกลายเป็ความสงบ “์คงเข้าข้างบิดา เพื่อให้เ้าได้สืบทอดบัลลังก์โดยชอบธรรมต่อจากข้า”
ภายใต้ความเงียบงัน จู่ๆ เด็กทารกที่องค์าาอุ้มขึ้นก็ส่งเสียงร้องเอ๊าะแอ๊ะเบาบาง เด็กทารกคนนั้นยื่นมือสองข้างที่แสนอวบอิ่มมาทางาา ใบหน้าของทารกประดับด้วยรอยยิ้มซื่อใสบริสุทธิ์ ฝ่ามือขององค์าาลูบผ่านใบหน้าของเด็กทารกตัวน้อยอย่างอ่อนโยน
“แม้ข้าเคยได้รับสมญานามว่าาาผู้โเี้ ถึงกระนั้น ข้าก็มิอาจลงมือฆ่าเ้าตามคำแนะนำของหัวหน้าสมาคมนักปรุงยาได้ เ้าเป็สิ่งเดียวที่นางหลงเหลือไว้ให้กับข้า…” องค์าากล่าวจบ เขาก็ะโเสียงดังลั่น “เข้ามาได้แล้ว”
ทันใดนั้น องค์าาพลันใช้เวทย์เทเลพอร์ตพาทั้งทารกและตนเองวาปหายไป
เหล่าหน่วยแพทย์หญิงที่เฝ้ารออยู่ข้างนอกล้วนสะดุ้งโหยงด้วยความใ พวกนางพากันวิ่งกรูเข้ามาอย่างรีบร้อน กลัวว่าศีรษะจะหลุดออกจากบ่า แต่เมื่อพวกนางเข้ามาถึงกลับพบว่า องค์าาได้หายตัวไปแล้ว
“องค์าาคงเดินทางด้วยเทเลพอร์ตเหมือนดั่งปกติ”
“นี่น่ะเหรอาาผู้โเี้ บรรยากาศน่าขนลุกมากๆ!”
“เ้าน่ะ! อย่าพูดเช่นนั้นเชียวนะ! ระวังศีรษะหลุดจากบ่าโดยไม่รู้ตัว!”
………………………………………………………………
เหตุการณ์โกลาหลวุ่นวายนั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว นี่ย่างกรายสู่เดือนที่สามเข้าไปแล้ว สิ่งมีชีวิตที่เคยสร้างความสะพรึงกลัวต่อราชอาณาจักรลาบอนได้หายไปอย่างสิ้นเชิง มันหายไปโดยไร้เบาะแสหรือข้อมูลใดๆ แน่นอน พวกชาวบ้านย่อมเข้าใจว่าทางทหารได้กำจัดกองทัพปีศาจหรือขับไล่มันไปแล้ว แต่ทว่า คนที่มียศหรือตำแหน่งสูงนั้นทราบในเื่นี้ดี สิ่งมีชีวิตที่ทางสมาคมกิลนักผจญภัยมอบระดับอันตรายให้ที่ SS มันได้หายตัวไป…
เดือนแรก พวกที่ทราบเื่ยังวิตกกลัวอยู่บ้าง
เดือนสอง พวกที่ทราบเื่เริ่มไม่กลัวกันแล้วต่างคิดว่ามันหนีไปแล้ว
เดือนสาม พวกที่ทราบเื่ตัดสินใจปล่อยข่าวว่าเป็คนจำกัดปีศาจร้ายที่ทางสมาคมกิลนักผจญภัยให้ระดับอันตรายอยู่ที่SS
นี่แน่นอนว่า เมื่อบรรดาชาวบ้านประชาชนได้ทราบเื่ พวกเขาต่างยกย่องเชิดชูองค์าาและกองกำลังทหารประหนึ่งพระเ้าก็มิปาน เื่ราวนี้ใหญ่โตจนราชอาณาจักรข้างเคียงต่าง้าข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ แม้กระทั่ง สามราชอาณาจักรมหาอำนาจของดินแดนมนุษย์ยังให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม คล้ายาาแห่งราชอาณาจักรลาบอนจะปิดข่าวเก่งเกินไป ไม่มีข้อมูลใดหลุดรอดออกมาได้เลย ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นหายไปปราศจากร่องรอย ไม่ใช่ตายเพราะน้ำมือของพวกเขา…
ในวันนี้ มันเป็วันเฉลิมฉลองตำแหน่งองค์รัชทายาทแห่งราชอาณาจักรลาบอนแก่เด็กทารกที่มีอายุเพียงหนึ่งพรรษาเศษๆ อย่างไรก็ตาม เขายังคงเป็ลูกคนเดียวของาาแห่งราชอาณาจักรลาบอน การจัดงานในครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนๆ บุคคลที่มีตำแหน่งระดับสูงต่างเข้าร่วมงาน รวมถึงชาวบ้านธรรมดาอีกด้วย
ในขณะนี้เอง ณ คุกร้อยชั้นที่ลึกลงไปใต้ดิน นี่เป็คุกลับที่ทางผู้มีตำแหน่งระดับสูงในราชอาณาจักรลาบอนปกปิดมันไว้ แต่ด้วยความสามารถของเอเลี่ยนไวท์ เขาล้วนััถึงจำนวนนักโทษภายในคุกร้อยชั้นนี้ มันเป็แหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีเลยทีเดียว
“ถึงเวลาอันสมควรแล้ว” ไวท์แสยะยิ้มกว้างพร้อมกับแหงนศีรษะขึ้นมองไปยังเพดานดินชั้นบนสุด