เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 64 คาดเดาในพระประสงค์

            สามวันผ่านไปในชั่วพริบตา

            ตอนนี้เป็นยามอาทิตย์อัสดงแสงสีส้มอันอบอุ่นสาดส่องบนผืนดิน

            “คุณหนูอาภรณ์ชุดนี้งดงามจริงๆ เจ้าค่ะ”

            ฝูเอ๋อร์มองใบหน้าโฉมสะคราญที่สะท้อนอยู่ในกระจกทองแดงด้วยสีหน้าประหลาดใจ

            เห็นเพียงว่าเครื่องหน้าของไป๋เซี่ยเหอดุจภาพวาดภายใต้คิ้วใบหลิวมีดวงตาคู่หนึ่งที่ทั้งดำขลับทั้งสุกใสเปล่งประกายแห่งจิตวิญญาณ ดั้งจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากเล็กแดงเรื่อราวกับผลอิงเถา[1]

            บนร่างของนางสวมอาภรณ์สีแดงที่ทำจากผ้าดิ้นอวิ๋นหรงด้านบนเป็นดอกเสาเย่าบานสะพรั่ง โดยปะปนทั้งของจริงและปลอม ยามก้าวเดินชายประโปรงย่อมพลิ้วไหวอย่างเปล่งประกาย

            ท่าทีเอ้อระเหยและเย่อหยิ่งราวกับจิ้งจอกชุดกระโปรงแดงขับความงดงามของนางอย่างหาที่เปรียบมิได้

            ไป๋เซี่ยเหอเห็นฝูเอ๋อร์ที่แทบน้ำลายไหลก็ยื่นมือไปดีดหน้าผากของนางอย่างไม่เบาไม่หนักนัก “ยังไม่ไปอีก”

            ฝูเอ๋อร์ลูบหน้าผากพลางยิ้มตาหยี“ต้องโทษที่คุณหนูมีรูปโฉมงดงามเกินไปไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”

            เมื่อเปิดประตู สายตาของเซี่ยถิงที่ยืนรอตัวตรงอยู่ข้างนอกก็แข็งค้างโดยพลันมีแสงที่สลัวจนแทบมองไม่เห็นผุดขึ้นในส่วนลึกของดวงตา แต่เพียงชั่วพริบตาก็หายไป

            เขาถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะคารวะด้วยความเคารพ“คุณหนูใหญ่ รถม้าเข้าวังเตรียมไว้ด้านนอกเรียกร้อยแล้วขอรับ”

            หน้าประตูจวน

            เป็นเพราะไป๋เหล่าฮูหยินไม่สบายกะทันหันจึงไม่สะดวกที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยง ส่วนไป๋เสียนอันนั้น หลังจากเข้าวังไปแล้วก็รั้งรออยู่ในวังเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงดังนั้นจึงมีเพียงไป๋หว่านหนิงกับไป๋ซูเหอสองคนที่ยืนรออยู่ข้างนอก

            เมื่อเหลือบเห็นนิ้วที่หนาวเหน็บจนขึ้นสีแดงของไป๋หว่านหนิงไป๋เซี่ยเหอก็เอ่ยถามอย่างส่งๆ “รอนานแล้วกระมัง?”

            วันนี้ไป๋หว่านหนิงสวมชุดกระโปรงยาวสีน้ำทะเลและไม่มีเสื้อคลุมที่ด้านหลัง

            “ไม่หรอก”

            ไป๋หว่านหนิงขบฟัน ทว่านางดันไม่มีทางเลือกเสียนี่เพราะนางเป็นบุตรีของอนุภรรยา จะไม่รอก็ไม่ได้

            “วันนี้เจ้าสวมชุดผ้าดิ้นอวิ๋นหรงจริงหรือ? ไม่กลัวว่าจะโอ้อวดเกินไปหรือ?”

            น้ำเสียงและแววตาของนางเต็มไปด้วยเจตนาร้ายนางปรารถนาที่จะกรีดชุดหวาฝูที่ตนเองไม่ได้ครอบครอง

            “เจ้าอิจฉาหรือ?”

            ความเสแสร้งของไป๋หว่านหนิงอยู่ในระดับต่ำเกินไปความคิดของนางปิดบังไป๋เซี่ยเหอไม่ได้เลย

            “ข้าไม่ได้อิจฉา” ท่าทางของไป๋หว่านหนิงดูราวกับแมวที่ถูกเหยียบหางจนพองขนก็ไม่ปาน

            “ข้าไม่ชอบผ้าดิ้นอวิ๋นหรงอยู่แล้ว”

            “ไม่ได้ครอบครองก็คือไม่ได้ครอบครองอย่าเอาแต่พร่ำบอกว่าไม่อยากได้ แววตาของเจ้าซื่อสัตย์ยิ่งกว่าปากของเจ้าเสียอีก”

            ไป๋หว่านหนิงโมโหเสียจนเบ้าตาแดงก่ำ

            อยากได้สินางจะไม่อยากได้ได้อย่างไร?นั่นคือผ้าดิ้นอวิ๋นหรงเชียว ทั้งใต้หล้ามีสตรีนางใดที่ปฏิเสธผ้าเช่นนี้ได้บ้าง?

            ทว่ามันเป็นสิ่งของที่แม้แต่ไท่จื่อยังครอบครองไม่ได้แล้วนางจะมีหวังครอบครองได้อย่างไร?

            หากเป็นไปได้นางต้องการเพียงบดขยี้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเสีย หากนางไม่ได้ครอบครองคนอื่นก็ต้องไม่ได้ครอบครองเหมือนกัน!

            บรรยากาศเงียบสงัด

            เมื่ออยู่บนรถม้า ไป๋เซี่ยเหอก็หลับตาลงเพื่องีบหลับไป๋หว่านหนิงกัดริมฝีปากล่าง ดวงตาแดงก่ำ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ส่วนไป๋ซูเหอไม่ส่งเสียงสักแอะมีเพียงความเงียบงันราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคนอย่างไรอย่างนั้น

            รถม้าแล่นไปบนทางหลวงอย่างรวดเร็วจนฝุ่นฟุ้งกระจายจากนั้นก็หยุดลงเมื่อถึงหน้าประตูวัง

            นอกจากรถม้าของวังรถม้าข้างนอกไม่อาจเข้าไปข้างในได้ ดังนั้นหลังจากรถม้าหยุดอยู่หน้าประตูวังแล้วทุกคนต้องลงจากรถม้าเพื่อเดินเท้าเข้าไป

            ไป๋หว่านหนิงเดินตามหลังไป๋เซี่ยเหอด้วยจิตใจที่สั่นไหวไม่สงบเลยแม้แต่น้อย

            “พี่สาว เจ้ารู้หรือไม่ว่างานเลี้ยงในวันนี้จะมีผู้ใดปรากฏตัวบ้าง?”

            ไป๋เซี่ยเหอรู้ข้อมูลนี้น้อยกว่าฮั่วเยี่ยนไหวทว่าไม่ใช่ว่านางไม่อยากถามเขา นางเพียงรู้สึกว่าไม่จำเป็นก็เท่านั้น

            นางไม่ตอบก็ไม่ได้หมายความว่าไป๋หว่านหนิงจะไม่พูดต่อข้อมูลใดที่สามารถโจมตีไป๋เซี่ยเหอได้นั้น นางหยิบยกขึ้นมาใช้ทั้งหมด

            แววตาของไป๋หว่านหนิงฉายแววชั่วร้ายทว่าใบหน้ากลับยกยิ้มอ่อนโยน “วันนี้เป็นวันที่อันหนิงจวิ้นจู่กลับเมืองหลวงอย่างไรล่ะ”

            อันหนิงจวิ้นจู่

            ราวกับนางเคยได้ยินชื่อนี้ที่ใดมาก่อน

            “อันหนิงจวิ้นจู่หรือว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพเวยอู่ผู้นั้น?”

            เมื่อไป๋ซูเหอถามขึ้นมาเช่นนี้ไป๋เซี่ยเหอจึงนึกออกว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แม่ทัพเวยอู่ตายเพราะช่วยชีวิตฮั่วเยี่ยนไหวเมื่อสามปีก่อนทิ้งบุตรีเพียงคนเดียวเอาไว้ หรือก็คืออันหนิงจวิ้นจู่

            “ไม่รู้ว่าฝ่าบาทจะทรงประทานสมรสให้อันหนิงจวิ้นจู่กับเซ่อเจิ้งอ๋องหรือไม่”

            “ดูเหมือนว่าเจ้าจะค่อนข้างมีความสามารถในการคาดเดาพระประสงค์ของฮ่องเต้นะ”ไป๋เซี่ยเหอจ้องมองไป๋หว่านหนิงอย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แววตาของนางสงบนิ่งทว่าแผ่ความมืดมนที่ชวนให้ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวออกมา

            ถูกต้องตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

            เดิมทีไป๋หว่านหนิงก็สวมชุดตัวบางอยู่แล้วจู่ๆ นางก็รู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้ ใบหน้าเล็กซีดเผือดทันที“น้องสาวมิกล้า เพียงพูดเรื่อยเปื่อยส่วนตัวกับพวกเราพี่น้องเท่านั้น”

            โทษฐานคาดเดาพระประสงค์ของฮ่องเต้นั้นหนักหนานางแบกรับไม่ไหวหรอก

            ไป๋เซี่ยเหอมองนางก่อนจะเอ่ยอย่างขอไปที “หากเปรียบเทียบกับเรื่องซุบซิบไร้มูลความจริงเช่นนี้ข้าจำได้ว่าในจวนไท่จื่อมีสตรีหลายคนนัก เจ้าเป็นห่วงตนเองจะดีเสียกว่า”

            ไป๋หว่านหนิงขบฟันนางโมโหจนตัวสั่นเทิ้ม

            เหตุใดนางถึงมักจะรู้สึกพ่ายแพ้เมื่อเผชิญหน้ากับไป๋เซี่ยเหอครั้งแล้วครั้งเล่า?

            เมื่อก่อนไม่ใช่แบบนี้นี่!

            “ไป๋เซี่ยเหอเจ้ารังแกหว่านหนิงอีกแล้ว!” ฮั่วอวิ๋นเยียนเดินมาจากที่ไกลๆ อย่างไม่รีบร้อน ดูเชื่องช้าราวกับเดินเล่นในสวนดอกไม้ก็ไม่ปาน

            ไป๋เซี่ยเหอไม่คิดที่จะพูดดีๆกับนางเช่นเดียวกัน นางรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้ “องค์หญิงหกสมองเป็นของดี พกก่อนแล้วค่อยออกมาข้างนอกเถิด”

            หลังกล่าวจบไป๋เซี่ยเหอก็เตรียมจะจากไปส่วนไป๋ซูเหอมีสีหน้าลำบากใจ นางไม่คุ้นเคยกับองค์หญิงหก ทว่านางก็ไม่อยากตามพี่ใหญ่ไปเหมือนกัน

            “น้องสามเจ้ามากับพวกเราเถิด”

            ไป๋หว่านหนิงเห็นไป๋ซูเหอลังเลก็กล่าวขึ้นจากนั้นก็เดินเฉียดไป๋เซี่ยเหอพร้อมกับหันไปมองด้วยแววตาที่แฝงด้วยความพึงพอใจและยั่วยุ

            แม้อีกฝ่ายจะไม่ใช่ไป๋เซี่ยเหอในอดีตแล้วอย่างไร? ตอนนี้ก็ยังเป็นคนที่ไม่น่าคบหาเหมือนเดิมนางปรารถนาให้ทุกคนออกห่างจากไป๋เซี่ยเหอ

            ขอเพียงมีนางอยู่ นางจะไม่ปล่อยให้ไป๋เซี่ยเหอมีชีวิตที่ดีเป็นอันขาด!

            เมื่อฮั่วอวิ๋นเยียนเห็นความพึงพอใจในแววตาของไป๋หว่านหนิงก็รู้สึกหม่นหมองเล็กน้อยในใจ นางเม้มปากไม่พูดไม่จา ไม่ทราบว่าคิดอะไรอยู่ กระทั่งไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับการพูดจาไร้มารยาทของไป๋เซี่ยเหอ

            ไป๋เซี่ยเหอคร้านที่จะสนใจในความคิดของผู้คนกระทั่งไม่รู้ว่าไป๋หว่านหนิงได้วางแผนร้ายอยู่ในใจด้วยซ้ำ

            หลังจากไป๋เซี่ยเหอทิ้งห่างผู้คนอย่างรวดเร็วนางก็ยิ่งก้าวเท้าเร็วขึ้น

            สตรียุคโบราณว่างเสียจนวางกลอุบายต่อสู้กันทุกวันทำให้นางรำคาญจนถึงขีดสุดเสียแล้ว อยากแทงสักคนจริงๆ

            เดี๋ยวนะ

            ไป๋เซี่ยเหอที่ตระหนักว่าตนเองสูญเสียการควบคุมอารมณ์ก็ชะงักฝีเท้าทันที

            ในฐานะที่เป็นทหารรับจ้างสิ่งที่เชี่ยวชาญที่สุดคือการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง จู่ๆ นางเสียการควบคุมได้อย่างไร?

            ใช่แล้ว

            นางเป็นเช่นนี้ตั้งแต่ตอนที่ไป๋หว่านหนิงบอกว่าฮ่องเต้อาจประทานสมรสให้อันหนิงจวิ้นจู่กับเซ่อเจิ้งอ๋อง

            ทว่านางสนใจคำกล่าวของไป๋หว่านหนิงถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?

            แสงสายัณห์ลาลับ จันทร์เสี้ยวเย็นเยียบดุจสายน้ำ

            หลังจากไป๋เซี่ยเหอสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ก็เดินเข้าไปในตำหนักที่จัดงานเลี้ยงเพียงลำพัง

            ท้องพระโรงสีทองอร่ามกระเบื้องดูวิจิตรโปร่งแสง เสาหินอ่อนขนาดสี่คนโอบ ไม่มีสิ่งใดที่ไม่หรูหราอลังการ

            บัลลังก์ด้านบนสุดยังคงว่างเปล่าฮ่องเต้และฮองเฮายังไม่เสด็จมา

            ในทางกลับกัน ฮั่วเยี่ยนไหวที่ปกติจะมาถึงงานเลี้ยงช้าที่สุดกลับนั่งอยู่บนตำแหน่งแรกเยื้องลงมาจากบัลลังก์มังกรแล้วในตอนนี้เขาหลับตาเอนตัวอยู่ตรงนั้น ถือจอกที่งดงามใบหนึ่งไว้ระหว่างนิ้วมือที่มีข้อนิ้วชัดเจนท่าทีของเขาดูสูงส่งและเอ้อระเหย

            ไป๋เซี่ยเหอเพียงกวาดสายตาผ่านร่างของฮั่วเยี่ยนไหวแล้วละสายตาออกอย่างรวดเร็วจากนั้นนางก็กวาดสายตาไปรอบๆ เมื่อพบไป๋เสียนอันก็เดินไปหาเขา

            แม้ว่าตอนนี้ไป๋เซี่ยเหอจะเป็นชายาเซ่อเจิ้งอ๋องในอนาคตทว่าท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่ได้สมรส ดังนั้นจึงทำได้เพียงนั่งอยู่ในที่นั่งของจวนสกุลไป๋

            เพียงแต่เมื่อนางเดินไปถึงด้านหน้าของไป๋เสียนอันฝีเท้าก็ชะงักงัน

            ทุกคนเคลื่อนสายตามาที่นางโดยไม่ได้นัดหมาย

            การชมละครหรือการซุบซิบนินทาเป็นที่นิยมอย่างยิ่งไม่ว่าจะในยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณ

            ซ้ายมือของไป๋เสียนอันมีไป๋หว่านหนิงที่ดูอ่อนโยนและสง่างามนั่งอยู่ส่วนขวามือมีไป๋ซูเหอที่ว่านอนสอนง่ายและนิ่มนวลนั่งอยู่

            ตอนนี้ไป๋หว่านหนิงกำลังก้มหน้าก้มตาปอกองุ่นแล้ววางผลองุ่นอันแวววาวไว้ในถ้วยเพื่อให้ไป๋เสียนอันกิน ช่างเป็นภาพที่แสดงถึงความกตัญญูของบุตรีได้ดีจริงๆ

            ไป๋เสียนอันเพียงเหลือบมองไป๋เซี่ยเหอก่อนจะเอ่ยว่า“ที่นั่งของจวนสกุลไป๋ไม่พอ เจ้าไปหาที่นั่งตามใจชอบเถิด”

            ไป๋ซูเหอเชิดหน้าขึ้นแววตาเผยความพึงพอใจ น้ำเสียงไพเราะทว่าเต็มไปด้วยเจตนาร้าย“พี่สาวคงไม่แย่งที่นั่งจากบุตรีของอนุอย่างข้าหรอกกระมัง”

            ------------------------

            [1] อิงเถาหมายถึง เชอร์รี

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808