ฉีเมี่ยวได้ยินเสียงไป๋หย่งชุนแล้วหมดความอยากอาหารทันทีแม้แต่น้ำแกงไก่ยังอยากซ่อนไว้นางแทบอยากให้เศษสวะเช่นไป๋หย่งชุนนี้รีบตายรีบเกิดใหม่จะเต็มใจให้เขาบำรุงร่างกายได้อย่างไร หมอเช่นนางมีหัวใจของพ่อแม่ถ้าเืของนางรักษาโรคเสริมความแข็งแรงของร่างกายได้ ไม่ว่าให้ผู้ใดก็นับว่าเป็การรักษาเช่นเดียวกันเพียงแต่นางให้ทุกคนกินได้ มีเพียงเขาที่ไม่ได้!
ฉีเมี่ยวดื่มน้ำแกงไก่ในชามของตนรวดเดียวหมดด้วยความโมโหเืของตนยามนี้นางก็คิดได้แล้ว เพียงเห็นเป็ยาบำรุง! ลุกขึ้นตักเต็มชามให้ไป๋ซีอวิ๋นและก่วนจวินเยี่ยน ตนเองก็เติมอีกชามหม้อดินไม่ใหญ่ สามคนแบ่งกันเช่นนี้ก็ถึงก้นหม้อ
ไป๋ซีอวิ๋นเห็นท่าทางตระหนี่นั้นของนางแล้วขบขันพวกเขาย่อมไม่รู้ความมหัศจรรย์ในน้ำแกงไก่ไป๋ซีอวิ๋นเพียงคิดว่าเดิมทีฉีเมี่ยวอยู่จวนแม่ทัพบิดามารดาไม่รัก ไม่แน่ว่าคงจะถูกปฏิบัติไม่ดีมาไม่น้อยบุตรสาวจวนแม่ทัพกลับเห็นน้ำแกงไก่ราวกับของล้ำค่า เห็นได้ว่าบิดาเช่นฉีหย่งนั้นขาดความรับผิดชอบเพียงใด
เขายิ่งสงสารฉีเมี่ยว
ส่วนก่วนจวินเยี่ยนไม่ได้คิดมากถึงเพียงนั้นเขาไม่สนใจว่ามีคนมา เริ่มกินเสียเลย
ไป๋หย่งชุนไปห้องข้างโถงด้วยตนเองเห็นไป๋ซีมู่ไม่อยู่ แต่มีคุณชายสูงศักดิ์สวมชุดแพรสีแดงกินอาหารกับไป๋ซีอวิ๋นก็รู้สึกแปลกใจ
“เมื่อครู่ได้ยินเสียงยังนึกว่าเป็น้องสามของเ้า ที่แท้ไม่ใช่”
เมื่อคืนคิดถึงฉีเมี่ยวอยู่ตลอดวันนี้เห็นฉีเมี่ยวนั่งอยู่ฝั่งหนึ่งราวกับบุปผางามตัดกับหน้าตาอึมครึมผอมหนังหุ้มกระดูกนั้นของไป๋ซีอวิ๋น แลดูยิ่งประณีตเพริศแพร้วไป๋หย่งชุนจ้องตาแทบถลน
“ท่านพ่อ” ไป๋ซีอวิ๋นขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
ก่วนจวินเยี่ยนมองพิรุธบางอย่างออกเช่นกันเดิมทีไม่ชอบไป๋หย่งชุนอยู่แล้ว บัดนี้ยิ่งเกลียดชัง เขาหน้าตายิ้มแย้มเสียดสีดื่มน้ำแกงไก่จนเกลี้ยงเสียเลย จากนั้นเติมให้ตนเองอีกชาม
หม้อดินว่างเปล่า
ฉีเมี่ยวใจเย็นแล้ว
ไป๋หย่งชุนพูดว่า“ไม่นึกว่าทันพวกเ้ากินข้าวกลางวันพอดี”
“ท่านพ่อกินหรือยัง” ไป๋ซีอวิ๋นถามอย่างเกรงใจ “กินด้วยกันหน่อยเถอะ”
“ก็ดี” ไป๋หย่งชุนไม่ปฏิเสธ นั่งลงข้างก่วนจวินเยี่ยนตรงข้ามกับฉีเมี่ยว
เขาจ้องมองอย่างเปิดเผยทำให้ฉีเมี่ยวรู้สึกขนลุกขนพองเลยลุกขึ้นเสียเลย
เดิมทีไป๋หย่งชุนคิดว่าฉีเมี่ยวเป็ลูกสะใภ้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรับใช้เขาหยิบชามและตะเกียบตักอาหารไม่นึกว่าคนออกไปก็ไม่ได้กลับมา แต่เป็สาวใช้ผอมสูงหน้าตาธรรมดามารับใช้ตนเอง พลันอารมณ์ไม่ดีทันที
แต่ต่อหน้าลูกชายซ้ำยังมีคนนอกอยู่ด้วย เขาย่อมพูดมากไม่ได้ เพียงถามว่า “เมื่อครู่ข้างนอกได้ยินมีคนเรียกเ้าว่าพี่รองข้ายังนึกว่าน้องสามเ้าอยู่ด้วย”
“โอ้ ท่านนี้คือคุณชายก่วนน้องชายบุญธรรมของข้า”ไป๋ซีอวิ๋นคร้านจะแนะนำ ดื่มน้ำแกงไก่อย่างออกรสออกชาติ
ก่วนจวินเยี่ยนคำนับไป๋หย่งชุนไม่ได้เรียกอย่างยกย่องว่าท่านโหว ทำเพียงกินอาหารต่อไป
ไป๋หย่งชุนโกรธจนหน้าดำ
อยากเห็นหญิงงามนางก็หนีไปแล้ว
ท่าทีลูกชายไม่ร้อนไม่หนาวกับเขาแม้แต่คนเป็แขกก็เ็าเช่นนี้ ยังเห็นเขาเป็ท่านโหวอยู่หรือไม่!
เมื่อนึกถึงเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นและใบหน้าน้อยเพริศแพร้วของฉีเมี่ยวเขาก็รู้สึกร้อนรุ่มตามร่างกาย กินไปลวกๆ สองสามคำก็พูดว่า “ข้ามีเื่จะพูดกับฉีซื่อ พวกเ้ากินก่อนเถอะ”ลุกขึ้นทำท่าจะออกไป
พ่อสามีมีอะไรจะพูดกับลูกสะใภ้
ก่วนจวินเยี่ยนค่อยๆวางชามและตะเกียบ หยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดปากอย่างสง่างามแววตาลดความผ่อนคลายเหลาะแหละ เพิ่มการคาดการณ์และสังเกต ราวกับว่าหากไป๋หย่งชุนเคลื่อนไหวผิดปกติเล็กน้อยเขาก็จะจับโยนออกไปอย่างไม่เกรงใจ
ไป๋ซีอวิ๋นกลับลอบหยุดยั้งด้วยสายตาพูดว่า “พอดี ข้าก็มีเื่อยากพูดกับท่านพ่อต่อหน้าฉีซื่อ” สั่งสาวใช้ว่า “ไปเชิญฮูหยินมา”
ไป๋หย่งชุนเพิ่งลุกขึ้นยืนเห็นสาวใช้รับคำสั่งเดินออกไปแล้วจึงได้แต่นั่งลงอีกครั้งอย่างอึดอัดใจด่าไป๋ซีอวิ๋นที่ไม่รู้จักส่งเสริมผู้อื่นในใจเห็นเขาผอมหนังหุ้มกระดูกยังนั่งตัวตรงเรียบร้อยเช่นนั้นได้หน้าตาก็อัปลักษณ์ปานนั้น จึงเบือนสายตาอย่างหงุดหงิด คิดในใจว่าดอกไม้สวยๆปักอยู่บนมูลวัว น่าสงสารหญิงงามตัวน้อย...
เดิมทีฉีเมี่ยวไม่อยากมาแต่ในเมื่อไป๋ซีอวิ๋นสั่งคนมาเชิญ ย่อมเป็การอธิบายว่าเขาวางแผนไว้แล้วอย่างแน่นอนยิ่งกว่านั้นนางคิดว่าต่อให้ไป๋หย่งชุนสกปรกเพียงใด คงไม่ได้ใจกล้าถึงขั้นพูดจาแทะโลมลูกสะใภ้ต่อหน้าลูกชายอย่างเปิดเผย
นางพาสาวใช้กลับมาเข้าประตูมาก็ก้มหน้าทำความเคารพแล้วยืนอยู่ข้างไป๋ซีอวิ๋นไป๋ซีอวิ๋นยังคงนั่งบนเตียงหลัวฮั่นล้อมสามฝั่ง บนโต๊ะเก็บจานชามออกไปแล้วแทนที่ด้วยน้ำชาส่วนก่วนจวินเยี่ยนยังคงนั่งตำแหน่งเมื่อครู่คว้าหนังสือวิชาแพทย์ที่ฉีเมี่ยววางไว้บนตู้เข้ามุมฝั่งหนึ่งมาอ่านอย่างสบายๆ
ไป๋หย่งชุนรังเกียจยิ่งนักคุณชายชุดแดงผู้นี้ไม่รู้เป็คนสกุลใด แม้แต่กาลเทศะพื้นฐานยังมองไม่ออก ไม่เห็นหรอกหรือว่าครอบครัวเ้าบ้านมีเื่พูดคุยยังไม่รีบไป?
เห็นไป๋หย่งชุนคิ้วขมวดเป็ปมซ้ำยังจ้องก่วนจวินเยี่ยนเขม็ง ไป๋ซีอวิ๋นก็ยิ้มแล้วอธิบายว่า “คุณชายก่วนท่านนี้เป็แขกพำนักขององค์ชายรองมอบให้ข้าเป็องครักษ์ประจำตัว ท่านก็รู้กฎเกณฑ์ขององครักษ์ประจำตัวดีอยู่แล้ว ท่านพ่อมีเื่อันใดพูดได้เลยไม่เป็ไร”
ไป๋หย่งชุนเงียบกริบราวกับไข่ไก่ติดคอทำให้เขาอ้าปากไม่ได้
เขารู้ว่าไป๋ซีอวิ๋นเป็สหายร่วมเรียนขององค์ชายรองและสนิทสนมกันอย่างยิ่งบางครั้งจะพูดกับเบื้องบนแม้เพียงประโยคเดียว เขาทำไม่ได้แต่ไป๋ซีอวิ๋นทำได้ ทว่าอยู่ดีๆองค์ชายรองมอบองครักษ์ให้ไป๋ซีอวิ๋นทำอะไรอีกทั้งยังเป็องครักษ์ที่เหมือนเงาตามตัวเช่นนี้
หรือว่าเขาสังเกตเห็นอะไรและบอกองค์ชายรองแล้ว?
ในใจไป๋หย่งชุนมีความระแวดระวังตัวเพิ่มขึ้นเื่ที่ต้องพูดและทำ ในเมื่อมีคนขององค์ชายรองอยู่ด้วย ก็ได้แต่รอบคอบขึ้นหน่อย
“ในเมื่อเป็คนขององค์ชายรองย่อมไม่ใช่คนนอกที่จริงสิ่งที่ข้าจะพูดเกี่ยวกับเื่กาน้ำชาในวันยกน้ำชา”
ขณะที่ยกน้ำชาทำความเคารพกาน้ำชาที่สะใภ้ใหม่ถือกลับถูกคนใช้เล่ห์เหลี่ยมไม่เพียงแต่ทำกาน้ำชาหล่นแตกซ้ำยังเป็แผลลวกเท้า เื่นี้พูดออกไปคงไม่น่าฟังอีกทั้งไป๋หย่งชุนยังหวังใช้เื่นี้มาเอาใจฉีเมี่ยวดังนั้นไม่กี่วันนี้จึงตรวจสอบอย่างละเอียดยิ่งนัก
“ถ้าท่านพ่อสืบได้ว่าเป็ผู้ใด มอบคนให้ข้าก็พอแล้ว” ไป๋ซีอวิ๋นยิ้มพูด“ท่านพ่องานยุ่ง ย่อมต้องเหน็ดเหนื่อยยิ่งนักบัดนี้ลูกร่างกายดีขึ้นหน่อย แม้ไม่อาจแบ่งเบาภาระท่านทันที แต่ดีร้ายก็จัดการเื่เล็กน้อยได้บ้าง”
นึกอยู่แล้วว่าไป๋ซีอวิ๋นจะพูดเช่นนี้ไป๋หย่งชุนจะละทิ้งโอกาสแสดงฝีมือต่อหน้าหญิงงามได้อย่างไร g-kยิ้มมองฉีเมี่ยวทันที พูดอย่างอ่อนโยน “งั้นคงไม่จำเป็สาวใช้นางนั้นถูกข้าทิ้งให้นายหน้าค้าทาสขายไปแล้ว ตัวนางเองไม่ได้ตั้งใจทำกาน้ำชาหล่นแตกแต่เพราะกาน้ำชาใบนั้นเป็ของรักของหวงของแม่เ้า นางกลัวถูกตำหนิจึงใช้แป้งเปียกติดหูกาน้ำชาไว้ลวกๆถ้าเพียงจัดเรียงไว้ตรงนั้นไม่มองโดยละเอียดก็มองไม่ออกว่ามีอะไรไม่เหมาะสมแต่หลังจากเติมชาร้อนลงไปก็ทนไม่ไหวแล้วไม่ใช่หรือ น้ำร้อนลวกฉีซื่อนับเป็ความผิดของนางจริงๆ”
“ขายไปแล้ว?” ที่จริงไป๋ซีอวิ๋นไม่เชื่อแต่ไหนแต่ไรไป๋หย่งชุนไม่ใช่คนใจกว้าง ปกติลงโทษคนรับใช้ถึงตายบ่อยครั้งเหตุใดไม่กี่วันก่อนรับปากรับคำเป็มั่นเหมาะว่าจะหาคนผู้นั้นมาลงโทษหนักวันนี้กลับขายไปอย่างง่ายดาย
เพราะเื่กาน้ำชานี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชาติก่อนชั่วขณะหนึ่งไป๋ซีอวิ๋นก็หาพิรุธในนั้นไม่เจอ
ไป๋หย่งชุนมองฉีเมี่ยว“ฉีซื่อ เ้าเป็สตรีที่อ่อนโยนจิตใจดีงาม เชื่อว่าเ้าคงเข้าใจในสิ่งที่พ่อสามีทำกระมัง?”
น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนราวกับหมาป่าหิวโหยกำลังหลอกล่อหญิงสาว
ฉีเมี่ยวเชิดสายตามองไป๋หย่งชุนดวงตาเป็ประกายโดยไม่ตั้งใจ มองเขาอย่างเ็าแวบหนึ่ง พูดความคาดหมายของทุกคน “ไม่เข้าใจ”
ไม่เข้าใจ...
ไม่เข้าใจ?!
ไป๋ซีอวิ๋นหลุบตาสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
ก่วนจวินเยี่ยนมองนอกหน้าต่างอย่างใจเย็นไม่ได้ยินด้วยซ้ำ
ไป๋หย่งชุนมีสีหน้าเหมือนถูกบีบคอมองริมฝีปากแดงฉ่ำเย้ายวนของหญิงงามแล้วกลืนน้ำลาย ครู่ใหญ่ถึงพูดว่า “เช่นนั้น ฉีซื่อ เ้า...”
“คนที่ทำร้ายข้า พ่อสามีก็สั่งคนปล่อยไปง่ายๆ เช่นนี้ยังคิดใช้คำว่าจิตใจดีงามมาบีบบังคับข้า?” เสียงของฉีเมี่ยวยังคงอ่อนโยนนุ่มนวลทว่าสิ่งที่พูดออกมากลับทำให้คนพูดไม่ออก “ถ้าข้าบอกว่าเข้าใจไม่ใช่ว่าให้ผู้บงการเื้ัสาวใช้นางนั้นได้เปรียบเกินไป? สิ่งที่ข้า้าไม่ใช่เพียงแค่จะลงโทษสาวใช้ผู้หนึ่งที่จริงสาวใช้นางนั้นซุ่มซ่ามถึงขั้นนั้นแล้วยังรับใช้อยู่ในห้องแม่สามีได้ท่านกำลังบอกว่าแม่สามีไม่เหมาะที่จะดูแลบ้านหรอกหรือเห็นได้ชัดว่ามีคนบงการอยู่เื้ั”
ไป๋หย่งชุนฟังคำพูดของนางแล้วไปต่อไม่ถูก
ไม่นึกว่าจอมยุทธ์เช่นฉีหย่งจะเลี้ยงลูกสาวให้คารมคมคายเช่นนี้ได้แต่ท่าทางโต้แย้งอย่างมีเหตุผลของนางยังคงเจริญตาเจริญใจ!
ไป๋หย่งชุนไม่อยากให้หญิงงามโกรธวันนี้สืบเื่กาน้ำชาได้ไม่มีเบาะแสแม้แต่น้อยก็ขายคนไปร้อนรนกระวนกระวายมาหาฉีเมี่ยว ที่จริงเพื่อแสดงออกว่าตนเองจัดการได้ดีข้อสองเพราะอยากเจอนาง ในเมื่อนางยังมีข้อเรียกร้องเขาย่อมยินดีที่จะแสดงออกว่าเชื่อฟัง
“ช่างเถอะๆ เ้าพูดอย่างไรก็อย่างนั้น ครอบครัวเดียวกันข้าไหนเลยจะใช้คำว่าจิตใจดีงามมาบีบบังคับเ้า เ้าหมายความว่าสาวใช้นางนั้นโกหกงั้นข้าจับนางกลับมาซักถามก็รู้แล้ว”
น้ำเสียงรักใคร่หลอกลวงเช่นนี้ของเขาทำให้ฉีเมี่ยวแทบอาเจียนน้ำแกงไก่เมื่อกลางวันออกมา
ไป๋ซีอวิ๋นทนดูต่อไปไม่ได้จริงๆเขายังไม่ตายเสียหน่อย พ่อเขาก็กล้ามาเอาอกเอาใจภรรยาเขาถึงที่นี่!
“ไม่รบกวนท่านพ่อต้องสิ้นเปลืองความคิดแล้ว”ไป๋ซีอวิ๋นพูดอย่างเ็า “มอบสาวใช้นางนั้นให้นายหน้าค้าทาสคนใดข้าซื้อตัวกลับมาก็พอ เื่นี้ท่านพ่อไม่ต้องยุ่มย่ามอีก ข้าจะสืบเอง”
เขาเ็าก้าวร้าวเช่นนี้ทำให้ไป๋หย่งชุนไม่พอใจ“นี่เ้าหมายความว่าอย่างไร!”
“ภรรยาของลูกชายถูกคนคิดร้าย หรือยังต้องยืมมือผู้อื่นถึงสืบให้ชัดเจนได้?ท่านพ่อใส่ใจเื่ของท่านแม่ให้ดีก็พอแล้ว”
ไป๋หย่งชุนได้ยินคำพูดนี้ก็โกรธแค้นผุดลุกขึ้นทันที เขาชี้หน้าไป๋ซีอวิ๋นจะด่าแต่เพราะฉีเมี่ยวอยู่ข้างๆ และกำลังมองอย่างเขาแปลกใจจึงกลืนคำพูดหยาบคายที่ใกล้จะออกจากปากพวกนั้นลงไป เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตนเองหันไปข่มกลั้นเพลิงโทสะพูดว่า “ข้าทำเพื่อเ้าไม่ใช่หรือ”
“ข้าซาบซึ้งในน้ำใจของท่านพ่อ ท่านอายุมากแล้วต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้ดีถึงจะถูก ทางท่านแม่นั้นต้องให้ท่านดูแลบัดนี้ยังมีสาวใช้ฉินเพิ่มขึ้นมา วันหลังย่อมต้องแต่งตั้งเป็อนุกระมัง? ทางท่านเองก็ยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้แล้วเื่เล็กน้อยเช่นนี้ของลูกชายจะรบกวนท่านแบ่งความสนใจมาได้อย่างไร ต่อให้พรุ่งนี้ลูกต้องลงโลงวันนี้ก็จะจัดการเื่ของภรรยาให้ชัดเจน ไม่รบกวนท่านอีก”
ไป๋ซีอวิ๋นเชิดสายตายิ้มมองไป๋หย่งชุน “ได้ยินว่าท่านพ่อยังมีธุระ ลูกก็ไม่ส่งแล้ว”
นี่เป็ครั้งแรกที่ไป๋หย่งชุนถูกเพิกเฉยต่อหน้าลูกชายอีกทั้งฉีเมี่ยวก็เฝ้าดูอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายถึงขั้นกล้าไล่เขาออกไปต่อหน้าผู้คน!
“ไป๋ซีอวิ๋น นี่เ้าจะก่อฏ!”