บทที่ 2 ดูเื่สนุกอย่าพูดมาก ถ้าจะพูดมากก็อย่าดูเลย!
ในขณะที่เซียวไป่เต้ายังคงงุนงงอยู่นั้น เฟิ่งซีก็หยิบหินิญญาห้าร้อยก้อนออกมาจากถุงเก็บของแล้ววางลงบนพื้น
"เ้าสำนักไป๋หลี่ นี่คือค่าไถ่ตัว ข้าขอลาออกจากสำนักฮุ่นหยวนด้วยความสมัครใจ ต่อจากนี้ไปข้าเป็คนของสำนักเสวียนเทียนแล้ว!"
ไป๋หลี่มู่เฉินตะลึงกับการกระทำของเฟิ่งซี ในขณะที่กำลังงุนงงอยู่นั้น ลู่ซิวหาน ศิษย์คนรองอันเป็ที่รักของเขาก็ะโด้วยความโกรธ "เฟิ่งซี! หินิญญาเหล่านี้เป็ของข้า!"
เฟิ่งซีกะพริบตาแล้วกล่าวว่า "ถูกต้อง นี่คือเงินที่ท่านใช้ติดสินบนข้าเพื่อช่วยชำระความผิดให้เสินจื่อหลาน แต่เมื่อท่านมอบให้ข้าแล้ว มันก็กลายเป็ของข้า!"
ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้สติกลับมาอย่างสมบูรณ์ เฟิ่งซีก็เริ่มเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดราวกับเทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่
"ข้าถูกใส่ร้าย ์เป็พยาน แผ่นดินเป็ประจักษ์! เพียงแค่สำนักฮุ่นหยวนยอมนำหินบันทึกภาพการทดสอบในวันนั้นออกมา ความจริงก็จะปรากฏชัดทันที! ข้ารู้ว่าหากไม่ทำตามที่ลู่ซิวหานกล่าว จุดจบของข้าจะน่าเศร้ายิ่งนัก แต่เกียรติยศสำหรับข้านั้นสำคัญยิ่งกว่าชีวิต ข้ายอมตายดีกว่าที่จะต้องแบกรับมลทินที่ไม่ได้ก่อ ข้าขอวิงวอนบรรดาผู้าุโทั้งหลายช่วยตัดสินความให้ข้าด้วย!"
ลู่ซิวหานงุนงงสับสน
เขาเพิ่งรู้ตัวในภายหลังว่า เขาถูกเฟิ่งซีหลอกเข้าให้แล้ว เขาตบตีตนเองอย่างหนัก ก่อนกัดฟันกรอดและชี้ไปที่เฟิ่งซีด้วยความโกรธ "เ้าพูดจาเหลวไหล! นี่มันใส่ร้ายป้ายสีกันชัด ๆ! ข้า..."
ก่อนที่เขาจะพูดจบ เฟิ่งซีก็หลบไปอยู่ด้านหลังเซียวไป่เต้าแล้ว
"เ้าสำนัก! คนจากสำนักฮุ่นหยวนจะปิดปากข้า! ช่วยข้าด้วย!"
เซียวไป่เต้า "......"
เฟิ่งซีโผล่ศีรษะเล็ก ๆ ออกมาจากด้านหลังของเซียวไป่เต้า แล้วกล่าวกับลู่ซิวหานว่า
"ข้าพูดเหลวไหลตรงไหน? ท่านไม่เพียงแต่ให้หินิญญาห้าร้อยก้อนแก่ข้า แต่ยังให้โอสถชำระิญญาอีกหนึ่งเม็ด นี่เป็ของดีที่มีแต่ศิษย์สายตรงเท่านั้นที่ได้รับ!" นางพูดพลางเขย่าขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กไปด้วย
ลู่ซิวหานรู้สึกมึนงงไปหมด เขาคิดว่าเฟิ่งซีขอหินิญญาและโอสถชำระิญญาจากเขาเพราะความโลภ แต่ที่แท้นางกำลังขุดหลุมพราง! หลุมพรางที่จะฝังเขาทั้งเป็!
ตอนนี้เฟิ่งซีได้ส่งขวดกระเบื้องเล็ก ๆ ให้เซียวไป่เต้าแล้ว
"เ้าสำนัก ท่านดูสิ นี่คือโอสถชำระิญญาที่เขามอบให้ข้า! ทั้งอาจารย์และศิษย์ต่างทุ่มเทอย่างหนักเพื่อล้างมลทินให้เสินจื่อหลานจริง ๆ! แม้ว่ารากิญญาน้ำชั้นเลิศจะหายาก แต่คุณธรรมไม่ควรสำคัญกว่าหรอกหรือ?! อย่างสำนักเสวียนเทียนของพวกเรา ล้วนมีแต่ผู้สง่างามคุณธรรมสูงส่ง นี่แหละคือลักษณะที่สำนักใหญ่ควรจะเป็!"
เซียวไป่เต้า “…”
แม้ว่าคำเยินยอของเ้าจะฟังดูไพเราะ แต่ข้าไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่วุ่นวายพวกนี้! เ้าเอาแต่เรียกข้าว่าเ้าสำนัก จนทำให้ข้าตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากแล้ว!
ในขณะนั้นเ้าสำนักว่านเจี้ยน ‘ลู่เจิ้นควาน’ ถามด้วยรอยยิ้มว่า "เ้าสำนักเซียว ด้านในนั้นเป็โอสถชำระิญญาจริงหรือ? พูดถึงเื่นี้แล้ว ศิษย์สำนักเสวียนเทียนของพวกท่านนี่ ช่างพูดจาน่าสนใจจริง ๆ"
เ้าสำนักบัญชาสัตว์อสูร ‘หูว่านขุย’ กล่าวด้วยรอยยิ้ม "ใช่แล้ว นางอายุยังน้อย แต่มีความกล้าหาญอยู่หลายส่วน นับว่าหาได้ยากยิ่ง!"
"สำนักเสวียนเทียนของพวกท่านนับว่าได้ของล้ำค่ามาแล้ว!"
เซียวไป่เต้าคิดในใจ "......"
พวกเ้าตาบอดหรือสมองมีปัญหากันแน่?
ข้ายังไม่ทันได้บอกว่าจะรับหรือไม่ เ้าก็ตัดสินใจแทนข้าเสียแล้ว? อีกอย่าง คนที่ตันเถียนเสียหายจะมีค่าอะไรกัน?
ทำให้อิ่มท้องได้หรือ!?
เซียวไป่เต้ารู้ดีว่าสองคนนี้คงไม่มีอะไรมากไปกว่า้าให้สำนักเสวียนเทียนและสำนักฮุ่นหยวนปะทะกัน จากนั้นก็นั่งรอรับผลประโยชน์เหมือนชาวประมงที่จับปลาในน้ำขุ่น
หากรู้อย่างนี้แต่แรก เขาควรนั่งดูเื่สนุกเงียบ ๆ เสียก็ดี!
นับแต่นั้นมา เ้าสำนักเซียวก็มีคติประจำใจว่า ดูเื่สนุกอย่าพูดมาก ถ้าจะพูดมากก็อย่าดูเลย!
เพียงแต่ว่า… เขาจะรับเฟิ่งซีไว้ดีหรือไม่?
เขาหันศีรษะไปมองเฟิ่งซีโดยไม่รู้ตัว ส่วนหญิงสาวตัวน้อยก็หันมามองเขาเช่นกัน
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเคารพรักและวิงวอน อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวอยู่หลายส่วน
เซียวไป่เต้าเริ่มใจอ่อน ช่างเถอะ! ในเมื่อได้ก้าวเข้ามายุ่งเกี่ยวแล้วก็ขอจัดการเื่นี้สักหน่อย! ถือโอกาสทำให้ไอ้แก่ไป๋หลี่มู่เฉินนั่นหน้าหงายก็ไม่เลวเหมือนกัน
เซียวไป่เต้ายิ้มพลางกล่าวกับลู่เจิ้นควานและหูว่านขุยว่า "แน่นอนว่าเป็โอสถชำระิญญา มีความบริสุทธิ์ไม่เลวทีเดียว พวกท่านลองดูสิ"
พูดจบ เขาก็หันไปมองไป๋หลี่มู่เฉินที่สีหน้าไม่สู้ดีนัก
"เ้าสำนักไป๋หลี่ ศิษย์ของข้าพูดไม่ผิด เพียงแค่สำนักฮุ่นหยวนของพวกท่านนำหินบันทึกภาพออกมา ความจริงก็จะปรากฏชัดเจน เหตุใดไม่นำหินบันทึกภาพออกมาให้พวกข้าได้ดูสักหน่อยเล่า?"
สีหน้าของไป๋หลี่มู่เฉินยิ่งไม่สู้ดี มิใช่ว่าเขาตอบสนองช้า แต่สำคัญคือการกระทำอันน่าใของเฟิ่งซีนั้นเกินความคาดหมาย อีกทั้งนางยังพูดเร็วเสียด้วย เขาจึงไม่ทันได้ห้ามปราม
แน่นอนว่าเขาก็โกรธศิษย์รองของเขาด้วยเช่นกัน
โง่ราวกับหมู!
เขาสงบจิตใจลงแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "เ้าสำนักเซียว เฟิ่งซีผู้นี้พูดจาโกหกพกลม ชำนาญการโต้แย้ง คำพูดของนางไม่อาจเชื่อถือได้ อย่าปล่อยให้นางมาส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสำนักของพวกเราเลย"
เซียวไป่เต้าหัวเราะเบา ๆ "เ้าสำนักไป๋หลี่ นี่ท่านกำลังหลีกเลี่ยงประเด็นสำคัญและมุ่งไปที่เื่เล็กน้อยอย่างนั้นหรือ? เฟิ่งซีเป็เพียงแม่นางน้อยที่ตันเถียนได้รับความเสียหายเท่านั้น ไม่ว่าข้าจะรับนางไว้หรือไม่ คงไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสำนักของพวกเราทั้งสองหรอก ท่านนำหินบันทึกภาพออกมาให้พวกข้าดูเถิด!"
ลู่เจิ้นควานและหูว่านขุยต่างเห็นด้วย "ใช่แล้ว! เ้าสำนักไป๋หลี่ จะพูดอย่างไร หินบันทึกภาพนั่นแหละคือสิ่งสำคัญ อย่างไรเสียเสินจื่อหลานก็บริสุทธิ์ ท่านจะกลัวอะไรเล่า?"
"ใช่แล้ว ใช่แล้ว เพียงนำหินบันทึกภาพออกมา คำพูดของเฟิ่งซีจะเป็จริงหรือเท็จก็ตัดสินได้แล้ว"
ไป๋หลี่มู่เฉินขบฟันแน่น มองไปทางผู้าุโเก๋อแห่งหอบังคับกฎ
"ผู้าุโเก๋อ นำหินบันทึกภาพของวันนั้นมา!"
ผู้าุโเก๋อมีสีหน้าละอายใจ
"ท่านประมุข เนื่องจากศิษย์ของหอบังคับกฎเก็บรักษาไม่ดี หินบันทึกภาพที่ใช้ในวันนั้นจึงเสียหาย แต่ข้าสามารถเป็พยานได้ว่าเสินจื่อหลานบริสุทธิ์ เื่ทั้งหมดเป็ความผิดของเฟิ่งซีเอง!"
เมื่อพูดเพิ่งจบลง เฟิ่งซีก็กล่าวกับเซียวไป่เต้าว่า "เ้าสำนัก สำนักเสวียนเทียนของพวกเราควรเรียนรู้จากสำนักฮุ่นหยวนจริง ๆ เพื่อเกียรติยศของสำนัก หินบันทึกภาพของพวกเขาถึงกับฆ่าตัวตายเองได้!"
เซียวไป่เต้าอดหัวเราะไม่ได้
แม้แต่ลู่เจิ้นควานและหูว่านขุยที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
ใช่แล้ว หินบันทึกภาพของสำนักฮุ่นหยวนช่างรู้ความจริง ๆ!
นี่กำลังหลอกคนโง่ชัด ๆ!
เป็การแก้ตัวที่ไม่มีน้ำยาเสียจริง!
คนอื่น ๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน ละครที่สำนักฮุ่นหยวนแสดงนี้ช่างดูเสแสร้งเหลือเกิน
ลู่ซิวหานโกรธจนกัดฟันกรอด หากรู้เช่นนี้แต่แรกเขาน่าจะบีบคอนางให้ตายเสียแต่แรก นางจะได้ไม่มาก่อเื่วุ่นวาย
ลู่ซิวหานหัวเราะเยาะอย่างเ็า "เฟิ่งซี แม้เ้าจะขอออกจากสำนักด้วยตนเอง แต่ต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักก่อน ดังนั้น เ้ายังคงเป็คนของสำนักฮุ่นหยวน อย่าได้ทำตัวเหลิงจนเกินไป!"
เฟิ่งซีกะพริบตาปริบ ๆ "มีเพียงท่านเท่านั้นที่มีจิตใจคับแคบ ไม่ยอมปล่อยให้ข้าจากไป แต่เ้าสำนักไป๋หลี่เป็เสาหลักของการบำเพ็ญเซียนในดินแดนเหนือ เขาเข้าใจเหตุผลอย่างลึกซึ้ง มีจิตใจกว้างขวาง จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะทำให้ข้าผู้เป็เพียงคนรับใช้ต้องลำบาก เ้าสำนักไป๋หลี่ ท่านว่าเป็เช่นนั้นใช่หรือไม่?"
ไป๋หลี่มู่เฉิน "......"