การขายปลาของจ้าวหยางจื่อกับน้องๆ ที่หมู่บ้านนั้นขายดิบขายดีเป็เทน้ำเทท่า เพราะว่าเนื้อปลาเป็ที่้าของชาวบ้านอย่างมาก
ถึงก่อนหน้านี้เขาจะเอาปลามาขายบ้างแล้วก็ตาม แต่ทว่าพวกชาวบ้านก็ซื้อไปได้เพียงน้อยนิดเท่านั้นเอง ปลาจึงยังเป็ที่้าอยู่
ถึงแม้ยุคต้าถังบ้านเมืองจะรุ่งเรือง ทว่าสำหรับชาวบ้านหาเช้ากินค่ำเช่นพวกเขาแล้ว การได้กินเนื้อดีๆ ยังคงเป็เื่ยาก เพราะฮ่องเต้ได้สั่งห้ามไม่ให้กินเนื้อวัว..
ด้วยจำนวนปลาถึงสี่ตะกร้า วันนี้จ้าวหยางจื่อจึงกำหนดการซื้อปลาสามตัวหนึ่งคน เขาคิดปลาก็เพียงพอสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลนั้นใช้เวลาเพียงสามก้านธูป สามพี่น้องก็ขายปลาทั้งสี่ตะกร้าจนหมด
ซีซวนมีความสุขเหลือล้นที่ได้เห็นเงินไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าไม่หยุดหย่อน ขณะเดียวกันปากเล็กๆ ของนางก็พูดเจี๊ยวจ๊าวไม่หยุดระหว่างที่พูดคุยกับลูกค้า ช่างเป็ฉากที่น่ารักไม่น้อย
ซึ่งปลาสี่ตะกร้านี้คงเป็จำนวนที่หมู่บ้านตระกูลหานซื้อได้ ต่อจากนี้จ้าวหยางจื่อคงจะนำปลามาขายมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
อย่างไรก็ตามพวกชาวบ้านใช่ว่าจะซื้อปลาที่เขานำมาขายทุกวัน คงจะรู้สึกเบื่อกันบ้างตามประสามนุษย์ที่มีอารมณ์ความรู้สึก
เื่นี้จ้าวหยางจื่อไม่คิดมาก ถึงอย่างไรที่หมู่บ้านตระกูลหานแห่งนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นของเขา เขาไม่สนใจตลาดเล็กๆ เช่นหมู่บ้านตระกูลหานตลอดไปหรอก
..
หลังจากขายปลาเสร็จ สามพี่น้องก็เดินมาที่เรือนของผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมาเยี่ยมเยียนท่านยายหานและท่านตาหานเจี๋ย พวกท่านคงคิดถึงเด็กๆ ไม่น้อย หลังจากที่ไม่พบกันเสียนาน
สังเกตเห็นท่านยายหานออกมารับแดดยามเช้า ซีซวนก็ร้องเสียงใสั้แ่ข้างนอกรั้วเรือนพลางวิ่งต้อยๆ ไปที่หญิงชรา
“ท่านยาย! ซวนเอ๋อร์มาเยี่ยมแล้วเ้าค่ะ”
“โฮะๆๆ เด็กดีๆ เดินช้าๆ อย่าวิ่ง เดี๋ยวก็หกล้มเจ็บตัวเอาหรอก”
“ก็หนูคิดถึงท่านยายมากนี่เ้าคะ?”
“คนดีของยาย คิดถึงมากแค่ไหนกันนะ~~~”
“เท่าฟ้าเลยเ้าค่ะ~~~”
หนึ่งหญิงชราหนึ่งเด็กสาวกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างมีความสุข
หานเจี๋ยได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวข้างนอกเรือน เขาก็เดินออกมาดู พอพบเห็นหลานๆ เขาก็เดินลงจากบ้านอย่างดีใจ
“จื่อหยาง เ้าพาน้องมาเยี่ยมเยียนคนแก่สักที..”
ขณะเดียวกันจ้าวหยางจื่อก็เดินเข้ามาพอดี
“อรุณสวัสดิ์ครับท่านตา ท่านยาย”
“โอ้ จื่อหยาง ไม่เจอกันแค่เดือนเดียว เ้าตัวโตขึ้นมากเลยนะ!” หานเจี๋ยสำรวจเรือนร่างของจ้าวหยางจื่อเสร็จก็เอ่ยปากชม
เวลานี้จ้าวหยางจื่ออุดมสมบูรณ์เกินวัยจริงๆ รูปร่างเขาราวกับไม่ใช่เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปี เขาตัวสูงใหญ่มากกว่าผู้ชายวัยยี่สิบปีบางคนเสียอีก
เื่นี้ต้องยกความดีความชอบใช้กับน้ำพุวิเศษ เดิมทีจ้าวหยางจื่อก็สูงใหญ่ได้ผู้เป็พ่อที่เป็ทหารอยู่แล้ว พอได้น้ำพุวิเศษช่วยเร่งการเติบโตของเขาก็ก้าวะโขึ้นมาทันที
“ท่านตา ท่านยาย อรุณสวัสดิ์ขอรับ” เมื่อมีช่องว่างซีห่าวก็เอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
“ห่าวเอ๋อร์พอโตขึ้นก็หล่อเหลาไม่แพ้พี่ชาย เด็กสมัยนี่ช่างเติบโตไวเสียจริง”
จ้าวหยางจื่อไม่เห็นด้วยอย่างแรง เขาหล่อกว่าเห็น!ๆ กล่าวขึ้นอีกครั้งว่า“ท่านตาขอรับ ข้าเอาปลามาฝาก..”
ครั้งนี้จ้าวหยางจื่อเอาปลามาฝากถึงสามตัว
“อีกแล้วเรอะ! แต่เอาเถอะข้าจะรับไว้..” แม้จะไม่ค่อยสบายใจ แต่ทว่าหานเจี๋ยก็ยอมรับไว้เพื่อรักษาน้ำใจของจ้าวหยางจื่อ
“พี่ใหญ่หานมิ่งยังไม่ตื่นหรือขอรับ?”
“ใช่ ยามเฉิน (07:00-08:59) แล้ว เ้าลูกบ้านั่นยังไม่ตื่นอีก ข้าล่ะปวดหัวกับการตื่นสายของเ้านั่นจริงๆ”
“อย่าว่าพี่ใหญ่เลยขอรับ เขาคงเหนื่อยจากการล่าสัตว์ อีกทั้งยังเอาไปขายในเมืองคงเหนื่อยล้ามากแน่ ใช้เวลาพักผ่อนนานเช่นนี้ก็เป็เื่ปกติขอรับ”
“ซี้ซั้วน่า เ้าอย่าให้ท้ายเ้านั่นหน่อยเลย พักผ่อนเอาแรงที่ไหน ขี้เซาล่ะสิไม่ว่า!”
จ้าวหยางจื่อ “…”
ระหว่างที่สองตาหลานกำลังพูดคุยกัน ซูเหวินก็ลงมาจากเรือน นางจ้องมองปลาในตะกร้าเขม็งพลางกล่าวขึ้นว่า
“ท่านพ่อ เอาปลามาให้ข้าเ้าค่ะ ข้าจะนำไปทำอาหาร..”
“อรุณสวัสดิ์พี่สะใภ้” ต่อหน้าผู้ใหญ่จ้าวหยางจื่อก็ทักทายพอเป็มารยาท
“อรุณสวัสดิ์” ซูเหวินพูดจบก็รีบจากไป นางไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเด็กตัวเหม็นพวกนี้นานนัก ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งคันปากอยากจะด่า ไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใด
“สะใภ้คนนี้..” หานเจี๋ยสังเกตเห็นเช่นนั้นก็พลางถอนหายใจออกมา จะบอกว่าดีก็ดีไม่เต็มปาก จะว่าไม่ดีก็ไม่เชิง
ลูกสะใภ้คนนี้เื่ในเรือนถือว่าบ้านเก่าสั่งสอนมาดีหมด ทว่าเื่นิสัยใจคอ..เฮ้อ..คิดแล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกรอบ
มองไปรอบๆ ไม่สังเกตเห็นเด็กอ้วนที่เคยเดินตามเขาต้อยๆ พอไม่พบเป็เดือนแล้ว จ้าวหยางจื่อกล่าวขึ้นอย่างสงสัยว่า
“หานจื้อซ่ายตื่นหรือยังขอรับท่านตา ข้าไม่พบเขามาหลายวันแล้ว”
ได้ยินคำถามของจ้าวหยางจื่อ หานเจี๋ยก็อ้ำอึ้งไม่รู้ว่าจะพูดหรือไม่พูดดี พอครุ่นคิดให้รอบคอบก็ได้ความว่าสักวันจ้าวหยางจื่อก็คงรู้ เลยตัดสินใจพูดมันออกมา
“จื้อซ่ายเข้าไปในเมืองอำเภอเหอเป่ยั้แ่ยามเหม่า(05:00-05-59)เพื่อไปร่ำเรียน..”
“เป็เช่นนี้เอง..” จ้าวหยางจื่อพยักหน้าเข้าใจ สำหรับตระกูลหาน สามารถส่งบุตรหลานไปร่ำเรียนได้ย่อมเป็เื่ปกติ จ้าวหยางจื่อไม่คิดมากแต่อย่างใด
สังเกตเห็นสีหน้าของจ้าวหยางจื่อไม่เปลี่ยนแปลง หานเจี๋ยก็เบาใจลง
เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไป จ้าวหยางจื่อก็บอกลาผู้าุโทั้งสอง
“ถ้าเช่นนั้น ข้ากับน้องๆ กลับเรือนก่อนนะขอรับ ไว้พวกเราจะมาเยี่ยมเยียนใหม่”
“พวกเ้าจะไม่อยู่กินข้าวที่เรือนข้าจริงรึ?”
“ไม่เป็ไรขอรับ ที่เรือนพวกเราก็มีอาหารอยู่แล้ว”
“ถ้าว่างก็มาเยี่ยมเยียนได้ทุกเมื่อ”
“ขอรับ”
…
พวกเขาแยกจากกันตรงนั้น
ระหว่างเดินทางกลับ จ้าวหยางจื่อก็ครุ่นคิดการขายปลาของตนเองต่อ ว่าจะทำอย่างไรทำให้การขายปลาของตนเองง่ายดายกว่านี้ แต่ละวันเขาต้องแบกตะกร้าไปกลับก็หนักเอาการ
หรือว่าจะขุดบ่อเลี้ยงปลาเอาเสียเลย? จ้าวหยางจื่อรีบพับความคิดนี้เก็บลงไปทันที เพราะว่าพื้นที่เรือนของเขาไม่ได้กว้างขวางขนาดนั้น มีพื้นที่ใช้ปลูกผักก็เต็มกลืนแล้ว
หรือจะให้พวกชาวบ้านมาซื้อกับพวกเราที่เรือน? แค่เสียสละพื้นที่แปลงผักบางส่วนขุดบ่อเล็กๆ จับปลามาขังไว้รอขาย?
เป็ความคิดที่ดี! ด้วยประการฉะนี้ข้าสามารถขายปลาได้ตลอดเวลา! เอาเช่นนี้แหละ! ครานี้การขนส่งก็ไม่เป็ปัญหาสำหรับข้าแล้ว!
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็พระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel