ท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงบ เสียงจิ้งหรีดรำไรดังมาเป็ระยะๆ หญิงสาวนอนหลับสบายอยู่บนเตียงกว้างไร้ซึ่งความไม่สบายใจ แอ๊ด!!!! ครื่น!!!!ประตูห้องถูกเปิดออกทั้งๆที่เ้าของห้องไม่รู้ตัว เงาดำตะคุ่มๆแอบย่องๆเข้ามาภายในห้องนอนของเธอ กลางดึกคืนนั้นหญิงสาวต้องพลิกตัวหลายรอบเพราะจู่ๆเธอก็เริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมา
“โอ้ย! ทำไมมันอึดอัดและร้อนขนาดนี้นะ ที่นี่ไม่มีแอร์หรือพัดลมหรือไงนะ โอ้ยร้อน..อึดอัดอัดด้วย หนักๆอะไรอีกล่ะเนี้ย เห้ยเเขน!!!! เเขนสองข้างเลย เเขนใครเนี้ย!!!!” ท่ามกลางความมืดมิดและอึดอัดเธอก็ได้คลำไปโดนเเขนสองข้างซึ่งมันไม่ใช่เเขนของเธอ ด้วยความใที่จู่ๆก็มีอะไรบางอย่างโผล่มากลางดึก เธอรีบทำท่าจะลุกพยายามตะเกียกตะกายหาที่เปิดไฟเพื่อจะดูให้เเน่ใจ เเต่เเขนสองข้างก็ล็อคตัวเธอไว้เเน่น ในขณะเดียวกันเสียงเย็นๆก็ลอยมากระทบข้างๆหูของเธอ
“นี่เ้าคิดจริงๆหรือว่าพวกข้าจะเดินออกจากห้องไปในคืนวันเข้าหอเช่นนี้”
“ถึงพวกข้าจะไม่รู้ว่าเ้าเป็โรคอะไร เเต่ ณ เวลานี้เ้ากับข้าสองพี่น้องเป็ฯสามีภรรยากันแล้ว เพราะฉะนั้นเ้าเป็อะไรพวกข้าก็จะเป็ด้วย” เจินเจินตาเหลือกด้วยความใเมื่อรู้ว่าเ้าของเเขนทั้งสองข้างก็คือสองพี่น้องฝาแฝดอี้เถียนและอี้เฉียนนั่นเอง พวกเขาสองคนนอนกอดตัวเธอไว้เเน่นจนเรียกได้ว่าเนื้อแนบเนื้อขยับตัวกันไม่ได้เลยทีเดียว ชนิดที่ว่าลมหายใจรดต้นคอทั้งซ้ายและขวากันไป
“นี่…พวกนายเข้ามาตอนไหนเนี้ย!! ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่สบาย พวกนายไม่กลัวติดไข้จากฉันหรือไง แล้วนี้จะกอดอะไรนักหนา ฉันหายใจไม่ออกแล้วเนี้ย!!!”
“ก็เ้าเป็ชายาของพวกข้าแล้ว พวกข้าก็มีสิทธ์จะกอดเ้าได้ มิใช่หรือ”
“เเต่ว่าฉัน……”
“พวกข้าสัญญาว่าเเค่กอด ไม่ทำอย่างอื่นเด็ดขาด ถ้าเ้ายังไม่เต็มใจ”
“และอย่าได้คิดนะว่าจะไม่เต็มใจตลอดไป เพราะถ้าข้ากับพี่รองทนไม่ไหว เ้าก็ไม่รอด วันนี้ข้าจะใจดี ปล่อยให้เ้านอนสบายๆไปก่อนละกัน เอ้า!!!นอนสิ…หรือเ้าอยากทำอย่างอื่น..ฮึ” เจินเจินได้เเต่นอนนิ่งๆให้สามีทั้งสองของเธอกอดนอนทั้งคืน ดูเหมือนว่าสองฝาแฝดจะนอนหลับสบายทั้งคืน เเต่หญิงสาวตรงกลางนั้นระเเวงจนไม่กล้านอนเลยทั้งคืน ตอนนี้เธอได้เเต่คิดว่าทำยังไงให้เวลามันถึงเช้าเร็วๆและเเล้วเวลาก็เดินทางจนถึงเช้า สององค์ชายตื่นมาด้วยรอยยิ้มอันชื่นมื่น ในขณะที่ชายาของพวกเขานั้น ขอบตาคล้ำเพราะไม่ได้นอนทั้งคืน
“เห้ย!!! ตา ตาของเ้า…นี่โรคร้ายของเ้า ทำเ้าเป็หนักถึงขนาดนี้เลยงั้นหรือซูเจิน”
“นั่นสิ เเค่เพียงคืนเดียวมันทำให้เ้าเป็ถึงขนาดนี้เลยหรือ”
“ใช่และฉันคิดว่าโรคของฉันคงจะหนักขึ้นเรื่อยๆเเน่ พวกนายช่วยออกไปก่อนได้ไหม ฉันอยากอยู่คนเดียวซักพัก”
“พวกข้าทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก ยิ่งเ้าเป็ฯเช่นนี้พวกข้ายิ่งต้องดูเเลเ้าอย่างใกล้ชิด อาฉางอาเฟย พวกเ้าอยู่ข้างนอกหรือไม่!!!”
“พะยะค่ะ องค์ชายเรียกหาข้า ข้าอยู่นี่”
“เ้าจงไปตามหมอหลวงหญิง มาดูอาการของชายาข้าที ตอนนี้เลย”
“นี่นาย ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ เเค่พวกนายให้ฉันนอน ฉันก็ดีขึ้นแล้ว”
“ไปตอนนี้เลย ไป…ซูเจินเ้าวางใจได้ หมอที่นี่มือดีทุกคน”
“รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ” ไม่นานนักหมอหญิงสองนางก็รีบวิ่งเข้ามา หมอหนึ่งนางเตรียมอุปกรณ์ออกมาวางเรียงต่อหน้าเจินเจิน เข็มแหลมๆหลากหลายขนาดถูกเอามาวางเรียงต่อหน้าเธอ เจินเจินได้เเต่ลอบกลืนน้ำลายพร้อมกับหันหน้าไปมององค์ชายแฝดทั้งสอง พวกเขาพยักหน้าประหนึ่งจะบอกว่า เธอต้องหายเเน่นอน
“จะเริ่มทำการรักษาแล้ว ขอพระราชอนุญาตนะเพคะพระชายา เข็ม!!!”
“เดี๋ยวๆๆๆๆ นี่ต้องใช้เข็มด้วยหรอ!!!”
“ใช่ เมืองหยุนเปิงของเราทำการรักษาและเชี่ยวชาญเื่การฝังเข็มมานานชั่วอายุ”
“เข็มยาวขนาดนี้ฝังเข้าไปในเนื้อของฉันนี่นะ ไม่เอาหรอกนะ!!!”
“นี่เ้ากลัวเข็ม งั้นหรือ ฮึ…”
"เปล่าซะหน่อย เข็มเเค่นี้เอง เเต่ร่างกายฉัน ฉันรู้ดีว่านอนพักอีกหน่อย…ก็หายดี เพราะฉะนั้น..คุณหมอทั้งสองกลับไปเลยค่ะ เชิญค่ะ"
"พอๆๆ..ถ้าเ้าไล่หมอกลับ ข้าจะเป็คนฝังเข็มให้เ้าเอง..เ้าจะเอาเช่นนั้นหรือไม่" เจินเจินคิดในใจว่าเเค่ฉันไม่ได้นอนถึงกับต้องฝังเข็มกันเลยหรือไง เข็มยาวขนาดนั้นมีหวังเสียบไปถึงซี่โครงชั้นในเเน่ๆ ด้วยความที่ร่างกายอ่อนเพลียเพราะไม่ได้นอนเจินจึงต้องหาวิธีอื่นเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากการฝังเข็มให้ได้