หลี่เย่อิงเลิกคิ้วมองดูหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาหาตนเองและสามีด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ก่อนที่เธอจะได้พิจารณาอะไรไปมากกว่านั้น อีกฝ่ายก็เดินเข้ามาตรงหน้าของกงเฉิงเซวียน พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ ราวกับผู้ที่จากไปเป็บิดาหรือญาติผู้ใหญ่ของตนเองก็ไม่ปานเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“เฉิงเซวียนคะ ฉันเสียใจด้วยนะคะ”
“คุณป่วยอยู่ไม่ใช่หรือไง ทำไมยังฝืนตัวเองมาที่นี่อีก” กงเฉิงเซวียนถามอีกฝ่ายออกมาด้วยสีหน้าเป็กังวล
“วันไว้อาลัยนายท่านผู้เฒ่าวันสุดท้ายฉันจะไม่มาได้ยังไง อีกอย่างอาการของฉันก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ” หวงซืออิ๋งตอบด้วยรอยยิ้มเศร้า
ทั้งสองสนทนากันโดยไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้างที่กำลังมองมาเลยแม้แต่น้อย ทางหลี่เย่อิงเองก็เลือกที่จะไม่เอ่ยแทรกคนทั้งคู่เพื่อขัดการแสดงความรักของพวกเขาในตอนนี้เช่นเดียวกัน
สายตาของคนในงานมองไปยังการแสดงออกถึงความห่วงใยที่กงเฉิงเซวียนมีต่อหญิงสาวผู้มาใหม่ พลางมองไปยังหลี่เย่อิงผู้เป็ภรรยาของเขาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความสนใจในทันที
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+
หลี่เย่อิงยืนมองพระเอกและนางเอกในนิยายที่ตนเองเคยอ่านแสดงความรักต่อกันราวกับว่าตัวเธอเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลยเสียอย่างนั้น
ในขณะที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจไปกับตัวละครหลักของนิยายเื่นี้อย่างตั้งใจอยู่นั้น ก็คล้ายกับว่าพระเอกและนางเอกของเื่จะรู้ตัวกันบ้างแล้ว ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่กันเพียงลำพัง
กงเฉิงเซวียนมองไปยังหลี่เย่อิงและบิดาของตนที่ยืนอยู่กับครอบครัวของภรรยาเป็อย่างแรกด้วยความลืมตัว ก่อนที่ท่าทีของเขาจะกลับมาสงบลงและเริ่มแนะนำตัวของหญิงสาวผู้มาเยือนให้ทุกคนในครอบครัวได้รู้จัก
“เย่อิง นี่คือหวงซืออิ๋ง เธอเป็เพื่อนของผม” เขาพูดขึ้น
“ยินดีที่ได้พบค่ะคุณหวง ฉันหลี่เย่อิง เป็ภรรยาของเฉิงเซวียนค่ะ” หลี่เย่อิงแนะนำตัวกลับด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แต่ก็ไม่ได้บ่งบอกถึงความไม่พอใจเช่นกัน เธอเพียงแค่ทำตัวรู้มารยาทว่าในตอนนี้เป็งานไว้อาลัยของนายท่านผู้เฒ่ากง ดังนั้นการยิ้มแย้มจนเกินพอดีอาจไม่ใช่เื่ที่เหมาะนักก็เท่านั้น
เมื่อหลี่เย่อิงทักทายอีกฝ่ายกลับเสร็จ หวงซืออิ๋งก็แสดงสีหน้าลำบากใจออกมาให้กงเฉิงเซวียนเห็นทันที เขามองหน้าคนรักแล้วคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว ว่าเธอต้องกำลังเสียใจเื่ที่หลี่เย่อิงแนะนำตัวว่าตัวเองเป็ภรรยาของเขาอยู่แน่ ๆ
ชายหนุ่มมองไปยังภรรยาด้วยสีหน้าที่ฉายแววตำหนิออกมาวูบหนึ่ง เขารู้สึกว่าการแนะนำตัวของหลี่เย่อิงนั้นไม่เข้าท่าเลย เพราะมันคล้ายเป็การจงใจทำให้หวงซืออิ๋งเสียใจที่ได้ยินมัน
กงเฉิงเซวียนคิดตำหนิหลี่เย่อิงทั้งที่อีกฝ่ายแค่แนะนำตัวตามมารยาทเท่านั้นโดยไม่สนใจที่จะมองความเป็จริงเลยแม้แต่น้อย
เย่อิงมองปฏิกิริยาของทั้งคู่แล้วให้รู้สึกแปลกใจขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองคนจะรู้สึกคับข้องใจบางอย่างโดยมีต้นเหตุมาจากเธอเสียแล้ว แล้วเธอทำอะไรผิดกันเล่า ประโยคเดียวที่เธอพูดออกไปมีเื่ไหนที่ไม่จริงบ้างกัน
เมื่อเห็นท่าทีของพวกเขาทั้งสอง ที่คนหนึ่งทำท่าเหมือนโดนเธอรังแก ส่วนอีกคนก็แสดงสีหน้าตำหนิมายังเธอคล้ายเธอกำลังทำเื่ไม่ถูกต้องอยู่ เย่อิงก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มหยันให้กับคนไม่รู้กาลเทศะทั้งสองในใจเท่านั้น
‘เกินเยียวยากันเกินไปแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่นางร้ายของเื่จะซวยเพราะพวกเขาทั้งคู่ได้มากขนาดนั้น’
“พาเพื่อน...ของคุณเข้าไปด้านในเถอะค่ะ ทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง” หลี่เย่อิงเอ่ยกับทั้งคู่ทันทีที่เห็นว่าพวกเขาเริ่มที่จะแสดงอารมณ์ด้วยความลืมตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ฝากด้วยนะ เราไปกันเถอะครับ” เฉิงเซวียนบอกกับหลี่เย่อิงก่อนที่จะผายมือเชิญให้หวงซืออิ๋งเดินตามเขาไปอย่างไม่คิดมาก
พระเอกหนุ่มไม่ได้คิดที่จะเดินเข้างานในทันที แต่เขาเลือกที่จะเดินพาเธอไปแนะนำตัวกับพ่อของเขา หรือก็คือกงเฉินอย่างเป็ทางการในวันนี้แทนอย่างไม่คิดที่จะลังเลอีกต่อไป
“พ่อครับ นี่คือหวงซืออิ๋ง เพื่อนของผมครับ” เขาเอ่ยกับกงเฉินที่กำลังยืนพูดคุยกันกับพ่อแม่ของหลี่เย่อิงอยู่
“ยินดีที่ได้พบค่ะ ฉันขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะนายท่านกง” หวงซืออิ๋งเอ่ยกับพ่อของคนรักด้วยท่าทีนอบน้อม
แต่ก่อนที่นายท่านกงเฉินจะได้ตอบรับอะไรออกไป หลี่เจี้ยนก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ลูกเขย ไม่คิดจะแนะนำเพื่อนของเธอให้พ่อแม่ภรรยารู้จักหน่อยเหรอ”
กงเฉิงเซวียนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะทันที เขาไม่คิดว่าพ่อของหลี่เย่อิงจะกล้าเข้าร่วมการสนทนาอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ ซึ่งความคิดของเฉิงเซวียนว่าพ่อของภรรยาไม่น่าจะพูดแทรกขึ้นก็ไม่ผิดนัก เพราะแค่เพื่อนของลูกเขยจะสำคัญในสายตาของพ่อตาได้ยังไงกัน
แต่น่าเสียดายที่ทั้งพ่อและแม่ของหลี่เย่อิงไม่ได้รู้มาว่าหวงซืออิ๋งเป็แค่เพื่อนของกงเฉิงเซวียนอย่างที่เขาแนะนำเท่านั้น แต่เธอเป็ชู้รักของลูกเขยพวกเขามาพักใหญ่ ๆ แล้วต่างหาก
“นั่นสิ ทำไมแกทำเหมือนกับพ่อแม่ภรรยาไม่มีตัวตนแบบนี้ล่ะ ใช้ได้ที่ไหนกัน” กงเฉินสนับสนุนคำพูดของหลี่เจี้ยนเพื่อนรักทันที อีกทั้งเขายังรู้สึกว่าการแสดงออกของลูกชายตอนนี้ไร้มารยาทมากอีกด้วย มีผู้ชายแต่งงานแล้วบ้านไหนกันที่กล้าพาเพื่อนต่างเพศมาแนะนำกับครอบครัวตัวเองโดยไม่สนใจสายตาครอบครัวของภรรยาที่ยืนหัวโด่อยู่แบบที่กงเฉิงเซวียนทำกันบ้าง
“เอ่อ คุณลุง คุณป้าครับ นี่หวงซืออิ๋ง เป็เพื่อนของผมครับ” เขาแนะนำหวงซืออิ๋งกับพ่อแม่ของหลี่เย่อิงอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ยินดีที่ได้พบค่ะคุณลุง คุณป้า” หวงซืออิ๋งทักทายพ่อแม่ของหลี่เย่อิงด้วยสีหน้ากล้ำกลืน
ยังไม่ทันที่พ่อของเฉิงเซวียนและพ่อแม่ของเย่อิงจะได้เอ่ยทักทายหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้างกับกงเฉิงเซวียน ชายหนุ่มตัวตนเื่ก็พาหวงซืออิ๋งเดินเข้าไปในงานและไม่คิดที่จะต่อบทสนทนากับทุกคนที่ยืนอยู่อีกในทันที
กล้าหาญมาก แม่นางเอกของเรา/ส่วนพระเอกคือ…ไม่สนใครทั้งนั้นไปอีกกก
(。•ˇ‸ˇ•。)
ส่วนยัยน้องนั้น…ช่วยอินกับบทหน่อยได้ไหมลูก!!! หนูไม่ใช่นักอ่านแล้วน้าาาาา
o_O???