“พร้อมนะ”เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจของเพื่อนที่สี่คนที่นั่งอยู่บนเตียงนอนและฟังอย่างตั้งใจ
“จากที่ฉันศึกษาในหนังสือทั้งสามเล่มพอจะสรุปเื่เวทมนต์ออกมาได้ว่า... เวทมนต์ คือพลังธรรมชาติที่มีอยู่ทุกที่รวมทั้งในอากาศ เรียกว่าเป็เวทธรรมชาติ เมื่อเราหายใจเข้าไปเวทมนต์นี้ก็เข้าสู่ร่างกายของเราพร้อม ๆกับอากาศด้วยเช่นกัน นานวันเข้าเมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชินกับพลังนี้แล้วร่างกายของเราจะค่อย ๆ สร้างเส้นสายธารเวทมนต์ขึ้นในร่างกาย สอดประสานไปกับเส้นเืและเส้นประสาททั้งหลายทำให้เราเริ่มสู้สึกได้ถึงพลังเวทมนต์นี้ และเมื่อััได้นานวันเข้าร่างกายจะสร้างแก่นเวทในร่างกายเพื่อแปลงพลังเวทมนต์ธรรมชาติให้กลายเป็ชีวเวท และสะสมพลังเ่าั้ไว้ในแก่นเวท ซึ่งเมื่อแก่นเวทขยายตัวมากขึ้นก็จะสามารถสะสมพลังเวทได้มากขึ้นตามไปด้วย”
อาจารย์โนบลินเริ่มต้นชั้นเรียนเวทมนต์เล็กๆ ขึ้นในห้องใต้หลังคา เด็ก ๆ ทั้งสี่ต่างตั้งใจฟังในสิ่งที่โนบลินพยายามอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายที่สุดพลางจินตนาการตามในสิ่งที่ได้ยินมาและเริ่มที่จะมองภาพเวทมนต์ออกได้บ้างแล้ว
“แล้วเราจะใช้งานพลังเวทมนต์ได้ยังไงกันล่ะโนบลินฉันอยากจะพ่นไฟได้อย่างที่เ้างูั์มันทำได้บ้าง” พอลถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้นจนตาเป็ประกาย
“เื่นั้นฉันว่าถ้าอธิบายตอนนี้มันจะข้ามชั้นไปหน่อยและอาจจะทำให้พวกนายสับสนได้เพราะอย่างนั้นฉันอยากจะรอให้พวกนายเริ่มัักับพลังเวทได้ก่อนและทำความคุ้นเคยก่อนสักนิดแล้วฉันจะอธิบายเื่การใช้พลังให้ฟังอีกที”
คำตอบของโนบลินทำให้พอลหน้าจ๋อยลงไปอย่างเห็นได้ชัดแต่ทุกคนก็เข้าใจในส่งที่โนบลินเป็กังวลเลยไม่ได้รบเร้าให้รีบสอนเื่การใช้พลังเวทมนต์ในตอนนี้
“เดี๋ยววันนี้ฉันคิดว่าเราน่าจะต้องเตรียมเงินทุนสำหรับการฝึกพลังเวทของพวกนายแล้วก็การหาวัตถุดิบมาสร้างอาวุธทดแทนที่พวกนายสูญเสียไปด้วย”โนบลินบอกแผนการที่วางไว้ให้กับเพื่อน ๆ ฟัง
“สำหรับเืและเนื้อของสเนกอนที่พวกเราได้มามันสามารถที่จะสร้างเป็ยาเวทมนต์บางตัวได้ แต่ต้องใช้ส่วนผสมอีกนิดหน่อย”โนบลินบ่นพึมพำ
“ถ้านาย้าอะไรเพิ่มเติมเราจะไปหามาให้นายเอง ขอแค่สั่งมาก็พอ” เรซขันอาสาแทนเพื่อน ๆ คนอื่น
“อืม..ไม่หรอกคราวนี้ฉันคิดว่าจะใช้วิธีขายสูตรยา..”โนบลินเริ่มเผยแผนการที่วางไว้ให้ทุกคนได้รู้
“หา..ขายสูตร?ขายยังไง ขายให้ใครกัน” พอลถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ใช่ ๆแล้วอีกอย่างวิธีการปรุงยาของนายมันต้องใช้วงเวทด้วยไม่ใช่เหรอแล้วแบบนี้ถึงใครจะมีสูตรของนายก็ใช่ว่าจะทำได้ซะที่ไหนกัน” บันกล่าวเสริม
“ฉันลองวิเคราะห์ดูแล้ววงเวทที่ฉันใช้มันก็คือการใช้เวทมนต์รูปแบบนึงนั่นแหละเพียงแต่มันอยู่ในรูปของระบบกลไกที่ครบวงจรั้แ่ต้นจนจบฉันเลยลองจำแนกขึ้นตอนการปรุงยาออกมาเป็รูปแบบการใช้เวทมนต์ทั่วไปก็พอจะจับขั้นตอนต่าง ๆ ได้บ้าง เดี๋ยวฉันจะลองเขียนตำหรับยาให้ลุง ผอ. วินเธอร์ลองไปทำดู ไม่น่าจะยากสักเท่าไหร่”
“อืม..ความคิดนายก็เข้าท่าเหมือนกันแฮะฉันก็เบื่อเวลาที่ต้องแถตอนเอายาวิเศษของนายไปขายที่ร้านยา ว่าได้ยามาจากไหนทำได้ยังไง เหมือนกัน ถ้าใช้วิธีนี้เราก็จะได้เงินมาอย่างสบาย ๆถ้าจะต้องแถก็แถแค่กับลุงวินเธอร์คนเดียว” พอลเห็นด้วยกับความคิดของโนบลิน
“ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยดีไหม”บันถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้นถึงแม้จะเป็เวลาแค่ไม่กี่วันที่เขาสูญเสียอาวุธคู่กายไปแต่ก็นานพอที่จะทำให้รู้สึกเหงามืออยู่เหมือนกัน
“อื้ม..แต่เดี๋ยวฉันขอปรุงยาเป็ตัวอย่างสักหน่อยเพื่อให้คุณวินเธอร์ได้เห็นเป็ตัวอย่างจะได้ตอบตกลงซื้อสูตรยาได้ง่ายขึ้น” โนบลินตอบ
ด้วยความที่วัตถุดิบที่มีนั้นพร้อมแล้วอีกทั้งจำนวนยาที่สร้างไม่ได้มากมายโนบลินจึงปรุงยาเสร็จอย่างรวดเร็วเมื่อตระเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วเด็ก ๆจึงพากันเดินทางไปยังสถาบันปรุงยาเพื่อพบกับ ผอ.วินเธอร์
เวลาสายของวันที่อากาศแจ่มใสหน้าสถาบันปรุงยา...
“ท่าน ผอ.ครับมีเด็กกลุ่มนึงมาขอเข้าพบท่าน บอกว่ามีเื่สำคัญครับ”
ชายหนุ่มรูปร่างผอมบางใส่ชุดคลุมสีขาวคนหนึ่งเอ่ยรายงานไปยังชายชราผมขาวโพลนในชุดคลุมสีขาวเช่นเดียวกันแตกต่างก็เพียงเส้นคาดสีทองที่แขนเสื้อคลุมทั้งสองข้างที่เด่นชัดและดูมีสง่าราศีมากกว่า
“เด็กที่ไหนมันจะมามีเื่สำคัญกับฉันกันไล่พวกมันไปให้พ้น ๆ ฉันกำลังต้องใช้สมาธิคิดค้นยาตัวใหม่ไม่มีเวลาไปเล่นกับเด็กบ้าพวกนั้นหรอก...!”วินเธอร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุดจะรำคาญเมื่อโดนขัดจังหวะในตอนที่กำลังใช้สมาธิ
“ขะ..ครับ”เด็กหนุ่มรับคำอย่างผวาก่อนที่จะหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว
“ฮึ่ยได้พวกเด็กบ้า..! หือ..เดี๋ยว! เดี๋ยว! เ้าน่ะกลับมานี่ก่อน”ก่อนที่ชายหนุ่มคนนั้นจะเดินออกไปจากห้อง วินเธอร์ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“คะ..ครับผมกำลังจะไปไล่เด็กพวกนั้นให้เร็วที่สุดเลยครับ” ชายหนุ่มรีบบอกอย่างลนลาน
“ฮึ่ย!!ใช่ที่ไหนกันล่ะ ฉันแค่จะถามว่า ไอ้เด็กที่มานี่มากันห้าคนใช่หรือเปล่า”
“เอ๋ ท่าน ผอ.รู้ได้ยังไงหรือครับ หรือว่านัดหมายกันไว้ก่อนหรือเปล่าครับ”
“อืม..ถ้าเป็เด็กพวกนั้นรีบไปเชิญให้เข้ามาที่นี่เร็วเข้า แล้วก็..เตรียมน้ำกับของว่างสำหรับแขกออกมาด้วย”วินเธอร์สั่งอย่่งรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น
“อะ..เอ๋ให้เตรียมน้ำกับของว่างด้วยเหรอครับ” ชายหนุ่มไม่วายสงสัย ว่าแค่เด็กห้าคนทำไมผอ.ของเขาถึงได้ต้อนรับขับสู้ดีขนาดนี้
“ก็ใช่นะสิโว้ยถามมากอยู่ได้ ไปเชิญเด็กกลุ่มนั้นเข้ามาแล้วเตรียมน้ำกับของว่างมาห้าชุดเร็วเข้า”วินเธอร์เริ่มะโอย่างเหลืออดทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นต้องรีบหมุนตัววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากรออยู่สักพักวินเธอร์ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายเสียงกำลังดังใกล้เข้ามา
"อรุณสวัสดิ์ลุงผอ." พอลยกมือทักทายอย่างเป็กันเอง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวินเธอร์จะรู้สึกเป็กันเองมากแค่ไหน
“อื้อ อื้ออรุณสวัสดิ์ พวกเ้านั่งก่อนเถอะแล้วค่อยคุยกัน”
แม้จะตะหงิดใจกับความสนิทสนมที่มาเกินไปของพอลแต่ความตื่นเต้นปนอยากรู้อยากเห็นของวินเธอร์ก็ทำให้เขามองข้ามเื่เล็กน้อยนั้นไป
“พวกเ้ามาวันนี้จะเอายาวิเศษใดมาทำให้ข้าประหลาดใจอีกอย่างนั้นหรือ?”วินเธอร์รีบถามอย่างอดไม่ได้
“วันนี้ผมเอายาตัวใหม่มาให้ลุงวิเธอร์ลองใช้ครับ”ว่าแล้วโนบลินก็ยื่นถุงผ้าเล็ก ๆซึ่งภายในบรรจุยาเม็ดสีม่วงห้าถึงหกเม็ดให้แก่วินเธอร์
“โอ..นี่มันคือยาอะไรกันข้าััได้ถึงพลังงานเวทมนต์เข้มข้นที่แผ่ออกมาจากยาเม็ดเหล่านี้นะ..นี่มันคือยาวิเศษใดหรือ?” วิเธอร์ละล่ำละลักคำพูดออกมาอย่างตื่นเต้น
“อืม...วิธีอธิบายที่ง่ายที่สุดผมว่าลุงลองกินยานั้นเข้าไปดูน่าจะชัดเจนกว่านะครับ” โนบลินตอบยิ้ม ๆ
“หะ..หือให้ขาลองกินยานี่น่ะหรือ? ได้ข้าจะลองดูสักเม็ดแล้วกัน”วินเธอร์รับคำแล้วจึงหยิบยาเม็ดขึ้นมาแล้วกินลงไปหนึ่งเม็ด
“หือ?นี่มัน..” วินเธอร์อุทานขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ
ทันทีที่ยาเม็ดเข้าสู่ร่างกายของวินเธอร์ในขั้นแรกนั้นเขารู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นเป็อย่างมากกล้ามเนื้อทั่วร่างที่เหี่ยวซีด กลับเต่งตึงขึ้นมาราวกับอยู่ในวัยฉกรรจ์เรี่ยวแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจนเขารู้สึกมั่นใจว่าสามารถจัดการเซบักโตเต็มวัยได้ด้วยหมัดเดียว
ในขณะเดียวกันร่างกายของเขาก็รับรู้ได้ถึงพลังงานเวทมนต์ที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างมากมายเขาเองที่เป็นักเวทระดับสูงที่ติดอยู่ที่ขั้นที่สองเป็เวลานานหลายปีแต่ตอนนี้พลังเวทมนต์ในร่างกายนั้นเอ่อล้นจนทะลวงขั้นที่สามไปแล้ว
“วิ..วิเศษนี่มันคือยาวิเศษที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเมืองแห่งนี้เลยทีเดียวจะ..เ้ายินดีที่จะขายยาที่เหลือให้แก่สถาบันของเราได้ศึกษาหรือไม่”
วินเธอร์รีบถามอย่างตื่นเต้นเพราะนี่เป็การค้นพบตัวยาวิเศษชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนถ้าหากเขาได้ตัวอย่างยาที่เหลือนี้มาใช้ศึกษา เขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบและปรุงออกมาได้อย่างใกล้เคียงกันได้แม้ต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์สักหลายปีก็ตาม
“เอ่อ..ยาเม็ดที่เหลือนั่นผมไม่ขายให้หรอกครับ”โนบลินตอบ
“หะ..อืม..อย่างนั้นสินะยาวิเศษเช่นนี้เ้าคงไม่ยอมขายให้เราอยู่แล้ว ข้ารู้ดี”
วินเธอร์พูดเสียงเศร้าอย่างเสียดายแม้จะรู้ว่ายาวิเศษเช่นนี้ไม่ใช่ของที่จะเอามาขายกันง่าย ๆเพราะราคาของมันจะต้องสูงมากอย่างที่แทบจะประเมินไม่ได้ แต่เมื่อได้ยินคำตอบของโนบลินเขาเองก็อดให้รู้สึกเสียดายไม่ได้
“คือ..ยาเม็ดที่เหลือนั่นผมเอามาให้ลุงวินเธอร์เป็ของกำนัลเล็กน้อยน่ะครับ”โนบลินบอกพลางยิ้มให้อย่างจริงใจ
“หา!!จะ..เ้าล้อข้าเล่นหรืออย่างไรยาเม็ดวิเศษเช่นนี้หากนำไปขายต้องได้ไม่ต่ำกว่าสิบห้าเหรียญทองหรือหากเอาไปประมูลย่อมสามารถได้ถึงยี่สิบเหรียญทองต่อหนึ่งเม็ดแล้วเ้าจะเอายาจำนวนมากขนาดนี้มาให้ข้าได้อย่างไร”
วินเธอร์ที่ใในสรรพคุณของยาเม็ดที่โนบลินเอามานั้นยังใในคำพูดของเด็กน้อยนี้มากกว่า โนบลินพูดเหมือนว่ายาเม็ดนี้ปรุงได้ง่าย ๆจนเหมือนไร้ราคา
“ที่ผมมาวันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาขายยาพวกนี้หรอกครับ”โนบลินตอบพร้อมรอยยิ้ม
“ละ..แล้ว”วินเธอร์ชักจะสับสนกับการมาของโนบลินในครั้งนี้
“ที่ผมมาคราวนี้เพื่อที่จะมาติดต่อขายสูตรยาเม็ดนี้ครับ” โนบลินเฉลยถึงวัตถุประสงค์ของการมา
“สะ..สูตรยาอย่างนั้นหรือ”วินเธอร์ทั้งดีใจะใจนพูดไม่ออก
“แต่...วิธีปรุงยาของเ้ามันแตกต่างจากรูปแบบการปรุงยาของสถาบันข้าเกรงว่าถึงได้สูตรยามาสถานบันก็จะไม่สามารถปรุงยานี้ได้”วินเธอร์ทั้งลำบากใจทั้งเสียดาย
“ผมได้ลองปรับเปลี่ยนวิธีการในการปรุงยาใหม่แล้ว”โนบลินพูดพลางยื่นกระดาษที่บันทึกวัตถุดิบและขั้นตอนการปรุงยาไปให้วินเธอร์“คิดว่าลุงคงจะเข้าใจได้ไม่ยาก”
“โอ..นะ..นี่ถึงแม้จะค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็เป็ขั้นตอนที่พอเข้าใจและทำตามได้ถ้าเป็ไปตามวิธีนี้ ข้าคิดว่านักเวทระดับกลางขั้นสามขึ้นไปก็น่าจะพอปรุงยาได้แล้วจะเป็อะไรไหมถ้าข้าอยากจะขอพิสูจน์สูตรยานี้ก่อน?”
วินเธอร์ถามอย่างเกรงใจอันที่จริงแล้วเขาค่อนข้างเชื่อมั่นในสูตรยาที่โนบลินนำมาอยู่พอสมควรแต่เพื่อความแน่ใจและเป็ที่ยอมรับของทั้งสถาบันจึงจำเป็ที่จะต้องให้นักปรุงยาของสถาบันได้ลองปรุงยาตามเทียบที่โนบลินให้มาเพื่อยืนยันอีกครั้ง
“เอ..แต่วัตถุดิบบางตัวข้าคิดว่าที่สถาบันจะไม่มีให้ใช้เอาเป็ว่าข้าขอจดวัตถุดิบไว้ก่อนเมื่อข้าหาได้ครบแล้วจะติดต่อขอวิธีการปรุงกับเ้าอีกทีได้หรือไม่?”วินเธอร์ถามขึ้นอย่างจนใจเพราะวัตถุดิบที่โนบลินเขียนมานั้นมีบางตัวที่แม้แต่เขาเองก็ไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ
“วัตถุดิบทั้งหมดนั้นผมนำมาด้วยแล้ว ถ้าลุงสนใจจะซื้อผมจะขายให้ในราคากันเองก็แล้วกัน”
โนบลินตอบยิ้ม ๆจากนั้นจึงลุกออกไปตรงกลางห้องและหยิบเอาถุงหนังงูออกมาแล้วจึงล้วงเอาหลอดของเหลวเล็ก ๆ จากในกระเป๋ากางเกงออกมา และเทลงบนถุงหนังนั้น
ผ่านไปชั่วอึดใจเดียวหลังจากแสงเรือง ๆ ที่แผ่ออกมาจากถุงหนังนั้นดับลงวินเธอร์ก็ต้องใเมื่อสิ่งของหลายอย่างนั้นหล่นออกมากองบนพื้นกลางห้อง เป็กองใหญ่มากกว่าที่จะใส่ลงไปในถุงหนังนั้นได้นับร้อยเท่า
“นี่..นี่เป็ไปได้อย่างไรกัน”วินเธอร์ใจนผมสีขาวที่เหลือไม่เต็มหนังศีรษะแทบลุกชี้ชัน ในขณะที่เด็ก ๆนั้นเพียงแค่ยิ้มให้ไม่ตอบคำ
หลังจากสอบถามอยู่พักใหญ่แต่ยังไม่ได้คำตอบเื่ถุงหนังปริศนานั้นวินเธอร์ก็ถอดใจไม่ไต่ถามต่อแล้วจึงเลือกเอาวัตถุดิบตามที่โนบลินเขียนไว้ซึ่งในสถาบันไม่มีใช้ไว้หลายอย่างทั้งของเหลวน้ำ เนื้อสัตว์เวท และอื่น ๆ
หลังจากได้วัตถุดิบครบแล้ววินเธอร์สั่งการให้นักปรุงยาระดับกลางขั้นที่ห้าจำนวนหกคนทดลองปรุงยาตามวิธีการของโนบลินซึ่งมีอยู่สองสูตรซึ่งโนบลินเขียนกำกับไว้ว่าระดับกลางและระดับต่ำระดับละสามคน
หลังจากผ่านเวลาไปราวครึ่งชั่วโมงนักปรุงยาทั้งหกวิ่งกระหืดกระกอบมาที่ห้องของวินเธอร์
“ทะ..ท่านผอ.ครับ!”เสียงของนักปรุงยาคนหนึ่งดังขึ้นมา ก่อนที่ร่างของนักปรุงยาหกคนจะปรากฏขึ้นที่หน้าประตู
“เป็ยังไงบ้างลองว่ามา”วินเธอร์เอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
นักปรุงยาทั้งหกยังไม่สามารถเอ่ยคำได้ทำได้เพียงยืนหอบแฮก ๆ อยู่อย่างนั้นพลางยื่นมือที่กุมของบางสิ่งมาให้วินเธอร์ดู
“นี่มัน..สำเร็จใช่หรือไม่?”วินเธอร์ถามเสียงตื่นเต้น
“ครับหลังจากทำตามขั้นตอนที่เขียนไว้เราทั้งหกก็ประสบความสำเร็จในการปรุงยาได้และก็ได้ยาเม็ดออกมาจำนวนหนึ่ง เราให้นักปรุงคนอื่นทดสอบตัวยาดูพบว่าคุณสมบัติดีเยี่ยมตามที่เขียนไว้ในสูตรยาเลยครับ”นักปรุงยาหนุ่มคนหนึ่งรีบตอบออกมาจนแทบจะหายใจไม่ทัน
“เช่นนั้นแปลว่าสูตรยาใช้ได้ถ้าเป็ตามนี้สถาบันของเราต้องมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอนว่าแต่นอกจากคุณสมบัติที่ได้แล้วตัวยานี้มีผลข้างเคียงอันใดหรือไม่” วินเธอร์ถามขึ้นอย่างรอบคอบเพราะเขาเกรงว่าตัวยาที่คุณสมบัติดีเยี่ยมเช่นนี้อาจจะมีผลข้างเคียงบางอย่างก็เป็ได้
“จนถึงตอนนี้ผู้ทดสอบตัวยายังไม่พบผลข้างเคียงใดๆ เลยครับ คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆ ครับ”
“อย่างนั้นหรือ ดี ดีพวกเ้าทำได้ดี ขอบใจมาก”วินเธอร์กล่าวชมเหล่านักปรุงยาทั้งหลายที่ช่วยกันปรุงยาตามสูตรของโนบลินจนสำเร็จ
“อืม..เ้าอย่าหาว่าข้าเื่มากเลยนะแต่ช่วยอธิบายสรรพคุณของตัวยาของเ้าให้ข้าฟังอย่างละเอียดได้หรือไม่เพื่อที่ข้าจะได้เอาไปใช้ในการประกาศแก่ชาวเมืองในตอนที่วางขาย” วินเธอร์ถามขึ้น
“เื่นั้นไม่มีปัญหาครับตัวยาที่ลุงผอ. กินไปนั้นผมเรียกว่ายาเสริมกายเวท คุณสมบัติของมันก็ตามชื่อเลยคือมันจะเสริมทั้งพลังกายจากคุณสมบัติของเนื้อสัตว์ร้ายหรือสัตว์เวทที่ผสมลงไปผลที่ได้ก็จะคล้ายน้ำเสริมกายาที่ทำจากส่วนผสมชองเซบัปแต่มีคุณสมบัติเสริมความแข็งแกร่งได้ดีว่า
ในขณะเดียวกันก็เสริมความสามารถด้านพลังเวทมนต์ที่ได้จากคุณสมบัติของเนื้อสัตว์เวทและของเหลวเวทมนต์ที่ผสมลงไปทำให้มีพลังเวทมนต์เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็เวลาสองชั่วโมงซึ่งนอกจากจะทำให้มีพลังเวทไว้ใช้มากขึ้นในระยะเวลาหนึ่งแล้วพลังเวทที่ได้นั้นยังย่อยสลายได้เร็วและทำให้ร่างกายดูดซับพลังเวทนั้นมาแปลงเป็ชีวเวทได้ดีกว่าการดูดซับพลังเวทจากธรรมชาติไม่ต่ำกว่าห้าเท่าทำให้ช่วยย่นระยะเวลาในการสะสมเวทมนต์ได้เป็อย่างดี
ซึ่งตัวยาระดับกลางนั้นคือเม็ดที่ลุงได้ลองกินไปตอนแรกส่วนตัวยาระดับต่ำนั้นจะแสดงผลในระยะเวลาที่เท่ากันกับระดับกลางแต่มีสรรพคุณเพียงสามในห้าส่วน เหมาะกับนักเวทระดับต้นมากกว่า”
โนบลินอธิบายสรรพคุณของตัวยาเกสริมกายเวทอย่างละเอียดทำให้วินเธอร์ทั้งยินดีทั้งตื่นเต้นทั้งใจนทำหน้าไม่ถูก
“แล้วเื่ราคาของสูตรยาที่เ้า้าขายเล่า้าเท่าใด” วินเธอร์ถามขึ้น
“อืม..ผมอยากได้ราคาสี่ส่วนของราคาขาย”โนบลินเสนอสิ่งที่คิดไว้แต่แรก
“สี่ส่วนอย่างนั้นหรือด้วยสูตรยาที่วัตถุดิบราคาไม่สูงมากแต่มีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมขนาดนี้ข้าคิดว่าจากราคาที่ตั้งขายได้นั้น เพียงแค่สามส่วนสถาบันเราก็ยังพอจะได้กำไรแต่เ้ากลับให้เรามากถึงหกส่วนอย่างนั้นหรือเ้าคิดดีแล้วอย่างนั้นรึ”วินเธอร์บอกออกไปตามตรงเพราะไม่อยากให้โนบลินต้องเสียเปรียบจากส่งนแบ่งที่พึงได้
“ผมคิดว่าจำนวนเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”โนบลินตอบพลางยิ้มอย่างจริงใจ
“ถ้าเช่นนั้นเอาอย่างนี้หลังจากที่ตัวยาทั้งสองสูตรออกวางจำหน่ายส่วนแบ่งสี่ส่วนนั้นข้าจะจัดส่งให้กับพวกเ้าอีกหนึ่งส่วนทางสถาบันจะมอบให้แก่บ้านเด็กกำพร้าที่พวกเ้าอาศัยอยู่ในรูปแบบของทุนการศึกษาและค่าอาหารเ้าเห็นว่าอย่างไร” วินเธอร์ถามสิ่งที่คิดไว้กับเด็ก ๆทำให้เด็กทั้งห้าคนนั้นยิ้มจนหน้าบาน
ซึ่งในตอนแรกเงินสี่ส่วนนี้เขาก็ตั้งใจจะเอาไปแบ่งให้กับลอเลนซ์อยู่แล้วติดตรงที่ยังไม่รู้จะบอกเื่ที่มาของเงินอย่างไร เมื่อวินเธอร์เสนอมาแบบนี้จึงทำให้เด็กๆ คลายความกังวลลงไปได้มาก
หลังจากเสร็จสิ้นการคุยธุรกิจของโนบลินเด็ก ๆ พากันกลับบ้านพร้อมกับเงินที่ได้จากการขายวัตถุดิบจำนวนมากยังไม่รวมถึงส่วนแบ่งจากการขายยาเม็ดเสริมกายเวทที่จะวางขายในอีกไม่ช้านับว่าการค้าวันนี้ของโนบลินเป็ไปอย่างดีเยี่ยมจริง ๆ
...หลังจากนี้หนึ่งสัปดาห์ทั่วทั้งเมืองจะต้องแตกตื่นจากข่าวของการวางขายยาวิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างแน่นอน...