หลังจากคนทั้งสองได้เดินหายไป ความเงียบก็บังเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที ลมเย็นๆค่อยๆไหลผ่านไปตามเวลา
เด็กหนุ่มที่นั่งพิงต้นไม้ไม่สิโดนซัดจนต้องพิงเสียมากว่าเขาถอนหายใจยาวท่ามกลางความโล่งใจที่ตัวเองพึ่งรอดตายในเสี้ยว
วินาทีสุดท้ายเพราะถ้าเสียงงหมดเวลาไม่ดังขึ้นมาล่ะก็เขาคงตายไปแล้วแน่นอน
ในขณะที่ตัวเขาพยามจะลุกขึ้นจากต้นไม้อยู่ดีๆ แสงสีขาวก็ค่อยส่องออกมาทั้งที้งที่ไม่มีที่ให้กำเนิดไฟแต่แสงสีขาวค่อยๆส่อง
ออกมาจนแทบแสบตา ตัวเขามองภาพเ่าั้ด้วยความอึ้งไม่เพียงเพราะแค่แสงส่องออกมาแต่ จุดที่แสงสีขาวส่องออกมานั่นคือร่อง
รอยของการโดนทำลายจากการต่อสู้ที่เขาพึ่งเจอมาหมาดๆ
แสงเ่าั้ค่อยๆขยายตัวจนสภาพพื้นที่ที่เคยโดนทำลายค่อยกลับมาเหมือนเดิมราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เขากระพริบตาให้กับความแปลกประหลาดที่ตัวเองเจอมาพรางถอนหายใจออกมาเป็รอบที่สาม เพราะมันไม่ใช้ครั้งแรก
มันเป็มาั้แ่การต่อสู้กับเด็กสาวที่ื่มีชื่อแปลกๆมันก็เป็แบบนี้ .....โรงเรียนนี้แปลกเกินไปแล้วเฟ้ยแต่ว่าตอนนี้เราจะนอนไหนดีฟ่ะ
เพราะห้องไม่สิกระท่อมไม้ที่เหมือนโดนไฟเผานั่นไม่น่าใช่ที่อยู่สำหรับคนธรรมดาได้เลยถ้าเป็บ้านหมาคงน่าเชื่อกว่าแน่นอน
แต่ว่าตัวเขาในตอนนี้ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากอยู่ที่นั่นเพราะจะให้นอนในที่ที่อันตรายแบบนี้มันก็ไม่ได้อีกในขณะที่ตัวเขาตัดสินใจได้
นั่นเองนาฬิกาดังขึ้นจากข้อมือ ภาพสามมิติเปิดขึ้นเป็ข้อความจากทางโรงเรียน
ปกติทางโรงเรียนจะมีเซิฟเวอร์เป็ของตัวเองของเหล่านี้จะเป็ตัวแจ้งข่าวสารให้กับนักเรียนทั่วโรงเรียนเพื่อแจ้งข่าวสำคัญซึ่ง
โดยรวมแล้วนักเรียนทั่วไปจะรู้เื่นี้ซึ่งมันเป็เื่ธรรรดาสำหรับนักเรียนโรงเรียนแห่งนี้ แต่มันก็เป็ข้อยกเว้นสำหรับใครบางคนเช่นกัน
เนื้อหาโดยสรุปคือ พรุ่งนี้จะมีการปฐมนิเทศขอให้นักเรียนทุกคนเตรียมตัวให้เรียบร้อยเนื่อหาโดยประมาณนีเด็กหนุ่มมองนาฬิกาตัว
เองพรางทำหน้าอย่ากตายขึ้นมา เพราะวันนี้มีแต่เื่จริงๆตั่งแต่เช้ายันมืดเลยก็ว่า ไม่ว่าจะเป็เื่ห่อพัก เื่เมื่อสองอาทิตร์ก่อนหรือแม้กระ
ตอนนี้ก็ตาม ในขณะที่โยชิทากะกำลังเดินไปกระท่อมอยู่นั่นเองอยู่ดีๆความคิดบ่างอย่างก็แล่นเข้ามา โดนแกล้งเรอะ
เด็กหนุ่มรีบสายหัวทันทีเพื่อพยามไล่ความคิดเช่นนั้นออกไปเพราะเขาไม่คิดว่าแค่ตัวเองไม่มาโรงเรียนใน่สองอาทิตย์คงไม่โดน
ขนาดนั่นหรอกมั่งแต่เมื่อคิดถึงเื่ที่ผ่านมาตัวเขาก็ยิ่งทำหน้าอยากตายเข้าไปอีกพร่ายใต้ใบ้หน้าที่ถูกปกคลุ่มไปด้วยผมยาวๆและแว่นตา
พูดถึงแว่นตา เด็กหนุ่มรีบหยิบแว่นตาเพื่อตรวจเช็คสภาพว่ามีรอยแตกตรงไหนไหม ซึ่งมันไม่มีรอยจะมีก็รอยฝุ่นเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเมื่อเห็น
ไม่มีอะไรน่ากังวลก็ใส้มันเข้าไปแบบเดิม
เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเป็รอบที่เท่าไรของวันแล้วเด็กหนุ่มก็เดินไปยังกระท่อมไม้ในทั่นที
ในที่สุดก็ถึงกระท่อมที่เขาไม่อยากจะมาที่สุดจนได้ กระท่อมที่ส่องออร่าสยองขวัญราวกับหนังผีที่เขาเคยดูไม่มีผิด
มันทำให้เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าสู่ปอดและหยิบกุญแจสีดำ เพือไข้ประตู้เหล็กไม่ว่าจะดูอีกกี่ครั่งมันก็ไม่เข้ากับกระท่อมไม้เลยสีดำเลยจริงๆ
และเมือนึกถึงครั้งทีแล้วที่ตัวเองเข้ามาครั่ที่แล้วมันยิ่งทำให้ความกล้าของโยชิทากะลดลงไปอีก แต่ก่อนที่ลูกกุญแจจะเสียบเข้าไปโยชิทากะ
ก็ทำหน้าเหมื่อนพึ่งนึกออก และเื่ซวยก็เริ่มจากตรงนั่น
มือทั่งสองหยิบกระเป๋าสองใบ้ที่มีน้ำหนักเยอะพอควณขึ้นมาและทันทีที่หยิบขึ้นมาหนังสือเกือบร้อยเล่มก็ไหลทะลักออกมา
จากร้อยขาดของกระเป๋า เมื่อเห็นเช่นนั่นโยชิทากะก็เดินไปที่หน้ากระทอมนั่งลงและคิดไปถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณสิบนาทีที่แล้ว
ใน่แรกที่เอาไปแขวนยังพอทนความหนักได้แต่่เอาลงเพราะเนื่องจากกระเป๋าหนักบวกแรกโน้มถวงบวกความสูง
ที่อยู่เกือบกลางต้นและบวกกับกิ้งไม้ทำให้กระเป๋าที่พึ้งซื้อมาขาดพอประมาณและไม่ใช้แค่กระเป๋าเพียงอย่างเดียวที่ร่วงคนที่พย่ามปีนขึ้น
ไปหยิบก็ร่วงลงมาด้วยเช่นกันและประเดนคนที่ตกลงมาก่อนดันเป็ตัวเขาเองและตามมาด้วยกระเป๋าที่กระแทกเข้ากับหน้าท้องพอดีเปะๆ
เขาลุกขึ้นมาหยิบกระเป๋าอีกใบ้หนึ่งและเปิดก้อนประตู้ ด้วยใบ้หน้าที่นิ่งทันทีที่เปิดออกกลิ่นเหม็นเน่าที่เคยเจอมาก็พุ้งเข้าสู้จมูก
แต่โยชิทากะก็ทำหน้าเฉยเหมื่อนไม่มีกลื่นพวกนี้นเขาเดินเข้าในกระท่อมและได้ยินเสียง ไม้ดังเอียดๆตามเท้า แต่เขาก็ไม่สนใจมันเลย
ถายในห้องที่มืดเขาเหยียบบ่างสิ่งบ่างอย่างไปทั่วแต่เขาก็ไม่สนใจมัน เ
ด้วยความเหนื่อยบวกความหงุดหงิดบวกกับหลายๆสิ่งหลายอย่างที่พึ่งเจอมามาดๆทำให้เกิดโทสะขึ้นมา
"อะไรหนักหน่าฟ่ะ วันเนี่ยคิดว่าตรูต้องเจออะไรมาบ่างไม่ว่าจะเป็เื่นู้นเื่นี้ตรูเบื่อหน่ายเต็มทนแล้วเฟ้ยยยย"
ผ่านไปห้านาที เด็กหนุ่มก็เหนื่อยด้วยความล้าพร่างนังลงบนพื้นไม้เนื่องจากตอนนี้เป็ตอนกลางคืนทำให้ภาพในห้องนี้มืดไป
ถ้าจะมีไฟที่ส่องมาให้ก็คงเป็จากประตู้เหล็กที่เปิดค้าไว้อยู่แสงจากพระจันทร์ที่สองเข้ามาทำให้พอรู้ว่าเท้าที่เขาเหยีบอยู่นั่นคืออะไร
โยชืทากะก้มลงมายังโรงเท้าของตัวเองถาพที่เขาเห็นคือ ซากศพของเหล่าสัตว์ที่ไม่ทราบชนิดมีตั่งแต่เครื่องใน เช่น ตับ หัวใจ
ยันซากของหนังของตัวอะไรสักอย่างที่อธิบายไม่ถูก หน้าของโยชิทากะจากที่เคยซีดอยู่แล้วค่อยๆซีดลงไปจนกลายเป็ขาวในที่สุด
ถึงแม้ตัวเขาจะเคยพเชิญหน้ากับการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยก้องเืมาก็จริงแต่เด็กหนุ่มคนนี้นั่นต่างออกไปเพราะถึงแม้จะเคยเห็นเืมามากมาย
แต่ตัวเขาก็ไม่เคยชินกับมันเสียที
ถาพเบื่องหน้ากลายเป็สีดำร่างที่เคยะโอย่างหงุดหงิดกำลังจะลมลงถ้าปล่อยไว้แบบนี้หัวกระแทกพื้นแนนอนแต่ถึงแม้จะล้มลงไป
แล้วหัวก็ไม่กระแทกพื้นอย่างไรแต่กับัักับความหนุ่มหนิมแทนร่าวกับกำลังนั่งอยู่บนโซฟาที่ถูกทำมาอย่างดีจากกลิ่นที่เคยเหม็นถูก
เปลียนเป็กลิ่นดอกไม้น่าน่าชนิดและกลิ่นที่แรงที่สุดท้ามกลางดอกไม้เหล่านั่นเหมื่อนกับกำลังปกคลุ่มห้องนี้อย่างเงียบ นั่นคือ ฮิกันบานะ
หลังจากจมูกัักับกลิ่นดอกไม้ด้วยความเหนื่อยและความเจ็บที่ยังหลงเหลื่ออยู่ เด็กหนุ่มก็เข้าสู้นิทราในที่สุด
ในขณะที่กำลังหลับไหลในเสียววินาทีสุดท้ายตัวเขาได้ยินเสียงของหญิงสาวสองคนกำลังพูดบ่างอย่างข้างๆหูเขามันจับใจ
ความไม่ได้แต่ในความคิดของเด็กหนุ่มคือเหมื่อนตัวเขาเคยได้ยินเสียงแบบนี้มานานมากแล้ว....เสียงนี้มั่นช่างน่าคิดขึ้นแบบแปลกๆแหะ
เสียงนกร้องดังขึ้นเพื่อตอนรับเช้าวันใหม่ โยชิทากะตื่นขึ้นมาในกระท่อมไม้เก่าเพราะตอนนี้อยู่ใน่ตอนเช้าทำให้เขาพอเห็น
สถาพโดยรวมของกระท่อมที่เขาอยู่ ถึงแม้จะไม่มีกลิ่นเหม็นเหมื่อนที่เคยมาใน่แรกแต่กลับกันกับได้กลิ่นของดอกไม้แทน
ฟุจิมารุ โยชิทากะ ลุกขึ้นจากโซฟา "โซฟา..." โยชิทากะมองไปยังโซฟาที่ตัวเองนอนอยู่ด้วยความงงง่วย เพราะเขาจำได้ว่า
เมื่อวานที่ตัวเองมายังที่แห่งนี้ยังไม่มีโซฟาอย่างที่ว่าเลย และเมื่อมองดีๆห้องนี้แทบไม่มีสิ่งของสงกปรกเลยแม้แต่นิดเดียว
โยชิทากะ มองไปยังรอบๆกระท่อมสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็ปรากฏตรงหน้าเขาอย่างแรกเลยคือกระท่อมหลังนี้ไม่ควณกว้างขนาดนั่น
เพราะถ้ามองจากสายตาของเขาในตอนแรกที่เห็นกระท่อมหลังนี้คือ ต้องเป็กระท่อมที่เล็กสุดจนมีแค่ห้องนอนเพียงอย่างเดียวแต่นี้กลับมีแม้
ห้องนอน ห้อง น้ำ หรือแม้กระทั่งตู้หนังสือ โยชิทากะมองอยู่นานร่าวกับไม่เชื่อสายตาของตัวเอง
เขาเดินไปที่ตู้หนั่งถายในตู้ไม้เต็มไปด้วยหนังสือมากมายหลายอย่างมี ตาของโยชิทากะลุกว้าว อย่างที่ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็
พวกชอบอ่านหนังสืออย่างกับเป็อวัยวะที่ช่วยให้ตัวเองมีชีวิตต่อไปได้ยังไงอย่างั่น และยิ่งเจอหนั่งสือมากมายขนาดนี้ทำให้ความเป็หน่อน
หนังสือในตัวกำลังจะปะทุออกมาจากร่างกายของตัวเอง ในขณะที่มือกำลังเอือมไปจับหนังสือในตู้เสียงของหญิงสาวคนนี่งก็ดังขึ้น
"อย่างพึ่งจับหนังสือจะดีกว่าน่ะ"
โยชิทากะที่ได้ยินเสียงนั่นก็หั่นหน้าไปยังเ้าของเสียง แต่กลับไม่มีใครเลยนอกจากความว่างเปล่า เด็กหนุ่มหัน
ซายบ้างขวาบ้างแต่กลับไม่เจอใครเลย ....หรือเราหลอนไปเอง เด็กหนุ่มซายหน้าและขวามมือไปจับหนังสือทั่นใดนั่นเองที่เหมื่อน
โดนไฟฟ้าช็อต ไฟฟ้าจากไหนไม่ทราบแหลนไปทั่วร่างของเขาเมื่อทั่นทีที่มือจับไปยังหนังสือ ที่อยู่ในตู้
โยชิทากะล้มลงไปกับพื้นไม้ก่อนจะลุกขึ้นมาและถ่อยหลังไปแนบชิดกับประตู้เหล็ก
"เมื่อกี่มันอะไรกันฟ่ะ" ทั่นใดนั่นเองที่ถาพที่เขาเห็นกลับเปลียนไปจากห้องเคยเต็มไป
ด้วยกลิ่นของดอกไม้เปลียนเป็กลิ่นของไม้เก่าดังเช่นเดิมห้องที่เคยมีแสงกลับค่อยมืดลงจนมองไม่เห็นอะไรเลย
จะมีก็เพียงแต่แสงจาก ร่องเล็กๆ จากเพดานมากว่า
"ให้ตายสิทั่งที่เมื่อกี่ก็ดีอยู่แล้วแท้"เสียงของหญิงสาวดังขึ้นอีกครั่ง เสียงของเธอนั่นเต็มไปด้วย ความขี้เล่นกับความสนุก
และความเ็า ทั่นทีที่โยชิทากะตั่งสติได้ตัวเขาก็พูดออกมาด้วยความเยือกเย็น "ใครกันปรากฎตัวออกมาเดียวนี้เลยน่ะเฟ้ย"
เบื่องหน้าของโยชิทากะค่อยบิดเบียวอย่างช้าๆ จนเป็วงกลมร่างของของหญิงสาวคนนึ่งค่อยเดินออกมาจาก
ความบิดเบียวที่ว่านั่นเหมื่อนกับยมทูต เ้าของผมสีดำยาวจนเกือบถึงเอวดวงตาสีแดงฉานเหมื่อนกับเลืด มีใบ้หน้าอันงดงาม
สวมกิโมโนสีดำ ไร้ซึ่งการตกแต่งใดๆ กิโมโนยาวจนเกือบถึงพื้นไม้ ริ้มฟัปากสีแดงฉานเปล่งคำพูดที่ลื้นหูออกมา
"เป็อะไรไปค่ะ กลัวเหรอ" หญิงสาวไม่ทราบนามยิ้มให้กับเด็กหนุ่มที่เริ่มมีเหงือไหลออกมาใบ้หน้าของเขาสีดเซียว
ไม่ใช้เพราะเธอเปล่งจิตสังหารออกมาแต่เป็ทวงท่าของเธอนั่นเต็มไปด้วยแรงอาฆาตจนเหมือนยมทูตตัวจริงมากกว่า
"อ่า ถ้าพูดว่าไม่กลัวคงโกหก เธอเป็ใครกันแน่"
หญิงสาวยิ้มเล็กหน่อย " ฉันเป็ใครชื่ออะไรนั่นสิน่ะ เอาเป็ว่าตอนนี้คุณรู้แค่ฉันชื่อว่า บานะ แล้วกันค่ะ"