หลังจากที่ทุกคนตกลงกันแล้วว่าควรที่จะให้นางได้พักผ่อนเพราะเพิ่งฟื้นทุกคนเลยแยกย้ายกันไปทำงานอย่างอื่น จนตอนนี้ภายในห้องจึงเหลือเพียงนางคนเดียว
"ขอพักผ่อนหน่อยแล้วกันร่างกายนี้ยังไม่ค่อยฟื้นตัวเท่าไหร่ น่าจะต้องรออีกซักสองสามวันแล้วค่อยไปสำรวจสิ่งต่างๆว่าพอจะมีอะไรให้ใช้ทำเงินได้บ้าง" หลังจากคุยกับตนเองเสร็จนางก็ได้เข้าสู่ห้วงแห่งนิทรา
หลังจากที่นางหลับได้เพียงไม่นานนั้นก็ได้ปรากฎแสงสีขาวอ่อนๆขึ้นมาตรงนิ้วนางข้างขวาซึ่งเป็นิ้วเดียวกับที่นางได้สวมแหวนหยกขาวแกะสลักดอกเหมยนั้นเอง แต่เพียงไม่นานแสงนั้นก็ได้เลือนหายไปในความมืดมิด เหลือไว้เพียงแหวนหยกวงนึงที่ยังคงอยู่บนนิ้วของนางเพียงเท่านั้น
ในตอนนี้หนิงฮวารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในป่าที่ไหนซักแห่งซึ่งระหว่างที่นางกำลังมองสำรวจป่าอยู่นั้น ก็ได้มีละอองแสงสีขาวอ่อนๆลอยผ่านหน้านางไปแล้วแสงนั้นก็หมุนวนรอบๆตัวของนางคล้ายกำลังโอบกอดนางอยู่ แต่ซักพักแสงนั้นก็ค่อยๆลอยออกมาหยุดตรงหน้าของนางเหมือน้าจะสื่ออะไรกับนางพอนางจ้องมองนานเข้าแสงนั้นก็ค่อยๆลอยไปยังทิศทางอีกฝั่งของป่า แต่ลอยไปได้เพียงนิดเดียวแสงนั้นก็หยุดลงเหมือนรอให้นางเดินตามมันไป นางจึงตัดสินใจเดินตามละอองแสงนั้นไปเรื่อยๆ พอเดินมาได้ครึ่งชั่วยามละอองแสงนั้นก็พลันหยุดลอยอยู่ตรงโคลนต้นไม้ต้นนึงที่มีลำต้นไม่ใหญ่มากแต่รอบๆต้นไม้มีใบไม้ร่วงลงมาทับถมกับเยอะจนไม่รู้ว่าความหนาจากพื้นดินถึงใบไม้ชั้นบนนั้นหนาเท่าไหร่
"พาข้ามาทำอันไดที่นี้กันน่ะ" นางถามอย่างสงสัยว่าที่ต้นไม้นี้มีอะไรถึงได้พานางมาที่นี้แต่สงสัยได้เพียงไม่นานสายตาที่นางกำลังมองหาว่ามีสิ่งใดอยู่ใต้ต้นไม้นั้นก็ปรากฏดอกเห็ดดอกนึงเข้ามากระทบกับสายตาของนาง เมื่อนางลองเพ็งมองดอกเห็ดให้ชัดๆก็ทำให้ดวงตาของนางนั้นเบิกกว้างขึ้น ริมฝีปากขยับยิ้มอย่างยินดี
"นั้น.....นั้นมัน..เห็ดหลินจือใช่หรือไม่นะ" นางอุทานเสร็จก็รีบก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆด้วยความกลัวว่าตนเองจะตาฝาดไปพอเดินมาหยุดตรงหน้าเห็ดดอกนั้นนางก็แทบอยากจะกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจ
เพราะว่ามันคือเห็ดหลินจือ เพราะดูได้จากการที่เห็ดหลินจือมีลักษณะที่สำคัญนั้นก็คือ ดอกเห็ดมีรูปร่างคล้ายไต ใต้หมวกของดอกเห็ดไม่มีครีบซึ่งต่างกับเห็ดทั่ว ๆ ไปที่ใต้หมวกเห็ดมีครีบ แต่จะมีรูเล็ก ๆ จำนวนมาก ภายในรูเป็ที่เกิดของ สปอร์ (Spores) ้าของหมวกเห็ดหลินจือ มีสีน้ำตาลแดงไปจนถึงสีน้ำตาลม่วงและสีดำ ผิวของหมวกเห็ดหลินจือเป็เงาเหมือนเคลือบแลคเกอร์ ดอกเห็ดหลินจือมีลักษณะแข็ง
"นี้มันเห็ดหลินจือจริงๆด้วยแถมยังเป็เห็ดหลินจือแดงอีกต่างหาก" เพราะเห็ดหลินจือที่นางเจอนั้นตัวดอกนั้นจะเป็สีแดงออกส้มนิดๆเห็ดหลินจือแดงนั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าฉื้อจือหรือต้นจือมีรสขม ใช้เป็ยาแก้อาการแน่นหน้าอก เืตกค้าง บำรุงหัวใจ ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยที่เป็โรคสมองเสื่อมและโรคเบาหวานอีกด้วย
"โอ้......นี้มัน์ชัดๆ ว่าแต่ทำไมป่าบนูเานี้มันดูคุ้นๆนะ ใชู่เาที่อยู่ติดหลังบ้านเรารึเปล่าน่ะ" เมื่อนางลองนึกดูนางก็แทบจะร้อง 'คุณพระช่วย' ออกมา ใช่จริงๆด้วยนี้เป็ป่าที่อยู่บนูเาหลังบ้านนางนั้นเองถึงว่ารู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ และพอนางมองไปที่เห็ดดอกนั้นอีกครั้งทุกอย่างก็พลันเลือนรางหายไปต่อหน้าต่อตาของนาง
จนนางใสะดุ้งตื่นขึ้นมาปรากฏว่าตอนนี้เป็เวลายามเซิน (15.00 – 16.59 ) แล้วนางเลยลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอนไปยังหน้าบ้านเพื่อดูว่าคนอื่นๆทำอะไรกันอยู่พอเดินมาถึงหน้าบ้านนางก็หันหลังกลับเพื่อจะได้มองสำรวจบ้านที่นางอาศัยอยู่
เป็บ้านชั้นเดียวที่ตัวบ้านทำจากไม้หลายอย่างเอามาล้อมทำเป็บ้านส่วนหลังคาก็มุงด้วยหญ้าที่เริ่มจะชำรุดแล้วส่วนประตูบ้านนั้นก็เอาไม้ไผ่มาผ่าครึ่งหลายท่อนแล้วเอาเถาวัลย์มามัดให้เป็ประตู ภายในบ้านมีเพียงห้องนอนสองห้องไม่ใหญ่มากนอกนั้นก็โล่งเป็ที่วางโต๊ะกินข้าวเก่าๆกับครัวขนาดเล็กกับที่นอนของคุณปู่เพราะที่บ้านมีแค่สองห้องนอนซึ่งห้องแรกเป็ท่านพ่อท่านแม่และจินจินน้อยนอนส่วนอีกห้องเป็ของนางกับพี่ใหญ่นอนอะไรจะจนขนาดนี้นะแค่เพียงคิดก็ทำให้นางรู้สึกปวดหัวตุบๆเลยจร้า
"ชาติก่อนว่าหนักแล้ว...ชาตินี้หนักกว่าอีกรอเนี้ย ข้าอยากจะบ้าตาย...เห้อออ" บ่นเสร็จนางก็ได้แต่ถอนหายใจปลงตกกับสภาพในตอนนี้ของนางเหลือเกิน
"ฮวาเออร์...ฟื้นแล้วหรอลูก พ่อดีใจยิ่งนัก"
ในระหว่างที่นางกำลังยืนไว้อาลัยให้กับชีวิตใหม่ของนาง นางก็ได้ยินเสียงจากทางด้านหลังพอหันกลับไปก็พบเข้ากับบุรุษผู้นึงที่ยืนส่งยิ้มอบอุ่นมาให้นาง บุรุษผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็ท่านพ่อของนางนั้นเอง ท่านพ่อนั้นมีรูปร่างองอาจส่วนโครงหน้านั้นถอดแบบความหล่อเหลามาจากท่านปู่ของนางมาอย่างกับพิมพ์เดียวกัน ไหนจะเรือนผมดกสีดำรับกับใบหน้าที่ถึงจะคล้ำแดดบ้างแต่ก็ยังคงปกปิดความหล่อเหลาเอาไว้ไม่มิด
นี้ครอบครัวนางจะหน้าตาดีแบบนี้ทุกคนไม่ได้นะแล้วนางละหน้าตาเป็อย่างไรนางยังไม่ได้สำรวจดูเลยเนื่องจากที่บ้านของนางนั้นไม่มีกระจกให้ส่องเอาไว้ค่อยไปดูที่ลำธารหลังบ้านนางเอาก็ได้
"เ้าค่ะท่านพ่อ ข้าตื่นมาได้ซักพักแล้วเ้าค่ะ" นางเอ่ยบอกท่านพ่อของนางพร้อมกับเหล่มองทางด้านหลังของท่านพ่อก็พบเข้ากับทุกคนที่กำลังเดินกลับมาถึงหน้าบ้านพร้อมกันพอดี
"พวกท่านไปไหนกันมารึเ้าคะ แล้วทำไมไม่ปลุกข้าเลยเล่า" นางเอ่ยถามพร้อมกับทำแก้มป่องๆส่งไปให้ทุกคนที่ทิ้งนางไว้ที่บ้านคนเดียวไม่ยอมปลุกให้นางไปด้วย แต่สำหรับทุกคนนั้นท่าทางนี้กลับทำให้ทุกคนมองว่าน่ารักมากกว่า
"พวกปู่ออกไปดูไร่กันมานะ ไปเถอะเข้าบ้านกันจะได้ทานข้าวเย็นด้วย" เมื่อท่านปู่เอ่ยจบทุกคนก็พากันเดินเข้าไปในบ้านแล้วก็ทานอาหารเย็นกันเสร็จเรียบร้อยก่อนจะแยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อเริ่มวันพรุ่งนี้ใหม่อีกครั้ง