ตอนที่ 85 ลูกเป็นไบโพล่าหรือเปล่า
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เฟิร์สตั้งสติอยู่นานก่อนจะลุกออกจากที่นอน
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน? หรือว่านั่นเป็นแค่ความฝัน?”
เด็กหนุ่มใช้มือจับเนื้อตัวของตัวเอง ก่อนจะใช้อำนาจอักขระแผ่ออกไปสำรวจรอบๆ บ้าน
อำนาจอักขระนี้กินพื้นที่ไปหลายร้อยเมตรโดยรอบ
“ฉันสามารถใช้พลังได้แล้ว หรือว่านั่นจะเป็นโลกแห่งความฝันจริงๆ”
เฟิร์สนั่งขบคิดเรื่องทุกอย่างอยู่บนเตียง
ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก เพียงแค่เขาหลับตาลงบนเตียงโลกทั้งโลกก็เปลี่ยนไปแล้ว
“หากนั่นเป็นความฝัน มันก็สมจริงเกินไป แล้วฉันจะฝันตอนที่ฉันหลับตาลงอย่างนั้นหรอ?”
เด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกัน
ตอนนั้นเองเขาก็ได้ลองทำบางอย่าง
เขาเอนตัวลงกลับไปนอนอีกครั้ง
“หากนั่นเป็นความฝันจริงๆ ฉันก็จะลองฝันดูอีกครั้ง”
เฟิร์สเกรงว่าเขาได้รับสิ่งผิดปกติมาจากอบิสที่เขาพึ่งไปลงเทรดมา แม้ว่าที่นั่นเขาจะไม่ได้เจอราชาหรือนางพญา แต่นั่นก็เป็นครั้งแรกที่เขาอยู่ในอบิสนานติดต่อกันขนาดนั้น
ไม่แน่เขาอาจจะได้รับผลกระทบบางอย่าง
เฟิร์สใช้พลังบังคับให้ตนเองหลับลงไปอีกครั้ง
สำหรับเขาแล้วการทำให้ตนเองหลับหรือตื่นนั้นง่ายดายมาก
แล้วตอนนั้นเองเขาก็หลับไปจริงๆ ซึ่งมันง่ายดายยิ่ง
ผ่านไปสองชั่วโมง เฟิร์สได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงนาฬิกาปลุกของเขา
แต่ทว่า ...
มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิด
เขาไม่ได้ฝันว่าได้ไปโผล่อีกโลกหนึ่งอีกครั้ง
“แปลกมาก หรือว่ามันจะไม่ใช่ความฝัน”
เฟิร์สแทบจะไม่ได้คิดถึงปรากฏการณ์ประหลาดที่โทรทัศน์รายงานข่าวเลยแม้แต่น้อย
เด็กหนุ่มสะบัดศีรษะไล่ความงัวเงียของตนเองไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกจากห้อง
แต่ในตอนนั้นเองเขาก็หยุดชะงัก แล้วหันกลับมามองห้องของตนเองอีกครั้ง
“หืม ... ทำไมห้องของฉันมันถึงสะอาดแบบแปลก หรือว่าพ่อมาทำความสะอาดห้องของฉันไว้ก่อนหน้านี้”
เฟิร์สรู้สึกแปลกใจมากที่ห้องของเขาสะอาดเรียบร้อยเกินไป แถวเขาพึ่งรู้สึกว่าห้องนี้มีกลิ่นดอกไม้โชยออกมาจากผ้าปูที่นอนแบบหอมอ่อนๆ
ข้าวของหลายอย่างถูกขยับอย่างเป็นที่เป็นทาง ซึ่งก่อนที่เขาจะเข้านอนก็ไม่ได้สังเกตมาก่อน
เนื่องจากนานๆ ทีเฟิร์สจะกลับมานอนที่บ้านครั้งหนึ่ง หากเขาไม่ไปทำงาน เขาก็ฝึกฝนอยู่ที่ภูเขา บ้านหลังนี้จึงมีแค่พ่อของเขาที่อาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่
เรื่องประหลาดยังคงเกิดขึ้น เมื่อเขาลงไปข้างล่างแล้วพบกับพ่อ
“อ้าวเฟิร์สตื่นแล้วหรอ ทำไมวันนี้ลูกตื่นซะสายขนาดนี้ล่ะ?”
คำทักทายของพ่อ ทำให้เฟิร์สรู้สึกแปลกๆ
“ปกติผมก็ตื่นเวลานี้อยู่แล้วนิครับ”
“หืม ... ไม่ใช่ว่าเมื่อวานลูกบอกชอบตื่นเช้าไม่ใช่หรอ?”
“เมื่อวาน?”
ยิ่งเฟิร์สสนทนาเขาก็ยิ่งมึนงง
“เมื่อวานผมกลับมาตอนค่ำแล้วเข้านอนเลย พวกเราไม่ได้เจอกันนิครับ?”
“เฟิร์สลูกเป็นอะไรไปรึป่าว?” คุณหมอสมคิดกล่าวด้วยท่าทางที่เป็นห่วง เขาเดินเข้ามาแล้วเอามือมาอังที่หน้าผากของเฟิร์ส
“ตัวไม่ร้อนนิ ลูกไม่ได้เป็นไข้ แต่ทำไมลูกถึงจำอะไรไม่ได้ล่ะ ... เอ๊ะ! จะว่าไปลูกก็แปลกๆ ไปเหมือนกัน”
“แปลกงั้นหรอครับ ผมทำอะไรแปลกไปหรอครับ?”
“ใช่ เมื่อวานพ่อรู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆ ตัวของลูกเปลี่ยนไป จะว่ายังไงดี ... ลูกดูอ่อนโยน นุ่มนวล เป็นแม่บ้านแม่เรือนอย่างบอกไม่ถูก จู่ๆ ลูกก็ลุกขึ้นมาทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง แถมยังทำสวนจนมืดคำ่ ออกไปดูที่หลังบ้านสิ ลูกปลูกอะไรเยอะแยะเลย”
“ฮะ ผมนี่นะทำสวน?”
เด็กหนุ่มชี้ไปที่ตัวเองอย่างมึนงง
คุณหมอสมคิดหรี่ตาแคบลง แล้วเผยสีหน้าบางอย่างออกมา
“นี่ลูกจำไม่ได้หรอ? หรือว่าลูก ...”
ชายวัยกลางคนเงียบไป เหมือนใช้ความคิดอย่างหนัก
“ไม่ใช่ว่าลูกเป็นไบโพล่าหรอกนะ”
เฟิร์สเบิกตากว้างขึ้น นี่พ่อของเขาหาว่าเขาเป็นโรคจิตอย่างนั้นหรอ?
“เฟิร์ส วันนี้พ่อจะขอลางาน พวกเราไปให้หมอตรวจกันหน่อยไหม? อบิสไม่ใช่ที่ที่มนุษย์จะสามารถอยู่ได้ ไม่แน่ว่าลูกอาจจะได้รับผลกระทบบางอย่างมา”
ดูเหมือนตอนนี้พ่อของเฟิร์สจะคิดว่าเขาจะได้รับผลกระทบจากอบิสจนเป็นไบโพล่าจริงๆ แล้ว
ไม่ใช่
เขาไม่ได้เป็นไบโพล่าอย่างแน่นอน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมล้อเล่นครับพ่อ ทำไมผมจะจำเรื่องเมื่อวานไม่ได้ พ่ออย่าลืมสิว่าลูกของพ่อเป็นเวเนเตอร์ดาราขาวแปดแฉกนะ พ่อเคยเห็นเวเนเตอร์ระดับสูงเป็นบ้าด้วยหรอ?”
เฟิร์สหัวเราะและทำท่าร่าเริงกลบเกลือน เขารู้ตัวเองดีว่าเขาไม่ได้เป็นไบโพล่าหรือคนสองบุคลิคอย่างแน่นอน
หากพูดถึงในเรื่องจิตวิญญาณแล้ว เขานั้นแทบจะเป็นตัวตนระดับต้นๆ ของโลกนี้ แล้วเขาจะเป็นโรคประเภทนี้ได้อย่างไร
“เฟิร์ส! อย่าล้อพ่อเล่นแบบนี้นะ เฟิร์สไม่รู้หรอว่าเวเนเตอร์ระดับสูงที่เป็นบ้านั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มี เมื่อหลายปีก่อนมีเวเนเตอร์เกิดบ้าคลั่งทำลายเมืองไปเมืองหนึ่งที่แอฟริกา การที่มีพลังบ่มเพาะสูงไม่ได้หมายความว่าเวเนเตอร์จะไม่ได้รับผลกระทบทางจิตนะ”
“โอเค ผมขอโทษครับ ต่อไปผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”
“ดีแล้ว อย่าทำอีก ... แล้วเรื่องที่เฟิร์สบอกพ่อว่าวันนี้จะทำคุกกี้ให้พ่อชิมล่ะ ตกลงจะยังทำอยู่อีกใช่ไหม”
“ฮะ ผมเนี้ยนะทำคุ๊กกี้!”
แม้ว่าเฟิร์สจะเคยทำอาหารมาบ้างแต่เขานั้นไม่เคยทำขนมหวานเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะสำหรับผู้ฝึกตนแล้ว อาหารก็เป็นแค่สิ่งที่สร้างรสชาติให้พวกเขาเท่านั้น
มันเป็นสิ่งที่เลือกจะกินหรือไม่กินก็ได้ จึงไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น
แต่การทำขนมอย่างคุกกี้ เฟิร์สจะไปทำอย่างนั้นได้ไง
“เฟิร์ส ...” สมคิดหรี่ตาแคบลงอีกครั้งแล้วเอ่ยเสียงต่ำ
“จะ ... จำได้สิพ่อ ทำไมผมจะจำไม่ได้ เดี๋ยวผมจะไปทำให้พ่อเลย”
เมื่อไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเป็นไบโพล่า เฟิร์สจึงตกปากรับคำอย่างเสียไม่ได้
‘ตอนนี้ฉันพอจะรู้อะไรบ้างแล้ว ฉันดันไปสลับร่างกับยัยผู้หญิงคนนั้นและดูเหมือนเธอจะสร้างเรื่องให้ฉันไม่น้อย’
ตอนนี้เฟิร์สตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่เขาเจอนั้นไม่ใช่ความฝัน
เขามองเวลาที่กำไลข้อมือก็พบว่าเวลานั้นผ่านมาหนึ่งวันหลังจากที่เขาได้กลับมาจากการทำงานแล้ว
นั่นหมายความว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นเป็นเรื่องจริง
เขากำลังสลับร่างกับผู้หญิงคนนั้นตอนที่เขาหลับไป
เฟิร์สเข้าไปดูสิ่งของภายในครัวและพบว่าวัตถุดิบในการทำคุกกี้นั้นเตรียมไว้ครบแล้ว ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอนว่าสองพ่อลูกจะมีเวลาว่างทำขนมแบบนี้
วัตถุดิบเหล่านี้จะต้องเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นซื้อมาแน่นอน
เมื่อเฟิร์สตรวจดูเงินของเขาก็พบว่าเมื่อวานเขานั้นซื้อของไปหลายอย่าง ซึ่งของส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์เครื่องครัวและอุปกรณ์ทำสวน
แม้เขาจะรู้ว่าแม่นั่นเป็นผู้หญิงที่มีระเบียบเรียบร้อยชอบทำงานบ้านงานเรือน แต่เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็นถึงขนาดนี้
การสำรวจดูรอบๆ บ้าน นั่นทำให้เขาพบว่าเธอคนนั้นได้ทำความสะอาดทั้งหมดได้ภายในวันเดียว
ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันทำอะไรแบบนั้นแน่ๆ
ผ่านไปครู่หนึ่งเฟิร์สก็ได้ยินเสียงโดรนมาส่งของที่หน้าบ้าน เมื่อเขารับมันและเปิดออกมาดูก็พบว่ามันคือเมล็ดพันธุ์พืชที่หลากหลาย
“ยัยนั่นชอบทำสวนมากๆ เลยสินะ” เฟิร์สอดที่จะส่ายศีรษะไปมาไม่ได้
แล้วตอนนั้นเองเขาก็หันหลังกลับไปที่ครัวแล้วเริ่มลงมือทำคุกกี้
อย่างไรก็ตาม ต่อให้เขาจะทำขนมไม่เป็น แต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำอาหารไม่ได้
เฟิร์สค้นหาสูตรทำคุ๊กกี้ในอินเทอร์เน็ตแล้วเริ่มทำตามทุกขั้นตอน
สำหรับตัวตนที่อ่านหนังสือเพียงหนึ่งรอบก็สามารถเข้าใจทั้งหมดได้แล้วเช่นเขา การจะทำขนมตามคลิปวีดีโอที่สอน ย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายดายเช่นกัน
จนในที่สุดเฟิร์สก็ทำคุกกี้ที่หอมกลิ่นเนยออกมาได้
เขาหยิบถาดคุกกี้ร้อนๆ ออกมาจากเตา
“หวังว่าเธอกับฉันจะไม่มาสลับร่างกันอีก”
แต่ทว่า ...
ดูเหมือนคำภาวนาของเฟิร์สจะไม่ได้ผล
เมื่อถึงยามค่ำคืน จู่ๆ เฟิร์สก็รู้สึกง่วงผิดปกติ ทั้งๆ ที่ตัวตนเช่นเขาไม่มีทางจะเป็นแบบนี้ได้อย่างแน่นอน
แม้เขาพยายามจะฝืนต้านสักแค่ไหน แต่แล้วเขาก็ต้องพ่ายแพ้ต่อปฏิกิริยาของร่างกาย
“หรือ ... หรือว่าฉัน ... กำลัง ... จะ ...”
แล้วเด็กหนุ่มก็เข้าสู่การหลับใหลท่ามกลางแสงจันทร์สีเงินที่ส่องกระจ่างฟ้า
ขณะเดียวกันนั้นเองหญิงสาวอีกคนหนึ่งก็ได้หลับใหลไปเช่นกัน ซึ่งวันนี้ทั้งวันคนในหมู่บ้านพวกเขาต่างมองเธออย่างประหลาด
ราวกับว่า ...
เมื่อวาน ...
เธอนั้นไม่ใช่เธอ ...