ตอน ข้ออ้าง
แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาภายในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเด็กแรกเกิดและกลิ่นกายหอมละมุนของสาวแม่ลูกอ่อน ผมงัวเงียลืมตาขึ้นมาพยุงร่างที่อ่อนเพลียจากการนอนหลับๆตื่นๆบนขอบเตียงฝั่งของตัวเอง ความรู้สึกรวดร้าวที่่ล่างยังคงหลงเหลืออยู่จางๆจากการที่ต้องข่มอารมณ์ความ้าทางเพศเอาไว้ตลอดทั้งคืน ผมหันไปมองพื้นที่ว่างเปล่าข้างกาย เตียงนอนฝั่งของหลินเย็นเฉียบไปแล้วบ่งบอกว่าเธอคงตื่นและลุกออกไปนานพอสมควร ผมลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องนอนด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ หวังเพียงว่าเช้าวันใหม่นี้อารมณ์ของภรรยาคนสวยจะดีขึ้นกว่าเมื่อคืน
เมื่อผมเดินลงมาที่ชั้นล่าง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าบริเวณโซฟาห้องรับแขกทำเอาฝีเท้าของผมชะงักงัน หัวใจในอกเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ หลินกำลังนั่งให้นมลูกน้อยอยู่บนโซฟาตัวยาว แสงแดดที่ส่องผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ตกกระทบลงบนผิวพรรณที่ขาวโพลนเนียนละเอียดของเธอจนดูสว่างวาบราวกับมีออร่าเปล่งประกายออกมา เธอยังคงอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีครีมตัวบางเบาชุดเดิม แต่สิ่งที่ทำให้ผมแทบจะหยุดหายใจคือภาพของเนื้อแท้ที่ถูกเปิดเผยออกมาเพื่อทำหน้าที่ของคนเป็แม่ สายเดี่ยวข้างซ้ายถูกปลดร่นลงไปกองที่ต้นแขน เผยให้เห็นก้อนเนื้ออวบอัดขาวเนียนที่กำลังคัดเต่งเต็มไปด้วยน้ำนม
ทรวงอกของหลินขยายใหญ่ขึ้นจนน่าใ มันเต่งตึงและดูหนักอึ้ง เส้นเืฝอยสีฟ้าจางๆปรากฏให้เห็นใต้ิัที่ขาวจัดบ่งบอกถึงปริมาณน้ำนมที่อัดแน่นอยู่ภายใน ยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อถูกลูกน้อยและดูดกลืนอย่างหิวกระหาย เสียงดูดน้ำนมดังเป็จังหวะสม่ำเสมอสลับกับเสียงกลืนอึกๆของเด็กน้อย ภาพความสวยงามตามธรรมชาติของคุณแม่ลูกอ่อนมันช่างมีอิทธิพลต่อร่างกายของผู้ชายอย่างผมเหลือเกิน ทรวดทรงที่ซ่อนรูปของเธอเวลาที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อชั้นในมันดูยิ่งใหญ่และเย้ายวนใจเกินกว่าที่ผมจะละสายตาไปได้ หน้าอกอีกข้างที่ยังคงถูกปกปิดอยู่ก็เบียดดันเนื้อผ้าซาตินจน ตึงเปรี๊ยะ แทบจะปริแตกออกมา หยดน้ำนมสีขาวขุ่นซึมเยิ้มเป็วงกว้างกระตุ้นความหิวกระหายในส่วนลึกของจิตใจผมให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ผมลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ความรู้สึกร้อนรุ่ม แล่นแปล๊บ ไปทั่วสรรพางค์กาย ความเป็ชายที่เพิ่งจะสงบลงเมื่อคืนเริ่มกลับมาแข็งขึงและดุนดันกางเกงนอนอีกครั้ง ผมพยายามสูดลมหายใจลึกๆเพื่อเรียกสติและซ่อนเร้นความหื่นกระหายเอาไว้ใต้หน้ากากของสามีผู้แสนดี ผมค่อยๆก้าวเดินเข้าไปหาเธออย่างเงียบเชียบที่สุด หวังจะเข้าไปนั่งเคียงข้างและมีส่วนร่วมในโมเมนต์ที่แสนอบอุ่นนี้
"ตื่นเช้าจังเลยครับหลิน ลูกงอแงแต่เช้าเลยเหรอ ให้พี่ช่วยอุ้มไหม หลินจะได้เมื่อยน้อยลง"
ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน เว้นระยะห่างเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกอึดอัด สายตาของผมพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่จดจ้องไปที่ก้อนเนื้อขาวผ่องที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะการดูดของลูก แต่สัญชาตญาณดิบมันก็ทำให้ผมเผลอเหลือบมองอยู่เนืองๆ
หลินเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยหางตา คิ้วเรียวสวยของเธอขมวดเข้าหากันทันทีที่เห็นผมเข้ามาใกล้ เธอกระชับอ้อมแขนที่อุ้มลูกไว้แน่นขึ้นราวกับกลัวว่าผมจะแย่งลูกไปจากเธอ หรืออาจจะกลัวว่าผมจะฉวยโอกาสแตะต้องร่างกายของเธอ
"ไม่ต้องหรอก พี่เอกอุ้มลูกไม่ถนัดเดี๋ยวลูกจะสำลักนมเอาเปล่าๆ หลินทำเองได้ พี่เอกไปอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานเถอะ หลินจัดการลูกเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง"
คำตอบของเธอเ็าและไร้เยื่อใยเหมือนเคย เธอไม่แม้แต่จะยิ้มทักทายผมสักนิด ซ้ำยังเบี่ยงตัวหันหลังให้ผมเล็กน้อยเพื่อบดบังวิสัยทัศน์ไม่ให้ผมมองเห็นหน้าอกของเธอ ท่าทีหวงเนื้อหวงตัวและพยายามกีดกันผมออกจากวงจรชีวิตของเธอมันทำให้ผมรู้สึกเ็ปลึกๆในใจ ผมคือพ่อของเด็กนะ ผมคือสามีของเธอนะ ทำไมเธอถึงต้องทำเหมือนผมเป็คนแปลกหน้าที่ไว้ใจไม่ได้
"พี่แค่อยากช่วยแบ่งเบาภาระของหลินบ้าง หลินเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว ให้พี่ทำหน้าที่พ่อบ้างเถอะนะ นะครับคนดี"
ผมยังคงพยายามตื้อพร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด มือหนาของผมเอื้อมออกไปหมายจะลูบศีรษะของลูกน้อยที่กำลังกินนมอย่างตั้งใจ แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วของผมเฉียดผ่านผิวแก้มเนียนใสของหลิน เธอก็สะดุ้งสุดตัวและถอยร่นหนีจนหลังไปชิดกับพนักพิงโซฟา
"โอ๊ย บอกว่าไม่ต้องไง พี่เอกฟังภาษาคนไม่รู้เื่เหรอ หลินบอกว่าทำเองได้ก็ทำเองได้สิ อย่ามาวุ่นวายได้ไหม หลินหงุดหงิดนะ อากาศก็ร้อน ลูกก็กวน พี่เอกยังจะมาทำตัวน่ารำคาญอีก ไปไกลๆเลยไป ไปอาบน้ำแต่งตัวเลย หลินเหม็นกลิ่นน้ำลายขี้ฟันพี่เอก"
เธอตวาดใส่ผมเสียงดังจนลูกน้อยที่กำลังดูดนมอยู่ชะงักและเริ่มเบะปากจะร้องไห้ หลินรีบโอ๋ลูกและตบก้นเบาๆเพื่อกล่อมให้กินนมต่อพร้อมกับตวัดสายตาขุ่นขวางมามองผมอย่างกล่าวโทษ ผมต้องรีบชักมือกลับและยกมือขึ้นสองข้างเป็เชิงยอมแพ้ ผมไม่อยากเป็ต้นเหตุให้ลูกต้องร้องไห้และไม่อยากทำให้เมียต้องอารมณ์เสียไปมากกว่านี้
"โอเคครับๆ พี่ไปอาบน้ำก็ได้ หลินใจเย็นๆนะ พี่ไม่กวนแล้ว"
ผมลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างราบคาบ เดินคอตกกลับขึ้นไปชั้นบนเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกายและอารมณ์ขุ่นมัว ภายในห้องน้ำที่เย็นฉ่ำ ผมเปิดฝักบัวให้น้ำสายเย็นจัดรดกระหน่ำลงมาบนศีรษะ หวังให้มันช่วยดับไฟราคะและความหงุดหงิดที่สุมอยู่ในอก ผมพยายามหาเหตุผลมาอธิบายพฤติกรรมของหลิน ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ฮอร์โมนแปรปรวน ความเครียดจากการอดนอน ผมพยายามท่องคำเหล่านี้วนไปวนมาในหัวเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านและคิดระแวงไปในทางอื่น
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมเดินลงมาที่ห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าง่ายๆให้หลิน ผมทำข้าวต้มหมูสับกลิ่นหอมกรุ่นและชงเครื่องดื่มบำรุงน้ำนมมาวางไว้ให้เธอบนโต๊ะอาหาร หลินอุ้มลูกที่หลับสนิทไปวางไว้ในเปลแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะ เธอตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเงียบๆโดยไม่พูดจาอะไรกับผมสักคำ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก
"วันนี้หลินมีนัดตรวจหลังคลอดที่คลินิกคุณหมอวินใช่ไหมครับ ให้พี่ลางานพาไปไหม หลินจะได้ไม่ต้องขับรถไปเองให้เหนื่อย" ผมพยายามทำลายความเงียบด้วยการเสนอความช่วยเหลือ
หลินชะงักช้อนข้าวต้มไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมโตของเธอหลุกหลิกเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามเดิม
"ไม่ต้องหรอก คลินิกอยู่แค่นี้เอง หลินขับรถไปเองได้ พี่เอกไปทำงานเถอะ ไม่ต้องเป็ห่วง หลินนัดคิวหมอวินไว้่บ่าย ตรวจแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"
"แต่พี่เป็ห่วงนี่นา ให้พี่ไปด้วยเถอะนะ พี่อยากไปฟังด้วยว่าคุณหมอวินแนะนำเื่การดูแลตัวเองยังไงบ้าง เผื่อพี่จะได้ช่วยดูแลหลินได้ถูกต้อง" ผมยังคงยืนกรานเพราะความเป็ห่วงจริงๆ
"หลินบอกว่าไม่ต้องก็คือไม่ต้องไง ทำไมพี่เอกถึงชอบเซ้าซี้จังเลย หลินโตแล้วนะดูแลตัวเองได้ พี่เอกเอาเวลาไปตั้งใจทำงานหาเงินมาเลี้ยงลูกเถอะ เื่แค่นี้หลินจัดการเองได้ ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายหรอกน่า"
เธอเริ่มขึ้นเสียงและกระแทกช้อนลงบนชามข้าวต้มอย่างหงุดหงิด ท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรงของเธอทำให้ผมต้องยอมถอยอีกครั้ง ผมไม่อยากทะเลาะกับเธอแต่เช้าก่อนไปทำงาน จึงได้แต่พยักหน้ารับคำอย่างเสียไม่ได้
"ก็ได้ครับ งั้นหลินขับรถดีๆนะ ถึงคลินิกแล้วไลน์มาบอกพี่ด้วย ตรวจเสร็จก็รีบกลับมาพักผ่อนนะ"
"รู้แล้วน่า บ่นเป็ตาแก่ไปได้ ไปทำงานได้แล้วไป หลินจะกินข้าว"
เธอตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ผมเดินออกจากบ้านไปทำงานด้วยความรู้สึกหน่วงๆในใจ ความสัมพันธ์ของเรามันช่างเหินห่างและเ็าลงทุกวันั้แ่คลอดลูก ผมพยายามปลอบใจตัวเองว่านี่คือบททดสอบความอดทนของคนเป็พ่อและสามี ผมต้องผ่าน่เวลานี้ไปให้ได้เพื่อครอบครัวของเรา
่บ่ายขณะที่ผมนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ จิตใจของผมก็พะว้าพะวงนึกถึงแต่ภาพของหลินที่กำลังอยู่ที่คลินิกสูตินรีเวช ผมเปิดดูไลน์ก็เห็นข้อความสั้นๆจากเธอที่ส่งมาบอกว่าถึงคลินิกแล้วและกำลังรอคิวตรวจ ผมพิมพ์ข้อความตอบกลับไปถามไถ่ด้วยความเป็ห่วงแต่เธอก็อ่านแล้วไม่ตอบ ผมได้แต่นั่งถอนหายใจและพยายามโฟกัสกับงานตรงหน้า
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ผมรีบขับรถบึ่งกลับบ้านด้วยความรวดเร็ว หวังจะได้เจอหน้าเมียและลูกให้ชื่นใจ ทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้ามา ผมก็ได้กลิ่นหอมแปลกๆลอยมาเตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นสบู่หรือกลิ่นแป้งเด็กที่คุ้นเคย แต่มันเป็กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นคาวๆบางอย่างที่ผมอธิบายไม่ถูก ผมเดินตามกลิ่นนั้นขึ้นไปบนห้องนอนใหญ่และเปิดประตูเข้าไป
หลินกำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในชุดคลุมอาบน้ำ เธอกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่เปียกชื้น ทันทีที่เห็นผมเดินเข้ามาเธอก็สะดุ้งใและรีบดึงสาบเสื้อคลุมให้ปิดชิดคอแ่ากว่าเดิม
"พี่เอก กลับมาแล้วทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง หลินใหมดเลย" เธอเอ็ดผมด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
"ขอโทษครับ พี่เห็นประตูไม่ได้ล็อคก็เลยเดินเข้ามาเลย เป็ไงบ้างครับ ไปตรวจกับคุณหมอวินมา หมอว่ายังไงบ้าง แผลหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยัง" ผมถามพลางเดินเข้าไปใกล้เธอ
"ก็ ก็ดี หมอบอกว่าแผลสมานตัวดีแล้ว มดลูกก็เข้าอู่ปกติดี ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง" เธอตอบตะกุกตะกักหลบสายตาผมและหันไปสนใจกับการเช็ดผมต่อ
ผมขยับเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังเธอ สูดกลิ่นหอมแปลกๆที่ลอยโชยมาจากตัวเธอ กลิ่นนั้นมันชัดเจนมากจนผมต้องขมวดคิ้วสงสัย
"หลินใช้น้ำหอมกลิ่นใหม่เหรอ กลิ่นแปลกๆนะ ไม่เหมือนของเดิมที่เคยใช้เลย แถมกลิ่นมันดูแมนๆยังไงก็ไม่รู้"
หลินชะงักมือที่กำลังเช็ดผม ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
"อ๋อ กลิ่นครีมอาบน้ำน่ะ พอดีแวะซูเปอร์มาร์เก็ตตอนขากลับแล้วเห็นมันจัดโปรโมชั่นลดราคาเลยซื้อมาลองใช้ดู กลิ่นมันอาจจะฉุนไปหน่อยเดี๋ยววันหลังหลินไม่ใช้แล้วก็ได้ พี่เอกไปอาบน้ำเถอะ ตัวเหม็นเหงื่อจะแย่แล้ว"
เธอหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนและรีบผลักไสผมให้ออกห่าง ผมยอมเดินเข้าห้องน้ำไปแต่ความสงสัยยังคงวนเวียนอยู่ในหัว กลิ่นครีมอาบน้ำอะไรมันจะติดทนนานและมีกลิ่นคาวคล้ายกลิ่นเหงื่อผู้ชายผสมอยู่แบบนี้ แต่ผมก็พยายามสลัดความคิดบ้าๆนั้นทิ้งไป หลินเพิ่งคลอดลูกนะ เธอคงไม่มีอารมณ์ไปทำเื่พรรค์นั้นหรอก ผมคงแค่ระแวงและคิดมากไปเองเพราะความหื่นกระหายของตัวเองที่ไม่ได้ปลดปล่อยมานาน
คืนนั้นหลังจากลูกหลับสนิท ผมพยายามจะสานสัมพันธ์กับหลินอีกครั้ง ผมใช้เวลา่หัวค่ำนั่งเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการนวดบรรเทาอาการคัดเต้านมของคุณแม่หลังคลอด ผมอ่านวิธีนวดอย่างละเอียดและแวะไปซื้อเบบี้ออยล์สูตรอ่อนโยนติดมือมาด้วย หวังจะใช้มันเป็ข้ออ้างในการััร่างกายที่ผมโหยหา
ผมเดินถือขวดเบบี้ออยล์เข้าไปในห้องนอน หลินกำลังนั่งนวดคลึงหน้าอกตัวเองอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอเหยเกด้วยความเ็ปจากการคัดตึงของเต้านม ชุดนอนตัวบางของเธอถูกปลดกระดุมลงมาจนเห็นเนินอกขาวผ่องที่แดงเถือกจากการบีบนวดของเธอเอง ภาพนั้นทำเอาผมกลืนน้ำลายดังเอื้อก ความเป็ชายของผมพองขยายขึ้นมาทันที
"หลินครับ ปวดนมมากเลยเหรอ ให้พี่ช่วยนวดให้ไหม พี่ไปอ่านวิธีนวดเปิดท่อน้ำนมที่ถูกต้องมาแล้วนะ รับรองว่าพี่จะทำเบาๆให้หลินสบายตัวขึ้น"
ผมพูดพลางเดินเข้าไปนั่งเคียงข้างเธอบนเตียง ชูขวดเบบี้ออยล์ให้เธอดูเป็หลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ หลินมองขวดออยล์ในมือผมด้วยสายตาลังเล เธอคงปวดคัดหน้าอกจนทนไม่ไหวจริงๆจึงยอมลดกำแพงลงเล็กน้อย
"พี่เอกจะทำเป็เหรอ ถ้านวดแรงเดี๋ยวหลินก็อักเสบหนักกว่าเดิมอีก"
"พี่ทำเป็สิครับ พี่ศึกษามาอย่างดี หลินลองเชื่อใจพี่สักครั้งนะ ถ้าเจ็บหลินก็บอกพี่จะหยุดทันทีเลย"
ผมพูดจาหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด ในที่สุดหลินก็พยักหน้ายอมให้ผมช่วย เธอเอนหลังพิงพนักหัวเตียง หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ผมเทเบบี้ออยล์ลงบนฝ่ามือ ถูเข้าด้วยกันจนเกิดความร้อนก่อนจะค่อยๆวางทาบมือลงบนก้อนเนื้ออวบอัดขาวโพลนของเธอ
ััแรกที่มือของผมัักับผิวเนื้อเนียนนุ่มของเมียรัก มันเหมือนมีกระแสไฟฟ้า แล่นแปล๊บ ไปทั่วร่าง ความนุ่มหยุ่นและความร้อนรุ่มจากอุณหภูมิร่างกายของเธอทำให้ผมแทบคลั่ง ทรวงอกของเธอเต่งตึงและใหญ่โตล้นทะลักง่ามนิ้วของผม ผิวของเธอขาวจัดจนเห็นเส้นเืชัดเจน ทันทีที่ผมเริ่มออกแรงนวดคลึงเบาๆ หลินก็สะดุ้งน้อยๆและครางฮือในลำคอ
"อ๊ะ พี่เอก หลินเจ็บ"
"ทนหน่อยนะคนดี เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น พี่จะนวดเบาๆไล่น้ำนมให้นะครับ"
ผมปลอบประโลมเสียงสั่น มือของผมค่อยๆนวดคลึงวนเป็วงกลมรอบๆฐานเต้านมตามวิธีที่ศึกษามา การได้ััร่างกายที่แสนจะซ่อนรูปและเซ็กซี่ของภรรยามันทำให้ความอดทนของผมขาดผึง ลมหายใจของผมเริ่มติดขัดและถี่กระชั้นขึ้น ความแข็งขึงดุนดันกางเกงนอนจนปวดร้าว ผมเผลอลงน้ำหนักมือแรงขึ้นและเปลี่ยนจากการนวดคลึงเป็การบีบเค้นความอวบอิ่มนั้นอย่างลืมตัว
"อื้อ พี่เอก ทำไมบีบแรงแบบนี้ หลินเจ็บนะ"
หลินลืมตาขึ้นมาตวาดใส่ผมพร้อมกับปัดมือผมออกอย่างแรง สายตาของเธอมองต่ำลงมาที่เป้ากางเกงของผมที่ตุงนูนจนปิดไม่มิด ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเ็ปเป็ความโกรธจัดและรังเกียจเดียดฉันท์
"นี่พี่เอกไม่ได้ตั้งใจจะมาช่วยนวดให้หลินสบายตัวเลยใช่ไหม พี่เอกแค่หาข้ออ้างมาลวนลามหลิน มาฉวยโอกาสตอนที่หลินกำลังเ็ป พี่เอกมันหื่นกามที่สุด เห็นแก่ตัวที่สุด"
เธอต่อว่าผมด้วยถ้อยคำรุนแรง คว้าหมอนใบใหญ่ปาใส่หน้าผมอย่างแรงก่อนจะรีบติดกระดุมเสื้อชุดนอนให้มิดชิด เธอชี้หน้าไล่ผมด้วยมือที่สั่นเทา
"ออกไปเลยนะ ออกไปนอนข้างนอกเลย หลินขยะแขยงคนหื่นกามแบบพี่เอกที่สุด คืนนี้ไม่ต้องเข้ามานอนในห้องนี้เลยนะ ไปนอนที่โซฟาข้างล่างเลย ไปสิ"
ผมหน้าชาไปหมดกับคำด่าทอและท่าทีรังเกียจของเธอ ผมพยายามจะอธิบายและขอโทษ แต่เธอก็ไม่ฟังเสียง เธอหยิบข้าวของปาใส่ผมจนผมต้องยอมถอยร่นออกจากห้องนอนไปในที่สุด ประตูห้องนอนถูกกระแทกปิดใส่หน้าผมพร้อมกับเสียงล็อคกลอนดังคลิก
ผมเดินคอตกหอบเอาผ้าห่มและหมอนลงมานอนที่โซฟาในห้องรับแขกชั้นล่าง ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงัด ผมนอนหงายมองเพดานด้วยความรู้สึกปวดร้าวทั้งกายและใจ ความเป็ชายของผมยังคงแข็งขึงและเต้นตุบๆเรียกร้องการปลดปล่อย ผมล้วงมือเข้าไปในกางเกงเพื่อจัดการกับความปรารถนาของตัวเอง ภาพทรวงอกขาวโพลนอวบใหญ่ที่ ตึงเปรี๊ยะ ไปด้วยน้ำนมของหลินยังคงติดตา ผมรูดรั้งความเป็ชายอย่างรวดเร็วและรุนแรงพร้อมกับคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัว
ทำไมหลินถึงรังเกียจััของผมขนาดนี้ มันเป็เพราะฮอร์โมนหลังคลอดจริงๆ หรือว่าร่างกายที่ขาวเนียนน่าฟัดนั้นมันถูกชายอื่นไปแล้วกันแน่ ความระแวงเริ่มหยั่งรากลึกลงในจิตใจของผม ผมจะต้องสืบหาความจริงให้ได้ว่าคลินิกสูตินรีเวชแห่งนั้นมันมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่