นทีกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเองด้วยความรู้สึกกระชุ่มกระชวยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนใบหน้าคมหล่อเหลาที่ปกติติดจะบึ้งตึงเ็ากลับมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่บนนั้นอย่างน่าประหลาด
“แหม เจอสาวสวยเข้าหน่อย รีบแจ้นออกไปต้อนรับเลยนะ” ก้องอดหมั่นไส้ไม่ได้เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก
“ฉันก็บอกแล้วไง ถ้าถูกใจจะออกไปดู” นทีว่าพลางหันไปหยิบเสื้อเชิ้ตที่พาดอยู่บนเก้าอี้ขึ้นมาสวม
“แค่เนี๊ยนะ!?” ...นี่คือจะไม่ออกไปอีกแล้ว?
“เออ แค่นี้...” ร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งแล้วหยิบเอกสารที่ยังทำค้างไว้ขึ้นมาดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เออๆ ตามใจแกเถอะ ฉันไปทำงานต่อละ เบื่อๆ เลยแอบเข้ามาส่องสาวๆ ข้างในถ้าให้ออกไปยืนเลือกข้างนอกก็ไม่ทันได้เลือก โดนลากไปก่อนทุกที”
หนุ่มโฮสหน้ากากขาวเบอร์สองพูดบ่นไม่จริงจังนักก่อนลุกจากโซฟาแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจคนในห้องอีก เพราะต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองทั้งนั้น
เมื่อคนกวนใจออกไปแล้ว ชายหนุ่มเ้าของห้องก็วางเอกสารในมือลงแล้วหันมาครุ่นคิดปล่อยจิตใจล่องลอยไปถึงหญิงสาวที่เพิ่งแยกจากกันเพียงไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเขาอยากรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขากันแน่แล้วเธอตามเขามาทำงานที่บริษัทนำเข้าส่งออกนี้จริงหรือเปล่า และถ้าจริง...เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?
เช้าวันจันทร์...
“เป็ไงบ้างอ้อน คืนนั้นเห็นหน้าแดงเป็ลูกตำลึงเชียวนะ” สาวรุ่นพี่หยอกเย้าด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ก็... เอ่อ ก็ดีจ้ะพี่ส้ม เขาก็ดูสุภาพดีนะพี่” อรวีชื่นชมจากใจจริง
“เห็นไหม พี่บอกแล้วว่าผู้ชายที่นี่ไว้ใจได้ ถ้าเราไม่ชอบอะไรเขาก็จะไม่ทำ”
“อืม ก็จริงเนอะพี่” เธอว่าพลางนึกย้อนไปถึงคืนนั้นซึ่งก็เป็แบบที่พี่ส้มบอกจริงๆ ก่อนฉุกคิดขึ้นได้
“แต่อ้อนว่าเขาเหมือน” อรวีคล้ายพึมพำกับตัวเอง
“เหมือนอะไรอ้อน?”
“หะ เออ เปล่าๆ ค่ะพี่ส้ม ไม่มีอะไร” เธอไม่กล้าบอกพี่ส้มว่าชายหนุ่มที่เธอเลือกมาคุยด้วยวันนั้นมีความละม้ายคล้ายพี่นทีของเธอมากแค่ไหนเพราะกลัวสาวรุ่นพี่จะคิดว่าเธอฟุ้งซ่านและคิดไปเองมากกว่า
ส้มส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับความเอ๋อๆ งงๆ ของสาวน้อยตรงหน้าที่พักหลังๆดูจะเพ้อเจ้อเก็บทรงไม่อยู่ขึ้นทุกวัน
“เดี๋ยวอ้อนเอาเอกสารงบการเงินของเดือนที่แล้วไปให้พี่นทีที่ห้องด้วยนะ”คนเป็หัวหน้าออกคำสั่งอย่างรู้ใจ... ลูกน้องคนสวยไม่ได้เห็นหน้าชายหนุ่มในดวงใจมาสองวันแล้วเพราะเป็วันหยุด
“ได้จ้ะพี่ส้ม งั้นอ้อนเอาไปให้เขาเลยนะ” ว่าจบร่างบางก็รีบลุกไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาถือไว้ก่อนหันมาส่งยิ้มเป็การขอบคุณสาวรุ่นพี่ที่ช่างรู้ใจเธอเหลือเกิน
อรวีเคาะประตูสองสามครั้งส่งสัญญาณถึงคนข้างใน ก่อนเปิดเข้าไปเบาๆ เพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของเขา
“ขออนุญาตค่ะ”
“ครับ” เ้าของห้องตอบรับสั้นๆแต่สายตายังไม่ละไปจากเอกสารตรงหน้าซึ่งเขาดูสนใจและจดจ่อกับงานอย่างจริงจังแบบนี้เสมอจนเธอเริ่มชินกับท่าทางเ็าของเขาแล้ว
“พี่ส้มให้นำเอกสารงบการเงินของเดือนที่แล้วมาส่งค่ะ” อรวีบอกจุดประสงค์ของเธอให้เขารู้
ลึกๆ ภายในจิตใจแอบลุ้นให้เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอบ้าง แต่ก็เปล่าเลยเขายังคงก้มหน้าก้มตาสนใจตัวหนังสือบนเอกสารที่ถืออยู่ จนคนรอรู้สึกน้อยใจ
“ขอบใจนะ วางไว้ตรงนี้ละ” นิ้วเรียวของชายหนุ่มแตะที่โต๊ะตรงหน้า
“ค่ะ” อรวีวางแฟ้มตรงที่เขาบอกจากนั้นก็ถอยออกไปยืนมองเขาอยู่พักใหญ่ๆ ด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ พลันหวนนึกถึงชายหนุ่มไบร์ตันที่บาร์โฮสคืนนั้นแวบหนึ่งในความรู้สึกทำไมเธอถึงอยากให้พี่นทีเป็เหมือนหนุ่มโฮสคนนั้นจัง แค่สักนาทีก็พอแล้วสำหรับเธอ
“เอ้า... กลับไปทำงานได้แล้ว ยืนอยู่ทำไม” นทีพูดบอกด้วยน้ำเสียงดุกลายๆจนคนยืนสะดุ้งตื่นจากภวังค์
“อะ! ค่ะๆ” อรวีเงอะงะตอบรับเก้ๆกังๆ แล้วรีบหมุนตัวเดินกลับออกไปด้วยหัวใจที่แสนเ็ป รู้สึกโหวงๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อหญิงสาวออกไปแล้วชายหนุ่มที่อยู่ในห้องก็พ่นลมหายใจออกมาแรงๆเหมือนยกูเาลูกใหญ่ออกจากอกมือหนายกขึ้นทาบทับตรงหัวใจเพื่อััให้แน่ชัดว่ามันเต้นโครมครามรัวเร็วขึ้นมาอีกแล้วเขารู้ว่าเธอจับจ้องเขาอยู่ตลอดจนรู้สึกอึดอัดจำต้องเอ่ยปากไล่ เพราะกลัวว่าตัวเองจะยับยั้งชั่งใจไม่อยู่คว้าเธอเข้ามากอดจูบให้สมใจสานต่อจากคืนวันนั้นเป็แน่
**********
ร่างบางกลับมาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานของเธอด้วยความสิ้นหวัง...
บางทีมันก็เหนื่อยนะที่พยายามแค่ไหนก็ไม่เคยได้ใจเขาสักที
“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจแรงๆ นั้นทำให้เพื่อนสาวรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ต้องเอ่ยถาม
“เป็อะไรอ้อน แล้ว... พี่นทีเป็ยังไงบ้าง”
“เขาก็เป็พี่นทีคนเดิมอย่างที่เขาเป็นั่นแหละค่ะพี่ส้ม เหมือนเดิม...ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด” ...เคยเ็าอย่างไรก็เ็าอย่างนั้น
อรวีบ่นน้ำเสียงเนือยๆระคนน้อยใจนิดๆ
“น่า... ใจเย็นๆ พี่นทีเขาก็เป็แบบนี้แหละพี่ทำงานกับเขามานานก็เป็แบบนี้มาตลอด”
ส้มปลอบใจสาวรุ่นน้องแล้วหันไปทำงานของตัวเองต่อปล่อยให้อรวีจมอยู่กับความคิดของตัวเองที่วกไปวนมาอยู่กับชายหนุ่มในดวงใจต่อไป
คืนวันศุกร์ในสัปดาห์นั้น ไม่รู้ด้วยเล่ห์กลมนต์ใดถึงทำให้อรวีกลับมาที่บาร์โฮสแห่งนี้อีกครั้ง
จะว่าไม่ได้ตั้งใจก็ไม่เชิงหรือจะว่าอยากมาก็ไม่ใช่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมวันนี้เธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้
“สวัสดีครับ เชิญครับ” แฮร์รี่เข้ามาต้อนรับสาวสวยคุ้นหน้าที่เขาจำได้ดีด้วยความสวยผุดผ่องของเธอวันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อเอวลอยกับกระโปรงเอวต่ำที่เผยให้เห็นผิวขาวบอบบางว็อบๆแวมๆ ดูน่ามองยิ่งขึ้น
“สวัสดีค่ะ เอ่อ... คือ” อรวีตอบรับคำทักทายเป็มารยาทน้ำเสียงอึกอักด้วยไม่รู้จะพูดอย่างไรดีในสิ่งที่เธอ้า
หญิงสาวหยิบนามบัตรขึ้นมายื่นให้หนุ่มพีอาร์ด้วยใจลุ้นระทึกว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไรเพราะบัตรใบนี้ผู้ที่มอบให้เธอเป็เพียงแค่เด็กฝึกงานเท่านั้น
“ครับ เชิญทางนี้ครับคุณผู้หญิง” แฮร์รี่กระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นนามบัตรที่เธอยื่นให้เพราะสิ่งที่คิดนั้นเป็ไปตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด... ไม่ว่าจะสาวน้อยสาวใหญ่คนไหนลองได้เจอไบร์ตันแล้วละก็จะต้องกลับมาที่นี่อีกอย่างแน่นอน
แต่หญิงสาวสะสวยผู้นี้เธอดูไม่ใช่ไฮโซกระเป๋าหนักแต่อย่างใด ดูเผินๆ เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปมากกว่าที่จะมาใจป้ำหว่านเงินเล่นในผับบาร์แบบนี้ออกจะคล้ายพวกมนุษย์เงินเดือนเสียด้วยซ้ำ แล้วทำไมไบร์ตันถึงเจาะจงเลือกเธอแฮร์รี่ครุ่นคิดสับสนเล็กๆ แต่ก็ปล่อยผ่านไป แล้วหันมาสนใจกับหน้าที่ของตัวเองต่อ
ชายหนุ่มพีอาร์พาเธอมานั่งในห้องวีไอพีขนาดเล็กที่มีโซฟาและโต๊ะเครื่องดื่มเพียงชุดเดียวแต่ก็ไม่ได้คับแคบจนน่าอึดอัด เหมือน้าให้มีความเป็ส่วนตัวมากกว่า
“นั่งรอก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปตามไบร์ตันมาให้” สิ้นเสียงทุ้มๆนั้น หัวใจดวงน้อยก็เต้นตึกตักและดูเหมือนจะรัวแรงขึ้นด้วยเมื่อได้ยินชื่อเขา...หวังว่าเธอคงไม่ได้หวั่นไหวให้กับหนุ่มบาร์โฮสหรอกนะ เพราะเธอมั่นใจว่าความรักของเธอได้มอบให้กับคนผู้หนึ่งไปหมดแล้วนั่นคือ’พี่นที’
เพียงชั่วอึดใจ เสียงประตูที่คล้ายเพิ่งจะปิดไปไม่ทันไรก็ถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง
“สวัสดีครับ คุณอ้อน” นทีส่งยิ้มละลายใจให้เธอ จริงๆแล้วเขาเห็นเธอจากกล้องวงจรปิดพร้อมๆ กับที่แฮร์รี่เข้าไปต้อนรับนั่นล่ะเมื่อเห็นเธอหยิบนามบัตรออกมาเขาก็รีบเตรียมตัวแล้วมาอยู่แถวๆ หน้าห้องนี้ก่อนแล้ว
“ค่ะ สวัสดีค่ะ” เธอยิ้มตอบ แต่ไม่กล้ามองเขาตรงๆ นักเพราะรู้ดีว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อและสวมเพียงกางเกงยีนตัวเดียวเท่านั้น
“ผมดีใจนะที่คุณมา” ร่างสูงบอกพร้อมทั้งก้าวลงไปนั่งบนโซฟาตัวยาวข้างๆ เธอ
ไม่นานเครื่องดื่มก็ทยอยเข้ามาเสิร์ฟและเขาก็ทำหน้าที่เหมือนเดิมเช่นเดียวกับวันนั้น
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับแก้วเหล้าจากมือเขาแล้วยกขึ้นจิบเป็มารยาทก่อนวางลงที่โต๊ะตรงหน้า
เอาจริงๆเธอไม่ได้ตั้งใจมาดื่มหรอกนะ แต่ในเมื่อมันเป็ธรรมเนียมของที่นี่จึงไม่อาจปฏิเสธได้
ระหว่างนั้นดวงตาคมของนทีก็มองสำรวจเรือนร่างของเธอไปด้วย...เสื้อเอวลอยของเธอเผยให้เห็นผิวเนียนรอบเอวแวบๆ เวลาที่เธอขยับตัวมันทำให้เขาแทบไม่อยากละสายตาจากเธอไปเลย แม้จะเคยเห็นผู้หญิงมานักต่อนักที่เปิดเผยยิ่งกว่านี้ก็เคยเห็น และมากกว่านี้ก็เคยทำ แต่เขาไม่เคยตื่นเต้นเท่ากับได้มองเธอเช่นนี้มาก่อนเลย
“พวกคุณมีหน้าที่อะไรบ้างหรือคะ” อรวีเอ่ยขึ้นคล้ายเป็การชวนคุยพลางขยับตัวออกห่างเขาอีกนิด เมื่อรู้สึกว่าเขาอยู่ใกล้เธอมากเกินไป
“หน้าที่ของผมก็คือ ทำให้คุณมีความสุขภายใต้กฎของผม” เขาตอบพร้อมทั้งจ้องหน้าเธอไปด้วย
“กฎ?” เธอสบตาเขา
“ก็ทุกที่แหละครับ เมื่อมีการอยู่ร่วมกันมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไปก็ต้องมีกฎเพื่อรักษาระเบียบ”
“แล้วกฎของคุณ...”
“อันที่จริงมันเป็กฎของที่นี่แหละครับ... ข้อแรก ห้ามถอดหน้ากากปีกนกไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น”
หญิงสาวมองหน้ากากปีกนกสีขาวของเขาแวบหนึ่งแล้วเบือนหน้าหลบสายตา เมื่อรู้ว่าเขากำลังจ้องมองเธออยู่
“ข้อสอง ห้ามมีความรัก”
“เอ่อ ค่ะ” ทำไมเธอถึงคิดว่าประโยคนี้เขาเจาะจงพูดกับเธอนะ
“และข้อสาม... ทำทุกอย่างที่คุณ้าให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด”
เมื่อเขาพูดจบก็หันไปหยิบแก้วใบใหม่ขึ้นมาแล้วผสมเครื่องดื่มของตัวเองโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
“แล้วทำไมต้องห้ามมีความรักล่ะคะ” เพราะความรักเป็เื่ที่ห้ามกันไม่ได้เธอพูดประโยคนี้ในใจ
“เพราะเงินซื้อความรักไม่ได้” เสียงเข้มบอกจริงจังพลางยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่ม
“ก็... จริงค่ะ” เสียงหวานเปรยเบาๆ แล้วย้อนนึกถึงตัวเอง
ว่าแต่ใครจะอดใจไหว โดนเขารุกขนาดนี้ต่อให้รักไม่ได้ก็ต้องมีหวั่นไหวกันบ้างละ เหมือนที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้
“ที่นี่เงินซื้อความสุขได้ทุกอย่าง ทั้งความฝัน จินตนาการ...แต่ไม่ใช่ความรัก” ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้เธออีกนิด ยื่นใบหน้าหล่อเหลามาหยุดที่ไหล่บอบบางของเธอจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่ัักับต้นแขนเล็ก
“แล้วความสุขของคุณคืออะไรครับ”
อรวีนั่งตัวเกร็งแทบหยุดหายใจกับความใกล้ชิดของเขาแต่ร่างบางกลับไม่ขยับหนีอย่างที่ใจสั่ง เธอทำได้เพียงก้มหน้านิ่งๆแล้วใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาคำตอบให้เขา... เธอมาที่นี่ทำไม ถ้ามาหาความสุขแล้วความสุขของเธอคืออะไรล่ะ หรือจะเป็การได้มาเจอเขาได้พูดคุยกับเขาอย่างนั้นหรือ
โฮสหนุ่มหล่อรอคอยคำตอบอย่างใจเย็น พลางยื่นมือหยิบปลายผมนุ่มลื่นของเธอขึ้นมาม้วนที่นิ้วเล่นแล้วอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นสูดดมความหอมกรุ่นตราตรึงใจ...แค่ผมยังหอมขนาดนี้แล้วแก้มเนียนๆ จะหอมขนาดไหน แล้วทั้งตัวล่ะ...เขากดยิ้มร้ายกาจให้กับความคิดของตัวเอง
“แค่อยากมีเพื่อนคุยมั้งคะ ใครสักคนที่รับฟัง และใครสักคนที่...ไม่รู้จักกัน” ในที่สุดเธอก็หาคำตอบให้เขาจนได้รวมถึงให้กับตัวเธอเองด้วย
“ผมยินดีจะเป็เพื่อนคุยให้คุณ เป็คนรับฟัง และเป็คนที่คุณ...อยากให้เป็” เขาบอกพร้อมทั้งจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอนิ่งเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างแต่ก็เลือนรางหายไป
“คุณมีแฟนหรือยังครับ” นทีถามขณะที่ดวงตาคมยังจับจ้องอยู่ที่ดวงตาหวานของเธอ...เขาอยากได้ความจริงจากเธอในข้อนี้ที่สุด
อรวีมองตาเขากลับไปราวต้องมนต์สะกดทำไมเธอถึงคิดว่าดวงตาคมคู่นี้คือพี่นทีของเธอนะ หรือภายในใจลึกๆเธออยากให้เป็เขาจริงๆ เพียงแค่คิดถึงเขา... น้ำตาที่เกิดจากความทดท้อใจพลันล้นเอ่อคลอเต็มหน่วงจนไม่อาจทนเก็บเอาไว้ได้อีกแล้ว
“คุณอ้อน... ผมขอโทษ ขอโทษจริงๆ ครับ” ชายหนุ่มรีบกล่าวคำขอโทษจากใจเมื่อเห็นน้ำตาของเธอค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย... เธอมีปัญหาเื่ความรักหรือนี่ แล้วกับใครล่ะ!? กับแฟนเก่าหรือกับแฟนคนปัจจุบัน นทีคิดไปเรื่อยเปื่อยแต่ก็ใไม่น้อยที่เห็นน้ำตาของเธอ
ในเมื่อทนฝืนต่อไปไม่ไหวหญิงสาวจึงปลดปล่อยความเ็ปเสียใจทั้งหมดที่มีออกมาด้วยการร้องไห้อย่างหนักสองมือบางยกขึ้นปิดใบหน้าสวยเอาไว้ด้วยความอับอายที่ต้องร้องไห้ต่อหน้าเขา...ชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จัก
นทีอึ้งไปชั่วขณะและยิ่งทำอะไรไม่ถูกเมื่อหญิงสาวร้องไห้หนักขนาดนี้เมื่อนึกอะไรไม่ออกก็ปล่อยให้ร่างกายทำไปตามที่หัวใจ้าก็แล้วกัน จู่ๆเขาก็คว้าร่างบางของเธอเข้ามากอดแนบอกแกร่งโดยไม่รู้ตัวมันเป็ไปโดยอัตโนมัติเหมือนว่านี่เป็คำสั่งจากหัวใจที่ร่างกายไม่อาจต้านทานได้
“ใจเย็นๆนะครับ ผมเข้าใจ... ผมเข้าใจ”
เขาลุ้นด้วยใจระทึกว่าเธอจะผลักไสหรือดีดดิ้นขัดขืน และอาจจะโกรธหรือเปล่ากับการกระทำแบบนี้ของเขาแต่กลับผิดคาดเพราะนอกจากเธอจะร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักขึ้นแล้ว สองมือบางยังเลื่อนลงมาเปลี่ยนเป็โอบกอดเขาเหมือน้าที่พึ่งอีกด้วยร่างสูงขยับตัวกระชับวงแขนกอดรัดร่างบางแแ่ขึ้นเพื่อให้เธอได้รับไออุ่นจากเขาด้วยความเต็มใจ
อรวีซุกใบหน้ากับอกแกร่งพยายามขดตัวเข้ามาอยู่ในวงแขนเขาเหมือนกับว่ามันเป็ที่ปลอดภัยสำหรับเธอแต่หารู้ไม่ว่า... ที่ที่ปลอดภัยคือที่ที่อันตรายที่สุด! และมันก็เป็ความจริงเสมอมา เพราะด้วยการตอบสนองของเธอทำให้ความร้อนในกายของเขาเริ่มปะทุขึ้นมาทีละน้อยและยิ่งทวีความร้อนรุ่มขึ้นเมื่อร่างบางบดเบียดทรวงอกอวบเข้าหาแผงอกของเขามากขึ้นโดยที่เธอไม่รู้ตัว
นทีเงยหน้าสูดลมหายใจสะกดกลั้นความ้าบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อยเขายังมีคำถามอีกมากมายที่้าคำตอบจากเธอ ดังนั้นเขาต้องทำให้เธอไว้ใจและเชื่อใจเขามากกว่านี้ก่อน
ผ่านไปสักพักใหญ่ เสียงร้องไห้ก็ค่อยๆ เบาลงจนเหลือเพียงเสียงสะอื้นแ่เบาอรวีคลายวงแขนออกช้าๆ เมื่อตั้งสติได้พลางนึกต่อว่าตัวเองในใจที่เผลอทำอะไรน่าอายลงไป ตอนนี้เธอไม่กล้าเงยหน้ามองเขาดวงตาสวยจึงวางไว้ที่แผงอกบึกบึนของเขาแทน และเมื่อเห็นว่ามีคราบน้ำตาของเธอเกาะอยู่บนนั้นมือบางจึงยกขึ้นปาดเช็ดออกไปเบาๆ
ฮึ่ม!เธอคงไม่รู้ตัวเลยว่ามือน้อยๆนุ่มนิ่มที่ปัดป่ายไปมาบนมัดกล้ามตึงแน่นของเขานั้นจะสร้างความปั่นป่วนร้อนรุ่มให้เขาขนาดไหน
นทีกัดฟันขบกรามแน่นพยายามระงับความ้าบางอย่างถึงที่สุด มือหนารีบคว้ามือเล็กๆนั้นเอาไว้เพื่อไม่ให้มันทรมานเขาได้อีก
“อ๊ะ!” คนตัวเล็กสะดุ้งใ ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองเขาด้วยความไม่เข้าใจและนั่นทำให้เธอดูยั่วยวนจนเขาไม่อาจห้ามใจได้อีก
ใบหน้าคมหล่อเหลาค่อยๆ ก้มลงจุมพิตริมฝีปากอิ่มของเธอแ่เบาเป็การหยั่งเชิงว่าเธอจะยินยอมหรือเปล่าอรวีนิ่งงันกลั้นหายใจจนตัวเกร็งเพราะนี่คือจูบแรกในชีวิตของเธอหัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำรัวแรงไม่เป็จังหวะภายในใจคิดสับสนว่าอยากจะผลักไสขัดขืนแต่ร่างกายกลับไม่ขยับเลยสักนิดทำให้เขาคิดว่าเธอยินยอมให้เขาจูบต่อไป
จากจูบนุ่มนวลเริ่มทวีความหนักหน่วงขึ้นเรียวลิ้นแข็งแรงปัดป่ายหยอกเย้าจนเธอเผลออ้าปากให้เขาเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานในโพรงปากนุ่มของเธอได้อย่างง่ายดายปลายลิ้นช่ำชองเกี่ยวกระหวัดไล่ต้อนลิ้นเล็กๆของเธอที่คอยหนีการดูดดึงจากเขาอย่างน่าโมโห แต่เพียงไม่นานก็พ่ายแพ้ให้กับชั้นเชิงความเชี่ยวชาญของเขาการตอบสนองที่ไม่ประสีประสาของร่างบางในวงแขนทำให้เขาตื่นเต้นกว่าจูบครั้งไหนๆที่เคยผ่านมาจนแทบคลั่ง... ‘เธอจูบไม่เป็หรือแกล้งอายกันแน่’นทีคิดสับสนอยู่ในใจ
....................
แหม่... ตอนกลางวันทำเป็เข้ม
ดูสิ น้องหูลู่หางตกไปหมดแล้วเนี่ย
พอตอนกลางคืนจะไล่ต้อนไล่จูบน้องแบบนี้มันคืออารายยยยคะคุณพี่
อิอิ
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบE-Bookสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket... และ... ธัญวลัย
หรือ้าลิ้งค์ซื้อE-Bookสามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail: oilza24@hotmail.com
ไลน์: oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)