ซูเจี๋ยนยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุแต่ถึงอย่างไรก็นับว่าได้ฟังคำตอบที่ตนอยากได้ยินแล้วซูเจี๋ยนก็ไม่คิดจะรั้งอยู่ให้ทรมานตัวเองนานไปกว่านี้ดังนั้นจึงไม่พูดจามากความอีก หมุนกายะโโหยงๆ จากไปทันที
“อุ๊ก——อ๊า!”
ก้าวออกไปยังไม่ถึงสองก้าวเท้าของซูเจี๋ยนก็งอพับ ล้มกองลงกับพื้นโดยสวัสดิภาพ
อันอี่เจ๋อรีบพุ่งกายเข้าไปพยุงตัวอีกฝ่ายขึ้น :“ล้มไปกระแทกโดนตรงไหนบ้าง เจ็บรึเปล่า”
ป๊ะป๋าร้องเสียงหลงซะขนาดนี้จะไม่เจ็บได้ยังไงล่ะหา!ซูเจี๋ยนตวัดสายตามองอันอี่เจ๋ออย่างหงุดหงิดน่าเศร้าที่สภาพร่างกายยามนี้เป็หญิงสาวบอบบางคนหนึ่ง น้ำตาใสๆพลันรื้นขึ้นมาเต็มเบ้าตาอย่างไม่อาจควบคุม ปิดบังความโกรธเกรี้ยวในแววตาไปจนหมดที่อันอี่เจ๋อมองเห็นก็มีเพียงความเ็ปของคนงามเท่านั้น : “เจ็บสิ....”
อันอี่เจ๋ออุ้มร่างบอบบางไปวางบนโซฟาอย่างทะนุถนอม: “ให้ฉันดูซิ เจ็บตรงไหนบ้าง”
ซูเจี๋ยนชี้ไปที่ขาข้างปกติด้วยความกระวนกระวายเล็กน้อยขาเขาหักจนอยู่ในสภาพเข้าเฝือกหนาเตอะไปแล้วข้างหนึ่งอีกข้างที่เหลืออยู่นี้ไม่อาจปล่อยให้หักได้เด็ดขาด มิฉะนั้นแม้แต่ะโแบบกระต่ายขาเดียวก็คงทำไม่ได้แล้วได้แต่ต้องนั่งรถเข็นหมุนไปหมุนมาอยู่อย่างเดียว
อันอี่เจ๋อเพ่งมองรอยช้ำบนหัวเข่าบอบบางของซูเจี๋ยนอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง: “ไม่น่าเป็อะไรมากเดี๋ยวนวดยาหน่อยก็น่าจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว”
หลังพูดจบ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
ซูเจี๋ยนห้อยขานั่งนิ่งอยู่บนโซฟามองดูเขาหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาเปิดออก แล้วก็มองเขาบีบครีมนวดแก้ฟกช้ำออกมาจากหลอดทาลงบนรอยฟกช้ำที่หัวเข่าตัวเอง
“ซี๊ด—”
“ทนหน่อยนะ เดี๋ยวทายาเสร็จก็ไม่เจ็บแล้ว”
ซูเจี๋ยนนั่งนิ่งอย่างเชื่อฟังมองอันอี่เจ๋อโค้งกายลงป้ายยาใส่แผลให้ตนอย่างเอาใจใส่ จู่ๆอารมณ์ความรู้สึกก็กลายเป็ซับซ้อนสับสนขึ้นมา
เขารู้สึกขึ้นมาว่าหลังจากรู้ว่าตัวเองได้แต่งงานปลอมๆ กับอันอี่เจ๋อเ้าศัตรูหัวใจที่ตนเองเกลียดชังแทบตายคนนี้ก็เหมือนจะค่อยๆ.....มองดูแล้วสบายตาขึ้นมาทีละนิด
“อัน....อี่เจ๋อ”
อันอี่เจ๋อเงยหน้าขึ้นมามอง
ซูเจี๋ยนเอียงหน้าหลบทันที ไม่ยอมสบตากับเขาปากก็กล่าวออกมาอย่างอึดอัดขัดเขิน : “ขอบ…ขอบคุณนะ!”
อันอี่เจ๋อมองดูใบหน้าเรียวเล็กแดงก่ำและแพขนตายาวที่สั่นระริกของอีกฝ่ายเงียบงันอยู่นาน ก่อนจะเปิดปากเอ่ยขึ้น : “ฉันจะอุ้มเธอกลับห้อง”
“เอ๋?” ซูเจี๋ยนเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็รู้สึกว่าตัวเบาหวิวขึ้นมาถูกอันอี่เจ๋ออุ้มไว้ในอ้อมแขนเรียบร้อยแล้ว
ท่าอุ้มเ้าสาวอะไรนี่ไม่เห็นจำเป็ต้องเจอบ่อยขนาดนี้ก็ได้มั้ง! แม้จะรู้ว่าขาตัวเองเจ็บอยู่ทั้งสองข้างจนไม่อาจะโกระต่ายขาเดียวได้จึงได้แต่ต้องอาศัยอันอี่เจ๋อให้พากลับไป แต่ซูเจี๋ยนก็ยังรู้สึกเสียหน้ามากอยู่ดีจึงได้แต่อยากจะมุดหน้าหนีไปให้พ้นๆ สถานการณ์น่าอับอายที่ต้องเผชิญอยู่
ดังนั้นผ่านไปไม่นานอันอี่เจ๋อก็ได้รู้สึกถึงใบหน้าเล็กๆร้อนผ่าวที่บดเบียดซุกแนบเข้ามาตรงแผงอกเปลือยเปล่าของตัวเอง
ประกายตาของอันอี่เจ๋อกลายเป็เข้มสนิทลึกล้ำขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม
ชายหนุ่มอุ้มซูเจี๋ยนเข้าไปในห้องแล้ววางลงบนเตียงอย่างแ่เบาสายตาเ้ากรรมก็ชำเลืองไปเห็นบางอย่างเข้าโดยไม่ตั้งใจเพราะขยับจัดท่าทางอย่างไม่ระวัง ชั้นในสีขาวสะอาดจึงโผล่วับแวมออกมาแต่คนบนเตียงกลับยังไม่รู้เนื้อรู้ตัวแม้แต่นิดเดียวอันอี่เจ๋อเบี่ยงสายตาหลบเล็กน้อย กล่าวขึ้นเสียงทุ้ม : “ฉันไปแล้วนะ”
ซูเจี๋ยนยังรู้สึกอับอายขายหน้าที่ถูกอุ้มมาด้วยท่าอุ้มเ้าสาวแบบนั้นอยู่ดังนั้นที่อันอี่เจ๋อได้ยินจึงมีเพียงเสียงหวานใสที่ครางอุบอิบในลำคอด้วยความประหม่า: “อืม”
อันอี่เจ๋อชะงักค้างไปเล็กน้อยจากนั้นก็หมุนกายกลับแล้วจากไป
……………………………….
หลังอันอี่เจ๋อออกไปแล้วซูเจี๋ยนก็นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง รู้สึกเบื่อหน่ายแทบตาย คิดแล้วคิดอีกสุดท้ายก็ค่อยๆ กระถดตัวไปจนถึงคอมพิวเตอร์ด้วยความยากลำบาก จากนั้นก็เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
ขณะที่กำลังกวาดตาอ่านไปตามเว็บบอร์ด จู่ๆก็ชำเลืองไปเห็นหัวข้อเกี่ยวกับการแปลงเพศเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจซูเจี๋ยนเหม่อลอยไปทันที
ใช่แล้ว ถึงตอนนี้เขาจะกลายร่างเป็ผู้หญิงแต่ก็ยังมีวิธีแปลงเพศกลับไปเป็ผู้ชายอยู่นี่นา!
ดังนั้น ซูเจี๋ยนจึงเริ่มทำการค้นคว้าหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วยความตื่นเต้นกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม
หลังจากมองหาอยู่พักใหญ่ความกระตือรือร้นก็ค่อยๆ จางหาย กลายเป็เยือกเย็นลงอย่างช้าๆ
ถึงอย่างไร ด้วยเหตุผลด้านสรีระร่างกายแต่กำเนิดการแปลงเพศย่อมไม่ใช่เื่ที่จะทำได้ง่ายๆ
แน่นอนว่า ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือร่างกายที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ร่างของเขาจริงๆ
แท้จริงแล้วน้องสาวแซ่ซูที่เป็เ้าของร่างนั้นตกตายไปแล้วหรือว่าเป็เหมือนเขาที่แค่ฟื้นตื่นขึ้นมาในร่างของคนอื่น เขาไม่อาจรับรู้ได้เลยแต่ในเมื่อเขามายึดครองร่างของสาวน้อยแซ่ซูคนนี้แถมยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็ถือเป็โชควาสนามากแล้วเขาสมควรจะทะนุถนอมร่างกายของน้องสาวซูคนนี้ให้ดีๆ ไม่อาจล่วงล้ำทำลายตามใจชอบได้
อีกทั้งสาวงามแซ่ซูคนนี้ก็ยังมีเพื่อนมีครอบครัวของตัวเองเขาจำต้องใส่ใจความรู้สึกของคนเ่าั้ด้วย
ซูเจี๋ยนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปิดคอมพิวเตอร์ล้มตัวลงนอนกลับลงไปบนเตียงอีกครั้ง
มาถึงขั้นนี้ จากรูปการณ์แล้วโอกาสที่เขาจะได้กลับไปเป็ผู้ชายอีกครั้งดูเหมือนว่าจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น เขาก็ต้องยอมรับความจริง
จากนี้ไป เขาได้แต่ต้องใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
จากนี้ไป เขาไม่ใช่ซูเจี๋ยนคนนั้นอีกแล้ว
จากนี้ไป เธอก็คือซูเจี๋ยน
------------------
แฟนเพจ‘Akanirawan’ https://bit.ly/3gBu94T
ได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย