เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 19 ดาบเหล็กน้ำพี้

    บทที่ 19
    ผมค่อยๆแบกลังเดินกลับบ้าน มันค่อนข้างหนัก เมื่อผมกลับมาถึงบ้านผมเอาลังไปไว้ในสวนก่อนทันที ผมค่อยๆนึกถึงวิธีการได้แร่เหล็กน้ำพี้จากกองหินพวกนี้ทันทีก่อนอื่นก็ ล้างสินะ ผมค่อยๆน้ำหินในหีบนี้ไปล้าง ต่อไปก็ตากแดดให้แห้ง สุดท้ายค่อยเอาไปตำหรือบดจนมันเป็นผง หลังจากผมล้างจนเสร็จผมตากแดดทิ้งไว้เพราะไม่กล้าใช้เวทย์มนต์ช่วย ไม่รู้ว่าถ้าใช้เวทย์มนต์ช่วยเนื้อเหล็กมันจะเสียหรือมีปัญหาอะไรมั้ย
    เมื่อผมทำความสะอาดกองหินเหล็กน้ำพี้พวกนี้เสร็จแล้ว ผมก็เดินเข้าบ้านไปผมกะว่าจะไปช่วยท่านพ่อเครียงานซักหน่อย
    ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !!
    “เข้ามา” เสียงท่านพ่อดังออกมาจากด้านใน
    “ท่านพ่อ ครับงานเป็นอย่างไรบ้าง” ผมถามท่านพ่อหลังจากเข้ามาในห้องแล้ว
    “ตอนนี้ ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไร เริ่มมีคนมาสมัครทำงานที่นาเกลือ และสวนมะพร้าวบ้างแล้ว” ท่านพ่อบอกกับผม
    “ก็ดีครับท่านพ่อ ไม่ต้องรีบประชากรเมืองเราน้อย ผมว่าอีกไม่ถึงเดือนน่าจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า เพราะกว่าข่าวว่าเมืองเรามีงานให้ทำกระจายออกไปคงต้องใช้เวลาหน่อยครับ” ผมบอกกับท่านพ่อ
    ผมเห็นเอกสารมากมายวางอยู่บนโต๊ะ ผมหยิบมันขึ้นมาอ่าน ท่านพ่อไม่ได้ว่าอะไรผมเพราะปกติผมก็มักจะหยิบมันมาอ่านเล่นตั้งแต่เด็กๆอยู่แล้ว ตอนเด็กๆท่านมองเพียงแค่ว่าผมกำลังหัดอ่านหนังสือ แต่หลังจากผมเห็นถึงปัญหาที่ผมสามารถช่วยได้ผมก็ค่อยๆให้คำแนะนำท่านพ่อบ้างอะไรบ้าง ทำให้มันดูเหมือนเรื่องบังเอิญพูดให้ท่านพ่อเอะใจอะไรแบบนั้น แต่หลังๆผมจะช่วยแก้ปัญหาโดยตรงเลยล่ะ ผมนี่เสมือนที่ปรึกษาบริษัทเลยนะ
    ผมอ่านเอกสารหลายแผ่น อ่าปัญหาเยอะแยะ เริ่มแรกเมืองเราประชากรส่วนมากไม่มีการศึกษาผมไม่รู้ว่าโลกนี้ด้านการศึกษาเป็นอย่างไร แต่ผมมั่นใจมันไม่มีการสอนถึงการศึกษาขึ้นพื้นฐานแน่นอน เรื่องตั้งโรงเรียนยังทำไม่ได้ในเร็วๆนี้แน่นอนสำหรับเมืองของเรา ทั้งด้านประชากร และเงินทุน ไหนผู้ที่จะมาสอนอีก ผมคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะหาบุคลากร ต่างๆตามที่ต้องการได้
    ผมอ่านเอกสารไปเรื่อยๆ ทั้งด้านสุขอนามัย หรือทางทหารก็ได้ เมืองเราทหารมีน้อยเกินไป ผมนึกถึงไอพวกก๊อบลินตัวเขียวพวกนั้น ถ้าเราเจอเยอะๆ เมืองเราคงแย่
    “ท่านพ่อครับ เมืองเราขอทหารเพิ่มจากเมืองหลวงไม่ได้หรอครับ” ผมถามท่านพ่อ
    “พ่อก็กังวลเรื่องนั้นอยู่เหมือนกันลูก แต่ท่านพ่อฝากเรื่องให้ไอแซคช่วยรายงานแล้วล่ะ” เอริกบอกพลางนึกถึงเรื่องที่ไอแซคจะไปคุยกับอเล็กซ์ให้
    “แล้วท่านพ่อคาดว่าจะใช้เวลานานมั้ยครับกว่า จะมีทหารมาประจำการณ์เมืองเรา” ผมถามท่านพ่อ
    “พ่อว่าน่าจะภายในปี นี่ล่ะเพราะกว่าเรื่องจะถึงเมืองหลวงก็หนึ่งเดือน ถ้าทางเมืองหลวงอนุมัติเลยก็ใช้เวลาเดินทางอีกเป็นเดือน” ท่านพ่ออธิบาย นั่นสินะโอยปวดหัวชะมัดโลกนี้มันไม่มีอะไรเจริญสักอย่าง ถนนหนทางก็ไม่มี เมืองหลวงเราก็ไม่เคยเห็น จากที่ศึกษาเมืองหลวงมันเจริญที่สุดแล้วสินะ แต่มันจะเจริญได้แค่ไหน ขนาดเมืองเราถนนในเมืองยังเป็นแค่พื้นดินเรียบๆ อยู่เลยตาลุงที่ส่งเรามาให้งานยากชะมัด
    ผมบ่นในใจคนเดียวเพราะปัญหาต่างๆมันเยอะเกินไป ผมนั่งมองปัญหาทางด้านทหาร ผมว่าต้องจัดการด้านนี้ก่อน ไม่งั้นถ้ามีฝูงก๊อบลินอย่างเมื่อวานอีกคงแย่
    “ท่านพ่อครับ ผมอยากช่วยฝึกทหารได้มั้ยครับ” ผมขอท่านพ่อ
    “แน่ใจนะลูก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ พ่อว่าลูกยังเด็กๆเกินไปวุฒิภาวะยังไม่พอ พ่อกลัวว่าลูกจะคุมทหารไม่อยู่” ท่านพ่อบอกกับผม
    “ท่านพ่อไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมว่าผมมีวิธี ให้ผมลองเถอะครับ” ผมก้มหัวขอร้องท่านพ่อ
    “เฮ้อ...ถ้าลูกมั่นใจสัปดาห์หน้าพ่อจะบอกผู้กองไว้ให้” เอริกบอก ดูเหมือนคลาวด์จะมั่นใจมาก ฝีมือคลาวด์เรารู้ดีแต่ฝึกทหารนี่สิ ยังไงก็ต้องลองเสี่ยงล่ะนะ หวังว่าทหารพวกนั้น จะไม่มองคนจากภายนอก
    “ขอบคุณครับท่านพ่อ ผมจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวัง” ผมช่วยท่านพ่อแยกเอกสารจนถึงช่วงเย็น
    ผมกับท่านพ่อจึงลงไปที่ห้องอาหารและทานอาหารเย็นกัน หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
    เช้าวันใหม่
    หลังจากทำกิจวัตรประจำวันและทานอาหารเช้าเสร็จ ผมก็มาดูหินที่ตากไว้ ดูเหมือนจะแห้งได้ที่แล้ว ดีนะแม่ผมเป็นโตมาจากครอบครัวหมอเลยมีที่บดยาไว้ใช้เสมอผมเลยยืมมาใช้บดหินเหล็กน้ำพี้ให้เป็นผง ดูเหมือนคงใช้เวลาอีกเยอะกว่าจะหมดเพราะดูแล้วหลายสิบกิโลกรัม ผมค่อยๆบดไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พักยืดเส้นยืดสายบ้าง
    ผมใช้เวลาหมดไปทั้งวันกับการบดหินให้กลายเป็นผง เมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ผมก็เห็นว่าคงได้เวลาทานอาหารเย็นแล้ว ตั้งแต่เกิดการทานอาหารกับครอบครัวถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของผมที่ไม่เคยได้รับในชีวิตก่อน
    ถึงหลวงตาและพวกหลวงพี่ จะเป็นครอบครัวเหมือนกัน แต่มันก็ยังไม่เทียบเท่าพ่อและแม่ที่ให้กำเนิดผมอย่างในโลกนี้ ความรู้สึกมันเทียบกันไม่ได้เลยจริงๆ ผมอยากจะรักษาความสุขแบบนี้ไว้ให้นานที่สุด เพราะอีก 2 ปีผมก็คงต้องออกไปเรียนที่อาคาน่า ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันจะเป็นแบบไหน รู้แค่ว่าเหมือนโรงเรียนประจำเท่านั้น
    เมื่อผมทานอาหารเสร็จผมก็กลับเข้าห้องเพื่อทำสมาธิประจำวันและเข้านอน ผมอยากฝึกเวทย์มนต์เพิ่มจริงๆ แต่ดูเหมือนงานจะล้นมือไปหมด ก็ทำได้แค่ฝึกดาบและมวยประจำวัน การทำสมาธิก็เป็นการฝึกพลังจิตรูปแบบหนึ่งแค่นั้น เมื่อผมทำสมาธิเสร็จผมก็ล้มตัวลงนอนหลังจากเหนื่อยมากทั้งวัน ผมค่อยๆหลับตาและหลับลงไปทันที
    ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืดเหมือนเดิม ผมทำเช่นเดิมนั่งสมาธิ เริ่มต้นด้วยสมาธิ จบด้วยสมาธิ นั่นคือที่หลวงตาสอนผมไว้ หลังจากทำสมาธิช่วงเช้าเสร็จผมลงไปซ้อมดาบและมวยในสวนหลังบ้านจนถึงเวลาทานอาหารเช้า
    “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนสิลูก เหงื่อท่วมตัวเชียว” ท่านพ่อบอกผมให้ไปเปลี่ยนชุด
    “ครับท่านพ่อ” ผมขึ้นไปเปลี่ยนชุดทันที และลงมารับประทานอาหารกับครอบครัว
    “วันนี้มีธุระไปไหนหรือป่าวลูก ปกติทานอาหารเสร็จก็จะไปขลุกตัวอยู่แต่ในสวน” ท่านแม่ถามผมเพราะปกติผมทานเสร็จก็จะขอตัวออกไปทำอะไรต่อมิอะไรทันที
    “วันนี้มีนัดกับลุงออสมันครับ ผมจะเอาแร่เหล็กไปให้” ผมบอกท่านแม่
    “อ๋อ ใช่ที่ลูกมาขอยืมเครื่องบดยาของแม่ไปใช้ใช่มั้ย” ท่านแม่ถาม
    “ใช่ครับ พอดีผมทำเสร็จแล้วเลยจะไปให้ลุงออสมันถลุงให้ครับ” ผมตอบคำถามท่านแม่
    “งั้นรีบไปเถอะจ๊ะ เดี๋ยวจะสาย” ท่านแม่บอกผม
    “ครับ” ผมออกจากห้องอาหารไปและไปหยิบหีบที่ตอนแรกใส่หินเหล็กน้ำพี้มาเต็มๆ จนตอนนี้กลายเป็นผงเหล็กน้ำพี้เรียบร้อยแล้ว ผมแบกออกเดินไปตามทางที่จะไปร้านลุงออสมันผมเดินจนมาถึงหน้าร้านผมเดินเข้าไปทันที ผมก็เจอคุณเชียร์นั่งอยู่เหมือนเดิม
    “สวัสดีครับคุณเชียร์ ผมมาหาลุงออสมันครับ” ผมกล่าวทักทายเธอพยักหน้าเล็กน้อยและเดินเข้าไปหลังร้าน หลังจากเธอเข้าไปลุงออสมันก็ออกมา
    “สวัสดีครับลุงออส” ผมกล่าวทักทายลุงแก
    “ไหนเอาของออกมาดูหน่อย” ลุงแกเข้าเรื่องทันทีผมจึงยกหีบที่แบกมาด้วยและเปิดออกให้ดูทันที
    “อืม ทำจนเป็นผงเหล็กแบบนี้เลยเรอะ ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ข้าเอง ส่วนดาบเอ็งอีก 3 วันมารับ” ลุงออสมันแกยกหีบเข้าหลังร้านไปทันที ลุงแกไปไวมาไวจริงๆ หลังจากนั้นผมลาคุณเชียร์และกลับบ้านเพื่อกลับไปเตรียมแผนการฝึกทหารสำหรับอีกไม่กี่วัน ไหนจะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ
    ผมนั่งอยู่สวนหลังบ้านมันเป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัวของผม ผมชอบที่จะหมกตัวอยู่ในนี้ นี่ผมไม่ได้เป็นโรคฮิคิโคโมริ (อาการของคนชอบเก็บตัว) ใช่มั้ย
    “อืม ฝึกยังไงดีนะ” ผมคิดซักพัก
    “อ๊ะ เมื่องเราเป็นเมืองติดทะเลนี่นา ใช้นี่ล่ะให้เป็นประโยชน์” ผมนึกถึงการฝึกทหารในโลกเก่าที่มันใช้ชายทะเลในการฝึกทันที นั่นคือหน่วยซีลหรือมนุษย์กบของโลกเก่าผม นี่ล่ะใช้ได้แน่ๆ ผมค่อยๆนึกถึงรายการที่เคยดู และเอาการฝึกของหลวงพี่ดุมาผสมผสาน
    ผมวางแผนการต่างๆไว้ทันทีว่าจะเริ่มฝึกยังไงจากไหน ในช่วงเวลา เพราะอีกไม่กี่วันแล้วที่ท่านพ่อจะไปแจ้งผู้กองให้เรื่องที่ผมจะไปฝึกทหารของเมือง
    3 วันผ่านไป
    วันนี้เป็นวันที่ผมนัดไปรับดาบจากลุงออสมัน ส่วนพรุ่งนี้เป็นวันที่ผมต้องไปที่ค่ายทหารของเมืองเนื่องจากท่านพ่อแจ้งให้ผู้กองทราบไว้แล้ว เมื่อเสร็จสิ้นธุระยามเช้าและรับประทานอาหารเสร็จผมเดินทางออกไปรับดาบทันที
    ผมเดินมาถึงร้านลุงออสมัน ก็เข้าไปทันที ดูเหมือนวันนี้คุณเชียร์จะไม่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ ผมตะโกนเข้าหลังร้าน
    “ลุงออสครับผมมารับดาบครับ” ผมตะโกนเข้าไป
    “เออกำลังออกไป” เสียงจากลุงออสมันตอบกลับมาลุงออสมันถือห่อผ้าออกมาวางไว้บนเคาน์เตอร์ นั่นคงเป็นดาบของผมสินะ
    “เอ้าเปิดดูสิ” ผมค่อยๆแกะห่อผ้าออกดู
    “นี่มัน” ผมค่อยๆลูบดาบของผมทั้งคู่ ไม่นึกว่าลุงออสจะทำปลอกดาบให้ด้วย
    “ปลอกดาบสวยใช่มั้ยล่ะ ตอนข้าทำเสร็จเมื่อคืนข้ารู้สึกมันเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ตอนนั้นเชียร์มาเห็นพอดี เชียร์เลยบอกจะทำปลอกดาบให้ ตอนนั้นล่ะข้าเลยรู้ว่าสิ่งที่ขาดไปคือปลอกดาบนี่เอง ปกติข้าทำดาบไม่ค่อยจะมีใครใช้ปลอกดาบสักเท่าไรเพราะมันเกะกะ” ลุงออสมันบอก
    “แล้วคุณเชียร์ล่ะครับ” ผมถามว่าจะขอบคุณเธอซักหน่อย
    “ยังหลับอยู่เมื่อคืนเร่งทำปลอกดาบให้ทั้งคืนเลย เชียร์มีฝีมือด้านงานไม้ที่สุดเลยล่ะ” ลุงออสมันบอกผม
    “ผมฝากขอบคุณคุณเชียร์ด้วยนะครับ” ผมฝากลุงออสมันต้องขอบคุณ คุณเชียร์จริงๆผมนึกว่าต้องทำปลอกดาบเองซะแล้ว
    “แล้วค่าตีดาบเท่าไรครับ” ผมถามถึงค่าตีดาบ
    “เอ็งจ่ายไปเรียบร้อยแล้วไอ้หนู” ลุงออสมันตอบผม
    “ตอนไหนครับ” ผมถามอย่างสงสัยเพราะไม่เคยจ่ายตังให้แกสักทอง
    “ก็ตอนผ่านบททดสอบข้ายังไงล่ะ เออใช่แล้วเอ็งตั้งชื่อเหล็กที่ใช้ตีดาบหน่อยสิ ข้านี่เป็นเหล็กชนิดใหม่ เนื้อดีมาก ข้าว่าเทียบเท่ามิธริลเลยด้วยซ้ำ” ลุงออสมันบอก
    “ผมขอตั้งชื่อว่าเหล็กน้ำพี้ครับ” ผมตอบชื่อเหล็กออกไป
    “เหล็กน้ำพี้งั้นหรอ อืมเอาชื่อนี้ล่ะ เอาล่ะเอ็งไปได้แล้วข้าจะพักผ่อน” ลุงออสมันไล่ผม
    “ขอบคุณสำหรับดาบคู่นี้นะครับ” ผมโค้งขอบคุณและออกจากร้านไปมุ่งหน้ากลับบ้านทันที เพื่อลองใช้ดาบใหม่
    จบ...
    รูปดาบของคลาวด์นะครับ

    error loaded
    error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่
    เรียงจากซ้ายไปขวา ว่างๆจะเข้ามาทำเพิ่มให้นะครับ
    คราวด์ ฟัวร์นาเดียร์ ฟัวร์เอริก ฟัวร์ฟีโอน่่า เดอ เอสเตลล่า (ฟีน่า)

    พิมพ์คำอธิบายที่นี่