"ผู้ใด! ...องค์เง็กเซียนสินะ" ปีศาจเฮยหลงกล่าว
.
"ปีศาจัชั่วร้ายเฮยหลง เ้ารู้หรือไม่เ้าทำผิดอันใด หากเ้าสำนึกผิดพร้อมกล่าวความผิดที่เ้าทำออกมาให้ข้าฟัง ข้าจะเมตตาลดโทษให้เ้า แต่หากเ้ายังดื้อรั้น ก็อย่าหาว่า์ มิปราณี!"
"สิ่งที่ข้าทำ ผิดหรือถูกข้าล้วนตัดสินเอง ใครหน้าไหนบังอาจมาตัดสินแทนข้า!! ข้าปีศาจัเฮยหลง มิเกรงกลัว์ แล้วเหตุใด์จึงเกรงกลัวข้านักเล่า"
เมื่อได้ยินคำตอบจากปีศาจัเฮยหลงทำให้องค์เง็กเซียนพิโรธอย่างหนัก
"เ้าปีศาจักำเริบเสิบสาน! จิตใจชั่วร้ายเกินยั่งถึง จงรับทันฑ์อสนีบาต ให้สาสมกับความเหิมเกริมของเ้า จิตดับสิ้นชีวาดับสลาย มอดม้วยเป็เถ้าถ่าน!!" เสียงองเง็กเซียนกึกก้องไปทั่วฟ้า ปรากฏก้อนเมฆแดงฉาน พร้อมกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เหล่าบรรดาเทพเซียนบน์ต้องลี้ภัยหลบไปยืนดูอยู่ไกลๆ เสียงฟ้าร้องคำราม พร้อมกับสายฟ้าฟาดอย่างรุนแรงพุ่งไปที่ตัวของปีศาจัเฮยหลง
ปีศาจัเฮยหลงใช้พละกำลังที่มีต่อต้านสายฟ้าที่ฟาดลงมาที่ตนอย่างสุดกำลัง แต่ทำได้เพียงต่อต้านสายฟ้าเล็กๆธรรมดาได้เท่านั้น ไม่สามารถต่อต้านมหาอสนีบาตที่สามารถล้างทุกสรรพสิ่งที่อยู่ใต้ลำแสงของมันได้
เหตุการณ์ทุกอย่างประจักษ์แก่สายตาเหล่าเทพเซียน ที่เฝ้าดูอยู่ไกลๆ
"นี่มันมหาอสนีบาตสายที่หกแล้ว เห็นได้ชัดว่าปีศาจัตนนี้แทบจะแบกรับความเ็ปไม่ไหว แต่แววตากับมุ่งมั่นเย่อหยิ่งมิเปลี่ยนไปจากเดิม เป็แค่ปีศาจตัวเล็กๆที่ตั้งตนเป็ใหญ่ในเขตของตนบนโลกมนุษย์ แต่กลับหยิ่งทะนงไม่เกรงกลัวฟ้าดินถึงเพียงนี้ ข้าอยากจะรู้นักว่าภูมิหลังของปีศาจัทมิฬตนนี้เป็อย่างไร คือผู้ใดกันแน่" เทพตนหนึ่งกล่าว
"แม้นมหาอสนีบาตสายที่เก้าหากผู้ใดทนรับไหวร่างกายไม่แตกสลายจิตดับสูญไปเสียก่อน พลังที่เคยบำเพ็ญมาก็จะเลื่อนขั้นไปอย่างก้าวะโ แต่หลายพันปีมานี้ ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นมหาอสนีบาตสายที่เก้าเลย ว่ากันตามจริงแล้วความผิดของปีศาจัตนนี้ก็มิได้ร้ายแรงจนถึงขั้นต้องรับทันฑ์อสนีบาตเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะความเย่อหยิ่งจองหอง หากปีศาจัตนนี้ยังไม่สำนึกและแก้ไขความผิดของตน คงต้องเอาชีวิตมาทิ้งในวันนี้แล้ว" เทพที่ร่วมชมเหตุการณ์กล่าวเสริม
มหาอสนีบาตสายที่เก้า!!!
มหาอสนีบาตสายที่เก้าพุ่งเข้าใส่ร่างที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงของปีศาจัเฮยหลง
"ฮืออ้าาาา!!!" เขายกสองมือขึ้นมาพร้อมกับถอนเกล็ดย้อนใต้คอของเขาออกมาเพื่อสร้างเกาะกำบังด้วยแรงเฮือกสุดท้าย
เหล่าบรรดาเทพเซียนต่างพากันส่ายหน้า นับถือในความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของปีศาจตนนี้จริงๆ แม้นรู้ว่าตัวต้องดับสิ้นแต่กลับไม่แสดงท่าทียอมจำนนเลย
น่าเสียดายที่พลังและเกล็ดย้อนที่แข็งแกร่งที่สุดในตัวเขาไม่สามารถช่วยเขาต้านเคราะห์ตายครั้งนี้ได้
สายมหาอสนีบาตพุ่งทะลายเกาะกำบังฟาดลงที่กลางหน้าอกข้างซ้ายของปีศาจัเฮยหลง เกิดเป็คลื่นพลังมหาศาลจน์สั่นคลอน
ปีศาจัเฮยหลงดวงจิตาเ็หนักจนทำให้กลับไปอยู่ในร่างัดำ ร่างที่ไร้สติรับรู้แล้วร่วงหล่นลงจากฟ้าด้วยความเวทนาของเหล่าเทพเซียนที่ดูเหตุการณ์อยู่
.
ณ. ดินแดนโลกมนุษย์
อยู่ๆก็เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดท้องฟ้ามืดครึ้มฟ้าร้องฟ้าผ่าอย่างหนักราวกับฟ้าจะถล่ม ทั้งๆที่ไม่มีลมฝนเลยแม้แต่น้อย จนผู้คนและสัตว์ต่างพากันหนีตายหลบภัยไม่กล้าออกมากลางแจ้ง
ที่กระท่อมเก่ากลางเขาแห่งหนึ่ง
ร่างของสตรีนางหนึ่งกำลังคุดคู้นั่งอยู่ใต้โต๊ะ มือทั้งสองข้างปิดหูไว้แน่น
"โอ๊ยท่านเทพ์ท่านพิโรธด้วยเหตุใดกันรึ ข้าน้อยจะกลับสำนัก โปรดหยุดเถอะ" ถึงแม้นจะกลัวจนตัวสั่น ไป๋หนิงฮวาก็พูดออกมาอย่างทีเล่นทีจริง
แต่ใครจะไปคิดว่าทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่ากับหยุดลงจริงๆเสียอย่างนั้น
ไป๋หนิงฮวาค่อยๆลืมตาขึ้นมาทีละข้าง มือทั้งสองข้างที่ยกขึ้นปิดหูอยู่ ก็ขยับลงอย่างช้าๆ นางมุดตัวออกจากใต้โต๊ะ ใช้มือปัดป่ายเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยฝุ่น พรางเกาหัวแกร๊กๆ
"อะไรกันเนี่ย ปากข้านี่สั่ง์ได้อย่างนั้นหรอ แต่ช่างเถอะ ขอบคุณท่านเทพ์" นางก้มคำนับทีหนึ่งก่อนที่จะหยิบตะกร้าสมุนไพรแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
"นี่ยามโหย่วแล้วหรอ ตายแน่ๆตายแน่ๆ ใครจะไปคิดว่าแค่ขึ้นมาเก็บสมุนไพรบนเขาตามปกติจะเจอเื่แปลกประหลาดขนาดนี้ แล้วข้าจะลงเขาทันก่อนฟ้ามืดได้อย่างไร โอ๊ยหวังว่าท่านเ้าสำนักจะเข้าใจข้านะ" นางวิ่งไปบ่นไปจนหน้าดำหน้าแดง
.
.
ฟ้ามืดแล้ว ยังดีที่นางพกโคมไฟมา แล้วเส้นทางลงเขานี้นางเดินขึ้นมาเก็บสมุนไพรเป็ประจำ จึงไม่ได้กลัวอันตรายใด
ยังไม่ทันได้ก้าวเดินต่อกลับมีหยดน้ำบางอย่าง หยดลงมาใส่หลังมือข้างที่นางถือโคมไฟเป็จำนวนมาก เมื่อนางเพ่งมองดีๆกลับพบว่าเป็หยดเืสีแดงฉาน สัญชาตญาณบอกให้นางเงยหน้าขึ้นไปเพื่อมองหาต้นเหตุ ทั้งๆที่บัดนี้ความกลัวได้เเล่นเข้ามาสู่หัวใจแล้ว
นางมองขึ้นไปบนกิ่งไม้กิ่งหนึ่งก็พบว่ามีบางอย่างอยู่ตรงนั้น แต่ด้วยความมืดจึงไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ กิ่งไม้เ้ากรรมนั่นก็ดันหักเสียอย่างนั้น ร่างสีดำ้ากำลังจะร่วงลงมาใส่ตัวนางอยากเลี่ยงไม่ได้
"อ้าาาา!" เสียงร้องด้วยความใดังลั่นไปทั่วทั้งผืนป่าแถวนั้น ตามมาด้วยเสียงร้องเพราะความเจ็บและกล่าวโทษตัวเอง
"โอ๊ยทำไมเจ็บอย่างนี้ นี่ตัวอะไรเนี่ย!หนักชะมัด ไป๋หนิงฮวานะไป๋หนิงฮวาเ้าเนี่ยนะ ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองเป็ภูตร ถึงแม้ท่านเ้าสำนักจะสั่งห้ามไม่ให้ใช้อาคมถ้าไม่จำเป็ แต่อาคมเคลื่อนย้ายร่างแค่ระยะสั้นๆ ก็น่าจะใช้ได้ทำไมเ้าไม่ใช้ ดันยืนนิ่งๆให้เจ็บตัวซะงั้น" นางผลักร่างที่ทับตัวนางอยู่ออกอย่างกล้าๆกลัวๆ
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเืของชายหนุ่มสาดสะท้อนกับแสงไฟจากตะเกียงอันลิบหลี่
"เขาตายแล้วหรอ"ร่างกายที่เต็มไปด้วยแผล เปียกโชกไปด้วยเืของเขาทำให้ไป๋หนิงฮวาคิดว่าเขาตายไปแล้ว
แต่นางก็ต้องใอีกรอบเมื่อข้อมือของนางถูกจับไว้แน่น ร่างตรงหน้าที่นางคิดว่าเป็ศพกลับลืมตาขึ้นอย่างอ้อยอิ่งเพียงชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะไร้การตอบสนองอีกครั้ง
"นี่ เ้ายังไม่ตายหรอ ฟื้นสิ" นางเขย่าตัวเขาเบาๆ ใจนึงก็รู้สึกกล้าๆกลัวๆว่าจะช่วยเขาดีไหม แต่ด้วยความที่นางพอมีวิชาแพทย์ติดตัวและปกติเป็คนชอบช่วยเหลือผู้คนอยู่แล้ว ทำให้นางต้องตัดสินใจช่วยเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะสามารถรักษาชีวิตเขาไว้ได้หรือไม่ด้วยซ้ำ
หลังจากที่นางสำรวจร่างกายเขาไปได้พักนึงทำให้นางรู้ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ ร่างกายและาแของเขามีไอดำลอยออกมาเรื่อยๆ
"ข้าจะทำอย่างไรกับเ้าดีเนี่ย ออกมาจากกระท่อมนั่นค่อนข้างไกลแล้วด้วยสิ จะพาเ้าลงไปที่สำนักก็มิได้ อาจารย์สั่งห้ามไม่ให้ข้าข้องเกี่ยวกับปีศาจ หากเขาเจอเ้า เขาต้องไม่ยอมแน่" นางบ่นพึมพรำร้อนรนหาทางอยู่ชั่วครู่หนึ่งสุดท้ายก็ตัดสินใจได้
"ช่างเถอะ ข้าแบกเ้ากลับกระท่อมดีกว่า" ยังดีที่นางเป็ภูตรมิเช่นนั้นคงแบกเขากลับกระท่อมกลางเขาไม่ไหว
ทันทีที่นางพยุงตัวเขาขึ้นก็มีบางอย่างตกลงมาจากตัวเขา
"นี่อะไร?"เป็เกล็ดสีดำขนาดใหญ่ชิ้นนึงที่แตกแยกออกจากกันเป็สองส่วน
นางไม่มีเวลาคิดอะไรมากเห็นว่ามันแปลกประหลาดดีและอาจจะเป็ของเขา นางจึงเก็บไว้ที่ตนเองก่อน เมื่อเขาหายดีแล้วค่อยคืน
.....