รวมเรื่องสั้น ฉบับผู้ใหญ่ NC

    ติวเข้ม นอกตำรารัก บทที่ 1


    ดวงตาสีเข้มของต้นเบิกกว้างขณะที่เขาจ้องมองหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือ นิ้วโป้งที่สั่นระริกของเขาเลื่อนหน้าจอลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบรรทัดที่ระบุชื่อวิชาทฤษฎีพื้นฐาน ซึ่งเป็นวิชาที่เขาทุ่มเทเวลาอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเดียวที่ปรากฏอยู่ตรงช่องเกรดกลับทำเอาโลกทั้งใบของเขาพังทลายลงมาตรงหน้า

    'F'

    ตัวอักษรสีแดงเด่นหราบนหน้าจอราวกับกำลังหัวเราะเยาะความพยายามของเขา ต้นรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่ลำคอ เขาสูบหายใจเข้าลึกๆ แต่ก็รู้สึกเหมือนอากาศในบริเวณโถงทางเดินของคณะมันเบาบางเหลือเกิน ขาทั้งสองข้างที่เคยทรงพลังบนสนามหญ้า ยามที่เขาสับไกยิงประตูให้ทีมมหาวิทยาลัย ตอนนี้กลับอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

    “ไม่จริงน่า... เป็นไปไม่ได้” ต้นพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วเบา เขากดรีเฟรชหน้าจออีกครั้ง เผื่อว่าระบบจะรวน หรือเผื่อว่ามันจะเป็นแค่ความฝัน แต่ไม่ว่าจะกดรีเฟรชไปกี่ครั้ง ตัวอักษร 'F' ก็ยังคงอยู่ที่เดิม ย้ำเตือนความจริงอันโหดร้ายว่าเขาสอบตกวิชาของ 'ครูขวัญ' อย่างสมบูรณ์แบบ

    สำหรับนักศึกษาคนอื่น การติดเอฟอาจจะหมายถึงแค่การลงเรียนใหม่ในเทอมหน้า แต่สำหรับต้น มันหมายถึงหายนะครั้งใหญ่ เขาไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ครอบครัวของเขาที่ต่างจังหวัดทำไร่ทำนา ส่งเสียเขาเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนค่าเทอมแพงหูฉี่แบบนี้ไม่ได้แน่ๆ สิ่งเดียวที่ทำให้เขาได้มานั่งเรียนที่นี่ คือ 'ทุนนักกีฬาฟุตบอล' ซึ่งมีเงื่อนไขเหล็กตัวโตๆ ระบุไว้ชัดเจนว่า 'ห้ามมีผลการเรียนติดเอฟเด็ดขาด'

    ถ้าเกรดวิชานี้ตก เขาจะโดนตัดสิทธิ์ทุนทันที นั่นหมายถึงความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และความฝันที่จะเรียนจบปริญญาตรีเพื่อไปยกระดับฐานะครอบครัว จะต้องพังทลายลงไปพร้อมๆ กัน

    “ทำยังไงดีวะ...” ต้นยกมือขึ้นขยี้ผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการซ้อมฟุตบอลเมื่อช่วงเช้า เขาจำได้ดีว่าเขาตั้งใจกับวิชานี้แค่ไหน เขาอดหลับอดนอน ท่องจำตำราหนาเตอะจนตาแฉะ แต่พอถึงเวลาเข้าห้องสอบ สมองของเขากลับขาวโพลนไปหมด เขาเป็นคนหัวทึบเรื่องเรียนทฤษฎีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ร่างกายของเขาสร้างมาเพื่อวิ่งในสนาม ไม่ใช่เพื่อมานั่งจำตัวหนังสือยาวเหยียด

    หลังจากยืนรวบรวมสติอยู่พักใหญ่ ต้นก็ตัดสินใจได้ว่าเขาจะปล่อยให้เรื่องมันจบแบบนี้ไม่ได้ เขาต้องทำอะไรสักอย่าง เขาต้องไปคุยกับครูขวัญ ไปขอร้อง ไปอ้อนวอน หรือทำอะไรก็ได้เพื่อให้เธอเห็นใจและยอมให้เขาสอบซ่อม แม้ความหวังมันจะริบหรี่แค่ไหนก็ตาม

    ต้นก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังอาคารพักอาจารย์ หัวใจของเขาเต้นแรงและเร็วพอๆ กับตอนที่เขากำลังจะยิงลูกจุดโทษในนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องพักอาจารย์ที่มีป้ายชื่อ 'อ.ขวัญลดา' แขวนอยู่ ต้นสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ กำหมัดแน่นเพื่อลดอาการสั่น ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูสามครั้ง

    “เข้ามาค่ะ” เสียงหวานใสแต่เจือความหนักแน่นดังลอดออกมาจากในห้อง

    ต้นค่อยๆ บิดลูกบิดประตูและก้าวเข้าไปในห้องแอร์เย็นเฉียบ ครูขวัญกำลังนั่งก้มหน้าตรวจเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ารูปที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน และกระโปรงทรงสอบสีดำที่ยาวคลุมเข่าแต่ก็ดูรัดรูปจนเห็นทรวดทรงองค์เอว ผมยาวสลวยของเธอถูกรวบขึ้นไปเป็นมวยหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหง บนใบหน้าสวยหวานมีการสวมแว่นตากรอบบางที่ทำให้เธอดูเป็นอาจารย์สาวที่เจ้าระเบียบและน่าเกรงขาม

    “อ้าว ต้น มีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงมาหาครูถึงที่นี่” ครูขวัญเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ขยับแว่นตาเล็กน้อยและส่งยิ้มบางๆ มาให้

    “คือ... ครูครับ ผม...” ต้นอึกอัก เสียงของเขาสั่นจนควบคุมไม่อยู่ เขาหลุบตาลงมองพื้น ไม่กล้าสบตากับครูสาวคนสวยตรงๆ “ผมเห็นคะแนนสอบมิดเทอมแล้วครับ... ผม... ผมสอบตก”

    ประโยคสุดท้ายของต้นแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปในลำคอ แต่ครูขวัญก็ได้ยินชัดเจน เธอวางปากกาในมือลงและถอนหายใจออกมาเบาๆ แววตาที่เคยมองอย่างเป็นทางการเปลี่ยนเป็นความเห็นใจ

    “ครูเห็นคะแนนของเธอแล้วล่ะต้น ครูรู้ว่าเธอตั้งใจนะ ครูเห็นเธอมานั่งเรียนหน้าสุดตลอด จดตามทุกอย่าง แต่พอเป็นข้อสอบข้อเขียน เธอเหมือนจะเรียบเรียงความคิดออกมาไม่ได้เลย” ครูขวัญพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

    “ครูครับ... ผมขอร้องล่ะครับ ครูช่วยให้ผมสอบซ่อม หรือทำรายงานเพิ่ม หรือให้ผมไปทำความสะอาดห้องพักครูก็ได้ครับ” ต้นเงยหน้าขึ้นมาสบตาครูขวัญ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเว้าวอนและสิ้นหวัง “ถ้าผมตกวิชานี้ ผมจะโดนยึดทุนนักกีฬาฟุตบอลครับ ผมจะไม่มีเงินเรียนต่อ ผม... ผมยอมทำทุกอย่างเลยครับครู ขอแค่ให้ผมผ่านวิชานี้”

    ครูขวัญนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเหตุผลของลูกศิษย์หนุ่ม เธอมองสำรวจเรือนร่างสูงใหญ่ทะมัดทะแมงของต้น ผิวสีแทนเข้มที่ดูแข็งแรง กล้ามเนื้อแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อยืดออกมาดูแน่นหนา เธอรู้ดีว่าต้นเป็นเด็กดี เป็นนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย และเป็นคนเอาถ่าน เธอไม่อยากเห็นอนาคตของเด็กหนุ่มคนนี้ต้องพังทลายลงเพียงเพราะวิชาของเธอ

    ความเงียบปกคลุมห้องพักอาจารย์อยู่ครู่หนึ่ง ต้นรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเป็นปี หยาดเหงื่อเย็นๆ ซึมออกมาตามไรผม ในที่สุดครูขวัญก็ขยับตัวและพูดขึ้น

    “มหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายให้สอบซ่อมมิดเทอมหรอกนะต้น...”

    คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของต้น เขาก้มหน้าลงอีกครั้ง ความหวังพังทลาย

    “แต่ว่า...” ครูขวัญพูดต่อ ทำให้ต้นรีบเงยหน้าขึ้นมามองเธอทันที “คะแนนเก็บส่วนอื่นๆ และคะแนนสอบไฟนอลยังเหลืออีกเยอะ ถ้าเธอทำคะแนนช่วงหลังให้ดีมากๆ เธอก็ยังมีโอกาสรอดวิชานี้ไปได้แบบฉิวเฉียดนะ”

    “แต่ผมอ่านเองแล้วมันไม่เข้าหัวเลยครับครู ผมพยายามแล้วจริงๆ” ต้นสารภาพตามตรงอย่างหมดหนทาง

    ครูขวัญลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ หอมละมุนลอยมาแตะจมูกของชายหนุ่ม เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาซื่อๆ ของต้นอย่างพิจารณา ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย

    “งั้นเอาแบบนี้ไหม... เห็นแก่ความตั้งใจของเธอ และเห็นแก่ทุนการศึกษาที่เธอต้องรักษาไว้ ครูจะยอมเหนื่อยเพิ่มนิดหน่อย” ครูขวัญกอดอก ทำให้เสื้อเชิ้ตสีขาวตึงเปรี๊ยะจนเห็นความอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายในชัดเจนขึ้น แต่ต้นกำลังเครียดเกินกว่าจะสังเกตเห็น “วันเสาร์อาทิตย์นี้เธอว่างไหมล่ะ?”

    “ว่างครับ! ว่างตลอดเลยครับ ไม่มีซ้อมบอลครับ” ต้นรีบตอบรับทันควันโดยไม่ต้องคิด

    “ดี งั้นช่วงสุดสัปดาห์นี้ มาหาครูที่คอนโดก็แล้วกัน ครูจะช่วยติวพิเศษแบบตัวต่อตัวให้เธอเอง เอาให้เข้าใจกันไปเลยทีละบรรทัด” ครูขวัญยื่นข้อเสนอที่ทำให้ต้นแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

    “จ... จริงเหรอครับครู! ครูจะติวให้ผมจริงๆ เหรอครับ!” ต้นเบิกตากว้างด้วยความดีใจสุดขีด เขาแทบจะก้มลงกราบแทบเท้าครูสาว

    “จริงสิ แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องตั้งใจเรียนแบบสุดๆ เลยนะ ห้ามวอกแวกเด็ดขาด เข้าใจไหม?” ครูขวัญพูดพร้อมกับใช้นิ้วชี้แตะเบาๆ ที่หน้าอกของต้น ซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นปั๋ง

    “เข้าใจครับ! ผมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน จะไม่ทำให้ครูผิดหวังเลยครับ ขอบคุณครับครู ขอบคุณจริงๆ ครับ!” ต้นรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ หัวใจของเขากลับมาพองโตอีกครั้ง ความหวังในการรักษาทุนการศึกษากลับมาสว่างไสว

    “โอเค งั้นเดี๋ยวครูส่งโลเคชั่นคอนโดไปให้ทางไลน์นะ เจอกันวันเสาร์สิบโมงเช้า อย่าสายล่ะ”

    “ครับครู! ผมจะไปถึงก่อนเวลาเลยครับ!” ต้นยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะขอตัวเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มแปลกๆ และแววตาที่ซ่อนเร้นความหมายบางอย่างของครูขวัญที่มองตามแผ่นหลังกว้างของเขาไป

    ...

    เช้าวันเสาร์ แสงแดดอ่อนๆ ยามสายสาดส่องลงมา ต้นยืนอยู่หน้าประตูห้องหมายเลข 402 บนชั้น 15 ของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง เขาสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว และสะพายเป้ที่บรรจุหนังสือเรียนและสมุดจดไว้อย่างครบครัน หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาคอนโดของอาจารย์ แถมยังเป็นการติวแบบตัวต่อตัวอีกต่างหาก

    เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คเวลา ตอนนี้เก้าโมงห้าสิบห้านาที เขามาถึงก่อนเวลาตามที่สัญญาไว้เป๊ะ ต้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปกดกริ่งที่หน้าประตู

    ติ๊งต่อง...

    ยืนรอเพียงไม่กี่อึดใจ เสียงปลดล็อคประตูก็ดังขึ้น ตามมาด้วยบานประตูที่ค่อยๆ เปิดออก

    “มาตรงเวลาเป๊ะเลยนะต้น...”

    เสียงหวานๆ ของครูขวัญทักทายขึ้นก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ต้นถึงกับยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ไม่ใช่เสียงของเธอ แต่เป็นภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าต่างหาก!

    ต้นสตั้นไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ภาพจำของอาจารย์สาวที่สวมเสื้อเชิ้ตมิดชิดและกระโปรงทรงสอบยาวคลุมเข่าหายวับไปในพริบตา ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือครูขวัญในเวอร์ชั่นที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อนเลยในชีวิต

    ครูขวัญอยู่ในชุดอยู่บ้านที่ดู... สบายเกินไป สบายจนใจของต้นสั่นระรัว เธอสวมเสื้อยืดสีขาวเนื้อบางเบา ตัวใหญ่โคร่ง แต่ที่ทำให้ต้นแทบหยุดหายใจคือคอเสื้อที่กว้างและลึกมาก ลึกจนเมื่อเธอยืนอยู่ตรงหน้า เผยให้เห็นเนินเนื้อหน้าอกที่ขาวเนียนและอวบอิ่มเกินขนาดมาตรฐานหญิงไทยไปมากโข มันนูนเด่นดุนดันเนื้อผ้าออกมาอย่างชัดเจน และยิ่งไปกว่านั้น ต้นแทบจะสาบานได้เลยว่าเขาไม่เห็นร่องรอยของสายเสื้อชั้นใน หรือแม้แต่โครงเสื้อในเลยสักนิด มีเพียงยอดปทุมถันที่ดันเนื้อผ้าออกมาเป็นตุ่มไตเล็กๆ ให้เห็นรำไรเวลาที่เธอขยับตัว

    สายตาของต้นที่พยายามจะมองข้ามความอวบอิ่มนั้น เลื่อนต่ำลงมาโดยอัตโนมัติ และนั่นยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ครูขวัญสวมกางเกงขาสั้นกุด เป็นกางเกงผ้าฝ้ายสีเทาที่สั้นมากๆ สั้นจนแทบจะปิดแก้มก้นของเธอไม่มิด เผยให้เห็นเรียวขาคู่สวยที่ทั้งยาว ขาว เนียนละเอียด ปราศจากรอยตำหนิใดๆ ต้นขานั้นดูอวบอิ่มและนุ่มนวล ไล่ลงมาจนถึงน่องเรียวและปลายเท้าที่ไม่ได้สวมรองเท้าสลิปเปอร์

    “เอ่อ... ค... ครูขวัญ...” ต้นครางเรียกชื่อเธอออกมาเสียงสั่นๆ สมองของเขาขาวโพลนยิ่งกว่าตอนทำข้อสอบเสียอีก เลือดในกายสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ความร้อนผ่าวลามขึ้นมาถึงใบหน้าและใบหู

    “ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ เข้ามาสิ หรือจะยืนเรียนอยู่หน้าห้อง?” ครูขวัญยิ้มขำๆ เมื่อเห็นอาการตกตะลึงของลูกศิษย์หนุ่ม เธอขยับตัวเบี่ยงทางให้ต้นเดินเข้ามา การขยับตัวเพียงเล็กน้อยนั้นทำให้หน้าอกอวบอิ่มภายใต้เสื้อยืดคอกว้างกระเพื่อมไหวเบาๆ ตามแรงโน้มถ่วง ต้นเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เสียงดังจนเขาเองยังตกใจ

    “ค... ครับ เข้าครับ” ต้นตอบรับตะกุกตะกัก รีบก้าวเท้าเข้าไปในห้องอย่างเก้ๆ กังๆ พยายามอย่างหนักที่จะบังคับสายตาตัวเองให้มองตรงไปข้างหน้า ไม่ให้เหลือบไปมองสัดส่วนเย้ายวนของครูสาวที่เดินนำหน้าเขาไป

    กลิ่นหอมของห้องแอร์เย็นๆ ผสมผสานกับกลิ่นสบู่อาบน้ำอ่อนๆ และกลิ่นโลชั่นทาผิวแบบผู้หญิงๆ ลอยมาเตะจมูกต้น มันเป็นกลิ่นที่หอมหวานและยั่วเย้าประสาทสัมผัสอย่างประหลาด

    “นั่งที่โซฟาเลยจ้ะ เดี๋ยวครูไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้” ครูขวัญหันมาบอก ต้นพยักหน้ารับและรีบเดินไปนั่งที่โซฟากำมะหยี่สีเข้ม เขาวางกระเป๋าลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า พยายามจัดแจงหยิบหนังสือและปากกาออกมาเพื่อดึงสติสัมปชัญญะของตัวเองกลับคืนมา

    เขามาที่นี่เพื่อติวหนังสือ! ท่องไว้ไอ้ต้น มึงมาเรียน มึงต้องรักษาสิทธิ์ทุนนักกีฬา!

    ไม่นานนัก ครูขวัญก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำเย็นสองแก้ว เธอวางแก้วลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน... และนั่งลงข้างๆ เขาอย่างแนบชิด

    “เอาล่ะ พร้อมหรือยัง? ไหนเอาชีทเรียนมาดูซิว่าเธอติดขัดตรงไหนบ้าง” ครูขวัญเอ่ยถามน้ำเสียงสดใส

    “พ... พร้อมครับ” ต้นตอบเสียงสั่น เขารีบกางหนังสือเรียนและชีทสรุปออกตรงหน้า พยายามจ้องมองไปที่ตัวหนังสือภาษาอังกฤษที่เรียงรายอยู่บนกระดาษ

    แต่แล้วการติวสุดทรหดก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อครูขวัญขยับตัวเข้ามาใกล้ชิดเพื่อดูชีทเรียนในมือของต้น กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอโชยมาแตะจมูกอย่างชัดเจน ไหล่ที่บอบบางของเธอเบียดชิดกับต้นแขนล่ำสันของต้น ความนุ่มนวลของเนื้อแท้เสียดสีกันเบาๆ ผ่านเนื้อผ้าบางๆ ทำเอาขนอ่อนในกายของต้นลุกซันไปหมด

    “ตรงบทนี้นะต้น เธอต้องจำทฤษฎีพื้นฐานของมันให้ได้ก่อน เห็นไหมว่าโครงสร้างมันแบ่งออกเป็นสามส่วน...”

    เสียงอธิบายของครูขวัญดังก้องอยู่ในหู แต่ต้นกลับจับใจความอะไรไม่ได้เลย สายตาของเขาที่พยายามจะโฟกัสไปที่ปลายปากกาของครูที่กำลังชี้ไปตามตัวหนังสือ กลับถูกดึงดูดด้วยพลังงานบางอย่างที่รุนแรงกว่า

    เมื่อครูขวัญก้มตัวลงมองหนังสือ คอเสื้อยืดที่กว้างอยู่แล้วก็ยิ่งร่นต่ำลงไปอีก เผยให้เห็นร่องอกที่ลึกซึ้งและเนินเนื้อขาวผ่องที่เบียดชิดกันอย่างชัดเจน ต้นพยายามกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อห้ามใจ เขาสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ ออกไป และพยายามอ่านตัวหนังสือที่ครูขวัญกำลังชี้ให้ดู

    “ส่วนที่สองคือการประยุกต์ใช้... ต้น ต้นฟังครูอยู่หรือเปล่า?”

    “ฟ... ฟังครับครู! ส่วนที่สองคือการประยุกต์ใช้ครับ!” ต้นรีบตอบรับอย่างลุกลี้ลุกลน เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามไรผมทั้งที่แอร์ในห้องก็เย็นฉ่ำ

    ยิ่งเวลาผ่านไป ต้นก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกทรมาน ครูขวัญดูเหมือนจะตั้งใจอธิบายอย่างจริงจัง แต่ทุกอิริยาบถของเธอมันช่างยั่วยวนเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เธอขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง ตอนที่เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ หรือแม้แต่ตอนที่เธอหายใจเข้าออก ทรวงอกอวบอิ่มนั้นก็กระเพื่อมขึ้นลงชวนให้สายตาต้องคอยจับจ้องตลอดเวลา

    ความปรารถนาเบื้องลึกในตัวของเด็กหนุ่มวัยกลัดมันเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ร่างกายของต้นเริ่มตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่อยู่ตรงหน้า เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณจุดกึ่งกลางลำตัวที่เริ่มขยายขนาดขึ้นมาจนดันเป้ากางเกงยีนส์ให้ตึงเปรี๊ยะ ต้นต้องพยายามขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง นำกระเป๋าเป้มาวางบนตักเพื่อบดบังความเปลี่ยนแปลงที่น่าอายนั้นไว้

    ครูขวัญลอบสังเกตอาการของลูกศิษย์หนุ่มอยู่เงียบๆ เธอเห็นใบหน้าที่แดงก่ำ เหงื่อที่ซึมตามขมับ ลมหายใจที่ติดขัด และสายตาที่พยายามจะหลบเลี่ยงแต่ก็แอบเหลือบมองหน้าอกและเรียวขาของเธออยู่บ่อยครั้ง เธอรู้ดีว่าต้นกำลังรู้สึกอย่างไร และรู้ดีว่าต้นกำลังมองอะไรอยู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของอาจารย์สาว เธอตัดสินใจที่จะ 'แกล้ง' เด็กหนุ่มตรงหน้าให้สติแตกไปเลย

    “อุ๊ย... แอร์ห้องครูเสียหรือเปล่าเนี่ย ทำไมรู้สึกร้อนๆ จังเลย ต้นร้อนไหม?” ครูขวัญแกล้งบ่นพึมพำ ก่อนจะยกมือขึ้นจับคอเสื้อยืดของตัวเองแล้วกระพือเบาๆ เพื่อระบายความร้อน

    การกระทำนั้นทำให้คอเสื้อแหวกกว้างขึ้นไปอีก ต้นเผลอจ้องมองลงไปในหุบเขาแห่งความขาวเนียนนั้นอย่างลืมตัว เขาเห็นก้อนเนื้ออวบอิ่มที่เด้งไหวไปตามแรงกระพือ และเห็นยอดสีชมพูระเรื่อที่ดันเนื้อผ้าบางๆ ออกมาอย่างชัดเจน เขาตาค้าง ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ

    “ม... ไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ครับครู” ต้นตอบเสียงแหบพร่า คอแห้งผากไปหมด เขารีบยกแก้วน้ำเย็นขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว หวังจะดับความรุ่มร้อนในกาย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

    ครูขวัญยังคงไม่หยุดหยอกล้อ เธอเปลี่ยนท่านั่งจากที่นั่งพับเพียบเรียบร้อย มาเป็นนั่งไขว่ห้าง เรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นกุดถูกยกขึ้นมาไขว้กัน ผิวหนังที่เสียดสีกันทำให้เกิดเสียงเบาๆ ที่กระตุ้นอารมณ์ของต้นให้ยิ่งเตลิดเปิดเปิง เธอจงใจขยับขาไปมาอย่างเชื่องช้า ทำให้ต้นต้องเผลอมองตามการเคลื่อนไหวนั้นราวกับถูกสะกด

    “มาต่อกันดีกว่า ตรงหัวข้อนี้สำคัญมากนะ ต้นต้องจำให้ดี” ครูขวัญพูดเสียงหวาน เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ต้นมากขึ้น ใกล้จนต้นรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของเธอ

    ต้นพยายามก้มหน้าดูหนังสือ แต่ตอนนี้สมองของเขาไม่รับรู้ตัวหนังสือใดๆ อีกแล้ว ในหัวของเขามีแต่ภาพความขาวเนียนของหน้าอกและเรียวขาของครูสาวที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ความอดทนของเขากำลังจะถึงขีดจำกัด ความอึดอัดที่เป้ากางเกงมันทรมานจนเขาต้องขบกรามแน่น

    “นี่ต้น... เธออ่านหนังสือออกเหรอจ๊ะ ทำไมถึงได้มองแต่ชีทแบบนี้ ไม่มองหน้าครูเลยล่ะ” ครูขวัญแกล้งถามน้ำเสียงยั่วเย้า

    “ผ... ผมกำลังพยายามจำครับครู” ต้นตอบตะกุกตะกัก ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองเธอ

    ครูขวัญหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอตัดสินใจปิดหนังสือเรียนในมือต้นดังปับ ทำเอาต้นสะดุ้งเฮือก ก่อนที่เธอจะขยับตัวเข้ามาประชิดตัวต้นจนแทบจะเกยขึ้นมานั่งบนตักของเขา ต้นพยายามจะถอยหนี แต่พนักพิงโซฟาก็ดันแผ่นหลังของเขาไว้จนหมดทางหนี

    เรียวขาเปลือยเปล่าของครูขวัญเบียดชิดกับต้นขาที่สวมกางเกงยีนส์ของต้น ความนุ่มนวลแนบชิดกับความแข็งแกร่ง แขนของเธอทาบทับลงบนหน้าอกกว้างของเขา กลิ่นหอมหวานรุนแรงขึ้นจนต้นหน้ามืด ครูขวัญโน้มใบหน้าสวยหวานเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน ต้นสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่บนปลายจมูกของเขา ดวงตาที่อยู่ภายใต้กรอบแว่นของเธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของต้นอย่างมีเลศนัย

    ต้นตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง กลัวว่าหน้าอกของเขาจะไปสัมผัสกับความอวบอิ่มที่เบียดชิดอยู่ตรงหน้า สายตาของเขาจับจ้องไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชของครูสาวที่เผยอออกเล็กน้อย

    ครูขวัญไล้ปลายนิ้วชี้ไปตามแผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของต้นเบาๆ ลากต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องที่เกร็งแน่นของเขา ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองต้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิดอีกต่อไป ริมฝีปากของเธอขยับเข้ามากระซิบที่ข้างหูของต้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและยั่วยวนที่สุดเท่าที่ต้นเคยได้ยินมาในชีวิต

    "ถ้าเรียนไม่รู้เรื่อง... ครูต้องใช้ไม้เรียว หรือใช้วิธีอื่นกระตุ้นดีล่ะ?"

    คล้ายกับเรื่องรวมเรื่องสั้น ฉบับผู้ใหญ่ NC ที่คุณอ่าน