บทที่สอง
บีบบังคับ
“เอยไม่แต่ง หากคุณพ่ออยากได้นายหัวบ้านั่นมาเป็ลูกเขยมาก คุณพ่อก็แต่งกับมันเองสิคะ” เอิงเอยหรือนิรณา
เอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยน้ำตาหากแต่ก็ยังแฝงความดื้อรั้นเอาไว้
“แกต้องแต่ง!!” ผู้เป็พ่อที่พยายามเกลี้ยกล่อมลูกสาวคนเล็กของตัวเองด้วยความใจเย็นมาร่วมชั่วโมง ตวาดกร้าวออกมาเสียงดัง
จักรกฤชที่เคยผิวพรรณผ่องใส ตามประสาของลูกผู้ดีมีอันจะกิน ในตอนนี้ใบหน้าเศร้าหมองและดูแก่กว่าวัยไปมาก เพราะโดนความเครียดในเื่ของภาระหนี้สินกัดกินจนแทบจะไม่เหลือเค้าเดิม ยกมือขึ้นนวดขมับของตัวเองด้วยความเครียด
เขาพยายามเป็อย่างมาก ที่จะพูดคุยหว่านล้อมลูกสาวคนเล็กให้ยอมทำตามเงื่อนไขของทางมยมราชพลี แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ประสบผลสำเร็จเลยแม้แต่น้อย นิรณายังคงตั้งแง่ดื้อรั้นบ่ายเบี่ยงจนเขาเริ่มจะโมโห
จักรกฤชเข้าใจดีว่ามันเป็เื่ที่ยากจะทำใจ หากแต่ตอนนี้ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว สำหรับปัญหาที่ครอบครัวต้องเผชิญอยู่ และในเมื่อพูดคุยกันด้วยเหตุผลแล้วไม่เกิดผล เขาก็จำเป็ที่จะต้องใจแข็ง และยอมเป็พ่อที่ใจร้ายในสายตาของลูก
“ฮึก เอิงไม่แต่ง ฮือ คุณแม่ น้องเอิงไม่แต่งนะคะ” นิรณาร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ กับการที่โดนผู้เป็พ่อตวาดจนดังลั่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ร่างเล็กรีบหันไปหาผู้เป็แม่เพื่อขอความช่วยเหลือในทันที
เพราะแอบมีความหวังว่าผู้เป็แม่ จะสามารถช่วยพูดและโน้มน้าวใจสามีของตัวเองได้ และตัวเธอจะไม่ต้องแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ นิรณาพยายามส่งสายตาอ้อนวอนไปที่แม่ของตัวเอง
“น้องเอิงลูก ถือว่าช่วยครอบครัวพวกเราสักครั้งนะลูก” ผู้เป็แม่ที่รู้สึกเ็ป กับการที่จะต้องบังคับฝืนใจลูกสาวของตัวเองให้แต่งงานเพื่อชดใช้หนี้ เอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือไม่ต่างกัน
คนเป็แม่ปล่อยให้น้ำตาของตัวเองรินไหลออกมา มือที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามวัยยกขึ้นลูบศีรษะเล็กของลูกสาวด้วยความรักใคร่ ใจของคนเป็แม่มันร้าวรานปานใดจะมีผู้ใดรู้ กับการที่ต้องผลักไสเืเนื้อเชื้อไขของตัวเองออกจากอก
หากแต่อารีย์เองก็หมดสิ้นหนทางที่จะช่วยเหลือลูกสาว เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็ขนสมบัติเดิมออกมาขายจนหมดเกลี้ยงแล้วเหมือนกัน แต่ด้วยหนี้สินของครอบครัวที่มีอยู่มันล้นพ้นตัว เลยต้องจำใจที่จะรับข้อเสนอจากมยมราชพลีมาคิดไตร่ตรอง
ในเมื่อมองไปทางใดก็ไม่เห็นทาง ที่จะนำพาครอบครัวให้รอดพ้นจากวิกฤติในครั้งนี้ไปได้ และมยมราชพลีคือทางรอดเดียวของเกียรติคุณไพศาลในตอนนี้
ต่อให้ต้องยอมกลืนเืในตอนนี้เธอและสามีก็จำเป็ที่จะต้องทำมัน แม้จะรู้ว่าต้องแลกมาด้วยความเ็ปของลูกสาวคนเล็กอย่างนิรณาก็ตาม
“ยังไงลูกก็ต้องแต่งงาน สามีที่มาจากตระกูลมยมราชพลีจะทำให้ลูกมีชีวิตที่สุขสบายดั่งเช่นก่อนหน้านี้” ผู้เป็พ่อเอ่ยพูดขึ้นสำทับ พยายามที่จะงับความเครียดของตัวเองเอาไว้ และพูดคุยอย่างใจเย็นกับลูกสาวอีกครั้ง
“ฮือ คุณพ่อเอาอะไรมามั่นใจ ว่าผู้ชายคนนั้นจะปล่อยให้เมียที่ได้มาจากการชดใช้หนี้แบบเอิง จะได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขขนาดนั้น แล้วคุณพ่อเคยถามเอิงบ้างไหมคะ ว่าเอิง้ามันหรือเปล่า” นิรณาเอ่ยถามผู้เป็พ่อกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสะอื้นไห้
เธอเองไม่ได้กลัวความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองแต่อย่างใด แต่ละวินาทีไม่เคยคิดถึงตัวเองเลยด้วยซ้ำ ห่วงก็เพียงแค่พ่อและแม่ของตัวเอง ว่าจะทนต่อความลำบากที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้หรือเปล่า
และสิ่งที่เอ่ยพูดไป นิรณาไม่ได้มีเจตนาที่จะประชดหรือ้าที่จะเอาชนะ หากแต่อยากให้ผู้เป็พ่อได้ลองไตร่ตรองความจริงในข้อนี้อีกสักครั้ง ว่าในวันที่เธอเหยียบย่างเข้าไปในครอบครัวนั้น จะสามารถคาดหวังในสิ่งที่ผู้เป็พ่อวาดฝันเอาไว้ได้จริง ๆ นะหรือ
ในเมื่อเธอเข้าไปอยู่ในฐานะของภรรยา ที่แลกมากับหนี้สินก้อนโต จะมีค่าอะไรมากพอให้คนคนนั้นได้เหลียวแลหรือให้เกียรติกันถึงขนาดนั้น นิรณาเองก็ยังมองไม่เห็นทางเลยสักนิด
“พ่อมั่นใจ” จักรกฤชเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจเอาเต็มประดา ก่อนจะเบนสายตาหนีนิรณาไปอีกทาง
จักรกฤชเองก็ไม่ได้มีความมั่นใจในตัวของว่าที่ลูกเขยอย่างสิงหราชอะไรขนาดนั้น หากแต่ก็จำเป็ที่จะต้องเอ่ยตอบกลับลูกสาวไปแบบนั้น เพื่อให้อีกฝ่ายได้คล้อยตามและยินยอมทำตามอย่างว่าง่าย
“ไม่ว่ายังไง คุณพ่อก็ยังยืนยันที่จะส่งเอิงไปให้เขาใช่ไหมคะ” คนเป็ลูกกัดฟันเอ่ยถามออกไป หัวใจที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี ราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็นอีกครั้ง เมื่อได้เห็นท่าทีของผู้เป็พ่อ
“ก็คิดเสียว่าตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ ตอบแทนเกียรติคุณไพศาลที่เลี้ยงดูแกมาเป็อย่างดีก็แล้วกันเอิงเอย” คนเป็พ่อเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เ็า ทว่าดวงตานั้นกลับแดงก่ำเพราะกำลังกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“ฮึก ฮือ” นิรณาส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยอมรับความจริง ไหล่เล็กลู่ลงไปอย่างคนที่หมดความหวัง ก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาเสียยกใหญ่
นิรณาพึ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศได้เพียงไม่กี่วัน หอบเอาความคิดถึงกลับมาโอบกอดครอบครัวด้วยความสุข แทบจะใช้เวลาว่างทั้งหมดไปกับการพูดคุยบอกเล่า ในเื่ที่ไปพบเจอมาจากการเดินทางไปศึกษาในต่างแดน
เป็่เวลาที่นิรณารู้สึกมีความสุขเป็อย่างมาก แต่ช่างโชคร้ายที่ความสุขนั้นอยู่ได้กับเธอแค่เพียงไม่นาน ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางใจ เมื่อได้รับรู้ความจริงว่าครอบครัวของตัวเองกำลังล้มละลายจากปากของผู้เป็พ่อ
และนิรณาเหมือนถูกกระชากหัวใจออกมาจากตัวด้วยมือที่มองไม่เห็น เมื่อได้ยินประกาศิตกร้าวว่าตัวเองจะต้องแต่งงานกับผู้ชายสักคนหนึ่ง เพื่อเป็การชดใช้หนี้สินก้อนโตให้กับทางฝั่งนั้น ที่ครอบครัวไปหยิบยืมมา
ชีวิตแสนสงบกับครอบครัวที่เคยวาดฝันเอาไว้ พังทลายไปต่อหน้าต่อตาของเธอเพราะโดนความจริงตีเข้าแสกหน้า เพราะเข้าใจมาโดยตลอดว่าฐานะทางการเงินของครอบครัวนั้นไม่เคยมีปัญหา หากแต่ในความเป็จริงคือหนึ่งครอบครัวที่กำลังจะหมดตัวในอีกไม่ช้า
เกียรติคุณไพศาลที่เคยมั่งมี กวาดสินทรัพย์เก่าแก่ออกมาขายจนหมดเกลี้ยง ก็เป็ความเ็ปที่หนักหนาเกินกว่า
ที่นิรณาจะรับมือได้ไหวอยู่แล้ว
ก็แต่ยิ่งเหมือนกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อนิรณาเองก็เป็หนึ่งในสิ่งที่ตระกูลเกียรติคุณไพศาลจะส่งออกไปเพื่อช่วยหักล้างหนี้ที่มีอยู่ เมื่อคิดมาจนถึงจุดนี้ร่างเล็กทิ้งตัวลงร้องไห้กับโชคชะตาที่โหดร้ายของตัวเอง
“ยัยเอิง ถ้าแกไม่ช่วยครั้งนี้ แม้แต่บ้านหลังนี้ พ่อกับแม่ก็คงจะไม่โอกาสได้กลับมาเหยียบมันอีกต่อไป เข้าใจที่พ่อพูดหรือเปล่า” จักรกฤชเอ่ยพูดขึ้นกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่เหือดแห้ง
ในฐานะคนเป็พ่อมีหรือที่จะไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น หากแต่ก็ไม่มีทางเลือก จำยอมที่จะต้องผลักไสลูกสาวคนเล็กออกจากอ้อมอก เพื่อรักษาทรัพย์สมบัติชิ้นใหญ่ที่เหลืออยู่อย่างบ้านหลังนี้เอาไว้ ให้คนในครอบครัวยังคงได้มีที่ซุกหัวนอน
และยิ่งเจ็บเจียนตายเมื่อตัวเองเป็ต้นเหตุ ที่ทำให้ลูกเมียต้องลำบากไปด้วย กับความหยิ่งทะนงตัวว่าตัวเองเป็ตระกูลเก่าแก่มีทรัพย์สมบัติมากมาย ใช้ชีวิตด้วยความหรูหราอู้ฟู่
หลงระเริงไปกับความเยินยอสรรเสริญของคนในสังคม
และในวันหนึ่งก็ตัดสินใจผิดพลาด เพียงเพราะมีความคิดที่จะเอาเงินถุงเงินถังของตัวเองที่มีอยู่ออกมาต่อยอด แต่ทางเลือกของจักรกฤชในตอนนั้นกลับไม่ใช่การลงทุนกับธุรกิจ
หากแต่เป็การพาตัวเองเข้าไปสู่วงจรอุบาทว์อย่างเช่นการพนัน จักรกฤชหมกมุ่นอยู่กับกาสิโนในต่างประเทศจนแทบจะไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ใครตักใครเตือนก็ไม่เคยคิดจะฟัง
ถูกผีการพนันเข้าสิงจนต้องเริ่มทยอยขายสมบัติเก่าเพื่อเอามาจุนเจือความเป็อยู่ของคนในครอบครัว แม้จะเริ่มเสียหลักจนสภาพคล่องในเื่การเงินหายไป
หากแต่จักรกฤชก็ยังคงมีความหวัง ว่าในสักวันหนึ่งจะสามารถเรียกเงินที่เสียไปกลับมาได้จากการเสี่ยงโชค และจะสามารถกอบกู้ฐานะทางการเงินของตัวเองกลับมาได้อีกครั้ง
ในฐานะผู้นำครอบครัวในตอนนั้นเขาตัดสินใจที่จะเอาเครื่องเพชรที่หายากที่เป็สมบัติตกทอดของตระกูลออกมาขายทอดสู่ตลาด และนำเงินไปทุ่มกับการพนันอีกครั้ง
และเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็ดั่งที่หวัง ตัวของจักรกฤชเองก็ยังไม่คิดที่จะยอมแพ้ ไล่หยิบยืมเงินเพื่อนพ้องและคนที่รู้จักกันไปทั่ว จนก่อให้เกิดหนี้หลายสิบล้าน
กว่าจะรู้ตัวและสำนึกได้ก็แทบที่จะไม่เหลือทรัพย์สมบัติอะไรเอาไว้เลย พร้อมกับการที่จะต้องแบกรับหนี้ก้อนโตจากความโง่งมของตัวเองเอาไว้อีกนับไม่ถ้วน
“ฮึก ฮือ คุณพ่อ” นิรณาร้องไห้สะอึกสะอื้น ดวงตากลมโตที่บอบช้ำพยายามขอความเห็นใจจากผู้เป็พ่อ
มือเล็กพยายามไขว่คว้าท่อนแขนของคนที่กำลังจะเดินผ่านไปด้วยความอ่อนแรง หากแต่แล้วความหวังอันริบหรี่ที่จะพาตัวเองให้หลุดพ้นจากสถานะสิ่งชดใช้หนี้ก็แตกสลายลงไป เมื่อผู้เป็พ่อสะบัดแขนหลบจากการจับกุมอย่างไม่ไยดี
“พ่อตัดสินใจแล้ว ยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับลูกชายตระกูลมยมราชพลี” จักรกฤชเอ่ยย้ำขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ
ที่ผ่านมาเขาตามใจลูกสาวคนเล็กมาตลอด อยากได้อะไรไม่เคยมีเลยสักครั้งที่จะคิดขัดใจ หากแต่สำหรับเื่นี้เห็นที่เขาเองก็คงจะต้องใจร้ายกับลูกสาวสักครั้ง
อย่างน้อยก็มั่นใจว่าถ้าหากลูกสาวคนเล็กได้แต่งงานไปกับทายาทมยมราชพลี ก็ยังสามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ ด้วยฐานะทางบ้านของสามี ที่ไม่ได้น้อยหน้าตระกูลใหญ่ในแวดวงไฮโซเลยแม้แต่น้อย
“และยิ่งแกมีทายาทให้พวกเขาเร็วเท่าไหร่ มันก็จะเป็เื่ที่ดีต่อตัวแกเอง พ่อกับแม่มาส่งแกได้แค่นี้ ที่เหลือแกก็ต้องรู้จักกอบโกยให้ตัวเองบ้าง จำคำของพ่อเอาไว้ และนับต่อจากนี้ก็จงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี” ผู้เป็พ่อเอ่ยพูดขึ้นด้วยความจริงจัง
“ฮึก คุณพ่อไม่รักน้องเอิงแล้ว ฮือ ไม่รักลูกคนนี้แล้วหรือคะ” นิรณาไม่ฟังและไม่พยายามทำความเข้าใจกับอะไรทั้งนั้น เอ่ยถามผู้เป็พ่อขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เว้าวอน
“พ่อรักน้องเอิง แล้วน้องเอิงล่ะลูก รักพ่อหรือเปล่า”
ผู้เป็พ่อเอ่ยตอบคำถาม ก่อนจะเอ่ยถามบุตรสาวของตัวเองกลับไป น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้ก็เริ่มสั่นเครือไม่ต่างผู้เป็ลูก
เมื่อได้ยินคำถามนิรณาหลบสายตาของผู้เป็พ่อในทันที เพราะเธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากจะฟังคำบอกรักจากเธอแต่อย่างใด แต่เพราะกำลังจะใช้ความรักของเธอที่มีให้กับอีกฝ่าย เป็เครื่องมือบีบบังคับให้เธอยินยอมที่จะแต่งงานกับคนแปลกหน้าโดยที่ไม่มีข้อโต้แย้งต่างหาก
“ถ้าน้องเอิงรัก ก็อย่าทำให้พ่อกับแม่ต้องลำบากใจเลยลูก” จักรกฤชเอ่ยพูดทิ้งท้ายเอาไว้กับลูกสาว
ก่อนจะสาวเท้าเดินหนีไปอีกทางด้วยความเสียใจ ที่ในวันนี้จำต้องเอาความรักที่ลูกสาวมีให้แก่ตน มาบีบบังคับเ้าตัวให้ยอมทำตามความ้าของตัวเอง
“ฮือ ฮึก ฮือ” คล้อยหลังผู้เป็พ่อ นิรณาปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มราวกับทำนบเขื่อนพัง ร่างเล็กตัวสั่นไปทั้งตัวราวกับลูกนกที่เปียกฝน
“น้องเอิงลูก ฮึก แม่ขอโทษนะลูก” อารีย์รีบประคองตัวของลูกสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ปากก็พร่ำพูดขอโทษซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ที่แม่อย่างเธอไม่สามารถที่จะให้ความช่วยเหลืออะไรได้
“ฮือ คุณแม่” คนตัวเล็กที่ร้องไห้จนน้ำตาแทบจะเป็สายเื โผตัวเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นของมารดาอย่างหาที่พึ่ง
นิรณาร้องไห้ซุกอกของผู้เป็แม่อย่างสิ้นหวัง และยิ่งรู้สึกเ็ปใจเมื่อได้ยินเสียงร่ำไห้ด้วยความทรมานของผู้เป็แม่ เรียวแขนเล็กวาดขึ้นกอดรัดผู้ให้กำเนิดเอาไว้แน่น
จักรกฤชยืนมองภรรยาและลูกสาวกอดกันร้องไห้ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็ป มือหนาที่เหี่ยวย่นไปตามกาลเวลายกขึ้นปาดน้ำตาจากใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะกลั้นใจหันหลังให้กับภาพที่น่าเศร้าใจนั้น
ในวันนี้ที่ไร้หนทางเดิน จักรกฤชจำเป็ที่จะต้องสละทุกอย่างเพื่อรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้ ยอมแลกแม้กระทั่งความสุขในชีวิตของลูกสาวคนเล็ก เพื่อรักษาทรัพย์สมบัติชิ้นเดียวที่ยังคงเหลืออยู่
“พ่อขอโทษนะน้องเอิง” จักรกฤชเอ่ยพูดขึ้นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะปล่อยให้น้ำตาอีกหนึ่งสายไหลลงมาอาบแก้ม
………………………………………………….
เปิดตัวนางเอกด้วยด่านเคราะห์ของชีวิตแล้วหนึ่ง ฟีลกู้ดแน่นะ 555555
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ