เมื่อเสี่ยวเตี่ยออกไปแล้ว ต้าิก็แสดงสีหน้าจริงจัง ต้าิรู้ว่าตนเองไม่ใช่ผู้อัญเชิญทั่วๆไปแต่เป็ผู้ใช้อสูรมายา ซึ่งเป็สิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมือนกับสัตว์เวท และเขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำสัญญากับสัตว์เวทได้หรือไม่
ต้าิกลับเข้ามาในห้องของตนและมองไปยังไข่สัตว์เวทย์ตรงหน้า เขานำหนังสือที่บอกถึงวิธีการดูแลและฟังมันออกมาซึ่งมันก็ไม่ยากแค่ใช้พลังเวทย์ของตนเองหล่อเลี้ยงสัตว์เวทในไข่อย่างช้าๆและเมื่อถึงเวลามันจะฟักออกมาเองและไข่ใบนี้เงอก็ถึงระยะสุดท้ายแล้วขอแค่ต้าิถ่ายพลังเวทย์ของตนให้กับไข่ใบนี้อย่างเพียงพอและหยดเืลงไปสัตว์เวทตัวนี้ก็จะฟักออกมาและจดจำต้าิเป็นายทันที
“เอาไงเอากัน ถ้าไม่รองก็ไม่รู้” ต้าิกล่าวพร้อมกับสุดลมหายใจและวางมือเอาไว้บนไข่และถ่ายพลังเวทย์ของตนออกไป
พลังเวทย์ของต้าิค่อยๆแทรกซึมลงไปในไข่ พริบตานั้นเองไข่ก็สั่นใหวไปมาอย่างตื่นเต้นราวกับพลังเวทย์ของต้าินั้นอร่อยกว่าพลังเวทย์ของวิหคสี่ปีกเสียอีก ต้าิขมวดคิ้วเพราะเขาใช้พลังเวทย์หมดไปอย่างรวดเร็วแต่ไข่ก็ยังไม่ฟักออกมาเลย
“นี่ชักจะบ้าแล้วพลังเวทย์ที่ข้าเก็บสะสมเอาไว้จะหมดแล้ว” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและกัดฟันเอาไว้
“แกร๊ก!!!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองไข่ก็ปรากฏลอยร้าวออกมา ต้าิไม่รอช้ากัดนิ้วตัวเองและหยดเืลงไปบนไข่ทันที
“จะออกมาแล้ว” ต้าิแสดงสีหน้าตื่นเต้น
“แกร๊ก แกรีก” ไข่เริ่มแตกออกพร้อมกับปรากฏวิหคตัวน้อยที่มีขนสีเขียวมรกตที่งดงามราวกับหยกและมันยังมีปีกเล็กๆถึงสองปีก
“สีเขียวเหมือนกับหยกงั้นเหรอ ถ้างั้นจากนี้เ้ามีนามว่าลวี่น้อยก็แล้วกัน” ต้าิกล่าวพร้อมกับยกตัวของวิหคน้อยขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
วิหคน้อยเองก็จ้องต้าิด้วยสีหน้าน่ารักเห็นได้ชัดว่าตอนนี้มันได้จกจำต้าิเป็นายของตนเองแล้ว
หลงจากนั้นต้าิก็นำลวี่น้อยไปเข้าเรียนด้วยซึ่งเสี่ยวเตี่ยเองก็แปลกใจที่ต้าิฟักไข่ในคืนนั้นเลย
“ดูเหมือนว่าจะเกิดมาอย่างสมบูรณ์และแข็งแกร่งดี เวลาอีกสองเดือนเ้าก็ต้องดูแลมันให้ดีๆและซื้อเนื้อของสัตว์เวทให้มันด้วย” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“แน่นอน จากนี้ลวี่น้อยคือคนในครอบครัวของข้าแล้ว” ต้าิกล่าวพร้อมกับมองดูวิหคน้อยด้วยสายตามีความสุข
“สุดยอดไปเลยต้าินี่มันลุกของวิหคสี่ปีกเลยนะ ในอนาคตมันจะกลายเป็สัตว์เวทระดับสี่ดาวซึ่งต่อให้เป็จอมเวทย์ระดับ 9 ก็ไม่สามารถเอาชนะได้” ปู้เหยียนกล่าวด้วยสีหน้าอิจฉา
“แต่มันยังเด็กเกินไปซึ่งไม่สามารถต่อสู้ได้ในการทดสอบที่จะมาถึงแน่” เย่สุ่ยกล่าว
“ไม่ต้องห่วงถึงแม้ลวี่น้อยจะไม่สามารถช่วยพวกเราสู้ได้แต่มันสามารถสนับสนุนข้าได้อย่างแน่นอน” ต้าิกล่าว
“เอาละวันนี้พวกเ้าไปฝึกกันต่อเถอะ จากนี้ข้ามีธุระต้องออกไปจัดการเพราะงั้นใน่นี้พวกเ้าฝึกฝนกันเองหรือไม่ก็ให้ต้าิช่วยสอนการเคลื่อนใหวและการกำหนดลมหายใจแล้วกัน” เสี่ยวเตี่ยกล่าวพร้อมกับเดินออกจากห้อง
“ถ้างั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ” ต้าิกล่าว
พวกต้าิเดินไปยังสนามฝึกทันที แต่ในขณะนั้นเองพวกต้าิก็เจอเข้ากับกลุ่มของนักเรียนในชั้นเรียนขุนนางเข้า
“โอ๊ะโอ๋ นั่นมันพวกยาจกจากชั้นเรียนชั้นต่ำไม่ใช่เหรอ” เสียงที่เย้ยหยันดังขึ้นจากปากของชายหนุ่มที่เป็ถึงจอมเวท์ระดับ 2 ดาว
“ว้า วันนี้โชคร้ายจริงๆมาเจอเ้าพวกดีแต่ปากจนได้” ปู้เหยียนกล่าวด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“หืม นั่นมันคู่หมั้นของจักรพรรดิหญิงไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงอยู่ในสภาพเหมือนยากจแบบนั้นละ โอ๊ะ ลืมไปว่าเ้าเป็พวกเติบโตอยู่หลังเขานี่นะ ฮ่า ฮ่า” เหล่าลูกขุนนางพากันหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ทำเป็พูดดี ลูกขุนนางอย่างพวกเ้านอกจากปากปีจอแล้วยังทำอย่างอื่นเป็ด้วยเหรอ เหอะ ถ้าให้ข้าเดานะ คนอย่างพวกเ้าถ้าถูกโยนไปกลางป่ากลางเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอดตายแล้วละ” ต้าิกล่าวเย้ยหยัน
“เ้ากล้าดูถูกะพวกข้างั้นเหรอ” พวกชั้นเรียนขุนนางพากันโกรธขึ้นมาทันที
“แล้วข้าดูผิดตรงใหน” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าใสซื่อออกมา
“นี่เ้า!!!!!!!!!!!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้าิเ้านี่มันสุดยอดจริง” พวกปู้เหยียนพากันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ต้าิ เ้าสวะอย่าคิดว่าเป็คู่หมั้นของจักรพรรดิหญิงแล้วจะสามารถอวดดีได้ แน่จริงเ้ามาสู้ตัวต่อตัวกับข้า เ้ากล้าใหม” ชายหนุ่มคนหนึ่งในชั้นเรียนขุนนางกล่าว
“เป็ถึงจอมเวทระดับสองแต่ยังมาท้าทายจอมเวทระดับหนึ่งอย่างข้านี่เ้าไม่กลัวศักดิ์ศรีของพวกเ้าจะแปดเปื้อนงั้นเหรอ” ต้าิกล่าว
“แล้วเ้ากล้าใหมละ” ชายหนุ่มคนนั้นยังไม่ยอมและกล่าว
“แน่นอน ทำไมข้าจะไม่กล้า” ต้าิกล่าว
“ดี ถ้างั้นไปสนามประลองกันเลย” พวกนักเรียนชั้นขุนนางกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
“ต้าิเ้าอย่าได้วู่วามสัตว์เวทของเ้ายังไม่เติบโตดีเพราะงั้นเ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเ้านั่นแน่” เย่สุ่ยกล่าวด้วยสีหน้ากังวล
“พวกเ้าไม่ต้องกังวลข้ามีแผน” ต้าิกล่าว
ไม่นานพวกต้าิก็มาถึงสนามประลองซึ่งมีอาจารย์ในสถาบันเป็ผู้ดูแล
“สนามประลองมีหลายรูปแบบพวกเ้าเลือกหรือยังว่าจะสู้กันในที่แบบใหน” อาจารย์ผู้ดูแลกล่าว
“เ้ากล้าสู้กับข้าในพื้นที่ป่าเขาหรือเปล่าละ” ต้าิกล่าว
ต้าิรู้มาว่าสนามประลองของสถาบันนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบถูกสร้างเอาไว้ในที่ต่างกันและการจะเข้าไปจำเป็ต้องใช้อุปกรณ์ส่งตัวของทางสถาบันเท่านั้นเพราะงั้นการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจะไม่มีการแทรกแซงจากคนที่สามแน่และมีเพียงผู้คุมการประลองเท่านั้นที่สามารถเข้าไปด้านในได้ ส่วนคนอื่นได้แค่มองภาพที่ฉายออกมาจากหน้าจอซึ่งเป็อุปกรณ์เวทมนต์เท่านั้น
“ได้ แต่เ้าอย่าคิดว่าเ้าจะได้เปรียบเพราะเ้าเติบโตบนป่าเขาละ ฮ่า ฮ่า ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา
“เื่นั้นเดี๋ยวเ้าก็รู้” ต้าิบิดยิ้มออกมา
“การประลองไม่อนุญาติให้ต่อสู้ถึงตายแต่สามารถใช้อาวุธได้ถ้าข้าเห็นว่าเหตุการณ์ไม่ดีข้าจะเข้าไปห้ามทันที” ผู้ดูแลกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้วผู้าุโ” ต้าิกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าเคารพ
อาจารย์ผู้ดูแลเห็นถึงความเคารพและการมีมารยาทของข้าิก็รู้สึกชื่นชมและยิ้มให้กับต้าิ ถึงต้าิจะมีฐานะเป็ถึงคู่หมั้นของจักรพรรดิหญิงแต่กลับมีมารยาทแบบนี้ซึ่งต่างจากพวกขุนนางทำให้อาจารย์ผู้ดูแลอดที่จะเอาใจช่วยต้าิไม่น้อย