ตอนที่ 3 ภาคจุดกำเนิดก่อเกิดรัก (16)
วันถัดมาก็อ้อมอีกพักหนึ่ง หนานิจวินกล่าวว่า “ไอพิษเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ใช้ค่ายกลฝืนรวบรวมขึ้นมา เดาว่าคงจงใจไม่อยากให้พวกเรามุ่งไปข้างหน้า”
ชื่อเฉิงจวินก็มองออกว่านี่คือค่ายกลที่มารปีศาจร่ายขึ้น บางทีอาจมองได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าหนานิจวินอยู่บ้าง...เขาชักกระบี่ของตนออกมาวาดเขียนลงบนพื้นดินหลายขีดก็วาดโครงเดิมของค่ายกลออกมาได้คร่าวๆ จากนั้นชี้ไปที่ภาพค่ายกลบนพื้นพร้อมกล่าวด้วยสีเคร่งขรึม “ค่ายกลนี้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันทีเดียว หากคิดจะทำลายจำเป็ต้องทะลุป่าแถบนี้เข้าไปส่องดูมุมมองของที่นี่จากตรงกลาง คนที่เข้าไปสำรวจในค่ายกลก็ไม่ควรมากเกินไป ไม่เช่นนั้นจะแหวกหญ้าให้งูตื่นได้ ทำให้มารปีศาจที่ร่ายค่ายกลไหวตัวทัน ตัวเลือกที่ดีที่สุดย่อมให้ข้าเข้าไปเพียงลำพัง แต่อาคมของข้าเป็ธาตุไฟ ร่ายวิชาในไอพิษนี้ไม่สะดวกนัก ไม่ทราบหนานิจวินพอจะไปแทนได้หรือไม่”
ชื่อเฉิงจวินกล่าวเสียยืดยาว เหลียนเชวี่ยสรุปได้สั้นๆ ว่าวงเวทนี้ร้ายกาจมาก ชื่อเฉิงจวินกลัวอันตรายไม่อยากเข้าไป อยากให้หนานิจวินไปแทน
หนานิจวินกลับคิดว่าที่ชื่อเฉิงจวินว่ามาไม่ได้ผิดตรงไหน จึงตอบกลับไปว่า “เช่นนั้นข้ากับเหลียนเชวี่ยจะไปด้วยกัน”
ทั้งที่คำตอบนี้เป็ไปตามความ้าของชื่อเฉิงจวิน แต่เขายังไม่วายเหน็บแนม “หนานิจวินช่างตัวติดกับภูตน้อยนี่จนไม่อาจตัดใจแยกจากกันได้จริงเชียว”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สือหนิงและต้วนเฟิงสับสนงงงวย เหลียนเชวี่ยลอบดีใจ ตัวหนานิจวินเองก็อธิบายอย่างตรงไปตรงมา “วิชาเซียนถูกตรวจจับได้ง่ายในข่ายอาคมมาร ไอมารของเหลียนเชวี่ยกลับปกปิดได้ง่ายดายนัก อีกอย่างในข่ายอาคมมืดสลัวขุ่นมัว คนอื่นเข้าไปอาจมองลักษณะภูมิศาสตร์ไม่ถนัดตา หากเหลียนเชวี่ยคืนร่างเดิม การมองเห็นน่าจะดีกว่าพวกเราหน่อย เหมาะจะเข้าไปพอดี”
ได้ยินว่าต้องคืนร่างเดิมเหลียนเชวี่ยยู่ปากอย่างไม่เต็มใจ มันไม่ชอบคืนร่างเป็นกปีกเพลิงเทาที่ทั้งไม่สวยและไม่อัปลักษณ์นั่นมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าสองวันนี้หนานิจวินบรรจงสอนมันแล้วว่าจะเปลี่ยนร่างไปมาระหว่างร่างเดิมและร่างมนุษย์ได้อย่างไร และยังสอนวิธีผสานกระสอบป่านเข้าสู่ร่างอีกด้วย เช่นนี้ตอนที่เหลียนเชวี่ยเปลี่ยนกลับร่างเดิมจะได้เอาเสื้อผ้าใส่ไว้ในกระสอบป่าน และสวมใส่อีกครั้งยามเปลี่ยนเป็ร่างมนุษย์ ตอนนี้เรียนเป็ทุกอย่างแล้ว หนานิจวินสั่งมันอีกว่าหากเปลี่ยนเป็ร่างมนุษย์ มันมีแต่ต้องนำผลสัมฤทธิ์ที่ฝึกหัด่หลายวันนี้มาประยุกต์ใช้
น่าเสียดายที่ประยุกต์ใช้ได้ไม่ค่อยดีนัก หลังจากยัดเสื้อผ้าใส่กระสอบป่านอย่างเร่งรีบก็ไม่ทันได้ผสานกระสอบป่านรวมกับร่างกาย ยังดีที่หนานิจวินเอื้อมมือไปรับไว้ กระสอบป่านจึงไม่ได้ร่วงลงพื้น เหลียนเชวี่ยรู้สึกขายหน้าอยู่บ้าง แต่ต่อมาพบว่าหนานิจวินเบือนหน้าไปด้านข้างน้อยๆ และยิ้มอย่างไม่เป็ที่จับสังเกต มันจึงอารมณ์ดีขึ้นมาทันใด ก่อนโรยตัวลงกลางฝ่ามือของหนานิจวินอย่างชำนิชำนาญ แล้วผสานกระสอบป่านรวมเข้ากับร่างกายเล็กๆ อย่างเบิกบาน
หลังจากหนานิจวินรอเหลียนเชวี่ยจัดการกระสอบป่านเสร็จและร่ายคาถาลงบนตัวมันแล้วจึงสั่งว่า “ไม่ควรอยู่ในข่ายอาคมไอพิษนานนัก พวกเราแยกย้ายกันเคลื่อนไหว ข้าร่ายอักขระยันต์ติดต่อไว้บนตัวเ้าแล้ว หากพบเจออันตรายร้ายแรงให้เรียกข้าเข้าไปช่วยเ้า”
เหลียนเชวี่ยร้องจิ๊บๆ เป็เชิงตอบตกลง จากนั้นจึงเข้าไปในป่ากับหนานิจวิน แยกย้ายกันเคลื่อนไหว
ป่าไม้ที่ถูกไอพิษรายล้อมแห่งนี้ภายนอกแลดูอึมครึมมากพอแล้ว หลังเดินเข้าไปข้างในยิ่งน่าสะพรึงขึ้นเรื่อยๆ รอบตัวถูกหมอกสีดำห้อมล้อม แค่ขยับเพียงนิดเดียวหมอกสีดำเ่าั้ก็หมุนวนพวยพุ่ง ดิ่งลง และแผ่กระจาย สารพิษของไอพิษยังไม่ทันซึมเข้าร่างดวงตาก็ถูกรบกวนจนพร่ามัว สมองก็พลอยวิงเวียนตามไปด้วย แต่ดวงตานกของเหลียนเชวี่ยใช้การได้ดีกว่ามนุษย์ดังคาด กลอกไปมาสองรอบก็มองค่ายกลภายใต้หมอกหน้านี้ได้อย่างชัดเจน และยังหาตาค่ายกลที่สามารถทำลายข่ายอาคมลงได้อีกด้วย ขอเพียงพุ่งเข้าไปในตาค่ายกลแล้วนำอาวุธเวทวางข่ายอาคมออกมาก็สามารถทำลายข่ายอาคมไอพิษนี่ได้แล้ว
แต่ค่ายกลนี้พิถีพิถันนัก ตาค่ายกลจะเปลี่ยนตำแหน่งไปจากเดิมตาม่เวลา เ้าของข่ายอาคมรับรู้ว่ามีคนเข้าใกล้ตาค่ายกลก็สามารถปรับเคลื่อนตำแหน่งของตาค่ายกลได้ทุกเมื่อ หากไปตามหนานิจวินกลับมาทลายค่ายกลตอนนี้ ตำแหน่งของตาค่ายกลนั่นคงจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ถ้าใช้ยันต์ติดต่อบนตัวเรียกหนานิจวินก็จะโจ่งแจ้งเกินไปอีก ต้องทำให้เ้าของข่ายอาคมแตกตื่นเป็แน่...
หลายปีก่อนหน้านี้เหลียนเชวี่ยไม่สามารถบำเพ็ญเพียรจนมีร่างมนุษย์ได้ ดังนั้นจึงหมดปัญญาฝึกฝนของจำพวกอักขระยันต์และเคล็ดวิชาท่าร่าง ส่งผลให้ตอนนี้ยังขี่กระบี่ไม่ค่อยเป็เลยด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจับกระบี่ขึ้นมาสู้กับมารปีศาจ แต่มันเรียนรู้ค่ายกลมาอย่างดี จำได้แม่น มั่นใจกับตาค่ายกลที่ตนหาพบอย่างเต็มเปี่ยม แม้ว่าภารกิจในครั้งนี้จะเป็แค่การสำรวจสถานการณ์ในค่ายกลเท่านั้น แต่หากอาศัยตานกคู่นี้ของตนก็สามารถทำลายค่ายกลได้ เช่นนั้นหากพลาดโอกาสจะไม่น่าเสียดายสุดๆ เลยหรือ
เหลียนเชวี่ยพยักหน้าสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง จากนั้นกางปีกพั่บๆ บินเข้าไปที่ตาค่ายกล
เหลียนเชวี่ยไม่ได้ใช้ยันต์ติดต่อนั้นถูกต้องแล้ว เพราะแม้ว่ามันจะใช้หนานิจวินก็เข้าไปไม่ได้...เขาถูกมารจ้องเล่นงานแล้ว
ถึงอย่างไรก็อยู่ในข่ายอาคมมารที่ผู้อื่นวางไว้เสร็จสรรพ ประสาทััทั้งห้าของหนานิจวินล้วนพร่าเลือนสุดขีด แม้จะััได้ว่ามารเข้ามาใกล้และรีบดันกระบี่ต้านทานทันทีแล้ว แต่ก็ยังถูกกรงเล็บแหลมคมของมันข่วนที่สีข้าง ทิ้งคราบเืสยดสยองไว้สายหนึ่ง ซ้ำยังไม่ทันเห็นถนัดตาว่าสิ่งที่ทำร้ายตนคือตัวอะไรมารตนนั้นก็เร้นกายเข้าไปในหมอกสีดำหนาทึบอีกครั้ง
ในเมื่อถูกจับได้แล้ว หนานิจวินก็ไม่ปิดซ่อนกลิ่นอายของตนอีกต่อไป พลังิญญาที่ลดเลี้ยว สว่างเจิดจ้าตรงข้อมือรวมตัวกันอยู่ที่ปลายนิ้วทันที พริบตาเดียวเบื้องหน้าก็เปิดเนตรทิพย์ออกมา หมอกสีดำตรงหน้าพลันแจ่มแจ้งขึ้นมาทันที สัตว์ปีศาจที่ไม่รู้ว่าเป็หมาป่าหรือสุนัขตัวนั้นกำลังรอโอกาสเตรียมเคลื่อนที่อยู่ไม่ไกลนัก กลับไม่ทันสังเกตว่าหนานิจวินจ้องมันไม่คลาดสายตาแล้ว รวมผนึกเรียกศรน้ำแข็งดอกหนึ่งออกมาพุ่งเสียบทะลุขั้วหัวใจของมันตรงๆ โดยไม่รอให้มันลงมือซุ่มโจมตีครั้งที่สอง
แต่หนานิจวินกลับนึกไม่ถึงว่าก่อนสัตว์ปีศาจสิ้นใจมันจะคำรามเดือดคราหนึ่ง ต่อมาแก่นปีศาจแตกะเิตูมตาม เพลิงแรงกล้าลุกโชนรุนแรงกระจุกหนึ่ง! และไอพิษห้ามถูกควันเพลิงโดยเด็ดขาด!