เช้าวันใหม่ในฤดูหนาวอันเยือกเย็นบนยอดดอยที่ห่างไกลความเจริญ โรงเรียนที่อยู่ท่ามกลางป่าเขาแห่งนี้กำลังทำการเปิดเรียนในเช้าวันจันทร์ ลุงดวงดีตื่นแต่เช้าเพื่อมากวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นมามากมาย เขาเป็คนขยันขันแข็งที่ร่างกายไม่แข็งแรงเท่าใด ปีนี้อายุก็เข้าสู่เลขหกแล้ว แต่ก็ยังมาทำงานเป็พนักงานจ้างของโรงเรียนในตำแหน่งนักการภารโรง
ลุงดวงดีกวาดถนนจากหน้าโรงเรียนมาถึงบ้านพักครู เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ครูสถาพรยังไม่ตื่นมาก่อกองไฟหน้าบ้านพักครู ปกติแล้วเขาจะได้ดื่มกาแฟยามเช้าที่ชงโดยครูหนุ่มผู้หล่อเหลาทุกวัน ได้แต่คิดว่าเมื่อคืนครูหนุ่มคงดื่มสุราหนักไปหน่อย เช้าวันนี้จึงตื่นสาย ชายสูงวัยกวาดใบไม้จากบ้านพักครูไปยังถนนที่ทอดสู่ประตูหลังโรงเรียน ในขณะที่กำลังกวาดอย่างตั้งใจอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างหนึ่งนอนขดตัวอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขารีบวิ่งไปดูด้วยความสงสัย
“ใครมานอนอยู่ตรงนี้เนี่ย เฮ้ย ตื่นได้แล้ว เช้าแล้วนะเว้ย เมาก็กลับไปนอนที่บ้านสิวะ”
ตอนแรกลุงดวงดีนึกว่าเป็วัยรุ่นในหมู่บ้านเมาแล้วมานอนในโรงเรียน แต่เมื่อลองพลิกตัวร่างนั้นให้นอนหงายก็ต้องอุทานออกมาด้วยความใสุดขีด
“ครู...ครูสถาพรครับ...ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ครับ เนื้อตัวเย็บเฉียบเลย..”
เขาเขย่าร่างที่นอนแน่นิ่งหลายครา แต่ไม่มีปฏิกิริยาจากร่างที่เย็นซีดนั้นอีกแล้ว ในที่สุดความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นในหัว ‘หรือว่าครูสถาพรตายแล้ว’ เมื่อคิดได้ดังนั้นก็แข็งใจยื่นนิ้วมาแตะตรงจมูกของครูหนุ่มครู่หนึ่ง ไม่มีลมหายใจออกมาจากจมูกที่เย็นเฉียบนั้น เขาถกแขนเสื้อร่างอันไร้สติขึ้น ใช้นิ้วกดตรงข้อมือเพื่อจับการเต้นของหัวใจ ไม่มีการเต้นของหัวใจอีกแล้ว มันนิ่งไปหมด
“ครู..ครูตายแล้ว...”
ลุงดวงดีถอยออกไปอย่างลืมตัว เขาตื่นตระหนกสุดขีด การตายของครูสถาพรแทบกระชากขวัญของชายสูงอายุอย่างเขาไป สองเท้าวิ่งออกไปจากตรงนั้นอย่างลืมตัว โดยไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางควรเป็ที่ใด
“ต้องบอก...บอกผู้อำนวยการโรงเรียน..ไม่..ไม่..ยังไม่มา ต้องไปบอก..ผู้ใหญ่บ้าน..”
ภารโรงเฒ่าวิ่งกระหอบกระหืบไปยังบ้านของผู้ใหญ่บ้าน เพียงไม่นานข่าวการตายของครูสถาพรก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน ทั้งชาวบ้านและคณะครูในโรงเรียนที่ขวัญกล้าล้วนมาดูศพที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ละคนล้วนรู้สึกเสียใจและเสียดายที่ครูหนุ่มด่วนจากไป ไม่มีครูในโรงเรียนคนไหนที่สามารถเข้าถึงผู้ปกครองของนักเรียนได้ดีกว่าเขาอีกแล้ว ครูที่ตื่นแต่เช้ามาช่วยภารโรงกวาดใบไม้เป็กิจวัตร ครูที่หล่อเหลาและใจดีที่สุดในแถบนี้ นับเป็เื่เศร้าสำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ร่วมงาน
โรงเรียนถูกปิดชั่วคราว ตำรวจและหมอก็มาถึงเมื่อผ่านไปได้ครึ่งวัน พวกเขาลงมติว่าครูสถาพรตายเพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เนื่องจากนอนหนาวอยู่ใต้ต้นไม้ทั้งคืน ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูล้วนเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยนี้ แต่สำหรับชาวบ้านแล้วพวกเขาเชื่ออีกแบบหนึ่ง ทุกคนรู้ว่าก่อนที่จะตายหนึ่งเดือนนั้นพฤติกรรมของครูสถาพรแปลกไปจากเดิม มีคนเห็นเขานั่งคุยคนเดียวอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนี้อยู่หลายครั้ง บางคราวก็พบว่ามานอนอยู่ตรงนี้คนเดียว บางครั้งก็ปีนขึ้นไปนอนอยู่บนต้นไม้ ซึ่งตามความเชื่อของผู้คนแถวนี้แล้ว มันเป็การตกหลุมพรางของนางไม้ ทำการสมสู่กับนางไม้ทุกค่ำคืนจนอ่อนล้า ส่งผลให้ร่างกายและิญญาไม่ได้พักผ่อน เมื่อเกิดขึ้นติดต่อกับเป็สิบวัน ร่างกายที่เหนื่อยล้าก็ถึงเวลาหยุดทำงาน กลายเป็ร่างไร้ิญญาโดยไม่รู้ตัว
ศพของครูสถาพรถูกเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว ชาวบ้านและคณะครูก็พากันจากไปจนหมดสิ้น ลุงดวงดีเดินไปหยิบไม้กวาดที่ทิ้งเอาไว้ หมายจะนำไปเก็บให้เข้าที่เข้าทาง เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนต้นไม้อย่างไม่ตั้งใจ ทันใดนั้นหัวใจของภารโรงเฒ่าแทบหยุดเต้น สตรีร่างเปลือยเปล่าที่สวยสดงดงามนางหนึ่งกำลังนั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่กิ่งหนึ่ง นางจ้องมองมายังชายชราที่กำลังตกตะลึงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ภารโรงเฒ่ายืนตาค้างไปครู่ใหญ่ เมื่อได้สติกลับมาก็หันหลังวิ่งอย่างสุดชีวิต เขาเคยได้ยินเื่ผีสางนางไม้มาตลอด แต่ไม่เคยพบเจอกับตนเองแม้แต่ครั้งเดียว จนวันนี้จึงเชื่อสนิทใจเสียทีว่าเื่เล่าพวกนี้เป็ความจริง และการตายของครูสถาพรต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับผีสางนางไม้อย่างแน่นอน
เช้าวันต่อมาไม่มีลุงดวงดีมากวาดใบไม้อีกแล้ว เขาลาออกจากการเป็ภารโรง โดยให้เหตุผลกับผู้อำนวยการโรงเรียนว่า้าพักผ่อนร่างกายและิญญา