หลังเริ่มลงมือกิน พูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ราว ส่วนใหญ่จะเป็พ่อฉันถามสารทุกข์สุขดิบ ความชอบของอีพี่เจเดนซะมากกว่า
”อ้อ จริงสิครับ ลุงกับแม่เล่นแอพต๊อกต๊อกหรือเปล่าครับ“ เขาเอ่ยถาม
”เอ๋ เคยได้ยินวัยรุ่นสมัยนี้พูดถึงอยู่นะ กำลังฮิตเลยนิ แต่ลุงเล่นอะไรพวกนี้ไม่เป็หรอก ดูข่าวเช้าในทีวีกับอ่านหนังสือพิมพ์แค่นั้นแหละ“
”น่าเสียดายนะครับ ถ้าลุงเล่น คงเห็น… อะไรดีๆ“
จู่ๆ เขาก็ลากเสียงยาว แล้วหันมาฉัน
อย่าเชียวนะ!
ในแอพนั้น ฉันลงสตอรี่เที่ยว ดริ้ง และแต่งตัวเซ็กซี่ซู่ซ่าบ่อยซะด้วยสิ
”น้องพรีมล่ะลูก ได้เล่นไหม ไอ้แอพต๊อกต๊อกอะไรเนี้ย“ น้าลิลถาม
”เอ่อ… คะ เคยสมัครไว้อยู่ค่ะ จะได้คุยกับเพื่อนรู้เื่ แหะๆ”
ฉันแก้ตัว แล้วยกเท้าแอบเตะขาไอ้บ้าตรงข้าม
“โอ้ย!!” เขาร้องลั่น จ้องหน้าคาดโทษฉัน
“หืม เจเดน เป็อะไรลูก ร้องซะแม่ใ“
”อ่า มดกัดครับ.. ตัวใหญ่ซะด้วย“ เขากัดฟันพูด
“เอ ..สงสัยขนมหวานเมื่อวานตกแล้วแม่เช็ดไม่เอี่ยมแน่เลย”
หลังกินมื้อเช้าจนหนำใจกันแล้ว ก็แยกย้ายกันไปตามกิจวัตรส่วนตัว พ่อไปดูงานซ่อมเหมือนเดิม ส่วนอีตาเจเดนไปนั่งดูหนังสบายใจกับน้าลิลในห้องรับแขก ส่วนฉันก็จะเริ่มทำตามแผนการ
“อะแฮ่ม น้าลิล ดูหนังอะไรหรอคะ”
ฉันนั่งลงข้างๆ น้าลิล แล้วแกล้งทำท่าสนใจกับหนังบนจอทีวี
“อะไรก็ไม่รู้ลูก หนังมาฟงมาเฟียของพี่เจเดนเขา”
“อ่ออออ…”
ฉันเหลือบตาแอบมองโทรศัพท์ของเขาบนโต๊ะกระจก และตัวเขาที่เอาแต่จ้องหนังสุดโปรดนั่น
“อืมมมม อ่านหนังสือดีกว่า…”
ฉันแกล้งพึมพำ เอี้ยวตัวไปหยิบหนังสือการจัดสวนบนโต๊ะกระจก (ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยจับอ่าน)
หลังเปิดหนังสือแบบมั่วๆ ไปสี่ห้าหน้า เขาก็ยังเอาแต่จ้องทีวีอยู่แบบนั้น ฉันเลยวางหนังสือลงที่เดิม โดยที่แอบหยิบโทรศัพท์เขาแล้ววิ่งเผ่นขึ้นชั้นสองทันที
ใจฉันเต้นระรัวยิ่งกว่าตอนโกหกพ่อไปเที่ยวผับครั้งแรกซะอีก
ฉันวิ่งมาหลบตรงทางโค้งหน้าประตูห้อง กดเปิดโทรศัพท์ก็ต้องหุบยิ้มทันที
“ชิบ ติดล็อค…”
แม่งเอ้ย ได้โทรศัพท์มาแล้วดันติดรหัสล็อคอีก
รหัสอะไรวะ …. วันเกิดหรอ เคยได้ยินน้าลิลพูดว่าวันเกิดลูกชายเขา
14 สิงหา..
“หนึ่ง สี่ ศูนย์ แปด…ชิบ อีก 2 ตัว อะไรวะเนี้ย”
“สาม หก”
“สาม… หะ เอ๊ะ!!”
ฉันรีบหันหลังกลับไปดู เ้าของโทรศัพท์ยืนหน้ามุ้ย กอดอก มองสลับไปมาระหว่างใบหน้าฉันกับโทรศัพท์ของเขา
“ยัยเด็กเลี้ยงแกะ เผลอไม่ได้เลยนะ”
“อ้ะ ดะ เดี๋ยว!!“
ปึ้ง
เขาผลักฉันเข้าห้องของเขา ปิดประตูกดล็อค เท้าแขนคล่อมตัวฉันไว้ จ้องเขม็งเหมือนจะกินหัวให้ได้
“แหะๆ เอ่อ…”
“ไม่ต้องแหะ ร้ายนักนะ”
“กะ ก็แค่ ยืมแป๊บเดียว”
“เอาคืนมา” เขาพยายามคว้าโทรศัพท์ในมือฉันคืน ฉันปัดป่ายหลบ ซุกโทรศัพท์ไว้ด้านหลัง แล้วเอนตัวแนบกับผนังห้องเอาไว้
“ไม่! จนกว่าฉันจะลบไอ้คลิปนั้นได้”
“อย่าให้โมโห..”
เขาดึงตัวฉันออกห่างจากผนัง พยายามซุกมือเข้ามาเอาโทรศัพท์ ฉันงัดไม้เด็ด เอาโทรศัพท์ยัดในหน้าอกตัวเองแล้วยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ
‘นายไม่มีทางได้คืน จนกว่าฉันจะลบหลักฐานที่ทำลายอนาคตฉันได้หรอก!‘
”มาไม้นี้ คิดดีแล้วหรอ“ เขาถามย้ำแล้วมองตาฉัน ยกมุมปากยิ้มกริ่มด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์
”ยังไงฉันก็จะไม่ให้คืน!“
”ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าไม่คืนดีๆ ..ฉันล้วง“
”ถ้ากล้า ก็มาสิยะ“ ฉันท้าทายแล้วทำท่าแอ่นอกใส่
”หึ ...หนึ่ง“
”ฉันไม่กลัวนายหรอก“ ฉันยังยืนยันเสียงแข็ง
”สอง!“
”กะ ก็ แล้วไงยะ“ ฉันเริ่มประหม่ากับสายตาที่เขาจ้องหน้าอกฉัน พลางถอยหลังชนผนังห้อง
”สาม!“
“อ้ะ กรี้ดด.. อุ๊บ”
เขาดันตัวฉันแนบผนัง มือข้างนึงถูกยกขึ้นปิดปากฉันแน่น และอีกข้าง …แน่นอนว่าไอ้บ้าโรคจิตนี่มันล้วงเข้าไปในเสื้อของฉันจริงๆ
“อื้อออ ไอ้ อ้าาา อี้ดดดด”
“ชิบ.. อยู่นิ่งๆ สิวะ มันหาไม่เจอ!”
เขากระซิบด่าข้างหู มือยังล้วง ควานหาโทรศัพท์ บีบเคล้นเต้าจนฉันเริ่มวาบหวิว ต้องกัดมือเขาแรงๆ เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการที่น่าเกลียดนี่
งั่ม
“โอ้ย :@(+<}+[€,’..”
เขาสบถด่าออกมาเป็ภาษาอังกฤษ ขมวดคิ้วกัดกรามแน่น ก่อนจะยกมือขึ้นดู เืซิบที่หน้ามือเป็รอยฟันซี่ๆ ของฉัน
“ฉันเป็น้องสาวนายนะ!”
“ก็บอกให้คืนดีๆ แล้วเธอไม่ฟังเองนิ”
“ไอ้บ้านี่!”
ฉันเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าเพราะความใออก แล้วรีบเผ่นออกจากห้องนั้น เข้าห้องตัวเอง ทิ้งตัวลงบนเตียงคลุมโปงด้วยมือไม้สั่น
ฉันพึ่งโดนจับหน้าอกจากผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ไปนะ! ถึงฉันจะอ่อยแรง แรดเงียบยังไง ก็ไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวกับผู้ชายในจุดสงวนแบบนี้เลยสักครั้ง และฉันไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำจริงๆ ด้วย