หลังจากวันนั้นมลดาและพิมพาก็ไปมาหาสู่กัน มลดานั้นถนัดการทำอาหารคาว ไม่ว่าจะเป็แนวไทยแท้ จีน ญี่ปุ่น หรืออาหารฝั่งตะวันตก เธอล้วนคุ้นเคยเป็อย่างดี ดังนั้นทุกจานที่มลดามักจะทำไปฝากบ้านข้างๆ ล้วนแต่เป็อาหารที่ตั้งใจทำเป็พิเศษ ทุกวันนลิลที่กลับมาจากมหาวิทยาลัยก็มักจะเจออาหารรสชาติอร่อยวางอยู่บนโต๊ะด้วยทุกครั้ง
“นี่อาหารของป้ามลอีกแล้วเหรอคะ ลาภปากของลิลจริงๆ ที่มีเพื่อนบ้านเป็ป้ามล”
“นั่นสิคะ แพตตี้ก็เลยพลอยได้กินอาหารอร่อยๆ แบบนี้ด้วยเลย”
“แต่แม่เริ่มเกรงใจป้ามลแล้วสิลูก ขนมที่แม่ทำให้เขาราคาไม่กี่บาท แต่ดูอาหารที่เขาทำมาให้บ้านเราสิ ไหนจะปลาตัวใหญ่ๆ อาหารทะเลสดๆ หรือแม้กระทั่งพวกอาหารฝรั่งที่แม่ไม่เคยกินอีก”
“นั่นน่ะสิ ฟังแม่พูดลิลก็เริ่มเกรงใจป้าเขาแล้วเหมือนกัน งั้นเอาอย่างนี้ดีไหมแม่ วันไหนแม่ไม่ยุ่ง แม่ก็ทำขนมไทยโบราณที่หากินไม่ค่อยได้ในกรุงเทพ เอาแบบสุดฝีมือเลยนะ เดี๋ยวหนูช่วย”
พิมพาได้ฟังคำพูดของลูกสาวก็เริ่มสบายใจขึ้นมาบ้าง ถึงแม้ว่ารายได้ของพวกเธออาจจะไม่ได้ร่ำรวยพอที่จะซื้อหาของราคาแพง แต่เพื่อเป็การตอบแทนน้ำใจของมลดา เธอจึงตั้งใจจะทำขนมไทยที่หากินยากและอร่อย อย่างน้อยขนมพวกนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเธอ
ส่วนบ้านข้างๆ นั้นก็เช่นกัน มลดารู้สึกว่าขนมที่พิมพาทำให้ชิม รวมทั้งใส่ถุงให้เธอเอากลับมาที่บ้านล้วนตั้งใจทำ รสชาติและหน้าตาของขนมจึงออกมาดี ส่วนเธอที่ทำเป็แต่อาหารคาวจึงไม่รู้ว่าจะให้สิ่งใดตอบแทน เลยมักจะสรรหาวัตถุดิบที่ดี ปรุงรสชาติให้กลมกล่อมแล้วเอาไปแบ่งเพื่อนบ้านที่มีน้ำใจเช่นพิมพา
“วันนี้มีขนมอะไรเหรอครับแม่”
“วันนี้เป็ขนมสาลี่กรอบจ้ะ ลูกลองทานดู เนื้อขนมนุ่มมาก หน้าขนมก็กรอบ แถมกินเข้าไปกลิ่นมะพร้าวยังหอมอยู่ในปากเลย”
“โอ้โห ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ผมไม่รู้มาก่อนนะเนี่ย ว่าแม่ก็เป็นักรีวิวขนมด้วย”
ธีราธรมักจะหยอกล้อคนเป็แม่เช่นนี้เสมอ เพราะว่าเขาชอบที่แม่ของเขามีรอยยิ้ม มีความสุขมากกว่าที่จะนั่งจมอยู่กับความทุกข์ เขาคิดอยู่เสมอั้แ่ที่ก้าวเท้าออกมาจากครอบครัวนั้น ว่านับจากนี้เขาจะเป็คนทำให้แม่ของเขามีความสุขในทุกๆ วัน สิ่งใดที่จะให้แม่ยิ้มได้เขาจะไม่ปฏิเสธ อย่างบ้านหลังนี้ก็เช่นกัน เดิมทีมลดาไม่อยากย้ายออกมาจากครอบครัวนั้น แต่เพราะว่าธีราธรทนไม่ได้ที่แม่ของเขาต้องตกเป็ขี้ปากให้คนอื่นนินทา นั่นจึงทำให้มลดาไม่มีความสุข หลังจากที่พวกเขาสองคนแม่ลูกตัดสินใจดูแลกันเอง ธีราธรก็ตั้งใจเรียนจนจบวิศวะ และได้ทำงานในบริษัทใหญ่ เขาสามารถมีเงินเก็บซื้อบ้านและให้แม่ของเขาเลิกทำงาน
หากมองย้อนไปในอดีต ครอบครัวของธีราธรที่อาศัยอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก เป็ครอบครัวที่อบอุ่น และพ่อของเขาถือว่าเป็คนที่มีฐานะระดับหนึ่ง ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะยังเด็กและยังไม่รู้อะไรมากนัก เขารู้ดีว่าพ่อของเขามักจะพาเขาและแม่ไปกินอาหารอร่อยๆ ไปเดินซื้อของ หรือแม้กระทั่งพาไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ สิ่งที่คนอื่นมีธีราธรไม่เคยขาด ความรักความเอาใจใส่ที่ธีราธรได้รับจากคนที่เป็พ่อและแม่ จึงทำให้ธีราธรรู้สึกว่าครอบครัวของตนสมบูรณ์แบบ
จนกระทั่งวันหนึ่งมีผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาที่บ้านของเขา แนะนำตัวว่าเธอชื่อกิ่งแก้ว แล้วยังบอกกับแม่ของเขาว่า เธอคือภรรยาอีกคนของพ่อเขา อีกทั้งยังเป็ภรรยาหลวงที่แต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย และมีลูกด้วยกันสองคน เื่นั้นทำให้ธีราธรใพอๆ กับแม่ของเขาที่เพิ่งจะรู้ความจริง ว่าแท้จริงแล้วเธอคือเมียน้อยของสามี ภาพครอบครัวที่อบอุ่นสมบูรณ์แบบพังทลายลงทันที ที่ผ่านมาทั้งเขาและแม่ไม่เคยสงสัยพ่อของเขาแม้แต่น้อย ภาพของชายคนหนึ่งที่เป็หัวหน้าครอบครัว ตั้งใจทำงานกลับบ้านมาเจอลูกเมีย เขาและแม่ราวกับถูกฟ้าผ่าอย่างจัง
เขาจำได้ว่าวันนั้นหลังจากที่แม่ได้ฟังคำพูดของผู้หญิงที่ชื่อกิ่งแก้ว พร้อมกับเห็นหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็รูปถ่าย ใบทะเบียนสมรส แม่ของเขาถึงกับร้องไห้เสียใจ เพราะไม่คิดว่าผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็สามีจะหลอกลวงเธอมาได้เป็สิบปี มลดาและธีราธรโกรธแค้นผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ทั้งสามีและพ่อ พวกเขารู้สึกเหมือนถูกหักหลัง
กิ่งแก้วรู้สึกสงสารและเห็นใจมลดาและลูกมาก แต่ที่เธอตั้งใจมาบอกความจริง ก็เพราะว่าเธอก็รู้สึกว่ามลดาไม่ควรที่จะถูกหลอกไปมากกว่านี้ กิ่งแก้วรู้ดีว่าสามีของเขานั้นเ้าชู้ชนิดที่หาตัวจับได้ยากมาก เื่ของมลดาเขาก็เพิ่งรู้มาเมื่อไม่นานมานี่เอง และเกรงว่ามลดาเองก็ไม่รู้เื่เช่นกัน เพราะว่าั้แ่มีลูกมลดาก็ออกจากงาน เป็แม่บ้านมาดูแลบ้านและสามีเต็มตัว
หลังจากที่กิ่งแก้วอธิบายเื่ต่างๆ ให้ฟัง เธอเพียง้าให้มลดารับรู้ความจริง เธอมิได้รู้สึกโกรธหรือเกลียดมลดา เพราะว่าที่ผ่านมามลดาและกิ่งแก้วไม่เคยเกี่ยวข้องกันมาก่อน อีกอย่างกิ่งแก้วก็รู้นิสัยของสามีของเธอดี เดิมทีพวกเขาสองคนแต่งงานกันเพราะธุรกิจ เื่ความรักจึงแทบจะไม่มีด้วยซ้ำ แต่ ‘ธนากร’ ชายที่ชื่อว่าเป็สามีของทั้งกิ่งแก้วและมลดา ยามที่อยู่กับครอบครัวเขามักจะทำตัวเป็พ่อที่ดีและเป็สามีที่ดี ให้เกียรติและดูแลภรรยาอย่างดี กิ่งแก้วรู้ดีว่าการบอกความจริงกับมลดาอาจจะทำให้เธอเ็ปและเสียใจ แต่อย่างน้อยเธอก็ได้รับรู้ความจริง แต่ถ้าหากเธอตัดสินใจว่าจะอยู่ในสถานะเมียอีกคนของธนากร กิ่งแก้วก็ไม่ได้ที่จะขัดขวาง แต่เพียงขอให้มลดาอยู่ในส่วนของเธอมิได้เข้ามาวุ่นวายในครอบครัวของกิ่งแก้วเท่านั้นพอ
ส่วนมลดาเมื่อรับรู้ความจริงแล้ว เธอตัดสินใจที่จะพูดคุยกับธนากร เธอทั้งโกรธแล้วก็รู้สึกไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็สามีของเธอต้องโกหกเธอด้วย ธีราธรเองก็เช่นกันเขาใช้เวลาหลายวันในการทำความเข้าใจกับเื่ที่เกิดขึ้น หากไม่นับเื่นี้ธนากรก็นับว่าเป็พ่อที่รักลูกและดูแลลูกดีคนหนึ่ง
“เื่นี้ถ้าแกจะโทษก็โทษฉันคนเดียว กิ่งแก้วและครอบครัวไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย”
“นี่พ่อยอมรับแล้วใช่ไหมครับ เื่ที่พ่อเองก็มีภรรยาอยู่อีกคน แล้วพ่อจะให้แม่อยู่อย่างไร”
“ธีร์ เราก็อยู่กันสามคนพ่อแม่ลูกแบบแต่ก่อนไม่ได้หรือไง”
“อยู่แบบแต่ก่อน แล้วให้คุณแม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็เมียน้อยอย่างนั้นหรือครับ คุณพ่อไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ”
“พ่อขอโทษ แต่พ่อทิ้งแม่กับแกไม่ได้ แต่จะให้พ่อทิ้งกิ่งแก้วกับลูกของเธอพ่อก็ทำไม่ได้เช่นกัน”
ธีราธรได้ฟังคำพูดเห็นแก่ตัวของคนที่ได้ชื่อว่าเป็พ่อที่ให้กำเนิด เขาถึงกับจุกจนพูดไม่ออก เขาในวัย12ปีอาจจะไม่ค่อยเข้าใจเื่ความรักของผู้ใหญ่ แต่เขาก็โตพอที่จะเข้าใจว่าเื่ไหนถูกเื่ไหนผิด
“สองคนพ่อลูกไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว เื่ของฉันกับคุณ ฉันขอให้จบกันตรงนี้แล้วกัน นับจากนี้ไปคุณจะมีสถานะเป็แค่พ่อของตาธีร์เท่านั้น สัปดาห์หน้าฉันกับลูกจะเก็บของแล้วย้ายออกจากบ้านนี้ทันที”
มลดายื่นคำขาด เธอไม่อยากได้ชื่อว่าเป็เมียน้อยของใครอีกแล้ว ต่อไปเธอและลูกจะขอออกไปใช้ชีวิตใหม่ โดยไม่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่ธนากรเป็คนซื้อให้ ธีราธรเองเมื่อเห็นแม่ของเขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว นับจากวันนั้นเป็ต้นมาเขาก็ขอให้แม่เปลี่ยนนามสกุลเขา จากที่เคยใช้นามสกุลของบิดา กลับมาใช้นามสกุลของมารดาแทน เขาเลยกลายเป็ ‘ธีราธร วงศ์กานต์’ จนถึงทุกวันนี้
มลดาและธีราธรออกมาใช้ชีวิต ด้วยการเช่าบ้านหลังไม่ใหญ่ มลดากลับไปเป็ผู้ช่วยเชฟแบบที่เธอเคยทำงานก่อนจะเจอกับธนากร ส่วนธีราธรโชคดีที่เป็่ขึ้นมัธยม เขาขอแม่ย้ายไปเรียนโรงเรียนที่แม่พอสู้ค่าเทอมไหว และก็ไปโรงเรียนตั้งหน้าตั้งตาเรียน เมื่อจบมัธยมปลายเขาก็สอบเขามหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังและเรียนจนจบ พอเขามีงานทำเก็บเงินได้พอสมควร เขาจึงให้มลดาเลิกทำงานและซื้อบ้านหลังที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่นี้
คราวแรกมลดารู้สึกลำบากอยู่มาก เพราะว่าเื่เงินทองต่างๆ ั้แ่เธอมีลูก เธอก็ไม่ได้ทำงาน เงินทุกบาททุกสตางค์ล้วนแต่ต้องพึ่งพาธนากรแทบทั้งสิ้น แต่ใน่ที่ลำบาก กิ่งแก้วแอบมาหาเธอแล้วได้มอบเงินให้เธอไว้ใช้ก้อนหนึ่ง เธอจึงสามารถเช่าบ้านและสามารถจ่ายค่าเทอมของธีราธรได้ แต่หลังจากนั้นกิ่งแก้วก็ยังส่งเสียให้เธอทุกเดือน ถึงแม้มลดาจะปฏิเสธอย่างไรก็ตาม กิ่งแก้วให้เหตุผลว่าเงินพวกนี้มลดาสมควรจะได้รับ ถึงแม้ว่าเธอไม่อยากได้ แต่อย่างน้อยธีราธรที่อยู่ในวัยกำลังเรียนก็ยังต้องใช้เงิน
มลดาได้รับการดูแลจากกิ่งแก้วนานวันขึ้นทั้งสองคนก็เริ่มสนิทกัน และเธอได้ข่าวมาอีกว่าธนากรกำลังคบหาผู้หญิงอีกคนหนึ่งเหมือนกัน นั่นยิ่งทำให้มลดารู้สึกเห็นกิ่งแก้วไม่ต่างจากตนเอง กิ่งแก้วเองก็ยอมรับว่ามลดาแตกต่างจากที่เธอคิดไว้อยู่มาก มลดาไม่เคยเรียกร้องอะไรจากพวกเธอเลยแม้แต่น้อย นั่นจึงยิ่งทำให้กิ่งแก้วรู้สึกเอ็นดูมลดาเข้าไปอีก พวกเธอไปมาหาสู่กันหลายปีจนกิ่งแก้วเองก็รู้สึกรักและเป็ห่วงธีราธรไม่ต่างกับลูกของเธอ
หลังจากที่ธีราธรเองก็คุ้นเคยกับกิ่งแก้วแล้ว เขายังได้พบกับพี่ชายและน้องสาวต่างมารดาของเขาด้วย ทั้งสองคนนิสัยน่าคบหาแบบกิ่งแก้วไม่มีผิด และดูจากท่าทางของพวกเขาก็คงจะรู้สึกยินดีเช่นกัน
“ในที่สุดฉันก็มีน้องชายเสียที รู้ไหมว่ามีน้องสาวน่ารำคาญขนาดไหน”
“หนูดีใจที่สุดเลยค่ะ ที่ได้พี่ชายเพิ่มอีกคน แถมพี่ธีร์ยังเรียนเก่ง สอนการบ้านให้หนูได้ด้วยไม่เหมือนคนบางคน”
ธีราธรเป็ลูกคนเดียว ไม่เคยมีพี่น้องมาก่อน แรกๆ เขารู้สึกแปลกและทำตัวไม่ค่อยถูก แต่พอกิ่งแก้วพาทั้งสองคนมาหาบ่อยๆ ความสัมพันธ์ของสามพี่น้องก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น จนเมื่อไม่กี่ปีก่อนที่ธีราธรเริ่มทำงาน พี่ชายต่างมารดาของเขาก็เพิ่งจะเปิดบริษัทใหม่ ส่วนน้องสาวก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงทำให้ทั้งสามคนพี่น้องต้องห่างกัน พวกเขาจึงได้แต่พูดคุยกันบ้างทางโทรศัพท์เท่านั้น