ไคน์หยิบผ้าคลุมสีดำมาสวมใส่ ดึงฮูด้าขึ้นมาคลุมศีรษะ ก่อนจะเดินเปิดประตูบ้านออกไปตามกฎข้อหนึ่งของหมู่บ้าน ชาวบ้านทุกครอบครัวจำเป็ต้องมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังภัยเมื่อถึงเวลากำหนด แต่ละครัวเรือนจะต้องส่งตัวแทนออกมาหนึ่งคน
สิทธิ์ในการเลือกมาจากผู้นำในครอบครัว ส่วนใหญ่จะส่งลูกชายคนโตไป หรือเลือกรับผิดชอบหน้าที่ด้วยตัวเอง โดยทำงานร่วมกันกับหน่วยทหารยามจากทางคฤหาสน์และเหล่าผู้ศรัทธาของโบสถ์
หลายชั่วโมงต่อมา เด็กหนุ่มกลับเข้าบ้านก่อนรุ่งสาง เส้นผมบนศีรษะเปียกชื้นตามเสื้อผ้าเต็มไปด้วยละอองน้ำค้าง รัศมีหนึ่งกิโลเมตรรอบหมู่บ้านแลดูสงบเรียบร้อยดีตรวจไม่พบร่องรอยของมอนสเตอร์หรือข่าวลือที่ว่า
จอมเวทย์หนุ่มไม่ได้ถอดใจหรือท้อแท้ แต่กลับมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม
หลังพักผ่อนเพียงไม่กี่ชั่วโมง พอตื่นนอน ไคน์รีบร่ายเวททำความสะอาดใส่ตัวเองทำอาหารง่าย ๆ กินเอง ก่อนจะทำงานอยู่ในแปลงเพาะปลูกตลอดทั้งบ่าย
ตอนเย็น เขาปลีกวิเวกอย่างต่อเนื่อง เอาแต่หมกตัวอ่านหนังสือและทำงานวิจัยอยู่ภายในบ้านตลอดทั้งวันไม่ได้ออกไปพบปะกับใครทั้งนั้น
พอยามดึก เด็กหนุ่มจึงออกไปลาดตะเวนไปรอบหมู่บ้านก่อนจะกลับมายามรุ่งสางอีกครั้ง ซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ประมาณหนึ่งอาทิตย์
หลายวันถัดไป ลึกเข้าไปในผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล
เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวดังสนั่น ฝูงนกเกาะตามกิ่งไม้พากันใแตกตื่นพากันกรูกันบินหนีตายออกมาราวกับผึ้งแตกรัง ต้นไม้ใหญ่บริเวณแถวนี้เริ่มล้มระเนระนาดจากการต่อสู้
โฮก!
เสียงจากแรงวัตถุขนาดใหญ่แหวกผ่านอากาศ บุรุษเยาว์วัยในชุดคลุมะโหลบการโจมตีได้แบบเฉียดฉิวท่าทางของเขาใจเย็นเป็อย่างมาก เหมือนเคยทำแบบนี้เป็ร้อยเป็พันครั้งรองเท้าทั้งสองข้างส่องแสงเลือนราง ส่งผลให้การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไวแตกต่างจากจอมเวทย์ทั่วไป
“RushUp!”
“GreatFire Wall!”
“MagicFire Storm!”
เปลวไฟสีแดงที่รูปทรงคล้ายกับลูกแก้วพลังงานถูกยิงออกจากจุดศูนย์กลางกระจัดกระจายออกไปในทุกทิศทุกทาง ไม่เว้นแม้กระทั่งบนท้องฟ้า
ไม่ว่ารังสีความร้อนจะพุ่งไปทางไหนก็จะก่อเกิดพายหมุนขนาดเล็กล้อมรอบเปลวไฟเอาไว้ความคมกริบของสายลมม้วนและซัดกระจายออกรอบนอก ทำให้พื้นดินในรัศมีสามสิบเมตรราวกับถูกใบมีดเฉือนออก
ฝูงไฮบัคแบร์จำนวนหนึ่งวิ่งกรูกันเข้ามาโอบล้อมเท่าที่สายตามองเห็นก็เกือบสามสิบตัว มันพยายามพังกำแพงไฟที่หมุนขดเป็เกลียวเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
แต่ต่อให้เยอะกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์ ต่างโดนเปลวไฟอุณหภูมิสูงแผดเผาจนส่งกลิ่นเหม็นไหม้ทว่าไม่ทันได้ล้มลงขาดใจตาย พวกมันยังถูกกระแสลมที่เหมือนเคียวมัจจุราชฟาดฟันใส่ เกิดรอยแผลลึกมากมายเืพุ่งสาดกระเซ็น
สิบนาทีให้หลัง ไคน์ปลดกำแพงไฟออก รอบ ๆ ตัวกองระเนระนาดไปด้วยซากศพของไฮบัคแบร์เขาชักมีดออกมา เสริมความแกร่งให้มัน เดินเจาะกะโหลกไฮบัคแบร์ทุกตัว ได้รับผลึกแก่นกลางของมอนสเตอร์มาเกือบยี่สิบเม็ด
‘เอาล่ะ พอก่อนดีกว่า ไอ้นี่น่าจะขายได้รวมกันอย่างน้อยสัก 7-8 พันเซนนี’
จอมเวทย์หนุ่มปาดเหงื่อซึ่งไม่มีอยู่จริงบนหน้าผาก เก็บแก่นกลางทุกเม็ดและซากศพไฮบัคแบร์ทั้งหมดใส่ลงในกระเป๋าเวทย์
กระเป๋าเก่า ๆ ใบนี้ซื้อมาจากร้านของโจราจ พกเอาไว้ใส่ซากมอนสเตอร์โดยเฉพาะมีราคาค่อนข้างแพง แต่ความจุของพื้นที่มากกว่ากระเป๋าสารพัดในเสื้อคลุม
สองชั่วโมงถัดมา ไคน์จึงเดินกลับมาถึงหมู่บ้านโดยสวัสดิภาพเขากำลังเดินผ่านหน้าบ้านอิฐหลังหนึ่ง พลันได้ยินเสียงทักทายจากเด็กผู้หญิง เธออายุประมาณสิบขวบวิ่งออกมาจากไร่ข้าวโพดข้าง ๆ
“พี่ไคน์ สวัสดีค่ะ”
“ไอ้หยา! นึกว่าใคร นัวร่า นี่เอง”
ไคน์ฉีกยิ้มกว้าง เดินเข้าไปหาแล้วนั่งลง พลางลูบศีรษะเด็กหญิงตัวน้อยผู้น่ารักอย่างเอ็นดู
“ไปล่าสัตว์มาเหรอคะ?”
“มอนสเตอร์ต่างหาก ทำไมวันนี้ไม่ออกไปเล่นกับพวกลุค ไม่สบายรึเปล่า?”
“ฮิฮิ หนูมาช่วยงานคุณพ่อ นั่น! เขาอยู่ตรงโน่นค่ะ”
พูดจบ เด็กหญิงตัวน้อยเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอรีบเขยิบตัวถอยห่างออกไปออกอาการเลิ่กลั่ก
“อ้าว? เป็อะไรไป เจ็บตรงไหนเหรอ?”
“ละ.. ลืมไปเลย คุณพ่อบอกว่าพี่ไคน์เป็พวกมากตัณหา ให้หนูพยายามอยู่ให้ห่างๆ เข้าไว้”
“หา?!”
มุมปากของไคน์กระตุก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง
‘นัวร่า’ คือลูกสาวเพียงคนเดียวของ ‘แกสตัน บาราซ’ อดีตนายพรานมือฉมังที่ผันตัวมาเป็เกษตรเต็มตัวเขารักและหวงลูกสาวมาก ไม่ชอบขี้หน้าไคน์เป็ทุนเดิม ความระแวงส่วนหนึ่งเป็เพราะความหื่นกามในปัจจุบันของเด็กหนุ่ม
ระหว่างที่กำลังจะพูดจาแก้ต่างให้ตัวเอง ไคน์เงยหน้าเห็นผู้ปกครองของเด็กวิ่งตรงเข้ามาหาสีหน้าดุดัน ใบหน้าหยาบกร้านจากแสงแดด ท่าทางอารมณ์เสีย คงกลัวว่าลูกสาวจะถูกฝ่ายตรงข้ามหลอกกินเต้าหู้
“ไอ้หนุ่ม ออกไปห่าง ๆ ลูกสาวของฉันซะ!”
“ลุงใจเย็น ๆ นะ ผมมาดี ไม่ได้มาร้าย”
ไคน์ชูแขนขึ้นสองข้างเป็การยอมแพ้ ถอยออกมา เขาปล่อยให้แกสตันเดินมาจูงมือเด็กหญิงแล้วจากไป
เด็กหนุ่มส่ายหัว สมัยก่อน แกสตันไม่เคยเป็แบบนี้ แต่เมื่อภรรยาสุดอึ๋มของเขา‘มาเร่’ ได้ทิ้งครอบครัวแล้วหนีออกจากหมู่บ้านไป เขาเลยกลายเป็คนอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย
มาเร่หายตัวไป ไม่มีใครทราบว่าเธอไปอยู่ที่ไหนไคน์จำได้ว่าภรรยาของแกสตันสวยมาก มีชาวบ้านหลายคนที่พากันอิจฉาเขา
ทว่า หลังแต่งงาน เด็กหนุ่มได้ยินข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ ว่า มาเร่เคยเป็โสเภณีเคยทำงานสกปรกมาก่อน พ่อค้าต่างถิ่นหลายคนสนทนากันในวงเหล้าอย่างออกรสบอกว่าภรรยาของแกสตันเป็ยอดฝีมือในการเป่าปี่ จนทำให้ฝ่ายชายโกรธมาก บุกมาเอาเื่ถึงที่
จอมเวทย์หนุ่มไม่เคยสนใจข่าวลือของมาเร่ ในโลกอันป่าเถื่อนเกิดสังคมแห่งการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดทุกรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม แกสตันเป็คุณพ่อที่ดี มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะสามารถเลี้ยงดูลูกสาวได้ด้วยตัวคนเดียว
เวลาผ่านไปอีกหลายวัน
ในที่สุด ไคน์ตัดสินใจได้แล้ว เขามีแผนจะลองตีเนียนเข้าใกล้คุณนายแอนนาลัวร์ เพื่อลอบสังเกตพฤติกรรมผิดปกติของเธอ โดยหยิบยกเอาเื่การวิจัยวงเวทของตนเองมาใช้เป็ข้ออ้าง
เนื่องจากแอนนาก็เป็จอมเวทย์เช่นกัน นั่นเลยยิ่งง่ายดายเข้าไปใหญ่
ในไม่ช้า อุบายของเด็กหนุ่มประสบผลสำเร็จ เขาสามารถตีเนียนและเดินเตร่อยู่ในคฤหาสน์ได้อย่างราบรื่นแถมยังได้รับประโยชน์ไม่น้อย มักจะเข้ามาขอคำชี้แนะด้านทฤษฎีเวทมนตร์จากฝ่ายหญิงอยู่เสมอ
“ไคน์ ถ้าเธอลองปรับแก้เส้นสมการตรงนี้ แล้วเพิ่มเส้นวงจรตรงนี้ขึ้นมาระดับความจุของวงแหวนเวทก็น่าจะเสถียรเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยนะจ๊ะ”
“ต้องเชื่อมแบบนี้นี่เอง คุณป้าเก่งจัง ขอบคุณมากครับ”
“แหม ๆ ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ อืม ถ้าเคทฉลาดได้ถึงครึ่งหนึ่งของเธอก็คงดี”
ความพยายามตีสนิทเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยกำลังคืบหน้าไปทีละนิด ไคน์แวะเวียนไปที่คฤหาสน์เกือบทุกวันหากวันไหนไม่โผล่หน้าไป เขาจะออกไปล่ามอนสเตอร์ด้านนอกหมู่บ้านตามใบสั่งแล้วเอามาขายให้โจราจ
“คุณป้า พวกเอกสารกองนี้ เดี๋ยวผมช่วยตรวจให้เองนะครับ”
“หืม? เด็กหนุ่มอย่างเธอสนใจเอกสารเหล่านี้ด้วย? ทำบัญชีเป็? ไม่ค่อยสมกับวัยเลยนะจ๊ะ”
“มันไม่ยากที่จะลองศึกษาสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอนี่ครับ ผมว่าน่าสนุกดีออก”
“คิคิ พูดซะขนาดนี้ ถ้าป้าปฏิเสธก็คงไม่ดีแล้วสิ เธอจะลองดูก็ได้ แล้วก็..ขอบใจจ้ะ”
ไคน์รับเอกสารส่วนหนึ่งมาจากมือของแอนนา เกือบทั้งหมดส่งด่วนมาจากเมืองหลวงเขานั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ เธอ และค่อนข้างสนใจข้อมูลรายละเอียดที่เขียนระบุอยู่ภายในกระดาษเหล่านี้เหมือนกัน
พวกมันมีทั้งใบแจ้งหนี้ ใบแสดงรายรับ ใบแสดงรายจ่ายรายการการประเมินการฝึก ข้อมูลเปรียบเทียบระดับพลังของว่าที่ผู้กล้าจากแต่ละพื้นที่เอกสารอนุมัติการขอบุกเบิกพื้นที่การเกษตร และรายงานจัดเก็บภาษีของหมู่บ้านในแต่ละฤดูกาล
นอกจากนี้ ไคน์พบเจอรายงานการคำนวณรายได้ของพวกขุนนางบางคนในละแวกใกล้เคียงรวมไปถึงตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านแต่ละแห่ง
ที่เหลือเป็จดหมายแจ้งข่าวอีกหลายฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการการร่วมมือระหว่างราชวงศ์กับทางโบสถ์
ตามปกติ จดหมายทั่วไปจะถูกส่งมาที่คฤหาสน์ทุกสัปดาห์หรือวันเว้นวัน
จอมเวทย์หนุ่มพลันได้เปิดหูเปิดตาเป็ครั้งแรก เขาเพิ่งทราบว่ากิจการร้านค้าของตระกูลลัวร์ในเมืองหลวงที่มีในไม่ใช่น้อยๆ เลย ถึงพวกเขาจะไม่ใช่ตระกูลขุนนางแล้ว แต่ทว่าอำนาจบารมีบางอย่างในอดีตยังคงอยู่
ในระหว่างที่กำลังตรวจสอบและคำนวณตัวเลขบัญชีของวันนี้ ไคน์ค้นพบกระดาษใบเสร็จรับเงินแผ่นหนึ่งถูกแนบรวมกันกับโบรชัวร์สินค้าเสริมความงามสำหรับสตรี
พอหยิบมาลองอ่านดู เหมือนจะเป็ใบโฆษณาพวกครีมทาผิวหรือสเปรย์ฉีดพ่นจุดซ่อนเร้นตามด้วยข้อความอวดอ้างสรรพคุณต่าง ๆ นานา
สโลแกนบรรยายสรรพคุณช่างคุยโวโอ้อวด มันเป็โฆษณาผลิตภัณฑ์โลชันบำรุงผิวสำหรับบั้นท้ายของอิสตรีกล่าวอ้างว่าสามารถเพิ่มขนาดของก้น เพิ่มความกระชับ ต่อต้านริ้วรอยและลดความหย่อนยานได้ผลจริงช่างมหัศจรรย์พันลึกนัก
‘โอ้โห! สูตรการเล่นแร่แปรธาตุในยุคสมัยนี้พัฒนาไปไกลขนาดนี้เชียว?’
ไคน์ออกความเห็นในใจ คนเ่าั้คือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
หลังข้อความยังมีวลีเด็ดต่อ
ด้านหลังขยายคำอธิบายเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของตัวสินค้า ระบุว่าสินค้าได้รับการยอมรับจากเหล่านักเคมีภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของสมาคมอัลเคมิสแห่งชาติ
หากทาโลชันเป็ประจำอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยสามเดือน ริ้วรอยบริเวณนั้นจะเรียบเนียนเหมือนตูดเด็กขนาดอวบอั๋นขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติ เห็นผลไวมากกว่าสินค้ายี่ห้ออื่นถึงสามเท่า!
เด็กหนุ่มพลิกดูด้านหลังของใบโฆษณาเจอภาพประกอบของพรีเซนเตอร์หญิงคนหนึ่ง อยู่ในชุดขุนนางแสนรัดรูป ระบุว่าเป็ลูกครึ่งเอลฟ์
หุ่นของเธอดีงามมาก หน้าอกเล็กไปหน่อย ในรูปยืนหันหลัง โค้งตัวลงเอี้ยวตัวมองจ้องมาทางนี้ มุมกล้องเหมือนจะขับเน้นบริเวณสะโพกเป็พิเศษ เพื่ออวดบั้นท้ายอันน่าประทับใจเป็จุดขาย
‘ฉิบหาย!’
ไคน์เกือบน้ำลายไหล รีบระงับอารมณ์หื่นกามที่เริ่มตื่นตัว ผลสะท้อนจากภาพนางแบบลูกครึ่งเอลฟ์บนใบโฆษณาช่างน่ากลัวเขาต้องพยายามรวบรวมสมาธิให้นิ่ง สะกดข่มเืลมที่พลุกพล่าน สูดลมหายใจเข้าออกหนักๆ จนร่างกายหายเกร็ง
การกระทำในระหว่างนี้ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของเคท พฤติกรรมลามกจกเปรตของเด็กหนุ่มได้ไปขัดหูขัดตายัยผู้หญิงอกโตแต่สมองขี้เลื่อยเข้าทำให้อีกฝ่ายเริ่มจะไม่พอใจ
“นี่นาย้าทำอะไรกันเนี่ย? ไอ้ลามก!”
“อ้าว? มองดูก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ? กำลังช่วยเคลียร์งานเอกสารบางฉบับให้แม่ของเธอไง”
“เหอะ ๆ ๆ นายขยันมากเลยเนอะ จนขนาดต้องวิ่งโร่มาอาสาช่วยงานคุณแม่ของฉันถึงที่นี่เลย? ตอแหล! คิดเื่ไม่ดีอยู่ใช่ไหม!”
ภายในห้องหนังสือ ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงาน เคท ลัวร์ ในชุดลำลองอันแสนรัดติ้วกำลังถลึงตามองเพื่อจับผิดเพื่อนชายในวัยเด็ก
สมองของเธอต้องถูกก้อนหินกระแทกแรง ๆ เท่านั้นแหละ ถึงจะหลงเชื่อวาจาปลิ้นปล้อนจากไอ้คนที่ชอบเอาแต่เหล่มองหน้าอกกับก้นทุกครั้งที่มีโอกาส