เขาอุ้มฉันไปวางไว้ในรถด้านหลังก่อนแล้วลงไปพูดอะไรบางอย่างกับกลุ่มผู้ชายที่อยู่ข้างนอกรถ ฉันสังเกตเห็นว่ามีชายคนหนึ่งนั่งรออยู่ที่ฝั่งคนขับอยู่แล้ว ฉันมองไปที่กลุ่มชายพวกนั้นที่จู่ๆก็จ้องฉันเป็ตาเดียว ชายที่อุ้มฉันหันมามองฉันตามสายตาของชายกลุ่มนั้น เขาทำตาโตแล้วรีบถอดเสื้อสูทของเขาโยนใส่ฉัน
“ มองอะไรกันวะ รีบไปทำตามที่ฉันสั่งได้แล้ว” เขาพูดเสียงดังแล้วรีบเข้ามาในรถข้างๆฉันแล้วปิดประตูเสียงดังปัง เขาหันมามองฉันที่ยังถือเสื้อเขาอย่างงงๆอยู่
“ ทำหน้างงอะไรของเธอฮะ เสื้อที่เอาให้เนี้ยก็คลุมมันลงไปสิ” เขาพูดพร้อมกับแย่งเสื้อออกไปจากมือฉันที่ยังนั่งงงอยู่กับท่าทีของเขา เขาเอาเสื้อมาคลุมที่ตัวฉันไว้
“ ป่านนี้ไอ้พวกนั้นคงเห็นไปถึงลำไส้ใหญ่แล้วมั้ง”
“ อะไรของนายเนี้ย นี่ฉันงงไปหมดแล้วเดี๋ยวโยนเสื้อใส่ฉันเดี๋ยวแย่งเสื้อกลับไปเดี๋ยวเอาเสื้อมาห่อตัวฉันไว้อะไรของนายเนี้ย” ฉันพูดขึ้นหลังจากที่เริ่มตั้งสติได้
“ ก็เธอใส่ชุดนักศึกษา”
“ ใช่ฉันใส่ชุดนักศึกษาแล้วมันจะทำไม”
“ เธอตกน้ำ”
“ ฉันไม่ได้ตกน้ำฉันตั้งใจลงไปช่วยชีวิตคุณยายที่กำลังจะจมน้ำ”
“ ทำไมเข้าใจอะไรยากอย่างนี้วะ”
“ อะไรของนายเนี้ย จะมาขึ้นเสียงใส่ฉันทำไม” ฉันเริ่มโมโหเมื่อเขาขึ้นเสียงของฉัน
“ เธอใส่เสื้อในสีดำ ทีนี้เข้าใจยัง” เขาตอบเสียงเรียบ
“ เชี้ย!! แล้วทำไมไม่บอกั้แ่แรกวะ” ฉันพยายามเอาแขนกอดหน้าอกตัวเองไว้ด้วยความใ
“ ไม่ทันแล้วเว้ยไม่ต้องพยายามปิดหรอก เห็นหมดแล้ว”
“ ไอ้บ้าเอ้ย” ฉันได้แต่สบถออกมาอย่างหัวเสีย
“ ขอบใจนะ” จู่ๆเขาก็พูดขอบคุณฉัน
“ เื่อะไร”
“ เื่ที่ช่วยชีวิตย่าของฉันไว้” เขาตอบเรียบๆแต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนของเขา
“ ไม่เป็ไรหรอก แล้วตอนนี้ย่านายอยู่ไหนอะ”
“ อยู่รถคันข้างหน้า”
“ แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ”
“ เธอจะถามถึงมันทำไม” จู่ๆน้ำเสียงของเขาก็ดุดันขึ้นจนฉันกลัว
“ ฉะ ฉันก็แค่อยากรู้ว่านายจะทำยังไงกับเธอต่อ”
“ จนถึงป่านนี้แล้วยังเป็ห่วงมันอยู่อีกหรอ” น้ำเสียงของเขายังคงดุดันอยู่จนฉันกลัวเขาเข้าแล้วจริงๆ
“ กะ ก็นายดูน่ากลัวขนาดนี้นี่ ฉันก็เลยอยากรู้ว่านายจะทำอะไรกับเธอกันแน่” ฉันเผลอเอามือมากำที่คอเสื้อโดยไม่รู้ตัว เขามองมาที่มือของฉัน
“ นี่มันกล้าทำขนาดนี้เลยหรอวะ” เขาดึงมือฉันไปดูแล้วสบถอย่างหัวเสีย
“ นะ นายใจเย็นก่อนนะฉันไม่เป็อะไรมากหรอก” ฉันพยายามพูดให้เขาใจเย็นลงเพราะตอนนี้ฉันไม่ได้เจ็บแผลแล้วเว้ย ฉันเจ็บที่เขากำข้อมือฉันต่างหาก เหมือน์มาโปรดรถจอดลงที่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงบาลภายในมหาลัยซักที เขาปล่อยมือฉันแล้วเดินลงจากรถอ้อมมาทางที่ฉันนั่งอยู่อย่างรวดเร็ว เขาเปิดประตูรถทำท่าจะอุ้มฉันลงจากรถแต่ฉันก็หยุดเขาได้ทันเวลาพอดี
“ มะ ไม่ต้องๆ ฉันเดินเองได้ฉันเจ็บแค่มือ ไม่ได้เจ็บขา” ฉันพูดพร้อมกับโดดลงจากรถให้เขาดูว่าฉันเดินไหวจริงๆ
“ แล้วย่านายล่ะ ไม่ไปหาเปลมาให้ย่าหรอ”
“ ฉันว่าจะเอาย่าไปรักษาอีกโรงบาลหนึ่ง”
“ ไม่ต้องไหนๆก็มาถึงแล้ว หมอโรงบาลนี้เขาเก่งมากเลยนะ”
“ งะ งั้นหรอ ฉันจะเชื่อเธอก็ได้ เห็นว่าเธอเป็คนในพื้นที่หรอกนะ” ฉันเดินไปลากแขนเขาไปที่จุดลงทะเบียนของผู้ป่วย และจัดการเื่ของคุณย่าให้เขาก่อนจนคุณย่าได้เข้าไปถึงมือคุณหมอแล้ว เขาก็มาจัดการเื่ของฉันต่อระหว่างที่รอหมอเรียกเข้าไปทำแผลนั้น
“ อ้าว เอสเป็อะไรมาลูก” ป้าจำปีคนรู้จักของแม่ฉันก็เดินเข้ามาทัก เท่าที่ฉันรู้ป้าจำปีทำงานเป็หัวหน้าอยู่ที่แผนกฉุกเฉินของโรงบาลแห่งนี้
“ อ่อ หนูเปล่าคะพอดีคุณย่าของเขาเกือบจมน้ำหนูไปช่วยไว้ทันเลยพามาโรงบาลคะ” ฉันตอบแบบข้ามๆเหตุการณ์บางเหตุการณ์ ฉันชี้มือไปที่ผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านข้างฉันทำให้ป้าจำปีมองเห็นว่ามือของฉันเป็แผล
“ ต๊ายแล้วลูก ทำไมมือเป็แผลขนาดนี้ล่ะลูกไปทำอะไรมาเนี้ย” ป้าจำปีดึงมือฉันเข้าไปดูด้วยความใ
“ อ่อ มันไปกระแทกกับท่าน้ำตอนที่พาคุณยายคนนั้นขึ้นจากน้ำนะป้า ไม่เป็อะไรหรอกคะแผลแค่นี้เอง” ฉันหัวเราะแห้งๆ ป้าจำปีดึงมือฉันเข้าไปนั่งรอในห้องทำแผลตัวของเขาเองก็ลุกขึ้นเดินตามมาดูฉันด้วย ป้าจำปีลากฉันเข้ามาในห้องแล้วบอกให้ฉันนั่งบนเตียงรอระหว่างที่ป้าจำปีช่วยไปตามเอกสารให้ ทำให้ในห้องทำแผลมีแค่ฉันและเขาเพียงสองคน...
เป็กำลังใจให้นักเขียนได้ง่ายๆด้วยการ กดให้ติดตาม กดให้กำลังใจ หรือ คอมเมนต์แสดงความคิดเห็น
หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยผู้อ่านทุกคนด้วย