บทที่ 9: ปฏิบัติการล้วงคอหงส์และอสูรพิทักษ์ขนปุย
"แผนการมีดังนี้..."
หลินฟานกางแผนผังร้าน (ที่วาดบนกระดาษห่อหมู) ลงบนพื้นห้องพัก แสงเทียนสลัวส่องกระทบใบหน้าจริงจังของสี่ชีวิต "เป้าหมายของเราคือ 'ห้องนอนชั้น 3' ซึ่งเป็เขตหวงห้ามของเจ๊หงส์"
"ในนั้นมีตู้เซฟลับ..." จูเกัดเสริม พลางขยับแว่น "จากการสังเกตพฤติกรรมนางมักจะเข้าไปในห้องนั้นทุกคืนวันพระ พร้อมกับถ้วยยาสมุนไพร... ข้าคำนวณแล้วว่า สิ่งที่นางซ่อนไว้คือ 'โสมโลหิตั' อายุ 100 ปี"
"โสมโลหิตั!" หยางเจียนตาโต "สมุนไพรระดับสูงที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและเืลม... มิน่าล่ะนางถึงสวยไม่สร่าง"
"ถูกต้อง" หลินฟานพยักหน้า "สำหรับนางมันคือยาบำรุงความงาม แต่สำหรับพวกเราที่ตันเถียนปิดตาย... พลังหยางอันร้อนแรงของมัน คือกุญแจดอกเดียวที่จะทะลวงจุดชีพจรให้เปิดออกได้!"
"แต่ท่านพ่อ..." หยางเจียนท้วง "นั่นห้องนอนเจ๊หงส์นะ! ถ้านางตื่นมาเจอพวกเรา... ข้าว่านางน่ากลัวกว่านักฆ่าเมื่อคืนอีกนะ"
หลินฟานกลืนน้ำลายเอือก ภาพเจ๊หงส์ถือมีดปังตอไล่ฟันลอยเข้ามาในหัว "เอาน่า... เพื่ออนาคตที่ยิ่งใหญ่ เราต้องกล้าเสี่ยง! อีกอย่าง... ข้าเตรียม 'แผนสำรอง' ไว้แล้ว"
"แอ้! (นอน!)" อาเป่าหาวหวอดๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนทับแผนผัง
"ตื่นเดี๋ยวนี้เ้าหมูตอน!" หลินฟานดึงลูกชายคนเล็กขึ้นมา "เ้าคือตัวแท็งค์สำคัญของงานนี้เลยนะ!"
ยามโฉ่ว (01.00 - 03.00 น.)
บรรยากาศในภัตตาคารัทองเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไร เงาสามสาย (และอีกหนึ่งก้อนกลมๆ ที่ถูกอุ้ม) ค่อยๆ ย่องขึ้นบันไดไม้ไปอย่างแ่เบา
ด่านที่ 1: บันไดร้อยเสียง บันไดไม้เก่าแก่ของร้านนี้มีเอกลักษณ์คือ... มันจะส่งเสียง เอี๊ยดอ๊าด ทุกครั้งที่เหยียบ เป็ระบบกันขโมยแบบบ้านๆ ที่ได้ผลชะงัด
"จูเกัด... คำนวณจุดลงเท้า" หลินฟานกระซิบ
"รับทราบ..." จูเกัดมองบันไดด้วยสายตาประมวลผล "ขั้นที่ 3 เหยียบชิดซ้าย... ขั้นที่ 5 ะโข้าม... ขั้นที่ 8 เหยียบตรงกลางด้วยน้ำหนักไม่เกิน 15 จิน..."
สามพ่อลูกค่อยๆ ก้าวเท้าตามคำบอกอย่างระมัดระวังราวกับเต้นระบำ ทุกย่างก้าวเงียบกริบ... จนกระทั่งถึงขั้นสุดท้าย
หลินฟานก้าวพลาดไปนิดเดียว! เอี๊ยด...
เสียงไม้ลั่นเบาๆ ดังขึ้น ทุกคนหยุดหายใจ หัวใจเต้นแรงแทบทะลุอก ผ่านไป 1 นาที... ไม่มีเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องเจ๊หงส์
"ฟู่ว..." หลินฟานปาดเหงื่อ "เกือบไปแล้ว"
ด่านที่ 2: ประตูกล พวกเขามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอนไม้สักบานใหญ่ ที่ล็อคด้วยกุญแจทองเหลืองดอกโต "หยางเจียน... จัดการ" หลินฟานสั่ง
หยางเจียนหยิบ 'ลวดเส้นเล็ก' ออกมาจากมวยผม ในชาติก่อน เขาคือแม่ทัพ์ผู้เที่ยงธรรม แต่ในชาตินี้... การเป็เด็กกำพร้าข้างถนนสอนให้เขาสะเดาะกุญแจเก่งยิ่งกว่าเพลงดาบ แกร๊ก! ใช้เวลาเพียง 3 ลมหายใจ แม่กุญแจก็หลุดออกอย่างง่ายดาย
หลินฟานค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป... กลิ่นหอมของดอกไม้และแป้งร่ำลอยฟุ้งออกมา ภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหรา เตียงนอนขนาดใหญ่ที่มีม่านมุ้งสีชมพูตั้งอยู่กลางห้อง ร่างระหงของเจ๊หงส์นอนหลับสนิทอยู่บนนั้น ลมหายใจสม่ำเสมอ
พวกเขาย่องผ่านเตียงไปอย่างระทึกใจ มุ่งหน้าสู่ตู้ไม้แกะสลักที่มุมห้อง "นั่นไง! กล่องใส่โสม!" จูเกัดชี้ไปที่กล่องไม้สีแดงที่วางอยู่บนหลังตู้
แต่ทันทีที่หลินฟานเอื้อมมือจะไปหยิบกล่อง... ดวงตาสีอำพันคู่หนึ่งก็เบิกโพลงขึ้นมาจากความมืดบนหลังตู้!
"แฮ่!"
เสียงขู่คำรามต่ำๆ ดังขึ้น พร้อมกับจิตสังหารที่พุ่งวาบ มันไม่ใช่เสือ ไม่ใช่ปีศาจ... แต่มันคือ "แมวเปอร์เซียสีขาวขนฟู" ตัวอ้วนกลม ที่คอผูกโบว์สีชมพู!
นี่คือ 'เสี่ยวไป๋' (เ้าขาว) แมวสุดที่รักของเจ๊หงส์ และเป็ 'อสูรพิทักษ์สมบัติ' ที่ดุร้ายที่สุดในร้าน!
"ชิบหาย... แมวเฝ้ายาม!" หลินฟานหน้าซีด
เสี่ยวไป๋ไม่รอช้า มันกระโจนเข้าใส่หน้าหลินฟานด้วยความเร็วแสง กรงเล็บแหลมคมกางออก "เมี้ยวววว! (ตายซะเถอะเ้าหัวขโมย!)"
"หลบเร็ว!" หลินฟานเอี้ยวตัวหลบได้หวุดหวิด แต่เสื้อก็โดนข่วนจนขาดเป็ทางยาว
หยางเจียนพยายามจะพุ่งเข้าไปจับ แต่เ้าแมวอ้วนกลับพลิ้วไหวดุจสายน้ำ มันะโเหยียบหัวหยางเจียน แล้วดีดตัวไปเกาะที่เพดาน! "เร็วมาก!" หยางเจียนตะลึง "นี่มันแมวธรรมดาแน่เหรอ!"
"ตามข้อมูล... มันเป็ลูกผสมของแมวป่าจันทรา!" จูเกัดกระซิบเสียงรัว "ความเร็วระดับ 4... กรงเล็บทำลายล้างระดับ 2... เราสู้มันไม่ได้โดยไม่ส่งเสียงดัง!"
เสี่ยวไป๋เตรียมจะร้องเสียงดังเพื่อปลุกเ้าของ ถ้าเจ๊หงส์ตื่น... พวกเขาตายแน่! ตายสถานเดียว!
วินาทีวิกฤต! อาเป่า ที่ยืนตาปรืออยู่ข้างหลัง จู่ๆ ก็ตื่นเต็มตาเมื่อเห็นแมว ดวงตากลมโตของทารกน้อยเปล่งประกายวิบวับ "แอ้! (แมวเหมียว!)"
อาเป่ายื่นมือป้อมๆ ออกไป เ้าเสี่ยวไป๋ที่กำลังจะร้องโวยวาย ชะงักกึกเมื่อสบตากับอาเป่า สัญชาตญาณสัตว์ป่าของมันััได้ถึง "พลังอำนาจข่มขวัญ" ระดับราชันย์สัตว์อสูรที่แผ่ออกมาจากร่างทารกน้อย (อดีตพญาครุฑทองคำเทพา)
อาเป่าทำปากจู๋ ส่งเสียงเรียก "กุ๊กๆๆๆ (มามะ)"
เหลือเชื่อ! เ้าแมวปีศาจที่ดุร้าย ค่อยๆ ลดกรงเล็บลง หูลู่ไปข้างหลัง ตัวสั่นระริกด้วยความเกรงกลัวปนยอมจำนน มันค่อยๆ ไต่ลงมาจากเพดาน แล้วเดินต้วมเตี้ยมเข้ามาหาอาเป่า อาเป่าคว้าคอเ้าแมวอ้วนมา 'กอด' แน่น (จนตาแมวแทบถลน) แล้วเอาแก้มถูไถ "งื้อ~ (นุ่มนิ่ม)"
เสี่ยวไป๋นิ่งสนิท ไม่กล้าขยับ ไม่กล้าร้อง ยอมตกเป็ตุ๊กตาของทารกน้อยแต่โดยดี
"รอดตาย..." หลินฟานถอนหายใจยาวเหยียด "ลูกสาม... เ้าคือนักปราบอสูรที่แท้ทรู"
หลินฟานรีบหันไปเปิดกล่องไม้สีแดง ภายในกล่องบุด้วยผ้าไหมสีทอง มี โสมสีแดงสดรูปร่างคล้ายั นอนสงบนิ่งอยู่ กลิ่นอายพลังงานเข้มข้นแผ่ออกมา "ของจริง!"
เขาหยิบโสมออกมา แต่ด้วยความที่เป็จักรพรรดิผู้มีคุณธรรม (บ้าง) เขาจึงล้วงหยิบกระดาษและพู่กันที่เตรียมมา เขียนข้อความทิ้งไว้ในกล่องแทน
"ขอยืมใช้ชั่วคราว เพื่อกู้โลก (และจ่ายค่าแรงตัวเอง) ...จาก พนักงานดีเด่น"
"ไปกันเถอะ!" หลินฟานเก็บโสมใส่เสื้อ แต่ปัญหาคือ... อาเป่าไม่ยอมปล่อยแมว "แอ้! (เอาไปด้วย!)"
"ไม่ได้ลูก!" หลินฟานกระซิบ "ขโมยของก็ผิดพอแล้ว ขโมยแมวโทษปะานะเว้ย!"
ต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นาน โดยหลินฟานต้องสัญญาว่าจะทำปลาทูย่างให้กินพรุ่งนี้ อาเป่าถึงยอมปล่อยเสี่ยวไป๋ (ในสภาพขนยุ่งเหยิงและตาลอย) กลับคืนสู่ที่นอน
สามพ่อลูกย่องออกจากห้อง ปิดประตูเงียบกริบ ทิ้งไว้เพียงแมวอ้วนที่นั่งมึนงงอยู่บนหลังตู้ และกระดาษโน้ตในกล่องเปล่า
กลับมาที่ห้องพักคนงาน
หลินฟานวางโสมโลหิตัลงบนพื้น "เอาล่ะ... คืนนี้เราจะเปลี่ยนโชคชะตา!"
เขาใช้มีดแบ่งโสมออกเป็ 4 ส่วน ส่วนหัว (พลังเยอะสุด) ให้ตัวเอง ส่วนลำตัว ให้หยางเจียนและจูเกัด ส่วนรากฝอย ให้อาเป่า (เพราะเด็กกินเยอะไม่ได้ เดี๋ยวธาตุไฟเข้าแทรก... อีกอย่างพลังกายอาเป่าเยอะอยู่แล้ว)
"กินเข้าไป แล้วเดินลมปราณตามเคล็ดวิชาที่ข้าจะบอก" หลินฟานนั่งขัดสมาธิ เริ่มร่ายมนต์คาถา 'คัมภีร์จักรพรรดิกลืน์'
ทันทีที่โสมเข้าปาก ความร้อนดุจลาวาก็ไหลพล่านไปทั่วร่าง หน้าของเด็กๆ แดงก่ำ เหงื่อกาฬไหลพราก ควันสีขาวลอยออกมาจากศีรษะ
"อดทนไว้!" หลินฟานกัดฟันแน่น "ชักนำพลังไปที่จุดตันเถียน! ทะลวงกำแพงที่ปิดกั้นมันซะ!"
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงดังทุ้มต่ำดังก้องในร่างของทั้งสามคน (อาเป่าหลับไปแล้ว พลังไหลเวียนเองตามธรรมชาติ) จุดตันเถียนที่เคยเหือดแห้ง บัดนี้เริ่มมีกระแสลมปราณสีทองสายเล็กๆ ก่อกำเนิดขึ้นหมุนวนอย่างช้าๆ
หลินฟานลืมตาขึ้น ั์ตาสาดแสงสีทองเจิดจ้า "สำเร็จ..."
ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่ยาจกธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็ "ผู้ฝึกยุทธขั้นรวบรวมลมปราณ ระดับ 1" แม้จะเป็ก้าวเล็กๆ แต่ก็นับเป็ก้าวแรกสู่การทวงคืนบัลลังก์!
แต่ทว่า... เช้าวันรุ่งขึ้น... เสียงกรีดร้องที่แหลมสูงระดับทำลายแก้วหู ก็ดังมาจากชั้น 3 ของร้าน
"กรี๊ดดดดดดด! ใครขโมยโสมข้า!!!!!"
และตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งลงบันไดมาด้วยความเร็วสูง พร้อมจิตสังหารที่รุนแรงกว่านักฆ่าเมื่อคืนร้อยเท่า!
หลินฟานหน้าซีดเผือก หันไปมองลูกๆ ที่กำลังนั่งกินข้าวต้มหน้าตาเฉย "ซวยแล้ว..."