ชื่อ: [ แอ็กเซล ] อายุ: [ 20 ปี ]
อาชีพ : [ ผู้ทำพันธะกับพฤกษา ]
ระดับพลัง: [ 1 ดาว 0 % ]
พลังโจมตี : [ 900 ]
สกิลอาชีพ : [เติบโต][พันธะสัญญา][อัญเชิญ][แตกหน่อ Lv.1]
สกิลเสริม:[วิ่ง][ เวทแปลงพลังงาน ][หอกเพลิง][หอกน้ำแข็ง ][ ดูดซับพลังงานคอสมิก Lv.1 ]
สกิลอาชีพคือสิ่งที่ได้รับจากอาชีพ เมื่อทุกคนกระตุ้นพันธุกรรมเพื่อดึงพลังงานจักรวาลเข้าสู่ร่างของตนในตอนเกิด อาชีพจะปรากฎขึ้นเพื่อบ่งบอกว่าใครจะดำเนินไปในแนวทางใด
หลังจากปลุกคอร์ไดฟ์ได้สำเร็จ สกิลของอาชีพจะปรากฎขึ้นมาให้เรียกใช้งาน ยิ่งแชมเปี้ยนเลื่อนระดับ สกิลอาชีพจะปลดล็อกมากยิ่งขึ้น
เพียงแต่ว่าสกิลเสริมไม่เคยปรากฎมาก่อน ในตอนที่หน้าต่างสถานะปรากฎจากการปลุกคอร์ไดฟ์ แอ็กเซลจำได้ว่ามีเพียงสกิลอาชีพที่ปรากฎขึ้นมา ตอนนี้เขากลับมีสกิลเสริม เมื่ออ่านรายชื่อของสกิลทำให้เขารู้สึกตะลึงเนื่องจากว่ามันเป็เวทมนตร์ที่เขาใช้งานออกไป
แอ็กเซลไม่เข้าใจว่าพวกมันเกิดขึ้นได้เช่นไรเพราะเขาใช้เวทมนตร์หลายอย่างพอสมควร สกิลที่ปรากฎกลับมีไม่กี่อย่าง
“ สุ่มสร้างสกิลจากการใช้งานเหรอ หรือว่าสร้างสกิลจากการทำซ้ำ บ่อยครั้ง”
รายละเอียดของสกิลแต่ละอย่างถูกทำความเข้าใจอีกครั้ง แอ็กเซลจึงทดลองใช้งานสกิลพบว่าเขาไม่จำเป็ต้องวาดวงเวทแต่อย่างใด เพียงเปิดใช้งานสกิลหอกเพลิง ด้านหน้าของเขาจะปรากฎหอกเพลิงสีแดงร้อนโดยไม่จำเป็ต้องร่าย เขาไม่ต้องสนใจกระบวนการทำงาน เพียงแค่นึกชื่อของสกิลที่้ามันจะทำงานในทันที
เมื่อมองไปยังสกิลวิ่ง แอ็กเซลจึงทดลองใช้งาน ปรากฎว่าท่วงท่าในการวิ่งของเขาถูกต้องราวกับผู้เชี่ยวชาญ ทุกย่างก้าวราวกับเป็การก็อปปี้ก้าวก่อนหน้านั้นเพื่อเรียกใช้ ไม่ว่าเขาจะลองะโหรือม้วนตัวภายในห้องเขาสามารถลุกขึ้นวิ่งได้ราวกับว่าผ่านประสบการณ์ในการวิ่งมาเป็เวลานาน
จากการทดสอบทำให้แอ็กเซลใมากเพราะสกิลที่เกิดขึ้นจะรักษาสภาพ่เวลาที่ดีที่สุดของเขาเอาไว้แล้วใช้งานออกมา
ยกตัวอย่างเช่นกันวิ่ง ต่อให้เขาจะรู้สึกเหนื่อยหอบ ความเร็วในการวิ่งของเขาไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย สกิลหอกเพลิงที่เรียกออกมาใช้มีอัตราการเผาไหม้ที่มั่นคง จากเดิมเขาต้องคอยควบคุมปริมาณพลังงาน สกิลที่เรียกใช้งานราวกับว่ามันเก็บการกระทำทุกอย่างที่ถูกต้องเอาไว้แล้วนำออกมาทำซ้ำให้กับเขา
แอ็กเซลจึงมองหาสิ่งที่ทำให้เขาได้รับสกิลเสริมจนพบเข้ากับต้นตอของสกิลทั้งหมดที่ปรากฎขึ้นมาในหน้าต่างสถานะ สกิลเติบโตของผู้ทำพันธะกับพฤกษาดูเหมือนว่าจะทำงานผิดพลาด จากคำอธิบายมันคือสกิลที่ใช้สำหรับอัพเกรดสกิลในหน้าต่างสถานะให้เลเวลสูงยิ่งขึ้น เพื่อทำให้ผู้อาชีพผู้ทำพันธะกับพฤกษาสามารถเอาตัวรอดได้ใน่เริ่มต้นเพราะมอนสเตอร์ธาตุไม้ที่ระดับต่ำกว่า 5 ดาวล้วนอ่อนแอ
อย่างไรก็ตามสกิลเติบโตกลับมีคำอธิบายซ่อนเอาไว้อีก 1 อย่าง มันสามารถเปลี่ยนการกระทำทุกอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำๆให้กลายเป็สกิลได้
แอ็กเซลที่เห็นคำอธิบายของสกิลเติบโตใน่ท้ายเขาจึงเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพตนเอง
อย่างไรก็ตามเขากลับทำหน้าสงสัย เมื่อผู้ที่ได้รับอาชีพผู้ทำพันธะกับพฤกษาเหมือนกันกับเขาไม่มีสกิลเติบโต ต่อให้แอ็กเซลจะค้นหาข้อมูลเชิงลึกในระบบกลับไม่มีใครพูดถึงสกิลนี้ แม้เขาจะเข้าไปตรวจสอบวีดีโอทดสอบสกิลเริ่มต้นของอาชีพผู้ทำพันธะกับพฤกษา ทุกคนที่มีอาชีพนี้ล้วนแล้วใช้งานสกิลได้เพียง 3 อย่างเท่านั้น ต่อให้จะเป็แชมเปี้ยนระดับ 2 ดาวก็ตามหรือจะเป็แชมเปี้ยนระดับสูงกว่านั้น สกิลเติบโตกลับไม่ใช่สกิลของอาชีพผู้ทำพันธะกับพฤกษา
“ หรือว่ามันจะเป็ผลจากการที่ฉันย้ายมาสิงร่างนี้ ”
ความเป็ไปได้จากแินี้มีสูงมาก แอ็กเซลที่เห็นว่าเขาคือคนพิเศษถึงขั้นฉีกยิ้มกว้าง หากว่าการลงมือทำบางอย่างซ้ำๆทำให้เขาได้รับสกิลมาไว้ใน หมายความว่าเวทมนตร์หรือทักษะจะสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็สกิลได้ หากเป็เช่นนั้นหมายความว่าเขาสามารถเลื่อนขั้นทักษะได้เร็วกว่าคนทั่วไป
เมื่อยืนยันได้ว่าการทำซ้ำสามารถสร้างสกิลได้ เขาจึงสร้างม่านพลังคลุมทับห้องของตนเอง จากนั้นก็เริ่มเรียกใช้งานสกิลจำเป็ที่สามารถทำให้เขาเอาตัวรอดได้ใน่เริ่มต้น
“ หอกสายฟ้า ” เปรี้ยง!
เสียงสายฟ้าฟาดดังกระหึ่มไปทั่วม่านพลัง โดยที่เสียงสายฟ้าไม่สามารถเล็ดลอดออกไปได้ หลังจากที่แอ็กเซลเรียกใช้งานเวทหอกสายฟ้าเขาจึงเข้าไปส่องดูหน้าต่างสถานะว่ามีสกิลโผล่ออกมาหรือยัง สกิลหอกสายฟ้ายังไม่ถูกสร้างเขาจึงใช้เวทหอกสายฟ้าซ้ำๆจนกว่ามันจะกลายเป็สกิล
“ มาแล้วเหรอ ”
แอ็กเซลเปิดหน้าต่างสถานะ สกิลหอกสายฟ้าปรากฎขึ้นมาแล้วจากการใช้งานเวทหอกสายฟ้าติดต่อกัน จากจำนวนการใช้งานเขาต้องยิงถึง 20 ครั้งถึงจะสร้างมันให้กลายเป็สกิลได้ แอ็กเซลจึงใช้งานเวทมนตร์ใหม่ ครั้งนี้เขาใช้มานาชีลด์ไปพร้อมๆกับเวทพันธนาการคำสาป ต่อให้เขาจะสามารถใช้เวทพื้นฐานได้มากมายก็ตาม แต่การนำทุกอย่างขึ้นมาสร้างเป็สกิล เขาคิดว่าหน้าต่างสถานะจะรกเกินไป จึงเรียกใช้แค่เวทพื้นฐานที่สามารถฆ่าศัตรูได้ หาก้าจับเวทพันธนาการคำสาปสามารถใช้งานได้อยู่หมัด ด้วยพลังระดับ 1 ดาวไม่สามารถทำอะไรได้มาก เขาจึงไม่ต้องสร้างสกิลให้รกช่อง
“ แล้วถ้าทำอย่างอื่นให้เป็สกิลด้วยล่ะจะเกิดอะไรขึ้นนะ ”
แอ็กเซลมองดูสกิลมานาชีลด์และพันธนาการคำสาปในหน้าต่างสถานะ จากการทดสอบเขาสรุปได้ว่าการสร้างสกิลไม่จำเป็ต้องทำซ้ำถึง 20 ครั้ง ขอเพียงแค่เขาใช้เวทมนตร์สมบูรณ์ได้ 5 ครั้งก็สามารถสร้างสกิลขึ้นมาได้
หลังจากพอใจกับสกิลเอาตัวรอดสำหรับแชมเปี้ยน 1 ดาวแอ็กเซลจึงนำการเคลื่อนไหวต่างๆมาทำซ้ำเพื่อให้มันกลายเป็สกิล
จากการใช้สกิลวิ่งทำให้เขาค้นพบความโกงหนึ่งอย่าง ต่อให้เขาจะเจอสถานการณ์ใดก็ตาม สกิลวิ่งจะทำงานให้มีประสิทธิภาพเต็ม 100 % ได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามสกิลกลับมีปัญหา เนื่องจากว่ามันไม่มีสกิลอื่นเข้ามารองรับ เขาสามารถวิ่งล้มได้ถ้าทางเดินมีหลุม แอ็กเซลจึงคิดจะทำให้การเคลื่อนไหวธรรมดาเป็สกิล เมื่อใช้งานเขาจะสามารถรักษาการเคลื่อนไหวที่แม่นยำเอาไว้ได้ 100 % ตลอดเวลาโดยไม่มีจุดบกพร่อง
หลังจากย่องออกมาจากห้องหลบมาด้านหลังบ้าน แอ็กเซลก็เริ่มะโไปรอบๆสนามหญ้าหลังบ้าน แม้จะเป็พื้นที่เล็กๆกลับเพียงพอให้เขายืดเส้นยืดสาย หลังจากสกิละโสร้างขึ้นได้แล้ว แอ็กเซลจึงใช้สกิลกลิ้งไปรอบๆเพื่อใช้ในสถานการณ์ที่เขาถูกโจมตีจนล้มลง นอกจากนั้นเขายังพยายามปีนป่ายกำแพงเพื่อทำให้เกิดสกิลบางอย่างที่ตนเองไม่รู้เช่นกัน
เมลด้าได้ยินเสียงบางอย่างเธอจึงลุกขึ้นมาจากเตียงใน่กลางดึก ต่อให้เธอจะนอนอยู่บนเตียงกลับไม่ได้หลับเพราะกลัวการมาของอาชญากรคนอื่นๆ การตายของอาชญากรหมายเลข 9 อาจจะทำให้คนที่อยู่ภายใต้การปกครองของมันลงมือกับดาวโนวาเพื่อชิงศพกลับคืนไปเธอจึงไม่ได้นอน
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอพบว่าลูกชายกำลังกลิ้งเป็ลูกขนุน หากนี่เป็การฝึกเธอคิดว่ามันแปลกเกินไป เธอกลับไม่ได้เข้าไปสอบถามเพราะคิดว่าลูกชายคงจะพยายามทำบางอย่างด้วยตนเอง ในขณะที่เธอกำลังมองจ้องลูกชายทำสิ่งแปลกๆนี้เอง ั์ตาทั้งสองของเธอก็เริ่มเบิกกว้างเมื่อพบว่าลูกชายที่ไม่สามารถปลุกคอร์ไดฟ์ได้ก่อนหน้านั้น กำลังปลดปล่อยการโจมตีธาตุออกมาเธอจึงรีบวิ่งลงจากบ้านเพื่อไปดูให้เห็นกับตา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ชายในตระกูลของเธอไม่สามารถปลุกคอร์ไดฟ์ได้ ไม่ว่าจะพยายามเช่นไรก็ตาม
“ แอ็กเซลจ๊ะ นั่นลูกทำได้ยังไง ”
แอ็กเซลยังไม่ได้บอกแม่เื่คอร์ไดฟ์เพราะเขาก็ยังไม่ได้ตรวจสอบมันดีเท่าไหร่ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังใกับสกิลหอกเพลิงเขาจึงยิ้มแล้วตอบคำถาม
“ ผมไม่รู้เหมือนกันครับ จู่ๆคอร์ไดฟ์มันก็เกิดขึ้นมาเองของมัน ”
“ แล้วลูกกำลังทำอะไร ”
“ ผมกำลังใช้สกิล ”
แอ็กเซลยังไม่ทันจะได้อธิบายเพิ่มเติมแม่ของเขาก็พุ่งเข้ามากอด เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านการกอดจึงยิ้มรับแล้วโอบกอดแม่
“ มีอะไรเหรอครับ ”
ไม่มีคำตอบจากผู้เป็แม่ แอ็กเซลรู้ได้ว่าเธอคงจะเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ดูท่าชีวิตในสถาบันของเขาจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่ ผู้เป็แม่คงจะเป็ห่วงเพราะเขาไม่ได้ปกติเหมือนนักศึกษาทั่วไป การที่เขาได้รับหนึ่งในพื้นฐานเหมือนแชมเปี้ยนจึงทำให้เธอรู้สึกมีความสุข กระทั่งแม่กอดเขาจนพอใจแอ็กเซลจึงยิ้มให้อีกฝ่าย
“ เป็ยังไงบ้างจ๊ะ ”
“ ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนนี้กำลังลองใช้สกิลอยู่ ”
“ อย่าหักโหมจนลืมพักล่ะ ถ้ามีอะไรให้แม่ช่วยเรียกแม่ได้ตลอดนะจ๊ะ ”
“ ครับ ผมว่าอีกสักหน่อยก็จะเข้านอนแล้วเช่นกัน ”
แอ็กเซลยิ้มให้แม่จนอีกฝ่ายกลับเข้าไปในบ้าน เขาจึงเริ่มสร้างสกิลต่อไป การมีสกิลที่เยอะทำให้เขาพลิกแพลงตามสถานการณ์ได้มากมาย แต่ปัญหากลับปรากฎให้เขาเห็น การเรียกใช้งานสกิลเขาจำเป็ต้องรู้ว่าภายในหน้าต่างสถานะมีสกิลอะไรบ้าง
จากเดิมเขาไม่จำเป็ต้องเรียกใช้งานสกิล หาก้าวิ่งร่างกายของเขาจะสั่งการไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อพาเขาวิ่งไปตามเส้นทางที่เขา้าไป แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับต่างออกไป ต่อให้เขาจะสามารถใช้งานการวิ่งที่มีประสิทธิภาพได้ เขาต้องเปิดใช้งานสกิล ยิ่งมีสกิลมากเท่าไหร่ การจะทำบางสิ่งบางอย่างจะต้องใช้ความคิดมากยิ่งขึ้น เขาไม่สามารถให้ร่างกายตอบสนองไปตามความรู้สึกได้เช่นเดิมอีกต่อไป
ถ้าหากเขา้าวิ่งไปให้ถึงกำแพงแล้วะโขึ้นไป สมองของเขาจะคิดกระบวนการแล้วควบคุมร่างกายให้ทำตามที่เขา้า เริ่มั้แ่ควบคุมขาให้ออกวิ่ง เมื่อไปถึงกำแพงเขาจะต้องะโแล้วใช้แขนเกาะ้าเพื่อดึงตนเองขึ้นไป ต่อให้เขาจะคิดกระบวนการมากมาย มันกลับเป็สิ่งที่สมองไม่รู้สึกเหนื่อย
แต่สำหรับการใช้งานสกิล เขาจะต้องนำสกิลที่เกี่ยวข้องมาวางเรียงกันเพื่อเรียกใช้งาน การสั่งการจึงต่างออกไปจากเดิม ยิ่งเขามีสกิลมากขึ้น การจะปีนกำแพงที่ทำได้แสนง่ายจะไม่ง่ายอีกต่อไปเพราะต้องเปิดใช้งานสกิลต่อกันหลายสกิล แอ็กเซลที่เห็นถึงความยากของสกิลเขาจึงพยายามสร้างแค่สกิลที่จำเป็เท่านั้น
“ ต่อไปก็อาวุธสินะ ”
แอ็กเซลเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อหาท่อนไม้หรือสิ่งใดก็ได้มาใช้แทนดาบ การเข้าเรียนสถาบันโนวาไพร์มทำให้เขาได้ฝึกทักษะระดับ 1 ดาวมาหลายอย่าง เขาจึงอยากจะสร้างมันเป็สกิลไว้ใช้ต่อสู้หากว่าศัตรูเข้าประชิดตัวสกิลนี้สามารถเอาตัวรอดได้.