บรรยากาศยามค่ำคืนในป่าลึกท้ายหมู่บ้านผาหมอกเย็นเยือกกว่าปกติ ครามและรินเดินเคียงคู่กันไปตามเส้นทางลาดตระเวนที่คุ้นเคย แสงจันทร์ที่ส่องลอดพุ่มไม้หนาทึบทำให้เกิดเงาตะคุ่มที่ดูน่าพรั่นพรึง เสียงแมลงกลางคืนที่เคยร้องระงมกลับเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าของคนทั้งสองที่เหยียบลงบนใบไม้แห้ง
ครามเดินนำหน้า ไม้เท้าอาคมในมือเปล่งแสงสลัวๆ เพื่อส่องทางในความมืด เขาสังเกตเห็นว่ารินเงียบกว่าปกติ ั้แ่การฝึกฝนกับพ่อใหญ่คำเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา เธอดูเหมือนจะมีอะไรหนักใจ แต่ทุกครั้งที่เขาถาม เธอก็บอกว่าไม่มีอะไร เพียงแค่เหนื่อยจากการฝึกฝนเท่านั้น
"ริน..." ครามหันกลับมามอง "เ้าดูเหมือนจะไม่สบายใจ มีอะไรหรือเปล่า"
รินสะดุ้งเล็กน้อย เธอกำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพ่อใหญ่คำ ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจและความปรารถนาที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในร่างกาย ทำให้เธอไม่สามารถมองหน้าครามได้อย่างตรงไปตรงมา
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" เธอตอบเสียงเบา "แค่... แค่กังวลเื่ิญญาร้ายที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น"
ครามพยักหน้า เขาเข้าใจความกังวลของริน เพราะเขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน การโจมตีของิญญาร้ายเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ และพลังอาคมของเขายังไม่สมบูรณ์พอที่จะรับมือกับภัยคุกคามที่ใหญ่กว่านี้
"ข้าเข้าใจ" เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยน "แต่เ้าไม่ต้องกังวลมาก ข้าจะปกป้องเ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
คำพูดของครามทำให้รินรู้สึกผิดมากขึ้น เธอรู้ว่าเธอไม่สมควรได้รับความรักและความไว้วางใจแบบนี้ หลังจากสิ่งที่เธอทำกับพ่อใหญ่คำ แต่เธอก็ไม่อาจบอกความจริงได้
"คราม... เ้าััได้ไหม?" รินกระซิบพลางกระชับไม้เท้าอาคมในมือแน่นขึ้น แววตาของเธอสั่นระริกด้วยสัญชาตญาณเตือนภัย "กลิ่นคาวเื... มันรุนแรงมาก"
ครามหยุดเดิน หันมาสนใจทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และรู้สึกได้ถึงกลิ่นแปลกๆ ที่ลอยมากับสายลม มันไม่ใช่กลิ่นเืธรรมดา แต่เป็กลิ่นที่แฝงไปด้วยพลังมืดอันน่าสะพรึงกลัว
ครามพยักหน้า ใบหน้าคมเข้มฉายแววจริงจัง เขาขยับตัวบังรินไว้เื้ั "เป็กลิ่นคาวที่แฝงไปด้วยไออาถรรพ์เข้มข้น ไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดาแน่"
เขาเริ่มรู้สึกถึงพลังมืดที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ อากาศรอบตัวเริ่มเย็นลงอย่างผิดปกติ และเสียงธรรมชาติทั้งหมดเงียบสนิท ราวกับสัตว์ป่าทั้งหมดกำลังหลบซ่อนตัวจากสิ่งที่กำลังจะมาถึง
"ริน อยู่ใกล้ๆ ข้าไว้" ครามสั่งเสียงเบา "และเตรียมพลังธาตุน้ำไว้ ข้ารู้สึกว่าเราจะต้องเผชิญกับอะไรที่ไม่ธรรมดา"
รินพยักหน้า แต่ในใจเธอกลับคิดถึงการฝึกฝนกับพ่อใหญ่คำ ความจริงแล้ว พลังธาตุหยินของเธอเริ่มแข็งแกร่งขึ้นมากหลังจากเหตุการณ์เ่าั้ แต่เธอไม่อาจบอกครามได้ว่าพลังนั้นมาจากการ "ฝึกฝน" แบบไหน
ทันใดนั้น เสียงพุ่มไม้สั่นไหวอย่างรุนแรงดังมาจากเบื้องหน้า ใบไม้ร่วงโรยลงมาเป็ฝนใบไม้ และเสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวก้องออกมาจากความมืด
ร่างมหึมาลายพาดกลอนกระโจนออกมาจากความมืด มันคือ "เสือสมิง" ขนาดใหญ่กว่าเสือทั่วไปเท่าตัว ตัวสูงเกือบสองเมตร ความยาวจากหัวจรดหางเกินสามเมตร ิัของมันมีรอยแผลฉกรรจ์จากการถูกอาคมกระแทกจนเหวอะหวะ เืสีดำคล้ำไหลซึมออกมาพร้อมกับควันจางๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ดวงตาของมันแดงก่ำด้วยความอาฆาตและหิวโหย เขี้ยวยาวเหลืองคล้ำโผล่ออกมาจากปากที่ยิงฟัน
มันคือสมิงร้ายที่าเ็จากการปะทะกับผู้ผนึกจากหมู่บ้านอื่นและหนีซุกซ่อนมาเพื่อหาแหล่งพลังงานใหม่ ร่างกายที่าเ็ทำให้มันโกรธแค้นและดุร้ายยิ่งขึ้น กรงเล็บขนาดมหึมาของมันเปล่งประกายในแสงจันทร์ แต่ละเล็บยาวเกือบฟุต คมกริบเหมือนดาบ
"มันาเ็มาแล้ว ริน! ผสานพลังน้ำและไฟสกัดมันไว้!" ครามะโสั่ง ขณะเดียวกันก็เริ่มรวบรวมพลังธาตุไฟในตัว
รินไม่รอช้า เธอยกไม้เท้าอาคมขึ้น เริ่มร่ายมนตร์เรียกพลังธาตุน้ำ แต่ในใจลึกๆ เธอรู้สึกถึงพลังหยินที่พ่อใหญ่คำช่วยปลุกเร้าขึ้นมา มันแข็งแกร่งกว่าที่เธอเคยรู้สึกมาก่อน
สมิงร้ายคำรามสนั่นจนแผ่นดินะเื เสียงที่น่าสะพรึงกลัวก้องไปทั่วป่า นกที่ยังหลงเหลืออยู่บินหนีไปอย่างตื่นตระหนก มันกระโจนเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือชั้น แม้จะาเ็แต่มันยังคงเปี่ยมไปด้วยพละกำลังปีศาจ
ครามวาดไม้เท้าอาคมสร้างกำแพงธาตุดินขึ้นขวางหน้า กำแพงหนาเกือบเมตรผุดขึ้นมาจากพื้นดิน แต่กรงเล็บขนาดมหึมาของมันกลับตะปบลงมาจนกำแพงอาคมแตกร้าวร่วงหล่น เศษดินและหินกระเด็นไปทั่ว
"พลังของมันแรงกว่าที่คิด!" ครามร้องออกมา ขณะที่เขาต้องหลบเศษกำแพงที่กระเด็นมา
รินไม่รอช้า เธอร่ายมนตร์เรียกกระแสธาตุน้ำจากความชื้นในอากาศ สายน้ำหนาเป็เชือกพุ่งออกไปเข้าพันธนาการขาของมันไว้ แต่สมิงร้ายใช้กำลังมหาศาลดึงขาด สายน้ำแตกกระจาย
"พลังของข้ายังไม่พอ!" รินร้องออกมาด้วยความหงุดหงิด เธอรู้สึกถึงข้อจำกัดของตัวเอง แม้ว่าพลังจะเพิ่มขึ้นจากการ "ฝึกฝน" กับพ่อใหญ่คำแล้วก็ตาม
ครามเห็นว่าการป้องกันไม่ได้ผล เขาจึงเปลี่ยนเป็การโจมตี "อัคคีผลาญอาธรรพ์!" ครามสบโอกาส ซัดฝ่ามืออัดพลังธาตุไฟที่รุนแรงเข้าใส่สีข้างของสมิงร้าย ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง
เสียงะเิของอาคมดังสนั่นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของสัตว์ร้าย กลิ่นขนไหม้และเืลอยฟุ้งในอากาศ สมิงร้ายถูกพลังไฟเผาไหม้ด้านข้าง ทำให้มันโกรธแค้นยิ่งขึ้น
แต่ทว่าในจังหวะที่มันกำลังจะสิ้นฤทธิ์ สมิงร้ายที่จนตรอกกลับใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าหาคราม ความเ็ปและความโกรธแค้นทำให้มันไม่สนใจอันตรายใดๆ อีกต่อไป มันตวัดกรงเล็บที่อาบไปด้วยพิษอาถรรพ์เข้าที่หน้าอกและหัวไหล่ของชายหนุ่มอย่างจัง
เล็บยาวคมกริบฉีกผ่านเสื้อผ้าและเนื้อหนังของครามได้อย่างง่ายดาย เืสีแดงสดพุ่งออกมาทันที แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือสีดำคล้ำที่เริ่มแทรกซึมเข้าไปในาแ มันคือพิษของสมิงที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทั้งร่างกายและพลังอาคม
"อัก...!" ครามกระเด็นไปตามแรงกระแทก ร่างของเขากระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนกระอักเื เสียงกิ่งไม้หักดังแปะปะ เล็บของสมิงฝังลึกเข้าไปในเนื้อ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือไอสีดำที่เริ่มซึมเข้าสู่าแอย่างรวดเร็ว
ครามรู้สึกถึงความเย็นเฉียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง พิษของสมิงเริ่มกัดกร่อนเส้นชีพจรอาคมของเขา ทำให้เขารู้สึกอ่อนแรงลงทุกที
"คราม!" รินกรีดร้องด้วยความใ เสียงของเธอแหบแห้งด้วยความหวาดกลัว เธอเห็นเืที่ไหลออกมาจากาแของคราม และสีหน้าของเขาที่เริ่มซีดขาว
ความโกรธและความหวาดกลัวที่ครามจะเสียชีวิตทำให้พลังหยินในตัวรินปะทุขึ้นมาอย่างไม่เคยมีมาก่อน มันคือพลังที่พ่อใหญ่คำช่วยปลุกเร้าขึ้นมา แต่ตอนนี้มันถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ที่บริสุทธิ์ - ความรักและความ้าปกป้องคราม
เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ทั้งพลังธาตุน้ำและพลังหยินที่เพิ่งตื่นขึ้น สร้างจักรวาลวารีขนาดมหึมาที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง น้ำที่ถูกอัดแน่นจนกลายเป็ใสเหมือนคริสตัล
"อย่าทำร้ายคราม!" รินร้องออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
จักรวาลวารีพุ่งไปบีบอัดเข้าที่หัวของสมิงร้าย แรงดันจากน้ำที่ถูกอัดแน่นทำให้กะโหลกของมันแตกร้าว เสียงกรีดร้องของสัตว์ร้ายก้องไปทั่วป่า
แต่รินยังไม่หยุด เธอรวบรวมพลังธาตุลมที่เหลืออยู่ สร้างใบมีดลมที่คมกริบ ซ้ำเติมด้วยการะเิพลังธาตุลมอัดซ้ำจนร่างของสัตว์ปีศาจแหลกสลายกลายเป็ธุลีควันหายไปในความมืด
เสียงเงียบกริบกลับคืนมาสู่ป่า เหลือเพียงเสียงหายใจหอบของรินและเสียงครางเจ็บของคราม
รินรีบโผเข้าไปหาครามที่บัดนี้ใบหน้าเริ่มซีดขาวและริมฝีปากเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำ าแที่หน้าอกของเขาดูน่ากลัวและมีควันพิษพุ่งออกมาไม่หยุด เส้นเืสีดำเริ่มปรากฏขึ้นรอบาแ แสดงให้เห็นว่าพิษกำลังแพร่กระจาย
"คราม... แข็งใจไว้นะจ๊ะ ข้าจะพาพี่กลับบ้าน" รินพูดด้วยเสียงสั่น น้ำตาไหลรินไม่หยุด เธอพยายามใช้พลังธาตุน้ำชะล้างพิษออกจากาแ แต่พิษของสมิงแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะจัดการได้
ครามพยายามยิ้มให้ริน แม้ว่าจะเ็ปมาก "ไม่เป็ไร... ริน... ข้าจะไม่ตายง่ายๆ หรอก..." เสียงของเขาแ่ลงเรื่อยๆ
รินรู้สึกถึงน้ำหนักของครามที่เพิ่มขึ้น เขาเริ่มหมดสติเพราะพิษ เธอต้องใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่เพื่อพยุงเขา
การเดินทางกลับหมู่บ้านเป็เื่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของริน เธอต้องแบกน้ำหนักของครามที่หนักอึ้งไปตามเส้นทางที่ขรุขระ ทุกก้าวที่เดิน เธอรู้สึกว่าครามหนักขึ้นเรื่อยๆ และลมหายใจของเขาก็อ่อนลงเรื่อยๆ
"อย่าหลับนะคราม พูดกับรินสิ" เธอพยายามปลุกเขาตลอดทาง "เล่าเื่อนาคตของเราให้ฟังสิ เล่าเื่ที่เราจะแต่งงานกัน"
ครามพึมพำตอบเบาๆ แต่คำพูดไม่ชัดเจน เขาเริ่มมีไข้สูงจากพิษ ใบหน้าร้อนผ่าว แต่มือเท้ากลับเย็นเฉียบ
เมื่อถึงหมู่บ้าน รินร้องเรียกให้คนช่วยด้วยเสียงแหบแห้ง "ช่วยด้วย! ครามเป็อะไร! พ่อใหญ่คำ! แม่เฒ่าบัว!"
เสียงร้องของเธอดังไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ยังตื่นอยู่รีบวิ่งออกมาดู พ่อใหญ่คำและแม่เฒ่าบัวรีบลงมาจากเรือนด้วยความใ
เมื่อเห็นสภาพของหลานชาย พ่อใหญ่คำถึงกับหน้าถอดสี ใบหน้าที่เคยสงบเสมอมาแสดงความใอย่างชัดเจน "เกิดอะไรขึ้น! ทำไมครามถึงได้รับาเ็หนักขนาดนี้!"
"สมิงร้าย!" รินตอบด้วยเสียงสั่น "มันใช้กรงเล็บที่มีพิษ ครามได้รับาเ็เพื่อปกป้องข้า"
พ่อใหญ่คำไม่รอช้า รีบสั่งให้พาร่างของครามเข้าไปในห้องนอนชั้นในทันที "รีบ! พาเขาเข้าไปข้างใน! แม่เฒ่าบัว เตรียมยาสมุนไพรและน้ำมนต์!"
ห้องนอนชั้นในของเรือนพ่อใหญ่คำเป็ห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในบ้าน มีเครื่องรางของขลังและยาสมุนไพรหายากเก็บไว้มากมาย กลิ่นธูปและสมุนไพรหอมฟุ้งไปทั่วห้อง
พ่อใหญ่คำวางมือลงบนหน้าผากของคราม ตรวจสอบอาการด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาััได้ถึงพิษที่กำลังแพร่กระจายไปตามเส้นเื และที่น่ากลัวกว่านั้นคือมันเริ่มเข้าสู่เส้นชีพจรอาคม
"พิษสมิง... แถมยังเป็พิษที่ซึมลึกเข้าถึงเส้นชีพจรอาคม" แม่เฒ่าบัวพึมพำขณะนำยาสมุนไพรสดมาตำผสมกับน้ำมนต์สัตตโลหะเพื่อประคบาแ กลิ่นขมของยาสมุนไพรฟุ้งไปทั่วห้อง
รินนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย มือของเธอกุมมือของครามที่เริ่มเย็นชืดไว้แน่น เธอรู้สึกถึงชีพจรที่อ่อนลงเรื่อยๆ
"ครามจะเป็อะไรไหม" เธอถามด้วยเสียงสั่น "บอกรินที เขาจะไม่ตายใช่ไหม"
พ่อใหญ่คำตรวจสอบชีพจรอาคมของครามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาวางมือทั้งสองข้างลงบนหน้าอกของคราม ปิดตาสวดมนตร์เบาๆ เพื่อตรวจสอบการไหลเวียนของพลังชีวิต
หลังจากตรวจสอบนานกว่าสิบนาที พ่อใหญ่คำเปิดตาขึ้นมาด้วยสีหน้าหนักใจ "ไอ้ครามมันฝืนใช้พลังธาตุไฟมากเกินไปตอนที่พิษเข้าสู่ร่างกาย ทำให้พิษมันลามเร็วขึ้น ตอนนี้พิษเข้าสู่ระบบไหลเวียนเืแล้ว"
เขาหยุดพูดสักครู่ มองหน้าครามที่ซีดขาว "ข้าและแม่เฒ่าต้องใช้มนตร์สะกดพิษไว้ไม่ให้เข้าสู่หัวใจ แต่มันต้องใช้เวลา... อย่างน้อย 1 เดือนเต็มๆ ที่มันจะต้องนอนนิ่งอยู่บนเตียงนี้ ห้ามขยับตัวหรือใช้พลังอาคมเด็ดขาด มิเช่นนั้นเส้นชีพจรมันจะแตกสลาย"
คำพูดของพ่อใหญ่คำเหมือนฟ้าผ่าสำหรับริน หนึ่งเดือนเต็ม ครามจะต้องนอนป่วยหนักขนาดนี้เป็เวลานาน และที่แย่กว่านั้นคือเขาอาจจะไม่รอดถ้าพิษเข้าสู่หัวใจ
รินสะอื้นไห้ "เป็เพราะข้า... ถ้าข้าระวังมากกว่านี้ ถ้าข้าแข็งแกร่งกว่านี้ ครามคงไม่เจ็บหนัก"
น้ำตาของเธอหยดลงบนมือของคราม เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ทั้งเื่ที่ครามต้องมาปกป้องเธอ และเื่ที่เธอทำกับพ่อใหญ่คำ ความรู้สึกผิดสองเื่นี้กัดกินใจเธออย่างทรมาน
พ่อใหญ่คำเดินเข้ามาวางมือลงบนบ่าของริน แววตาของชายชราดูวูบไหวประหลาด มีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าความเป็ห่วงธรรมดา
"อย่าโทษตัวเองเลยแม่ริน มันเป็วิบากกรรม... แต่ใน่ที่ครามต้องพักรักษาตัวอยู่นี้ เขตอาคมรอบหมู่บ้านจะขาดคนดูแลไม่ได้ โดยเฉพาะิญญาร้ายที่เริ่มตื่นตัวเพราะได้กลิ่นเืของมัน"
เขาเดินไปมาในห้องด้วยท่าทางกังวล "กลิ่นเืของสมิงจะดึงดูดิญญาร้ายอื่นๆ มาหาหมู่บ้านเรา การป้องกันจะต้องเข้มงวดขึ้น"
พ่อใหญ่คำเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำที่แฝงไปด้วยนัยบางอย่าง สายตาของเขาจับจ้องมาที่รินอย่างไม่วางตา
"แม่ริน... ั้แ่คืนนี้เป็ต้นไป เ้าไม่ต้องออกไปลาดตระเวนคนเดียวหรอก ข้าจะรับหน้าที่ยามค่ำคืนแทนไอ้ครามเอง ส่วนเ้า... มีหน้าที่ดูแลครามในตอนกลางวัน และ่เย็นก็มาช่วยข้าเตรียมเครื่องรางของขลังใต้ถุนเรือน"
รินเงยหน้าขึ้นมองพ่อใหญ่คำ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ความทรงจำอันเร่าร้อนริมลำธารที่เคยเกิดขึ้นกับชายชราตรงหน้าวูบขึ้นมาในหัวทันที ความห่วงใยในตัวครามที่เจ็บหนักและความหวาดหวั่นต่อ "หน้าที่ใหม่" ที่ต้องทำร่วมกับพ่อใหญ่คำเริ่มพันกันจนยุ่งเหยิง
เธอเข้าใจดีว่าการ "เตรียมเครื่องรางของขลังใต้ถุนเรือน" หมายถึงอะไร มันไม่ใช่การเตรียมเครื่องรางธรรมดา แต่เป็การ "ฝึกฝน" แบบที่เธอเคยทำกับเขามาแล้ว
"จ๊ะ... พ่อใหญ่" รินรับคำเสียงแ่ เสียงของเธอสั่นเทาด้วยความกลัวและความตื่นเต้นปนกัน
โดยไม่รู้เลยว่า 1 เดือนที่ครามต้องนอนพักฟื้นอยู่นั้น จะกลายเป็่เวลาที่ชีวิตของเธอต้องตกอยู่ภายใต้พันธนาการแห่งราคะที่พ่อใหญ่คำรอคอยมาแสนนาน
แม่เฒ่าบัวที่กำลังตำยาสมุนไพรอยู่ไม่ได้สนใจบทสนทนา เธอมุ่งความสนใจไปที่การรักษาคราม แต่พ่อใหญ่คำและรินต่างก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาจะไม่ใช่เื่ธรรมดา
ขณะที่ครามหลับใหลอยู่ท่ามกลางพิษาแที่รุมเร้า ภายในห้องนอนที่ปิดสนิทนั้น รินััได้ถึงสายตาของพ่อใหญ่คำที่จับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา
มันไม่ใช่สายตาของปู่ที่มองหลานสะใภ้ แต่เป็สายตาของเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อที่ไร้ทางสู้ในยามวิกาล เป็สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและแผนการที่เขาวางไว้นานแล้ว
รินรู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เธอก็รู้เช่นกันว่าเธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่เพียงแต่เพราะเธอต้องดูแลคราม แต่ยังเพราะร่างกายของเธอเองก็โหยหาััของพ่อใหญ่คำอยู่
ในความมืดของห้องนอน เสียงหายใจเ็ปของครามผสมกับเสียงหัวใจเต้นแรงของริน สร้างเป็เสียงประสานที่บอกเล่าถึงโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น
พ่อใหญ่คำยิ้มเ้าเล่ห์ในความมืด เขารู้ว่าแผนการของเขากำลังจะสำเร็จ หนึ่งเดือนเต็ม เขาจะมีเวลาอยู่กับรินโดยไม่มีครามมาขัดขวาง เขาจะได้ "ฝึกฝน" กับเธออย่างเต็มที่ จนกว่าเธอจะกลายเป็ของเขาโดยสมบูรณ์
ส่วนรินนั้น เธอนั่งข้างเตียงคราม กุมมือเย็นเฉียบของเขาไว้แน่น น้ำตาไหลเซาะแก้มขาว ในใจเธอต่อสู้ระหว่างความรักที่มีต่อครามกับความปรารถนาที่มีต่อพ่อใหญ่คำ
เธอรู้ว่าหนึ่งเดือนข้างหน้าจะเป็่เวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต เธอจะต้องเลือกระหว่างความซื่อสัตย์ต่อคนรักกับความปรารถนาที่เธอไม่อาจต้านทานได้
แสงเทียนริบหรี่ลงเรื่อยๆ เงาของทั้งสามคนเต้นระบำบนผนังไม้ ราวกับกำลังเล่าเื่ราวของความรัก ความหลอกลวง และความปรารถนาที่จะพันกันอย่างซับซ้อนในเดือนข้างหน้า
ครามยังคงหลับใหลอย่างไม่รู้เื่ราว ไม่รู้ว่าชีวิตของเขาและคนที่เขารักกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ภายใต้พันธนาการแห่งเงามืดที่พ่อใหญ่คำกำลังสานใส่...