“อืม…” ภานุไม่รู้ว่าตัวเองนั้นหลับไปนานเท่าไหร่ แต่ทันทีที่ตื่นมาเขากลับพบว่าตัวเองนั้นอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกสูงตึกใดตึกหนึ่ง พร้อมกับมีลมเย็นๆ พัดผ่านมาตลอดทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสบายและต้องการจะหลับอีกรอบ อย่างไรก็ตามสายตาของชายหนุ่มเหลือบไปมองเห็นบุคคลหนึ่งซึ่งกำลังนั่งห้อยขาอยู่บนชายขอบของชั้นดาดฟ้า
ชายคนนี้มีเอกลักษณ์อย่างมากไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวหรือศีรษะที่ไม่มีเส้นผมอยู่เลยแม้แต่เส้นเดียว ชายหนุ่มได้มองสังเกตอีกฝ่ายอยู่นานและต้องพบกับความประหลาดใจ
“นะ…หน่วยพิฆาต! ” ภานุเผลอหลุดปากออกมาเสียงดังทำให้ชายหัวโล้นคนนั้นหันมามองพร้อมกับยิ้มให้เขา ภานุสังเกตบาดแผลบนร่างกายของตัวเองและพบว่าตอนนี้บาดแผลของเขานั้นได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังเหลืออาการเจ็บปวดอยู่เล็กน้อย หลังจากตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะต้องนึกถึงพรสวรรค์อันสุดยอดของตนเอง ที่ในที่สุดเขาก็สามารถใช้งานมันได้แม้จะไม่ได้รู้วิธีการที่แน่ชัดก็ตาม
‘หลังจากที่เรากัดเจ้าลิงจ๋อและกลืนเนื้อของมันลงไปแล้ว เราก็ได้รับทักษะที่มีชื่อว่าหนึ่งเดียวกับสายลมมา ซึ่งมันเป็นทักษะการเคลื่อนไหวที่เหมือนกับของเจ้าลิงจ๋อตัวนั้นใช้…ถ้าหากเรากินเนื้ออย่างอื่นบางทีอาจจะได้ความสามารถสิ่งที่กินเข้าไปก็ได้’
ภานุคิดกับตัวเองในใจ เขาตระหนักได้ว่าพรสวรรค์ของเขานั้นไม่ใช่พรสวรรค์ที่เรียบง่าย เขาที่มักจะเฝ้าสาปแช่งพระเจ้าตลอดว่าเหตุใดจึงมอบพรสวรรค์ที่ตัวเขาไม่สามารถใช้ได้มาใหม่ ตอนนี้ชายหนุ่มจำเป็นต้องรีบกล่าวขอโทษอย่างรวดเร็ว เพราะพรสวรรค์การ ‘กลืนกิน’ ของเขานั้นนับว่าอาจจะเป็นพรสวรรค์ที่ขี้โกงที่สุดก็ว่าได้หากมันเป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้
“สวัสดีนักเรียนทหารภานุ ฉันเรียกชื่อเธอถูกใช่ไหม? ” ชายหัวโล้นกล่าวขึ้นในขณะที่จับจ้องไปที่ภานุอย่างไม่วางตา สายตาของอีกฝ่ายนั้นทำให้ภานุรู้สึกไม่ดีเล็กน้อย เพราะในแววตาของอีกฝ่ายยามจ้องมองมายังเขานั้นมันเต็มไปด้วยประกายของความต้องการบางอย่าง…
“คุณคือ? ”
“เรียกฉันว่าริก หรือริกกี้ก็ได้”
ภานุพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวถามในเรื่องที่สงสัยว่า
“คุณริก คุณเป็นคนที่ช่วยชีวิตและรักษาบาดแผลของผมใช่ไหม? ”
“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง…เป็นหน่วยพลเรือนที่ช่วยรักษานายเอาไว้ และเป็นตัวนายเองที่รักษาชีวิตตัวเองจากวานรวายุตัวนั้นได้! ” ริกกล่าวออกมาทำให้ภานุเกิดอาการมึนงงเล็กน้อย เขาสับสนว่าเป็นหน่วยพลเรือนที่ช่วยเขาเอาไว้แล้วเหตุใดริกซึ่งแต่งตัวเหมือนกับหน่วยพิฆาตจึงได้มาอยู่กับเขาที่นี่ แถมยังเป็นที่ตึกสูงอีก
‘เขาคงไม่ใช่สายนั้นหรอกนะ…’ ภานุคิดขึ้นในใจในขณะที่เห็นรอยยิ้มที่ดูน่ากลัวของริกยิ้มให้ตน ในขณะเดียวกันเขาก็อดไม่ได้ที่จะขย้ำก้นตัวเองเพื่อเช็คบางอย่างเมื่อเห็นว่าก้นของเขานั้นไม่ได้มีอาการผิดปกติอันใดเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ริกได้สังเกตสีหน้าท่าทางของภานุอย่างละเอียด ซึ่งตัวมันเองนั้นก็ไม่ได้โง่เมื่อเห็นสายตาที่หวาดระแวงของชายหนุ่มจ้องมองมาที่มันพร้อมกับสำรวจก้นตัวเอง
‘ไอเด็กเวรนี่คิดว่าฉันตุ๋ยตูดมันอย่างงั้นเหรอ?’ รอยยิ้มของริกถึงกับแข็งค้างในขณะเดียวกันมันก็ได้รีบกล่าวออกมาทันทีเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเบื้องหน้ามันเข้าใจผิดอีก
“นักเรียนภานุ! ที่ฉันพาตัวเธอมาคุpในวันนี้เพราะคิดสนใจ….ในความสามารถในการต่อสู้และความกล้าหาญของเธอ จึงอยากจะเชิญชวนเธอให้เข้าร่วมกับกองกำลังของเราด้วย! ”
ริกนั้นกล่าวออกมาอย่างติดขัดเพราะกลัวว่าคำพูดของตัวเองจะไปกระตุ้นความคิดอันเลวร้ายของชายหนุ่มเบื้องหน้ามัน ทั้งชีวิตของมันนั้นไม่เคยต้องรู้สึกต้องระวังคำพูดขนาดนี้แม้ว่ามันจะอยู่ต่อหน้าเจ้าเมืองก็ตาม ภานุรู้สึกโล่งอกขึ้นเล็กน้อยในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกตกตะลึงจึงรีบกล่าวถามออกมาทันที
“กองกำลังที่ว่าคือกองกำลังของหน่วยพิฆาตหรือเปล่า? ”
ริกตอบคำถามชายหนุ่มด้วยท่าทางพยักหน้าหนึ่งครั้งเท่านั้น แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ชายหนุ่มตื่นเต้นแล้วเพราะว่าภานุนั้นปรารถนามาตลอดที่จะได้เข้าร่วมกับหน่วยพิฆาตและออกสำรวจผจญภัยโลกภายนอก อย่างไรก็ตามทันทีที่เขาบอกความคิดของตัวเองกับครอบครัวเขานั้นเขากลับถูกแม่ของตัวเองตีก้นสั่งสอนอย่างรุนแรงและบังคับให้เขาเปลี่ยนความคิด ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ต้องการส่งลูกตัวเองไปตายในหน่วยพิฆาตหรอกจริงไหม?
“เป็นเกียรติสำหรับผมมากๆ แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถถึงขนาดนั้น อีกอย่างครอบครัวของผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้แน่นอน”
ริกพยักหน้าอย่างเข้าใจ อย่างไรก็ตามเขายังคงกล่าววาจาต่อไปเพื่อสอบถามบางอย่างจากภานุ
“แล้วถ้าเธอไม่เข้าหน่วยของเรา แล้วเธอต้องการเข้าหน่วยพลเรือนงั้นเหรอ? ”
“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน…”
ภานุกล่าวตอบด้วยเสียงเบาๆ เขาไม่ต้องการที่จะเข้าหน่วยพลเรือนเลยแม้แต่น้อย มีคำพูดที่ว่าหน่วยพลเรือนนั้นเป็นทหารที่ต้องการหลบอยู่แต่ภายในเมืองไม่กล้าไปเผชิญกับโลกภายนอก เมื่อริกได้ยินคำตอบของภานุมันก็ไม่ได้ผิดหวังแต่อย่างใด เพราะมันเห็นท่าทางที่ดื้อรั้นของชายหนุ่มอย่างชัดเจน มันจึงได้กล่าวต่อว่า
“หากเธอลองมองไปอนาคต…จะเกิดอะไรขึ้นหากวันหนึ่งกำแพงเมืองที่ขวางกั้นถูกทำลาย แน่นอนคำตอบก็คือจะมีชาวเมืองที่ถูกสัตว์ร้ายสังหาร และหนึ่งในนั้นอาจจะรวมถึงครอบครัวเธอด้วยรู้ไหมว่าทำไม? ”
ภานุคิดกับตัวเองสักพักก่อนที่จะถอนหายใจออกมาและกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจ
“เพราะผมอ่อนแอ”
“คำตอบของเธอมันก็ถูก! แต่คำตอบที่ถูกที่สุดก็คือชาวเมืองและตัวเธอมันเป็นแค่ผู้ถูกล่าต่างหาก ครอบครัวของเธอเลยต้องมีชะตากรรมเช่นนั้น หน่วยพิฆาตของพวกเราจะมีอันตรายหรืออัตราการเสียชีวิตที่สูงแล้วอย่างไร? แต่หากเธอสามารถรอดชีวิตในขณะที่สำรวจอยู่ในโลกภายนอกนั้นได้ เธอก็จะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นและเปลี่ยนจากผู้ถูกล่ากลายเป็นผู้ล่าแทน โลกใบนี้น่ะมันไม่เหมาะกับพวกที่ขี้ขลาดและต้องการจะหลบอยู่หลังกำแพงอย่างเดียวหรอก! ”
“เพราะสักวันหนึ่งกำแพงก็ต้องพังลง และผู้ที่อยู่ในกำแพงก็จะต้องตายอย่างไม่มีทางเลือกเพราะถูกล่า! ”