พอฟ้าสาง วันยุ่ง ๆ ก็กลับมาอีกครั้ง
ยาที่สวีชื่อต้องกิน ต้มเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนิงเยี่ยนถือกรวยไว้ในมือพลางฉีกยิ้มกว้าง เธอใช้มือเปิดปากของสวีชื่อออก แล้วสอดกรวยเข้าไป
แต่ต้องรู้ไว้อย่างหนึ่ง ว่ายานี้ใส่**หวงเหลียนลงไปเยอะเลยล่ะ...... **สมุนไพรที่มีรสชาติขมจัด
“แค่ก ๆ ...แค่กๆ ..แค่กก...”
พอยาไหลลงคอ รสชาติขมจัดของยาก็แผ่ซ่านไปทั่วปาก สวีชื่อที่อยากจะแกล้งหลับก็แกล้งต่อไปไม่ไหว
“ฟื้นแล้วหรือ? ฟื้นแล้วก็กินยาเองนะ”
หนิงเยี่ยนเอายาวางไว้ที่ข้างเตียงแล้วเดินออกไป
งานในครัวก็ยุ่งวุ่นวาย หนิงเยี่ยนไม่มีเวลาไปดูแลปรนนิบัติคนที่มาหาเื่เธอไม่เว้นวันหรอก ตอนนี้ในห้องจึงเหลือเพียงแค่สวีชื่อ
สวีชื่อยังไม่อยากตาย เธอยังอยากอยู่เห็นลูกชายเป็ขุนนาง เธอยังไม่ได้เป็คุณนายเลยจะตายไม่ได้ คิดได้แบบนั้นจึงเอามือบีบจมูกแล้วกลืนยารสขมในถ้วยลงท้องไป
พอได้กินยาแล้ว ก็ผุดกายลุกขึ้นนึกอยากจะกลับไปบ้านตระกูลหนิง ั้แ่สลบไปสองวัน นอกจากยารสขม เธอยังไม่ได้กินอะไรเลย ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง เพิ่งลุกขึ้นก็รู้สึกไม่มั่นคง จนล้มลงไปกับพื้น
สวีชื่ออ้าปากนึกจะเรียกหนิงเยี่ยนให้มาช่วย เธอเค้นเสียงออกมาจากคอที่แห้งผาก พูดออกมาได้แค่สองคำ คอก็เจ็บเหมือนโดนมีดกรีด สวีชื่อเปล่งเสียงดัง ๆ ออกมาไม่ได้เลย เธอจึงคว้ามือไปจับเตียง แล้วค่อย ๆ ลากร่างของตัวเองกลับขึ้นเตียงอย่างยากลำบาก กวาดสายตามองห้องที่ชำรุดทรุดโทรม โต๊ะไม้ขาหัก สวีชื่อรู้สึกรับไม่ได้ เธอไม่อยากอยู่ในที่แบบนี้
ที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ของคนด้วยซ้ำ ที่บ้านตระกูลหนิงถึงแม้จะลำบากเหมือนกัน แต่ลูกสะใภ้คนไหนก็ต้องลำบากก่อนสบาย สวีชื่อกลับไม่รู้สึกว่าต้าหลี่ชื่อนั้นผิดตรงไหนเลย
หนิงเยี่ยนยกเอาโจ๊กเข้ามาและพบเข้ากับสายตาเคียดแค้นของสวีชื่อ แต่ตอนนี้หนิงเยี่ยนไม่รู้สึกเกลียดสวีชื่อเลยแม้แต่น้อย เธอเป็เพียงหญิงที่น่าสงสาร ไม่เพียงแต่น่าสงสาร ยังน่าเห็นใจอีกด้วย
หนิงเยี่ยนเอาโจ๊กวางไว้ที่ตั่งไม้ข้างเตียง แล้วออกจากห้องโดยไม่พูดอะไร
สวีชื่ออยู่ที่นี่มา 10 วันแล้ว
ไม่กี่วันที่ผ่านมา บ้านใหม่ของหนิงเยี่ยนสร้างเสร็จแล้ว แต่บ้านที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ ยังเข้าไปอยู่ไม่ได้ ต้องตากแดดก่อนสักระยะ เพื่อให้แดดไล่ความชื้นออกไป......
.....
.....
ณ บ้านตระกูลหนิง
เสี่ยวหลี่ชื่อนั่งแกร่วอยู่ในห้องครัว ในมือถือไข่อยู่ 2 ฟอง คอยมองออกไปนอกห้องครัวอยู่เป็พัก ๆ ครั้งที่แล้วยายแก่ใกล้ตายเพิ่งขูดรีดเอาเงินเก็บส่วนตัวของเธอไป แล้วยังให้เธอรับผิดชอบงานครัวแทนสวีชื่อ ซักผ้า เลี้ยงหมู กวาดบ้าน เธอทำทั้งหมด 2-3 วันที่ผ่านมา มือหยาบไปหมด ผิวก็คล้ำขึ้นเยอะ
ยายแก่ใกล้ตาย ทำไมถึงไม่ตายสักที นั่งคิดไปคิดมา เหลือบไปเห็นหนิงหว่านผลักประตูเดินออกไป เสี่ยวหลี่ชื่อจึงรีบรุดเข้าไปในห้อง เอาไข่ 2 ฟองในมือส่งให้หนิงฮวน
“กินไข่บำรุงเสียหน่อยสิ วัยกำลังกินกำลังโต”
เธอมองไปยังสาวน้อยที่มีหน้าตาสวยงาม ยิ่งมองยิ่งมีความสุข ถึงเธอจะไม่สวย แต่ลูกสาวของเธอสวย คนในบ้านตระกูลหนิงหน้าตาดีทุกคน การแต่งงานกับหนิงจาวฮุยเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเธอ
“รู้แล้ว...แม่ ท่านรีบกลับเข้าครัวเถอะ เดี๋ยวย่ามาเห็นเข้า ก็ถูกด่าอีก”
“รู้แล้ว รู้แล้ว”
เสี่ยวหลี่ชื่อว่าพลางปิดประตู แล้วย่องกลับห้องครัวไป
เสี่ยวหลี่ชื่อตักเกลือใส่ผัดผักไปช้อนใหญ่ เธอตั้งใจทำให้อาหารมื้อนี้ออกมาไม่อร่อย ไม่อย่างงั้นหลังจากนี้คงต้องทำงานทุกอย่างในครัว จะให้เป็แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
พอถึงเวลากินอาหารเสี่ยวหลี่ชื่อก็ก้มหน้าก้มตากิน ไม่ยอมมองไปที่จานฟักทองผัดไข่
“ถุ้ย! .....ถุ้ยย แหวะ!”
เสียงถุยอาหารของยายแก่ต้าหลี่ชื่อดังขึ้น เสี่ยวหลี่ชื่อก้มหัวจนแทบจะจุ่มลงไปในชาม
“นังสะใภ้รอง ทำชามเกลือคว่ำลงไปหรือไง แค่ทำอาหารยังทำไม่อร่อย เ้าจะไปทำอะไรได้อีก?”
“.....”
เสี่ยวหลี่ชื่อวางชามในมือลงบนโต๊ะ พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันแ่เบาว่า
“หรือจะให้ข้าไปตามสวีชื่อกลับมา?”
“เรียกกลับมาให้เ้าไปดูแลหรือไง?”
ยายแก่มองเสี่ยวหลี่ชื่อด้วยสายตาที่ขุ่นมัวและเต็มไปด้วยการตักเตือน
เสี่ยวหลี่ชื่อใบ้กิน เธอยุ่งจะตายอยู่แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลคนอื่น
“แม่ เอาเงินให้ข้าสัก 2-3 เหวินเถอะ ข้าจะไปซื้อหูหมูมากิน อาหารของพี่สะใภ้รองรสชาติแย่กว่าอาหารหมู ให้นางกินเข้าไปเองเถอะ” หนิงหว่านเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสุดจะทน
“กิน กิน กิน วันๆ รู้แค่จะกิน” ต้าหลี่ชื่อเอ็ดขึ้นมา
“แม่ ข้ายังอยู่กินข้าวกับท่านได้อีกแค่ไม่กี่ปี ข้าแต่งงานออกไปแล้ว ท่านอยากให้ข้ากินก็กินไม่ได้นะ”
หนิงหว่านย่นจมูกแล้วมองไปที่ผัดฟักทองบนโต๊ะ มองมันด้วยสายตาที่แสนจะรังเกียจ เหมือนอาหารในจานเป็สารพิษ
“กินเถอะถ้างั้น เอาเงินไปกินให้มันเสร็จ ๆ ไป”
ยายแก่ว่าจบก็ควักเอาเงิน 2-3 เหวินให้หนิงหว่านไป
หนิงหว่านซื้อหูหมูกลับมา เหยาะน้ำมัน เติมเกลือ ใส่กระเทียมและต้นหอมลงไป แล้วเอาอาหารจานนี้วางไว้ข้างตัว คีบเอาอาหารในจานให้แม่
หนิงหว่านี้เีจะไปใส่ใจอาหารของสะใภ้รอง เสี่ยวหลี่ชื่อทำอาหารออกมาไม่อร่อย งั้นก็ต้องกินมันเข้าไปเอง
“แม่ ท่านว่าหนิงเชียนฉือจะสอบติดไหม? ถ้าสอบไม่ติด ข้าจะได้แต่งงานเข้าไปอยู่ในเมืองไหม?”
“หึหึ ติดแน่นอน”
ยายแก่ได้ยินคำถามของหนิงหว่านก็รีบตอบจนน้ำลายแตกฟอง ถ้าไม่ได้คาดหวังในตัวเ้าหนิงเชียนฉือ เธอจะเลี้ยงสวีชื่อไว้ทำไม นางผู้หญิงคนนั้นมันแพศยา เลี้ยงไว้ก็ไม่สบายใจ
เพราะต้องเก็บเงินไว้ให้เ้าหนิงเชียนฉือใช้เรียน ใน่หลายปีที่ผ่านมาเลยต้องใช้เงินอย่างประหยัด ถ้าเกิดเ้าหนิงเชียนฉือสอบไม่ติดขึ้นมาจริง ๆ ......เธอก็มีวิธีอยู่
ว่ากันว่าตาเฒ่าเศรษฐีสกุลจูชอบในตัวหนิงเชียนฉือ ตาเฒ่าจูเป็คนรวย แต่มีลูกสาวคนเดียว และรักลูกสาวคนนี้มาก รักดั่งแก้วตาดวงใจ
ถ้าสอบไม่ติดก็ให้หนิงเชียนฉือแต่งเข้าไปเป็ลูกเขยของทางบ้านนั้นเสีย พอถึงเวลาเดี๋ยวตาเฒ่าจูก็ยกสมบัติให้เธอก้อนใหญ่
พอมีเงินแล้ว ลูกสาวของเธอยังไงก็ต้องได้แต่งงาน
หนิงหว่านกินยำหูหมูไป ในใจก็จินตนาการไปว่าตนเองจะได้แต่งไปเป็คุณนายในเมือง เธอหัวเราะคิกคักออกมาเป็ระยะ
หนิงฮวนที่นั่งอยู่ข้างแม่ ได้ยินหนิงหว่านกินข้าวแล้วส่งเสียงคิกคัก คิกคักออกมา หนิงฮวนก็รู้สึกหน่ายใจ ควบคุมอารมณ์ตัวเองยังไม่ได้ ยังคิดอยากจะแต่งไปเป็สะใภ้ตระกูลใหญ่ในเมือง แต่งไปก็โดนเขาเหยียดหยามเอาเสียเปล่า
ถึงแม้หนิงฮวนอยากกินยำหูหมูบนโต๊ะแค่ไหน แต่เธอก็ยังควบคุมตัวเองเอาไว้ได้ ต้องอดทนรอหน่อย รอวันที่เชียนฉือสอบติด มีชื่อเสียง เธอกับเชียนฉือก็จะได้ครองคู่กัน ถึงเวลานั้นก็จะมีทุกอย่างที่เคยคิดฝันไว้
หนิงฮวนมีหน้าตาเหมือนพ่อมาก ดวงตาโต ปากเล็ก ผิวขาวเนียน เย็บปักถักร้อยเป็ รู้จักออดอ้อน ยิ่งไปกว่านั้นเธอเคยเรียนหนังสือกับพี่ชาย เธอรู้หนังสือ พวกผู้ชายไม่อยากได้สาวงามอย่างเธอไปอ่านหนังสือเป็เพื่อนหรือไงกัน?
หลังจากนี้ต่อไปชีวิตของเธอจะต้องดีกว่าหนิงหว่าน
ครอบครัวนี้กำลังนั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะกลม ๆ แต่คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะนี้กลับไม่มีใครใส่ใจอาหารบนโต๊ะเลย ความคิดของแต่ละคนต่างกระจัดกระจายกันไปคนละทาง
หนิงจาวฮุยกับพ่อเองก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ถือชามข้าวแล้วตั้งหน้าตั้งตากิน
......
......
ที่บ้านฟาง....
หนิงเยี่ยนมองดูรอยขีดข่วนบนมือของเ้าหนูหนิงโหย่วหยู แล้วมองไปยังสวีชื่อที่เกือบหายดี ในใจของสวีชื่อร้อนเป็ไฟ
“ท่านข่วนเ้าหนูนี่เหรอ?”
พอสบสายตากับหนิงเยี่ยน สวีชื่อก็กัดริมฝีปากด้วยความโกรธ ไอ้เด็กเวรนี้ทำไมได้สวมเสื้อผ้าที่ดีกว่าเธอ ยิ่งได้ฟังหนิงเยี่ยนซักถามเธอด้วยน้ำเสียงตำหนิติเตียน เธอยิ่งโมโหร้าย เธอไม่เข้าใจ อินังเด็กสาวที่เคยเชื่อฟังทำไมเปลี่ยนไปแบบนี้ ทั้งโหดร้าย ทั้งอกตัญญู ทั้งไม่เชื่อฟัง พอคิดได้ดังนั้นสวีชื่อจึงตะคอกด่า
“อินังไร้ประโยชน์ ทำไมไม่ไปทำงาน มายืนทำซากอะไรอยู่นี่ ไอ้เด็กเวรนี่ก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าตอนแรกตัดสินใจขายมันแลกเงินไปแล้วหรือไง แล้วตอนนี้จะมาเสแสร้งเป็คนดีเพื่ออะไร!”
ทันทีที่สวีชื่อพูด หนิงเยี่ยนรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวจากมือของเ้าหนูหนิงโหย่วหยูที่กำลังเกาะแขนของเธออยู่
..................