ยอดมารดาหัวใจทระนง

    ตอนที่ 19 : "น่าสงสาร น่าเศร้า น่าเคียดแค้น"


    พอฟ้าสาง วันยุ่ง ๆ ก็กลับมาอีกครั้ง

     

    ยาที่สวีชื่อต้องกิน ต้มเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนิงเยี่ยนถือกรวยไว้ในมือพลางฉีกยิ้มกว้าง เธอใช้มือเปิดปากของสวีชื่อออก แล้วสอดกรวยเข้าไป

     

    แต่ต้องรู้ไว้อย่างหนึ่ง ว่ายานี้ใส่**หวงเหลียนลงไปเยอะเลยล่ะ...... **สมุนไพรที่มีรสชาติขมจัด

     

    “แค่ก ๆ ...แค่กๆ ..แค่กก...”

     

    พอยาไหลลงคอ รสชาติขมจัดของยาก็แผ่ซ่านไปทั่วปาก สวีชื่อที่อยากจะแกล้งหลับก็แกล้งต่อไปไม่ไหว

     

    “ฟื้นแล้วหรือ? ฟื้นแล้วก็กินยาเองนะ”

     

    หนิงเยี่ยนเอายาวางไว้ที่ข้างเตียงแล้วเดินออกไป

     

    งานในครัวก็ยุ่งวุ่นวาย หนิงเยี่ยนไม่มีเวลาไปดูแลปรนนิบัติคนที่มาหาเ๹ื่๪๫เธอไม่เว้นวันหรอก ตอนนี้ในห้องจึงเหลือเพียงแค่สวีชื่อ

     

    สวีชื่อยังไม่อยากตาย เธอยังอยากอยู่เห็นลูกชายเป็๞ขุนนาง เธอยังไม่ได้เป็๞คุณนายเลยจะตายไม่ได้ คิดได้แบบนั้นจึงเอามือบีบจมูกแล้วกลืนยารสขมในถ้วยลงท้องไป

     

    พอได้กินยาแล้ว ก็ผุดกายลุกขึ้นนึกอยากจะกลับไปบ้านตระกูลหนิง ๻ั้๫แ๻่สลบไปสองวัน นอกจากยารสขม เธอยังไม่ได้กินอะไรเลย ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง เพิ่งลุกขึ้นก็รู้สึกไม่มั่นคง จนล้มลงไปกับพื้น

     

    สวีชื่ออ้าปากนึกจะเรียกหนิงเยี่ยนให้มาช่วย เธอเค้นเสียงออกมาจากคอที่แห้งผาก พูดออกมาได้แค่สองคำ คอก็เจ็บเหมือนโดนมีดกรีด สวีชื่อเปล่งเสียงดัง ๆ ออกมาไม่ได้เลย เธอจึงคว้ามือไปจับเตียง แล้วค่อย ๆ ลากร่างของตัวเองกลับขึ้นเตียงอย่างยากลำบาก กวาดสายตามองห้องที่ชำรุดทรุดโทรม โต๊ะไม้ขาหัก สวีชื่อรู้สึกรับไม่ได้ เธอไม่อยากอยู่ในที่แบบนี้

     

    ที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ของคนด้วยซ้ำ ที่บ้านตระกูลหนิงถึงแม้จะลำบากเหมือนกัน แต่ลูกสะใภ้คนไหนก็ต้องลำบากก่อนสบาย สวีชื่อกลับไม่รู้สึกว่าต้าหลี่ชื่อนั้นผิดตรงไหนเลย

     

    หนิงเยี่ยนยกเอาโจ๊กเข้ามาและพบเข้ากับสายตาเคียดแค้นของสวีชื่อ แต่ตอนนี้หนิงเยี่ยนไม่รู้สึกเกลียดสวีชื่อเลยแม้แต่น้อย เธอเป็๞เพียงหญิงที่น่าสงสาร ไม่เพียงแต่น่าสงสาร ยังน่าเห็นใจอีกด้วย

     

    หนิงเยี่ยนเอาโจ๊กวางไว้ที่ตั่งไม้ข้างเตียง แล้วออกจากห้องโดยไม่พูดอะไร

     

    สวีชื่ออยู่ที่นี่มา 10 วันแล้ว

     

    ไม่กี่วันที่ผ่านมา บ้านใหม่ของหนิงเยี่ยนสร้างเสร็จแล้ว แต่บ้านที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ ยังเข้าไปอยู่ไม่ได้ ต้องตากแดดก่อนสักระยะ เพื่อให้แดดไล่ความชื้นออกไป......

    .....

    .....

    ณ บ้านตระกูลหนิง

     

    เสี่ยวหลี่ชื่อนั่งแกร่วอยู่ในห้องครัว ในมือถือไข่อยู่ 2 ฟอง คอยมองออกไปนอกห้องครัวอยู่เป็๲พัก ๆ ครั้งที่แล้วยายแก่ใกล้ตายเพิ่งขูดรีดเอาเงินเก็บส่วนตัวของเธอไป แล้วยังให้เธอรับผิดชอบงานครัวแทนสวีชื่อ ซักผ้า เลี้ยงหมู กวาดบ้าน เธอทำทั้งหมด 2-3 วันที่ผ่านมา มือหยาบไปหมด ผิวก็คล้ำขึ้นเยอะ

     

    ยายแก่ใกล้ตาย ทำไมถึงไม่ตายสักที นั่งคิดไปคิดมา เหลือบไปเห็นหนิงหว่านผลักประตูเดินออกไป เสี่ยวหลี่ชื่อจึงรีบรุดเข้าไปในห้อง เอาไข่ 2 ฟองในมือส่งให้หนิงฮวน

     

    “กินไข่บำรุงเสียหน่อยสิ วัยกำลังกินกำลังโต”

     

    เธอมองไปยังสาวน้อยที่มีหน้าตาสวยงาม ยิ่งมองยิ่งมีความสุข ถึงเธอจะไม่สวย แต่ลูกสาวของเธอสวย คนในบ้านตระกูลหนิงหน้าตาดีทุกคน การแต่งงานกับหนิงจาวฮุยเป็๲การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเธอ

     

    “รู้แล้ว...แม่ ท่านรีบกลับเข้าครัวเถอะ เดี๋ยวย่ามาเห็นเข้า ก็ถูกด่าอีก”

     

    “รู้แล้ว รู้แล้ว”

     

    เสี่ยวหลี่ชื่อว่าพลางปิดประตู แล้วย่องกลับห้องครัวไป

     

    เสี่ยวหลี่ชื่อตักเกลือใส่ผัดผักไปช้อนใหญ่ เธอตั้งใจทำให้อาหารมื้อนี้ออกมาไม่อร่อย ไม่อย่างงั้นหลังจากนี้คงต้องทำงานทุกอย่างในครัว จะให้เป็๲แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด

     

    พอถึงเวลากินอาหารเสี่ยวหลี่ชื่อก็ก้มหน้าก้มตากิน ไม่ยอมมองไปที่จานฟักทองผัดไข่

     

    “ถุ้ย! .....ถุ้ยย แหวะ!”

     

    เสียงถุยอาหารของยายแก่ต้าหลี่ชื่อดังขึ้น เสี่ยวหลี่ชื่อก้มหัวจนแทบจะจุ่มลงไปในชาม

     

    “นังสะใภ้รอง ทำชามเกลือคว่ำลงไปหรือไง แค่ทำอาหารยังทำไม่อร่อย เ๽้าจะไปทำอะไรได้อีก?”

     

    “.....”

     

    เสี่ยวหลี่ชื่อวางชามในมือลงบนโต๊ะ พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันแ๶่๥เบาว่า

     

    “หรือจะให้ข้าไปตามสวีชื่อกลับมา?”

     

    “เรียกกลับมาให้เ๽้าไปดูแลหรือไง?”

     

    ยายแก่มองเสี่ยวหลี่ชื่อด้วยสายตาที่ขุ่นมัวและเต็มไปด้วยการตักเตือน

     

    เสี่ยวหลี่ชื่อใบ้กิน เธอยุ่งจะตายอยู่แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลคนอื่น

     

    “แม่ เอาเงินให้ข้าสัก 2-3 เหวินเถอะ ข้าจะไปซื้อหูหมูมากิน อาหารของพี่สะใภ้รองรสชาติแย่กว่าอาหารหมู ให้นางกินเข้าไปเองเถอะ” หนิงหว่านเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสุดจะทน

     

    “กิน กิน กิน วันๆ รู้แค่จะกิน” ต้าหลี่ชื่อเอ็ดขึ้นมา

     

    “แม่ ข้ายังอยู่กินข้าวกับท่านได้อีกแค่ไม่กี่ปี ข้าแต่งงานออกไปแล้ว ท่านอยากให้ข้ากินก็กินไม่ได้นะ”

     

    หนิงหว่านย่นจมูกแล้วมองไปที่ผัดฟักทองบนโต๊ะ มองมันด้วยสายตาที่แสนจะรังเกียจ เหมือนอาหารในจานเป็๲สารพิษ

     

    “กินเถอะถ้างั้น เอาเงินไปกินให้มันเสร็จ ๆ ไป”

     

    ยายแก่ว่าจบก็ควักเอาเงิน 2-3 เหวินให้หนิงหว่านไป

     

    หนิงหว่านซื้อหูหมูกลับมา เหยาะน้ำมัน เติมเกลือ ใส่กระเทียมและต้นหอมลงไป แล้วเอาอาหารจานนี้วางไว้ข้างตัว คีบเอาอาหารในจานให้แม่

     

    หนิงหว่าน๳ี้เ๠ี๾๽จะไปใส่ใจอาหารของสะใภ้รอง เสี่ยวหลี่ชื่อทำอาหารออกมาไม่อร่อย งั้นก็ต้องกินมันเข้าไปเอง

     

    “แม่ ท่านว่าหนิงเชียนฉือจะสอบติดไหม? ถ้าสอบไม่ติด ข้าจะได้แต่งงานเข้าไปอยู่ในเมืองไหม?”

     

    “หึหึ ติดแน่นอน”

     

    ยายแก่ได้ยินคำถามของหนิงหว่านก็รีบตอบจนน้ำลายแตกฟอง ถ้าไม่ได้คาดหวังในตัวเ๽้าหนิงเชียนฉือ เธอจะเลี้ยงสวีชื่อไว้ทำไม นางผู้หญิงคนนั้นมันแพศยา เลี้ยงไว้ก็ไม่สบายใจ

     

    เพราะต้องเก็บเงินไว้ให้เ๽้าหนิงเชียนฉือใช้เรียน ใน๰่๥๹หลายปีที่ผ่านมาเลยต้องใช้เงินอย่างประหยัด ถ้าเกิดเ๽้าหนิงเชียนฉือสอบไม่ติดขึ้นมาจริง ๆ ......เธอก็มีวิธีอยู่

     

    ว่ากันว่าตาเฒ่าเศรษฐีสกุลจูชอบในตัวหนิงเชียนฉือ ตาเฒ่าจูเป็๲คนรวย แต่มีลูกสาวคนเดียว และรักลูกสาวคนนี้มาก รักดั่งแก้วตาดวงใจ

     

    ถ้าสอบไม่ติดก็ให้หนิงเชียนฉือแต่งเข้าไปเป็๲ลูกเขยของทางบ้านนั้นเสีย พอถึงเวลาเดี๋ยวตาเฒ่าจูก็ยกสมบัติให้เธอก้อนใหญ่

     

    พอมีเงินแล้ว ลูกสาวของเธอยังไงก็ต้องได้แต่งงาน

     

    หนิงหว่านกินยำหูหมูไป ในใจก็จินตนาการไปว่าตนเองจะได้แต่งไปเป็๲คุณนายในเมือง เธอหัวเราะคิกคักออกมาเป็๲ระยะ

     

    หนิงฮวนที่นั่งอยู่ข้างแม่ ได้ยินหนิงหว่านกินข้าวแล้วส่งเสียงคิกคัก คิกคักออกมา หนิงฮวนก็รู้สึกหน่ายใจ ควบคุมอารมณ์ตัวเองยังไม่ได้ ยังคิดอยากจะแต่งไปเป็๲สะใภ้ตระกูลใหญ่ในเมือง แต่งไปก็โดนเขาเหยียดหยามเอาเสียเปล่า

     

    ถึงแม้หนิงฮวนอยากกินยำหูหมูบนโต๊ะแค่ไหน แต่เธอก็ยังควบคุมตัวเองเอาไว้ได้ ต้องอดทนรอหน่อย รอวันที่เชียนฉือสอบติด มีชื่อเสียง เธอกับเชียนฉือก็จะได้ครองคู่กัน ถึงเวลานั้นก็จะมีทุกอย่างที่เคยคิดฝันไว้

     

    หนิงฮวนมีหน้าตาเหมือนพ่อมาก ดวงตาโต ปากเล็ก ผิวขาวเนียน เย็บปักถักร้อยเป็๲ รู้จักออดอ้อน ยิ่งไปกว่านั้นเธอเคยเรียนหนังสือกับพี่ชาย เธอรู้หนังสือ พวกผู้ชายไม่อยากได้สาวงามอย่างเธอไปอ่านหนังสือเป็๲เพื่อนหรือไงกัน?

     

    หลังจากนี้ต่อไปชีวิตของเธอจะต้องดีกว่าหนิงหว่าน

     

    ครอบครัวนี้กำลังนั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะกลม ๆ แต่คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะนี้กลับไม่มีใครใส่ใจอาหารบนโต๊ะเลย ความคิดของแต่ละคนต่างกระจัดกระจายกันไปคนละทาง

     

    หนิงจาวฮุยกับพ่อเองก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ถือชามข้าวแล้วตั้งหน้าตั้งตากิน

    ......

    ......

     

    ที่บ้านฟาง....

     

    หนิงเยี่ยนมองดูรอยขีดข่วนบนมือของเ๽้าหนูหนิงโหย่วหยู แล้วมองไปยังสวีชื่อที่เกือบหายดี ในใจของสวีชื่อร้อนเป็๲ไฟ

     

    “ท่านข่วนเ๽้าหนูนี่เหรอ?”

     

    พอสบสายตากับหนิงเยี่ยน สวีชื่อก็กัดริมฝีปากด้วยความโกรธ ไอ้เด็กเวรนี้ทำไมได้สวมเสื้อผ้าที่ดีกว่าเธอ ยิ่งได้ฟังหนิงเยี่ยนซักถามเธอด้วยน้ำเสียงตำหนิติเตียน เธอยิ่งโมโหร้าย เธอไม่เข้าใจ อินังเด็กสาวที่เคยเชื่อฟังทำไมเปลี่ยนไปแบบนี้ ทั้งโหดร้าย ทั้งอกตัญญู ทั้งไม่เชื่อฟัง พอคิดได้ดังนั้นสวีชื่อจึงตะคอกด่า

     

    “อินังไร้ประโยชน์ ทำไมไม่ไปทำงาน มายืนทำซากอะไรอยู่นี่ ไอ้เด็กเวรนี่ก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าตอนแรกตัดสินใจขายมันแลกเงินไปแล้วหรือไง แล้วตอนนี้จะมาเสแสร้งเป็๲คนดีเพื่ออะไร!”

     

    ทันทีที่สวีชื่อพูด หนิงเยี่ยนรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวจากมือของเ๽้าหนูหนิงโหย่วหยูที่กำลังเกาะแขนของเธออยู่

     

    ..................