หลังจากที่ผ่านเื่ราวทั้งหมดมา ตอนนี้โรงเรียนเบียวศาสตร์ก็อยู่ใน่ปิดเทอมใหญ่ ถึงแม้จะปิดเทอมไปแล้ว ก็ยังมีนักเรียนมากมายแวะเวียนกันเข้ามาที่นี่ไม่ขาดสาย บ้างก็มาเรียนซัมเมอร์ บ้างก็มาเที่ยวเล่นออกกำลังกาย เรียกได้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เหมือนเป็บ้านหลังที่ 2 ของนักเรียนจริง ๆ
และจากเหตุการณ์แก๊งซิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนั้น ทำให้ตูนได้รู้สึกตัวว่าถึงแม้เขาจะมีเทคนิคการต่อสู้ที่ดีเยี่ยมขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีพละกำลังพอที่จะดึงประสิทธิภาพของมันออกมาใช้ทั้งหมดได้ก็ไร้ความหมาย เขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะกลับมาออกกำลังกายอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เคยหยุดไปนาน เพราะติดอนิเมะ
“นี่ตูนร้อนตูนเย็น พวกนายหายไปไหนมาน่ะ”
พอดีพวกฉันมีธุระบางอย่างต้องจัดการน่ะ
ใช่แล้วล่ะ ธุระของพวกฉันยังไม่เสร็จดี พวกเราอาจจะไม่ได้มาเจอนายบ่อย ๆ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้รู้เอาไว้ว่าพวกฉันคอยอยู่ข้างนายเสมอนะ
“โอเค ๆ” เสียงในหัวทั้ง 2 คนนี้เปรียบเสมือนเพื่อนของตูนที่คอยอยู่ข้าง ๆ เขาไว้ตลอดเวลา เวลาที่ทั้ง 2 คนไม่อยู่ ตูนก็แอบมีเหงา ๆ อยู่บ้าง
และตอนนี้ตูนก็ได้มาถึงโรงเรียนเป็ที่เรียบร้อย หลังจากที่ต่ายเรียนจบม.6 ไปก็ได้ย้ายไปอยู่หอที่มหาวิทาลัยทำให้เขาต้องเริ่มเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว เพราะปกติแล้วจะมีต่ายคอยไปรับไปส่งอยู่ตลอด และตอนนี้ตูนก็กำลังเดินหาฟิตเนสทั่วโรงเรียนตามที่เพียงดาวได้บอกพิกัดมา
“เอ... ไปทางนี้แล้วต้องไปทางไหนต่อนา...?”
เขาเดินไปเดินมาอยู่ในโรงเรียนสักพัก จนในที่สุดก็ได้ไปเจอเข้ากับฟิตเนสที่ตามหาจนได้ แต่ค่อนข้างน่าแปลกใจ ที่ข้างในนั้นไม่มีใครอยู่เลย ที่จริงแล้วโรงเรียนแห่งนี้มีฟิตเนสอยู่ 2 แห่ง คือฟิตเนสสาธารณะที่ให้คนทั่วไปเข้ามาใช้บริการได้ตามอัธยาศัย กับฟิตเนสเฉพาะที่เป็ของนักเรียนชมรมเพาะกาย ที่ต้องเป็คนในชมรมหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ เพื่อน ๆ ลองทายดูสิครับ ว่าเ้าตูนมันไปโผล่ที่ไหน ใช่แล้วครับ มันไปโผล่ที่ฟิตเนสของชมรมเพาะกาย
เด็กหนุ่มเดินมาถึงหน้าประตูและพยายามชะเง้อมองเข้าไป “ไม่เห็นมีใครเลย... เข้าไปได้ไหมเนี่ย ไฟก็เปิดอยู่ แอร์ก็เปิดอยู่ เพลงก็เปิดอยู่... ดาวบอกเอาไว้ว่าเข้าไปได้เลยเพราะมันเปิด 24 ชั่วโมง แต่ไม่เห็นมีพนักงานกับแม่บ้านเลยแฮะ..”
ในระหว่างที่เขากำลังลังเลว่าจะเข้าดีหรือไม่เข้าดี จู่ ๆ ก็ได้มีเสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง และเมื่อตูนหันไปหาเ้าของเสียงนั้น เขาก็ได้ฉีกยิ้มแฉ่งออกมาโดยอัตโนมัติ
“อ้าวเบล! มาออกกำลังกายเหมือนกันเหรอ...?”
“แฮ่ก...แฮ่ก... โทษทีนะตูน ตอนนี้ฉันยังไม่ว่างน่ะ ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ...” เขาวิ่งหน้าตั้งพร้อมกับแบกของอะไรบางอย่างพะรุงพะรังอยู่ในมือที่คาดว่าน่าจะเป็อาหารเสริมหรืออะไรสักอย่างและวิ่งเข้าฟิตเนสไป
“อะไรของเขา...? สรุปเข้าได้หรือไม่ได้เนี่ย!”
เข้าได้สิ เข้าไปเลย
“แน่ใจนะ”
แน่ใจ เข้าไปเลย
“โอเค”
เมื่อตูนเดินเข้าไปข้างในก็ไม่พบว่ามีใครสักคนอยู่เลย แม้แต่เบลที่วิ่งเข้ามาเมื้อกี้ก็หายไปไหนแล้วก็ไม่อาจทราบ สงสัยคงไปเข้าห้องน้ำมั้ง จากนั้นไม่นานเขาก็ได้สลัดความคิดทั้งหมดออกไป ตูนจึงเริ่มวอร์มร่างกายและออกกำลังกายตามโปรแกรมของเขา จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมงได้ เบลก็ยังคงไม่โผล่มา เขาจึงเริ่มสงสัยแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเขาหรือเปล่า ตูนจึงได้เดินไปที่ห้องน้ำก็พบว่าไม่มีใครอยู่เลย เงียบฉี่ หรือที่นี่จะเป็ฐานทัพลับของกองร้อยเคโรโระที่กำลังจ้องจะยึดเพโคปอง
ทว่าเมื่อเขาได้เดินสำรวจไปเรื่อย ๆ เขาก็ได้ไปเจอเข้ากับประตูบานหนึ่ง ที่ชวนคันไม้คันมือให้เปิดเข้าไปซะเหลือเกิน ตูนอดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูบานนั้น และทันทีที่ประตูได้เปิดออก ก็ได้มีเสียงเหล็กกระทบกันและเสียงของกลุ่มคนที่กำลังออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงพุ่งเข้ามาที่ตัวเขา ผิดกับข้างนอกที่ได้ยินแต่เสียงแอร์กับเสียงเพลง แต่ข้างในห้องนี้ได้ยินแต่เสียงเหล็กกับเสียงของเหล่าชายฉกรรจ์ ดูเหมือนว่าลูกแมวตัวน้อยจะหลงเข้ามาในฝูงของกอริลล่าซะแล้ว
และเมื่อตูนกวาดสายตามองไปในห้องนั้น นอกจากที่จะมีนักเรียนกล้ามโตที่กำลังออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงแล้ว ก็มีเด็กหนุ่มร่างผอมแห่งอยู่คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็เบ๊คอยทำตามคำสั่งของคนพวกนี้ เอาล่ะทีนี่ตูนจะทำยังไงดี จะแอบลอบเข้าไปเงียบ ๆ หรือจะล่อพวกมันออกมา
“เบล!!!!!”
อ่าวเห้ย
“หาตัวอยู่ตั้งนาน มาอยู่นี่นี่เอง!!”
ดันะโเรียกเสียงดังซะอย่างงั้น และตอนนี้เขาก็ได้กลายเป็จุดสนใจของนักเรียนกล้ามโตที่กำลังเครื่องร้อนราว ๆ สิบกว่าคนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“หือ!!? เ้าเปี๊ยกนั่นใคร เข้ามาได้ยังไง”
“จะมาสมัครเข้าชมรมรึ รึจะมาก่อกวนพวกเรา ใช่แล้ว! มันต้องมาเยาะเย้ยลูกพี่ของพวกเราแน่ ๆ !!”
“ก่อกวนเหรอ!? เยาะเย้ยลูกพี่เหรอ!!? ยอมไม่ได้แล้วอย่างงี้ ขึ้นเลย! กุขึ้นเลย!!”
พูดเองเออเองทั้งนั้น ตูนเขาก็แค่เดินมาหาเพื่อนของเขาเฉย ๆ ไม่ได้รู้เลยด้วยซ้ำว่าลูกพี่ของพวกเอ็งเป็ใคร แต่ก็ไม่ทันแล้วล่ะ ตอนนี้พวกกล้ามปูทั้งหลายได้มายืนล้อมตูนเป็ที่เรียบร้อย ดูยังไงก็มีเื่แน่นอน ในขณะที่กำลังรอคนเปิด เบลก็ได้พยายามใช้ร่างผอม ๆ ของเขามุดออกมาพยายามปกป้องตูน
“นี่เพื่อนของข้าเอง พวกเ้าอย่าทำอะไรเด็ดขาด-- อ้ากก!!”
“เกะกะโว้ย!” ยังไม่ทันพูดจบ เบลก็โดนพวกมันใช้มือปัดซะปลิวออกไปนอกวง
และจากนั้นไม่นานทางฝั่งเ้าถิ่นก็เป็ฝ่ายเปิดก่อน หนึ่งในพวกมันได้ใช้กำปั้นอันใหญ่โตต่อยตรงเข้ามาที่เด็กหนุ่มร่างเล็กที่อยู่หน้า แต่ทว่า
“มวยอ่อนแปดทิศ 64 ฝ่ามือ!” (ฮิวงะ เนจิ : นินจาจอมคาถา นารูโตะ)
เด็กกล้ามโตคนนั้นล่วงลงไปทันที ทำให้พรรคพวกของมันถึงกับผงะไปตาม ๆ กัน
“นายน่ะ อยู่ในเขตมวย 8 ทิศของฉันแล้ว”
“หึ้ย!? แปดทิศอะไรของมันวะ!? ไอ่เปี๊ยกนี่เป็เด็กชมรมกังฟูหรือไง!!? แต่เราจะยอมให้มันมาเยาะเย้ยลูกพี่ของพวกเราไม่ด๊ายยย!!!”
เหล่ากล้ามปูทั้งหลายได้กรูกันมาที่ตูนพร้อมกัน และพวกมันก็โดนตูนซัดล่วงลงไปทีละคนจนสุดท้ายพวกมันทั้งหมดก็หมดสภาพ แต่ทว่า เด็กหนุ่มกล้ามปูคนแรกที่โดนตูนจัดการไปกลับลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกับท่าทางที่ดูเหมือนจะกระปรี้กระเปร่าขึ้นมากกว่าเดิม
“เห้ย... เห้ย! เห้ย!!? อาการปวดหายไปแล้วว่ะ!!” มันพูดพร้อมกับหมุนแขนตัวเองไปมา จากนั้นพวกที่โดนซัดล่วงลงไปเมื่อกี้ก็ค่อย ๆ ลุกตามกันขึ้นมา
“เห้ยจริงว่ะ! หายปวดแล้ว!!”
“ที่จริงไม่ได้อยู่กังฟูแต่อยู่ชมรมนวดแผนไทยใช่ไหม แหมเ้าตัวเล็กนี่ล่ะก็~ ดันมาหลอกพวกเราซะได้~”
ตูยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ พวกเอ็งคิดเองเออเองกันทั้งนั้น ว่าแต่มวย 8 ทิศของเราไม่ได้ผลกับพวกมันเลยงั้นเหรอเนี่ย!?
“เห้ยพวกเรา! งั้นแสดงว่าเ้าตัวเล็กนี่ต้องช่วยลูกพี่เราได้แน่เลยว่ะ!!”
“เฮ้!!! ที่แท้นายก็เป็ผู้มาโปรดลูกพี่ของพวกเรานี่เอง ไชโย!!!”
อะไรของไอ่คนพวกนี้ คิดอยากจะพูดอะไรก็พูด ซึ่งตูนก็ต้องไม่เห็นด้วยแน่นอนอยู่แล้ว
“พวกแกรังแกเพื่อนฉัน ทำไมฉันต้องช่วยพวกแกด้วย”
สิ้นสุดคำพูด เหล่ากล้ามปูทั้งหลายก็มองไปที่เบลที่อยู่นอกวง “อ๋อ เ้านั่นน่ะเหรอ มันถูกลูกพี่สั่งไว้ว่าให้เป็เบ๊ประจำห้อง 3/3 น่ะ ห้องเรามีแต่คนกล้ามใหญ่ แต่ไอ่หมอนี่ผอมแห้งอยู่คนเดียว ลูกพี่ก็เลยเอามันกลายเป็เบ๊ซะเลย ฮ่า ๆ ๆ”
และพวกมันก็หัวเราะชอบใจตามกันไปเรื่อย ๆ ไล่ไปทีละคนเหมือนโดมิโน่ และจังหวะนั้นเอง ตูนก็ปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมาได้
“งั้นถ้าฉันช่วยลูกพี่ของพวกนาย พวกนายต้องเลิกรังแกเพื่อนฉันนะ”
พวกมันหุบยิ้มเก็บเสียงหัวเราะกลับมาเงียบและสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
“อืม... เื่นั้นนายต้องไปคุยกับลูกพี่เอาเองนะ มาสิ เดี๋ยวพาไป แต่ไม่รู้ว่าลูกพี่จะยอมให้เข้าไปหรือเปล่า...”
จากนั้นเหล่านักกล้ามก็ได้เดินนำตูนและเบลไปยังห้องแต่งตัว ที่คาดว่าลูกพี่ของพวกมันต้องอยู่ข้างในนั้น
ก๊อก ๆ ๆ
“ลูกพี่ครับ~ มีคนจากชมรมนวดแผนไทยมาช่วยลูกพี่ครับ~”
“...เข้ามา”
ทันทีที่พวกมันเปิดประตูเข้าไป ก็ได้ปรากฏให้เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่รูปร่างสูงใหญ่และมีกล้ามเนื้อที่สวยงามและดูแข็งแรงกว่าคนอื่น ๆ หลายเท่าตัว
“ไหน... ใคร... เ้าจิ๋วนั่นเหรอ...?”
คำใหม่โผล่ขึ้นมาอีกแล้วทำให้ตูนเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ จากนั้นลูกพี่ของพวกมันก็ได้ลุกขึ้นและมองลงมาที่ร่างเล็กตรงหน้า
“เอาสิ ทำเลย”
ตูนไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร จึงได้มองซ้ายมองขวา และจังหวะนั้น หนึ่งในลูกน้องของมันก็ได้กระซิบเข้ามาที่ข้างหู
“ทำเหมือนที่ทำกับพวกฉันเมื่อกี้แหละ...”
เมื่อเข้าใจถึงสิ่งที่ตัวเองควรทำ ตูนก็เริ่มตั้งท่าพร้อที่มจะจัดการเ้าั์ตรงหน้า
เดี๋ยวจะจัดให้หนัก ๆ เลย บังอาจมาเรียกเราว่าเ้าจิ๋ว!
“มวยอ่อนแปดทิศ 128 ฝ่ามือ!”
ตูนได้โจมตีเข้าไปที่ชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ และในการโจมตีครั้งสุดท้ายของเขาก็ได้ทำให้อีกฝ่ายถึงกับกระเด็นและล้มตึงลงไปบนพื้นจนเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณ ตูนที่ทำสิ่งที่พวกมัน้าเสร็จเรียบร้อยก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ได้เห็นกับพวกนักกล้ามทั้งหลายต่างพากันกอดอกและยิ้มออกมาด้วยความดีใจซะอย่างงั้น และจากนั้นไม่นาน ลูกพี่ของพวกมันก็ได้ลุกขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูค่อนข้างพึงพอใจเป็อย่างมาก
“นี่แหละ! นี่แหละ! สิ่งที่ตามหา ความเ็ปหายไปแล้ว!! เ้าจิ๋ว นายชื่อไร!”
“ชะ-ชื่อ การ์ตูน เรียกว่าตูนเฉย ๆ ก็ได้ อยู่ห้อง 3/6 กำลังจะขึ้นเป็ 4/6”
ไม่เป็ไรเลยเหรอเนี่ย?
“ดีมากเ้าจิ๋ว! ฉันชื่อหิน อยู่ห้อง 3/3 กำลังจะขึ้น 4/3 เอาเบอร์ฉันไป แล้วพรุ่งนี้มานี่อีกนะ!!”
จากนั้นหินก็ดีใจยกใหญ่และเดินออกไปยกเวทด้วยท่าทางมีความสุขจนไม่รู้สุขไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
“เฮ้ย... แล้วเื่เพื่อนฉันล่ะ...” เขาถามนักกล้ามแถวนั้นที่กำลังจะเดินตามหินไป
“ไม่รูู้สิ นายต้องไปคุยกับลูกพี่ของเราเองนะ เราต้องไปซ้อมต่อแล้วล่ะ หมดเวลาพักแล้ว แล้วก็เบล งานของแกยังไม่เสร็จ”
เบลสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันที และเขาก็ได้หันหน้ามายิ้มเจื่อน ๆ ให้ตูน “แฮ่ะ ๆ ไว้เดี๋ยวฉันจะมาอธิบายทุกอย่างให้ฟังนะ แต่ว่าตอนนี้ฉันต้องไปแล้วล่ะ!”
และเขาก็ได้วิ่งออกไปอย่างลุกลี้ลุกลน ซึ่งตูนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งวันต่อมา ตูนและหินได้มาเจอกันอีกครั้งหนึ่งภายในห้อง ๆ เดิม
“ทำสิ ทำให้ฉันหายปวดซะ!”
น่าเสียดาย เพราะว่าตูนใช้ความสามารถของเนจิได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
“เอ่อ... ทำไม่ได้แล้วล่ะ...”
หินเงียบลงไปซักพัก ก่อนที่เขาจะกำหมัดแน่นต่อยไปที่ประตูที่ทำจากเหล็กอย่างเต็มแรงเพื่อเป็การระบายอารมณ์
ปั้ง!!!!
“ทำไมถึงทำไม่ได้!!! หึ๊ยย!! โมโห!! โกรธ…!!!”
ประตูเหล็กที่โดนหินต่อยได้ยุบลงไปตามรอยหมัดของเขา
“ตะ-แต่ว่าฉันรู้นะว่าที่นายเจ็บตัวบ่อย ๆ น่ะ เป็เพราะอะไร! ฉันช่วยนายได้นะ!!”
“...ถ้าแกโกหกแกตาย!!”
“ฉันไม่ได้โกหก เชื่อฉันสิ!”
หินเงียบไปอีกครั้ง ก่อนที่คราวนี้จะยิ้มแฉ่งออกมา
“งั้นเหรอ~ ไม่โกหกก็ดี ทีนี้ก็ต่อยฉันสิ”
“หืม...? ทำไมฉันต้องต่อยนายด้วย...?”
“นายต่อยฉัน ฉันต่อยนาย ก็คือการแสดงว่าเราเป็เพื่อนกันยังไงละ และถือเป็คำสัญญาด้วย ถ้านายทำตามสัญญาสำเร็จ เราก็จะมาต่อยกันแบบนี้อีกรอบหนึ่ง นายไม่ต้องสงสัยอะไรมากหรอก เพราะนี่คือวิถีชาวเรา ทุกคนในชมรมเพาะกายต้องทำแบบนี้ เอาสิ ต่อยสิ”
อะไรของมันวะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จู่ ๆ ก็ให้ต่อยซะงั้น
“ได้ ๆ ๆ ต่อยก็ต่อย”
ผัวะ!
ตูนต่อยเข้าไปที่หน้าของหินเต็ม ๆ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รู้สึกเจ็บมากมายอะไร
“หมัดนายนี่ไม่มีแรงเลยนะ ต้องออกกำลังกายเยอะ ๆ นะ เอาล่ะทีนี้ก็กัดฟันไว้ให้แน่น ๆ”
หินกำหมัดแน่น ต่อยเข้าไปที่หน้าของตูนเต็ม ๆ ความรู้สึกเหมือนกับโดนค้อนทุบไม่มีผิด ทำให้ร่างเล็กกระเด็นออกไปและเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
“ทีนี้ก็อย่าลืมรักษาสัญญาล่ะ...”
วิธีเป็เพื่อนกันแบบแปลก ๆ ของกลุ่มคนแปลก ๆ ที่มีลูกพี่ที่โคตรแปลก การโจมตีของตูนไม่สามารถทำอะไรคนพวกนี้ได้เลย ไอ่พวกหนังหนากล้ามโต สมองกล้ามเนื้อ ตูนยังสามารถแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ได้อีกไหม!!? เขาจะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ถึงขนาดไหนกันเชียว!!? โปรดติดตามตอนต่อไป