ม่านเมฆเดินทางมามหาวิทยาลัยโดยนพและกล้าเหมือนเช่นเคยแต่เพิ่มเติมคือวันนี้ม่านเมฆมีกำไลข้อมือประดับตรงที่แขนและกระเป๋าใบใหม่ที่จริงนำทัพบอกให้ม่านเมฆใช้ทุกอย่างที่นำทัพซื้อให้ม่านเมฆวันนั้นแต่ม่านเมฆขอใส่แค่นี้นำทัพจึงไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ
ขณะที่ม่านเมฆลงมาจากรถก็มีสายตาหลายคู่จับจ้องมายังม่านเมฆเช่นเคย
ม่านเมฆที่กำลังจะเดินไปห้องเรียนแต่ก็ได้ยินเสียงมาจากกลุ่มๆหนึ่งพูดขึ้นมาให้ม่านเมฆได้ยิน
"วันนี้ของแบรนด์เนมทั้งตัวเลยว่ะ"
ม่านเมฆเมื่อได้ยินดังนั้นก็ทำทีเป็ไม่สนใจและจะเดินไปเข้าห้องเรียนต่อแต่ดูเหมือนว่าคนกลุ่มนั้นจะยังไม่หยุด
"เชิดหน้าเข้าไป ทำตัวเหนือกว่าคนอื่นเขาแต่ก็เป็ได้แค่เด็กเสี่ยอัพเกรดล่ะวะอยากจะรู้จังว่าเสี่ยคนไหนหน้ามืดตามัวมาเลี้ยงมันได้ ร่านไปทั่วขนาดนี้" คนกลุ่มนั้นยังคงพูดไม่หยุด
ม่านเมฆเมื่อได้ยินก็นับหนึ่งถึงสิบในใจและเดินต่อไป
"จับให้อยู่ล่ะเสี่ยคนนี้น่ะ หมดคนนี้ไปไม่มีใครเลี้ยงแกอีกแล้วนะ"ผู้ชายหนึ่งในกลุ่มนั้นพูดไล่หลังม่านเมฆเสียงดังเมื่อเห็นว่าม่านเมฆไม่สนใจตัวเอง
หลังจากผู้ชายคนนี้พูดจบคนในกลุ่มก็หัวเราะคิกคักกันใหญ่
ม่านเมฆเมื่อเดินเข้ามาในคลาสก็เลือกที่นั่งตรงมุมเพื่อไม่ให้เป็จุดสนใจมากนักระหว่างที่รออาจารย์เริ่มคลาสแก๊งสามสาวก็พึ่งจะเข้ามาในห้องทั้งสามคนไล่สายตาหาใครบางคนจนมาเจอกับม่านเมฆทั้งสามคนเลยเดินมาทางที่ม่านเมฆนั่งอยู่
"เซย์ฮายจ้าม่านเมฆ" เมเปิ้ลทักทายม่านเมฆก่อนเพื่อน
"ว้าวๆ กำไลแขนใหม่ กระเป๋าใหม่ ม่านไปรวยมาจากไหนเนี่ยขนาดเรายังซื้อยากเลย"กิ๊ฟซี่ทักม่านเมฆ
"เ้านายเราซื้อให้น่ะ" ม่านเมฆบอก
"เ้านายจริงหรอ" กิ๊ฟซี่ถามม่านเมฆด้วยสายตามีเลศนัย
"กิ๊ฟซี่หมายความว่าไง" ม่านเมฆถาม
"ก็เปล๊า อาจจะเ้านายบนเตียงอะไรแบบนี้น่ะเราได้ยินคนพูดมาน่ะนะ"กิ๊ฟซี่ลอยหน้าลอยตาพูดอย่างน่าหมั่นไส้
"บ้า กิ๊ฟซี่ทำไมแกพูดแบบนั้นม่านเขาไม่เคยทำหรอกเนอะใช่ไหมม่าน"ดาวหันมาถามม่านเมฆ
"เรียนเถอะอาจารย์มาแล้ว"ม่านเมฆตัดบททุกคนก่อนจะหันไปสนใจเนื้อหาที่จะเรียนเพราะอาจารย์เดินเข้ามาในห้องเรียนแล้ว
สามสาวที่ยังไม่อยากหยุดแต่ก็ต้องจำใจหยุดเพราะเป้าหมายของตัวเองไม่สนใจอะไรนอกจากสไลด์ของอาจารย์
หลังจากที่จบคลาสเรียนม่านเมฆตั้งใจจะแวะไปเยี่ยมแม่ก่อนที่จะเข้าไปบ้านแต่ก็โดนสามสาวดักไว้เสียก่อน
"ม่านไปหาอะไรทานกันก่อนค่อยแยกย้ายกันกลับดีไหมเนี่ยพวกเราสามคนคุยกันแล้วว่าจะไปร้านไหน" ดาวเอ่ยชวนม่านเมฆ
"เรายังไม่หิวอ่ะ ว่าจะไปทานกับแม่" ม่านเมฆบอกกับทั้งสามคน
"อะไรกันม่าน พวกเราไม่ได้ทานอะไรด้วยกันมานานแล้วนะั้แ่คืนนั้น"เมเปิ้ลว่าพร้อมกับทำน้ำเสียงตัดพ้อม่านเมฆ
"อืม พวกแกพูดถึงเื่วันนั้นขึ้นมาก็ดีเหมือนกันเรามีอะไรอยากจะถามพวกแกหน่อย"
ม่านเมฆอยากจะถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยอยู่พอดีแต่ไม่มีจังหวะที่จะถามแต่เมื่อสามสาวพูดถึงเื่คืนนั้นมาพอดีม่านเมฆก็อยากจะรู้เหมือนกัน
"เื่อะไรหรอม่าน" กิ๊ฟซี่ถามม่านเมฆด้วยท่าทีที่แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่
"วันนั้นพวกแกเอาอะไรให้เรากิน" ม่านเมฆถาม
"จะอะไรล่ะ ก็เหล้าไง" กิ๊ฟซี่ตอบม่านเมฆ
"แน่ใจหรอ" ม่านเมฆถามกลับ
"อะไรกันม่าน ม่านสงสัยอะไรพวกเรา" เมเปิ้ลถามพร้อมกับทำหน้าเศร้า
"งั้นเอางี้ดีกว่า พวกแกเห็นเราเป็เพื่อนจริงๆไหม"ม่านเมฆถามทั้งสามคนอย่างจริงจัง
"ม่านเป็อะไรเนี่ย ทำไมถามพวกเราแบบนั้นล่ะ"เมเปิ้ลถามม่านเมฆกลับด้วยแววตาที่ใสซื่อ
"ใช่ พวกเราก็ต้องเห็นม่านเป็เพื่อนสิคบกันมาขนาดนี้แล้ว" ดาวพูด
"เพื่อนงั้นหรอ เพื่อนที่ไหนเขาทำกันแบบที่พวกแกทำกับเราบ้าง"ม่านเมฆพูดกับทั้งสามคนด้วยน้ำเสียงสั่นๆและแววตามีความเสียใจ
"พวกเราไปทำอะไรให้ม่านกัน" กิ๊ฟซี่ว่าพร้อมกับตีหน้าซื่อ
"งั้นเอาทีละอย่างล่ะกันนะเื่ล่าสุดตอนไปเที่ยวคลับเราบอกพวกแกว่าไม่อยากไปแต่พวกแกก็ยังบังคับให้เราไปบังคับเราไม่พอพวกแกยังแอบวางยาเราด้วย ไม่ต้องถามนะว่าเรารู้ได้ยังไง อาการเราไง อาการเราหลังจากที่รับเครื่องดื่มที่พวกแกคะยั้นคะยอให้เราดื่มทั้งๆที่เราบอกว่าไม่ดื่มแล้วคืนนั้นพวกแกก็ไม่คิดจะตามหาเราเลยว่าเราเป็ยังไงหลังจากที่เราหายไปเพื่อนกันเขาทำกันแบบนี้หรอที่เรายอมทำตามที่พวกแกบอกในตอนนั้นเพราะเราเห็นว่าพวกแกเป็เพื่อนเลยยอมทำตามเพราะเราไม่มีเพื่อนเลยั้แ่ปีหนึ่งพอจะเริ่มมีเพื่อนก็มีข่าวบ้าๆนั้นออกมาจนทำให้ไม่มีใครอยากคบเรา"ม่านเมฆเล่าด้วยความเสียใจและอัดอั้นพร้อมกับไล่มองหน้าสามสาวทีละคนก่อนจะพูดต่อ
"ตอนแรกเราดีใจมากเลยนะที่พวกแกเข้ามาเป็เพื่อนกับเราโดยที่ไม่สนใจข่าวบ้าๆพวกนั้น ข่าวบ้าๆที่เราไม่ได้ทำมันจริงๆแต่มีคนปล่อยข่าวว่าร้ายเราแต่เรากลับแก้ตัวให้ตัวเองไม่ได้แต่ตอนนี้เราไม่แน่ใจแล้วว่าที่พวกแกเข้าหาเราเป็เพราะว่าพวกแกอยากเป็เพื่อนกับเราจริงๆหรือเพราะอะไรกันแน่"ม่านเมฆว่าอย่างน้ำตาซึม
"ใครจะอยากเป็เพื่อนกับคนต่ำๆอย่างแกกัน"
เมื่อเห็นว่าม่านเมฆรู้เื่ที่พวกเธอทำแล้วก็ไม่จำเป็ที่พวกเธอจะแกล้งเป็เพื่อนกับม่านเมฆอีกต่อไปกิ๊ฟซี่เลยโพล่งออกมา
"หมายความว่ายังไง" ม่านเมฆถามอย่างใที่ได้ยินที่กิ๊ฟซี่พูด
"คนแบบแกพวกเราไม่อยากคบด้วยหรอกนะที่พวกเราลดตัวลงมาคบกับแกก็เพราะว่าพวกเราอยากมาแก้แค้นแทนแฟนของพวกเรายังไงล่ะ"กิ๊ฟซี่พูดต่อ
"ผู้ชายเขาไม่เล่นด้วยก็สั่งให้คนไปซ้อมเขาจนเข้าโรงพยาบาลแกนี่มันเป็คนแบบไหนกันนะ" เมเปิ้ลว่า
"พวกแกพูดเื่อะไร" ม่านเมฆถามอย่างงุนงง
"อย่ามาทำเป็ไขสือหน่อยเลยแกจำคนที่แกให้คนของผัวแกมาซ้อมไม่ได้หรอหรือว่าแกสั่งให้คนไปซ้อมคนอื่นไปเรื่อย"กิ๊ฟซี่ว่าอย่างโมโห
"อ้อ แล้วก็ข่าวคาว อุ๊ปส์! ข่าวคราวของแกอ่ะ พวกเรานี่แหละเป็คนปล่อย"เมเปิ้ลว่าพร้อมกับหันไปหัวเราะคิกคักกันอยู่สองคนกับกิ๊ฟซี่
"เป็ไงล่ะรู้แล้วว่าพวกเราเป็คนทำแกจะทำยังไงบอกเสี่ยที่เลี้ยงแกอยู่มาจัดการพวกฉันไหมล่ะถ้าคิดว่าเสี่ยนั่นจะมีอำนาจพอสู้กับพ่อแม่ของพวกฉันได้ล่ะก็นะ"กิ๊ฟซี่ว่าอย่างสะใจ
ม่านเมฆที่ยังคงอึ้งและมึนงงกับสิ่งที่ได้ยินก็ได้แต่เงียบและกำลังงงว่าตัวเองไปทำแบบที่ทั้งสองคนพูดตอนไหน
"พอได้แล้วหน่าเมเปิ้ล กิ๊ฟซี่"ดาวที่อยู่ในสถานการณ์ก็ได้เอ่ยห้ามทั้งสองคน
"พออะไรล่ะแกจำไม่ได้หรอว่ามันทำอะไรไว้กับแฟนพวกเราแถมยังหน้าด้านมาอ่อยคนอื่นไปทั่ว"เมเปิ้ลหันไปพูดกับดาวอย่างเจ็บใจที่เข้าใจว่าม่านเมฆไปอ่อยแฟนตัวเอง
"เราเลิกกับภพแล้ว" ดาวว่า
"ว่ายังไงนะ! ทำไมพวกเราไม่รู้เื่" เมเปิ้ลถามดาวเสียงดัง
"ซักพักแล้ว เราไม่ได้บอกใคร" ดาวว่า
"แกสองคนรักกันจะตายอยู่ๆก็จะมาเลิกกันเนี่ยนะ" กิ๊ฟซี่ถามอย่างสงสัย
"มันก็เป็แค่สิ่งที่พวกแกเห็นนั่นแหละ ภพแอบนอกใจเราหลายครั้งแล้วครั้งนี้เราจับได้อีกเราเลยไม่ทน" ดาวว่าเสียงเรียบ
"แล้วยังไง ดาวเลิกกับภพแล้วก็เลยจะให้พวกเราเลิกทำอะไรมันงั้นหรอเราไม่เลิกนะเพราะพวกเราสองคนไม่ได้เลิกกับแฟนเหมือนดาวซักหน่อย" เมเปิ้ลว่า
"เราแค่กำลังคิดว่าเราอาจจะเข้าใจม่านผิดก็ได้นะม่านอาจจะไม่ได้ทำแบบนั้น" ดาวว่า
"ไม่ได้ทำอะไรมันเป็เด็กเสี่ยนะดาว คนดีๆที่ไหนจะมาเป็เด็กเสี่ยกัน"กิ๊ฟซี่ว่าอย่างโมโหใส่ดาว
"แต่เราไม่มีหลักฐานนี่ว่าม่านเป็เด็กเสี่ยจริงๆหรือถึงม่านจะเป็จริงๆมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรานะถ้าม่านไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน"ดาวว่า
"พอล่ะ ฉันไม่อยากฟัง สรุปแกจะเข้าข้างมันแล้วบอกว่าแฟนพวกเราโกหกงั้นหรอ"เมเปิ้ลถามดาว
"เราไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเราแค่อยากให้คุยกันก่อน" ดาวว่า
"คุยงั้นหรอ หลังจากที่เราทำอะไรมันไปต่างๆนาๆแล้วน่ะหรอดาวก็ทำด้วยกันกับพวกเรานี่" เมเปิ้ลว่า
"ถ้าแกยังจำได้ว่าทุกครั้งที่พวกแกทำเราห้ามพวกแกทุกครั้งแต่พวกแกก็ไม่เคยฟัง"ดาวว่า
"พอ! ถ้าแกเลือกเข้าข้างมันก็เลิกเป็เพื่อนกับพวกเราไปซะไปคบกับคนต่ำๆแบบมันเลยนะ" เมเปิ้ลว่าพร้อมกับยื่นคำขาดให้กับดาว
"เราไม่เข้าใจว่าพวกแกพูดเื่อะไรและเราก็มั่นใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรแบบที่พวกแกพูด"ม่านเมฆเมื่อตั้งสติได้ก็พูดออกไป
"ตอแหล!/ตอแหล!"เป็เสียงของกิ๊ฟซี่และเมเปิ้ลพูดขึ้นพร้อมกันเมื่อได้ยินม่านเมฆพูด
"เราพูดเื่จริงแฟนพวกแกเป็ใครเรายังไม่รู้เลย พวกแกก็ไม่ได้บอกเราว่าแฟนพวกแกเป็ใครแล้วเราจะไปทำอะไรแฟนพวกแกได้ยังไง"ม่านเมฆว่า
"แหงสิ พวกเราจะปล่อยให้แกมารู้จักแฟนพวกเราแล้วทำร้ายเขาอีกทำไม"เมเปิ้ลว่า
"ดาวเลือกมาเลยนะว่าแกจะอยู่ข้างใคร" เมเปิ้ลหันไปถามดาว
"เราไม่เลือก" ดาวว่า
"ดาวต้องเลือก" กิ๊ฟซี่ว่า
"เราว่าพวกแกไปสงบสติกันก่อนดีกว่าไหม คนเริ่มมองมาทางพวกเราเยอะแล้ว"ดาวว่า
"ไม่! แกจะอายอะไรมันสิต้องอาย"เมเปิ้ลแหวขึ้นเสียงดังทำให้คนหันมามองเยอะกว่าเดิม
"ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ฟังให้ดีนะ คงรู้จักกันดีอยู่แล้วใช่ไหมม่านเมฆน่ะเ้าของข่าวคาวประจำคณะเราวันนี้้พวกเรามีเื่ข่าวคาวของมันมาเล่าให้ทุกคนฟังคาวกว่าเื่ที่มันเป็เด็กเสี่ยอีก" เมเปิ้ละโเสียงดัง
"พอได้แล้วเมเปิ้ล"ดาวที่รู้ว่าเมเปิ้ลจะพูดเื่อะไรก็เอ่ยห้ามเมเปิ้ลแต่ดูเหมือนเ้าตัวจะไม่ฟังที่ดาวห้ามเลย
"ไม่พอ! ทุกคนฟังนะ ม่านเมฆคนนี้น่ะเคยอ่อยแฟนพวกเราทั้งสามคนพอแฟนพวกเราไม่เล่นด้วยก็สั่งให้คนของผัวตัวเองมาเล่นงานแฟนพวกเราจนเข้าโรงพยาบาลคิดดูว่าต้องคันขนาดไหนถึงได้อ่อยคนไปทั่วขนาดนี้" เมเปิ้ลเล่าเื่ม่านเมฆที่ตัวเองเข้าใจให้คนอื่นฟังเสียงดัง
คนที่อยู่แถวนั้นเมื่อได้ยินที่เมเปิ้ลพูดก็หันไปซุบซิบกันกับคนข้างๆพร้อมกับมองมาที่ม่านเมฆด้วยสายตาที่หลากหลายแต่อยู่ดีๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโพล่งบางอย่างออกมาขัดเมเปิ้ล
"โอ๊ย! เสียงดังอยู่ได้ น่ารำคาญ! นี่มันที่สาธารณะนะจะพูดอะไรก็เกรงใจคนอื่นบ้างไม่ใช่ทุกคนที่อยากรู้เื่ของพวกเธอ"
"นี่แก!" เมเปิ้ลที่โดนขัดจังหวะจึงเรียกคนๆนั้นเสียงดัง
"ไม่มีมารยาท เรียกคนที่ไม่รู้จักว่าแกนี่นะ"คนๆนั้นตำหนิเื่มารยาทของเมเปิ้ล
"แกรู้ไหมว่าพวกฉันเป็ใคร" กิ๊ฟซี่ถามคนนั้น
"ไม่รู้ และก็ไม่อยากรู้ด้วย รู้แค่ว่าเป็คนไม่มีมารยาท" คนนั้นว่า
"กรี๊ดดดดด แก!/แก!"ทั้งสองคนกรี๊ดขึ้นมาพร้อมกันเสียงดัง
ม่านเมฆเมื่อเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็รีบพาตัวเองออกจากตรงนั้นทันทีปล่อยให้คนพวกนั้นกรี๊ดกันอยู่อย่างนั้นแหละ แค่นี้เขาก็รับไม่ไหวแล้ว
เพื่อนที่คิดว่าจะเป็เพื่อนกันได้จริงๆกลับมาทำแบบนี้ข่าวพวกนั้นก็มาจากคนที่ม่านเมฆคิดว่าเป็เพื่อน มิน่าล่ะไม่ว่าเขาจะพยายามแก้ข่าวขนาดไหนมันก็ไม่สำเร็จสักทีข่าวของม่านเมฆก็ยังคงมีอยู่เรื่อยๆไม่ว่าจะครั้งไหนก็ตามที่มีเื่แบบนี้ขึ้นมาม่านเมฆไม่เคยปกป้องตัวเองได้เลยทั้งๆที่เขาพยายามแก้ข่าวที่ออกมาแต่แก้ไปก็ไม่มีใครสนใจอยู่ดีเพราะเขาไม่ได้รวยหรือมีหน้ามีตาในสังคมเหมือนคนอื่นหรอคำพูดของเขาจึงไม่มีใครสนใจเลยม่านเมฆตัดพ้ออยู่ในใจ
ม่านเมฆกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลของตัวเองเอาไว้และรีบออกไปจากตรงนี้เขาไม่อยากให้คนพวกนั้นเห็นว่าตัวเองกำลังอ่อนแอแค่ไหนเพราะถ้าคนพวกนั้นเห็นคงไม่พ้นจะสมน้ำหน้าเขาอย่างแน่นอน
///////////////////
มาแน้วววววว
ฝากคอมเมนท์ด้วยน๊าาาาาา