หลังจากรออยู่ในศาลาครู่หนึ่ง แม่นมป๋ายยังไม่ออกมา แต่กลับเห็นผู้หญิงที่ชื่อชุ่ยเอ๋อร์แทน
ด้านหลังชุ่ยเอ๋อร์มีสาวใช้ตามมาด้วยสองคนกำลังเดินข้ามศาลาริมน้ำมาอย่างอรชนอ้อนแอ้น พอเข้าใกล้ศาลาก็หยุดฝีเท้า มองมาที่หนิงเยี่ยนเหมือนเป็นศัตรูคู่อริ
เพราะไม่ได้กินปลาหมึกก็เลยโกรธเคืองเธอหรือไงกัน? แต่ความจริงไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่ หนิงเยี่ยนเดาสาเหตุที่ชุ่ยเอ๋อร์มองเธออย่างเหยียดหยามไปสุ่มสี่สุ่มห้า
“แม่นางหนิง คุณนายให้มาเชิญ” ชุ่ยเอ๋อร์เอ่ย
“แม่นมป๋ายล่ะ?”
หนิงเยี่ยนรู้สึกสับสนกับคำเชิญของชุ่ยเอ๋อร์ แม่นมป๋ายเป็นคนพาเธอเข้ามา การจะเข้าพบเจ้าของบ้านหลังนี้ก็ควรเป็นแม่นมป๋ายพาเธอไปสิ
ชุ่ยเอ๋อร์ที่อยู่ตรงหน้านี้แค่มองก็รู้ว่าไม่ถูกกันกับแม่นมป๋าย
“เป็นแค่คนธรรมดา แม่นมป๋ายคอยปรนนิบัติคุณนายอยู่ จะเอาเวลาไหนมาสนใจเจ้า ยังไม่ตามมาอีก”
“......”
หนิงเยี่ยนไม่รู้ว่าหญิงคนนี้อยู่ดี ๆ ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน
“ขออภัย อยู่ ๆ ข้าก็มีธุระ ขอตัวกลับก่อนแล้วกัน”
หนิงเยี่ยนว่าจบก็หมุนตัวเดินจากไป ชุ่ยเอ๋อร์ตะลึงตาค้าง ตั้งแต่เป็นหัวหน้าสาวใช้ของคุณนายรองมา เธอไม่เคยถูกคนอื่นชักสีหน้าใส่ขนาดนี้
“ไม่ไปงั้นเหรอ? ช่างไม่กลัวคุณนายตำหนิเอา”
“.....”
หนิงเยี่ยนหันไปมองชุ่ยเอ๋อร์ด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ สมองแค่นี้ก็มาเป็นหัวหน้าสาวใช้ได้นะ คุณนายรองคนนั้นไม่น่าจะเป็นคนโง่เลย
เมื่อถูกหนิงเยี่ยนมองอย่างเหยียดหยาม ชุ่ยเอ๋อร์ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“หยุดอยู่ตรงนั้น”
“....”
หนิงเยี่ยนทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วเดินออกไปข้างนอก
ชุ่ยเอ๋อร์ลุกลี้ลุกลน คุณนายแค่ให้มาเรียกตัวคนคนนี้ไปแต่กลับทำได้ไม่ดี เมื่อกี้แม่นมป๋ายเพิ่งฟ้องเรื่องของเธอไป ถ้าหากปล่อยหนิงเยี่ยนไปอีก เกรงว่าตำแหน่งของเธอคงจะถูกลดขั้นแน่
“แม่นางหนิงรอก่อน....”
เมื่อกลัวว่าหนิงเยี่ยนจะกลับไปจริงๆ ชุ่ยเอ๋อร์จึงผลักสาวใช้ที่ตัวแข็งเหมือนท่อนไม้ทั้งสองคนให้ออกไปตามหนิงเยี่ยน
หนิงเยี่ยนไม่พูดอะไร มองไปที่ชุ่ยเอ๋อร์ รอให้ชุ่ยเอ๋อร์เป็นฝ่ายพูด
“แม่นางหนิงโปรดยั้งเท้าก่อน เมื่อกี้สาวใช้ผู้นี้ทำตัวไม่ถูกไม่ควร ขออภัยจริง ๆ สาวใช้ผู้นี้รีบร้อน ไม่ทันระวังเรื่องอารมณ์ ทั้งคุณนายและแม่นมป๋ายกำลังรออยู่ ท่านเองคงไม่อยากให้แม่นมป๋ายผิดกาลเทศะใช่ไหม”
หนิงเยี่ยนไม่พูดอะไร ยังคงมองไปที่ชุ่ยเอ๋อร์
“….”
สีหน้าของชุ่ยเอ๋อร์เหมือนคนหายใจไม่ออก สาวบ้านนอกคอกนาไม่รู้อะไรควรไม่ควร เธอก็ขอโทษไปแล้ว ยังจะต้องการอะไรอีก อีกอย่างในครัวก็รู้จักวิธีปรุงปลาหมึกแล้ว ถ้าหากเธอไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร....
“งั้นไปเถอะ!”
ชุ่ยเอ๋อร์แทบจะระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ จนกระทั่งหนิงเยี่ยนเอ่ยปากพูด
ชุ่ยเอ๋อร์หายใจด้วยความโล่งอก ให้สองสาวใช้ที่ทำตัวเหมือนท่อนไม้เป็นคนนำทางหนิงเยี่ยนไป
พื้นที่ของจวนตระกูลป๋ายนั้นไม่ใหญ่มากนัก แต่ศาลา ตึก หอ ศาลากลางน้ำและภูเขาจำลองก็มีเพียบพร้อมทุกอย่าง ในฤดูร้อนดอกบัวในสระน้ำก็ผลิบานได้อย่างประจวบเหมาะ ข้างสระน้ำยังปลูกต้นหลิวเอาไว้
เมื่อสายลมพัดผ่าน กลิ่นหอมของดอกบัวก็ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่ว
ข้ามสระบัวไปจะถึงเฉลียงทางเดินรอบบ้าน บางครั้งจะมีสาวใช้เดินผ่านและสาวใช้เหล่านั้นจะพยักหน้าทักทายชุ่ยเอ๋อร์
..........
เดินต่อไปเรื่อย ๆ เกือบจะ 15 นาที ผ่านประตูกลางในบ้านไปสามประตู เข้าไปถึง*ห้องบุปผา ในที่สุดหนิงเยี่ยนก็ได้เห็นเงาร่างของแม่นมป๋าย (*ห้องโถงสำหรับจัดเลี้ยง)
แม่นมป๋ายยืนอยู่ข้างเก้าอี้โซฟาคอยปรนนิบัติผู้หญิงบนเก้าอี้ที่กำลังกินลูกท้อ เธอปอกเปลือกลูกท้อ ใช้มีดสั้นด้ามสีเงินปาดเอาเนื้อลูกท้อออกมาใส่จานไว้ ใช้ส้อมเงินเสียบมันขึ้นมา แล้วส่งเข้าปากผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
“คุณนาย แม่นางหนิงอยู่ที่นี่แล้ว”
ชุ่ยเอ๋อร์เดินนำหน้า กล่าวออกมาหนึ่งประโยคจากนั้นจึงถอยไปอยู่หลังเก้าอี้โซฟาที่ผู้หญิงคนนั้นเอนตัวอยู่โดยอัตโนมัติ
เมื่อผู้หญิงคนนั้นโบกมือ แม่นมป๋ายก็เข้ามาเก็บจาน
เธอจัดเสื้อที่ไหลมาอยู่บนบ่าให้เข้าที่และนั่งหลังตรง ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ดูดีที่สุด แต่มีจมูกที่เรียวงาม ริมฝีปากเหมือนกลีบซากุระ ดวงตากลมโต คิ้วเรียวยาว ร่างกายมีน้ำมีนวลแต่ไม่อ้วน เนินอกของเธอถูกเผยให้เห็นครึ่งหนึ่ง บนหัวก็กลัดดอกเสาเย่า (คล้ายโบตั๋น)
ถ้าหากจะสรรหาคำไหนมาบรรยายผู้หญิงตรงหน้า หนิงเยี่ยนคงคิดถึงแต่ ‘ดุจดอกไม้สีสวยและมีกลิ่นหอม’ ทุกการเคลื่อนไหวเย้ายวนใจ
ตามที่ได้ฟัง คุณนายรองคนนี้มาจากเฉวียนโจว ฝูเจี้ยนช่างเป็นสถานที่ของการเลี้ยงดูคน
“คุณนายรอง” หนิงเยี่ยนเอ่ย
“แม่นางหนิงนั่งลงสิ วิธีกินปลาหมึกนั้นแม่นมป๋ายได้เล่าให้ฟังแล้ว ถ้าหากว่าธุรกิจร้านอาหารนั้นฟื้นกลับมาได้ ข้าคงจะต้องขอบคุณเจ้าอย่างมาก” คุณนายรองยิ้มอย่างใจดี
“ไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะ เพียงแต่ได้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ก่อนหน้านี้แม่นมป๋ายเองก็ช่วยข้าไว้ไม่น้อย”
“เจ้าช่างเป็นคนที่น่าสนใจ คนอื่นหากได้เห็นข้า แม้แต่จะพูดยังพูดจาติดขัด แต่เจ้านั้นเตือนข้าขึ้นมาว่าต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน งั้นพูดออกมาเถอะ เจ้ามีความต้องการอะไร”
“คุณนายรองเป็นคนฉลาดเฉลียว”
หนิงเยี่ยนว่าขึ้น
พอได้ยินคำพูดของหนิงเยี่ยน แม่นมป๋ายก็สะดุ้งโหยงทันที เธอไม่นึกเลยว่าหนิงเยี่ยนเวลามาอยู่ต่อหน้าคุณนายรองจะตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมถึงเพียงนี้
ถ้าหากว่าถูกตำหนิหรือกล่าวโทษ...คิดแล้วผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือของแม่นมป๋ายแทบจะถูกฉีกเละ ถ้าหากคุณนายรองกล่าวโทษ เธอเองคงไม่มีทางออกเลยแม้แต่น้อย
“ทั้งยังกล้าหาญ มิน่าล่ะสามารถไปล่าหมาป่าบนภูเขาได้”
คุณนายรองยิ้มหวาน โบกมือเรียกหนิงเยี่ยน
หนิงเยี่ยนเดินเข้าไปหา
คุณนายรองถอดกำไลหยกที่สวมอยู่ออกจากข้อมือ เธอเอามันใส่ลงบนข้อมือของหนิงเยี่ยน ริมฝีปากสีแดงก็เอ่ยขึ้นว่า
“เมื่อปีนั้น ของสิ่งนี้เป็นของที่คุณท่านมอบให้ข้า เจ้ารับไปเสีย หลังจากนี้คนรับใช้ของบ้านตระกูลป๋ายมาเห็นจะได้ช่วยเหลือเจ้า ข้าช่วยเจ้าได้เท่านี้”
“….”
แปลว่าหลังจากนี้เธอออกจากบ้านต้องถลกแขนเสื้อให้คนอื่นดูเหรอ?
แล้วใส่กำไลหยกแบบนี้ตอนมีเรื่องวิวาทจะสะดวกไหมนะ?
รอคำขอบคุณจากหนิงเยี่ยน รออยู่นานทำไมยังไม่ได้รับสิ่งที่คาดหวังล่ะ คุณนายรองแปลกใจจริง ๆ กำไลหยกที่มอบให้ก็ไม่ใช่ถูก ๆ ถ้าหากเอาไปจำนำที่โรงรับจำนำ อย่างน้อยที่สุดก็จะได้เงินสามร้อยตำลึง
“คุณนาย ถ้าอย่างนั้น... หลังจากนี้หากต้องการความช่วยเหลือสามารถไปที่โกวจื่อวาน ที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองเพื่อตามหาข้า” หนิงเยี่ยนเอ่ย
“ได้” คุณนายรองว่า
พอหนิงเยี่ยนเดินจากไป ชุ่ยเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะมาประจันหน้ากับคุณนายรอง
“แม่นางหนิงเยี่ยนคนนี้ มันเหลือเกิน! บ้านตระกูลป๋ายของเราใหญ่ขนาดนี้มีอะไรที่ทำไม่ได้บ้าง ทำไมถึงต้องไปขอความช่วยเหลือของนางด้วย ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง”
แม่นมป๋ายที่อยากจะแก้ต่างอะไรให้หนิงเยี่ยน พอคิดทบทวนแล้ว ก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี
คนอื่นต่างไม่รู้ราคาของกำไลที่คุณนายให้หนิงเยี่ยนไปแต่เธอนั้นรู้ ว่ากันตามหลัก คุณนายเองก็ไม่ควรให้ของแพงขนาดนั้นไป เรื่องที่คุณนายทำ พวกคนรับใช้เช่นเธอยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ
“พวกเจ้าน่ะ ถ้าไม่รู้เรื่องอะไรก็ออกไปถามคนข้างนอกเสียสิ พวกเจ้าลองคิดดูสิ คนที่ล่าหมาป่าได้ คนที่จับกวางกลับมาเป็น ๆ ได้ คนที่เอาของประหลาด ๆ มาทำเป็นของอร่อยได้ คนแบบนี้ธรรมดาหรือไง?” คุณนายรองเอ่ยขึ้น
“มีตรงไหนไม่ธรรมดาล่ะเจ้าคะ”
ชุ่ยเอ๋อร์ถามออกมาตรง ๆ
“เจ้าว่ายังไงล่ะ”
“สาวใช้ผู้นี้ไม่ทราบหรอกเจ้าค่ะ”
“ก็ไม่รู้นั่นล่ะ ถ้าหากรู้คงไม่ได้เป็นแค่สาวใช้หรอก”
คุณนายรองว่าพลางเดินลงมาจากเก้าอี้โซฟาแล้วไปนั่งที่หน้ากระจก เธอเอาดอกเสาเย่าลงจากหัว เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปจากห้อง
.......
“เจ้าแน่ใจเหรอว่าหนิงเยี่ยนเป็นผู้ค้นพบวิธีตีเหล็ก?”
“คำข้าว่า มีครั้งไหนผิดบ้างล่ะ?”
“งั้นเจ้าก็พยายามมีความสัมพันธ์ดี ๆ กับหนิงเยี่ยนให้ได้ล่ะ หากว่าสามารถโน้มน้าวให้เธอนั้นบอกทักษะวิธีการทำเหล็กให้เราได้ แล้วเรานำขั้นตอนวิธีการนั้นไปรายงานแก่องค์จักรพรรดิได้ เมืองถงเซียนของพวกเราจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง”
“อนาคตของคุณสามีก็จะสดใส”
“ข้าล่ะชอบปากหวาน ๆ ของเจ้าเสียจริง ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงระเบิดหัวเราะอย่างเบิกบานดังออกมาจากห้องหนังสือของจวนตระกูลป๋าย
.............