หลังจากออกจากวิหารโบราณในป่ามายา เจียนเฉินมุ่งหน้าไปยัง วิหารแห่งดวงดาว สถานที่ที่ระบบบอกว่าอาจไขความลับของโลกใบนี้ได้ วิหารนั้นตั้งอยู่ในเขตของ ทะเลทรายแห่งแสงจันทร์ อันห่างไกล เขาต้องเดินทางข้ามพื้นที่อันตรายที่เต็มไปด้วยสัตว์เวทมนตร์และสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย
“ระบบ ที่นี่ไกลแค่ไหน?” เจียนเฉินถามพลางมองแผนที่เสมือนที่ลอยอยู่ตรงหน้า
“ตามเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งสัปดาห์”
“หนึ่งสัปดาห์ในทะเลทราย? น่าสนุกดีนี่”
การเตรียมตัวในป่ามายา
ก่อนจะออกจากป่ามายา เจียนเฉินใช้พลังใหม่ มิติแห่งความว่างเปล่า เพื่อเก็บทรัพยากรที่จำเป็ เช่น น้ำ อาหาร และสมุนไพรจากป่า
เขายังพบกับเศษซากของสัตว์เวทมนตร์ที่เขาเคยเอาชนะ เช่น งูศิลาเกราะเพลิง และใช้ระบบในการดึงพลังงานที่เหลืออยู่จากมัน
“ได้รับ [แก่นเวทมนตร์เพลิงศิลา]”
“ข้าเริ่มชอบเ้าแก่นพวกนี้แล้ว” เขาพึมพำขณะเก็บมันไว้ในมิติส่วนตัว
การเผชิญหน้ากับนักล่ามานา
เมื่อเขาออกจากป่ามายาและเข้าสู่เขตชายขอบของทะเลทรายแห่งแสงจันทร์ เจียนเฉินก็พบกับกลุ่มคนแปลกหน้า พวกเขาแต่งกายด้วยชุดคลุมสีแดงและถืออาวุธที่เปล่งแสงมานา
“หยุดตรงนั้น!” หนึ่งในนั้นะโ พวกเขาดูเป็นักล่าที่ไม่ธรรมดา และพลังที่แผ่ออกมาจากพวกเขาก็บ่งบอกว่าพวกเขาเป็จอมเวทที่ชำนาญ
“พวกเ้าเป็ใคร?” เจียนเฉินถามเสียงเยือกเย็น
“เราเป็นักล่ามานา และเราััได้ถึงพลังอันมหาศาลในตัวเ้า” ชายที่ดูเหมือนหัวหน้ากล่าว
“คำแนะนำ: ระวัง พลังของโฮสต์ดึงดูดผู้ที่ล่าแก่นเวทมนตร์”
“ล่าพลังข้า? งั้นมาลองดู” เจียนเฉินยิ้ม ก่อนจะเรียกพลังแห่งความว่างเปล่าออกมา
การต่อสู้กลางทะเลทราย
กลุ่มนักล่ามานาร่ายเวทมนตร์โจมตี เจียนเฉินหลบเลี่ยงและตอบโต้ด้วย เปลวไฟว่างเปล่า ที่พุ่งออกจากมือของเขา พลังนั้นดูดซับมานาของเวทมนตร์ศัตรู ทำให้พวกเขาเริ่มใ
“นี่มันพลังอะไรกัน!” หนึ่งในนักล่าะโด้วยความตื่นตระหนก
เจียนเฉินใช้ มิติแห่งความว่างเปล่า เปิดพื้นที่ที่ดักจับพวกเขาไว้ในมิติส่วนตัวของเขา ซึ่งทำให้พวกเขาไม่สามารถร่ายเวทได้
“พวกเ้าล่าแก่นเวทสินะ แล้วทีนี้ ข้าจะล่าของพวกเ้าบ้าง”
เขาดึงแก่นเวทมนตร์จากกลุ่มนักล่า และปล่อยให้พวกเขาหลบหนีออกไปพร้อมกับคำเตือน
“อย่าให้ข้าพบพวกเ้าอีก”
ทะเลทรายแห่งแสงจันทร์
หลังจากการต่อสู้ เจียนเฉินเข้าสู่ทะเลทรายที่ดูเหมือนจะไร้จุดสิ้นสุด ที่นี่เป็พื้นที่แห้งแล้งในตอนกลางวัน และหนาวเย็นในตอนกลางคืน
เขาใช้มิติแห่งความว่างเปล่าในการสร้างที่พักพิงชั่วคราว และยังทดลองใช้แก่นเวทมนตร์ที่ได้รับเพื่อเสริมพลังของตัวเอง
“คำแนะนำ: ใช้แก่นเวทมนตร์เพลิงศิลา เพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมเปลวไฟ”
เจียนเฉินหลอมรวมแก่นเวทเข้ากับพลังของเขา ทำให้เปลวไฟว่างเปล่าของเขามีความสามารถใหม่: เปลวไฟลาวา ซึ่งสามารถเผาผลาญทุกสิ่งและเปลี่ยนพื้นดินให้กลายเป็ลาวาได้
การพบเห็นแสงแห่งดวงดาว
ในคืนที่สามของการเดินทาง เจียนเฉินมองเห็นแสงสว่างประหลาดที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า มันไม่ใช่ดาวธรรมดา แต่ดูเหมือนจะเป็แสงที่ชี้นำไปยังจุดหมาย
“ระบบ เ้าเห็นมันไหม?”
“ยืนยัน นั่นคือสัญญาณจากวิหารแห่งดวงดาว”
“ข้าคิดว่าเราใกล้จะถึงแล้ว”
เขาเร่งเดินทางตามแสงสว่างนั้น โดยไม่รู้ว่าในทะเลทรายแห่งแสงจันทร์นี้ ยังมีอันตรายที่ซ่อนตัวอยู่ และมันกำลังรอเขาอยู่