ในเวลาที่ถึงกำหนดนัดหมาย ที่อรภาแจ้งไว้ได้มาถึง อุษาซึ่งได้แต่งตัวเหมือนกับอยู่บ้านตามปกติ ไม่มีอะไรเป็นที่น่าสงสัย ที่แสดงให้รู้ว่าตัวเธอจะไปแล้ว
ซึ่งในตอนนั้น ราฟาเอลได้เดินทางไปเคลียร์งานอยู่ที่บริษัท เนื่องจากงานบางอย่าง เกิดมีปัญหาขึ้นมา จนส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท เขาจึงจำต้องเข้าไปเคลียร์อย่างเร่งด่วน
“ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าคุณอุษา จะไปไหนหรือครับ?” สตีฟร้องถามอุษา เมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนเปิดประตูเพ้นท์เฮาส์ออกมา และกำลังจะเดินไปยังลิฟต์โดยสาร
“ษาจะไปซื้อนมที่เซเว่นอีเลเว่นด้านล่างนี้น่ะค่ะ” อุษาหันมากล่าวกับบอดี้การ์ดที่ อยู่โยงเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ที่หน้าห้องยิ้มๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นปกติ
“งั้นให้ผมไปซื้อให้ก็ได้ครับ คุณอุษาไม่ต้องลงไปเองหรอกครับ” สตีฟขันอาสาอย่างเร็วไว เพื่อความปลอดภัย และเพื่อไม่อยากให้หญิงสาวจะต้องเดินลงไปซื้อของเหนื่อย
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ษาไปซื้อเองดีกว่าค่ะ จะได้เลือกดูยี่ห้อที่ถูกใจด้วย และก็จะได้เป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วยค่ะ คุณสตีฟ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ เซเว่นอีเลเว่นอยู่ใกล้แค่นี้เอง แป๊บเดียวษาก็กลับขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ”
อุษากล่าวกับบอดี้การ์ดที่อยู่หน้าห้องออกไป ด้วยรอยยิ้ม และไม่ได้เผยพิรุธให้เห็นแต่อย่างใด
“งั้นก็โอเคครับ” สตีฟจึงร้องตอบรับคำพูดของหญิงสาว อย่างเสียไม่ได้ และคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง เพราะเซเว่นอีเลเว่นก็อยู่ใกล้ๆ ตึกนี้เอง ซึ่งห่างไปไม่ถึงสองร้อยเมตรด้วยซ้ำ
อุษาจึงหันไปส่งยิ้มหวานให้บอดี้การ์ดหน้าห้องอีกครั้ง ก่อนจะเดินตรงไปยังลิฟต์ ยื่นมือเรียวเล็กกดปุ่มเรียกลิฟต์ ซึ่งรออยู่ไม่นานลิฟต์ก็วิ่งขึ้นมา และเปิดรับคนที่กดปุ่มเรียกอย่างเร็วไว
อุษาเดินเข้าไปในตัวลิฟต์ ทำการกดปิดลงอย่างเร็วไว โดยไม่คิดจะรอให้ลิฟต์ปิดด้วยตัวของมันเอง และเมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวลงมาถึงชั้น G ของตัวตึก พอลิฟต์เปิดประตูออก อุษาก็เดินอย่างเร่งรีบไปยังเซเว่นอีเลเว่น ที่อยู่ห่างจากตัวตึกเพ้นท์เฮาส์นี้ไม่ถึงสองร้อยเมตรนั้นทันที อย่างไม่คิดจะลังเล
อุษาเข้าไปด้านในร้านเซเว่นอีเลเว่นแล้ว เมียงมองหาคนที่มารับ
“คุณอุษาครับ ผมเป็นคนของคุณโอดีน กรุณาใส่เสื้อและหมวกใบนี้ เพื่ออำพรางตัวออกไปขึ้นรถยนต์ ที่จอดรออยู่ที่หน้าร้านด้วยครับ”
ซึ่งก็มีบุรุษผู้หนึ่งอายุอานามน่าจะเข้าหลักสี่กว่าๆ แล้ว เดินเข้ามาใกล้ๆ อุษา และบอกกล่าวให้อุษารับรู้กันเพียงแค่สองคน และยื่นเสื้อแจ็คเก็ตสีครีม ความยาวเลยเข่าลงไปนิดหนึ่ง และหมวดสีดำส่งมาให้อุษา อย่างนอบน้อม
“โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ”
อุษารับเสื้อแจ็คเก็ตและหมวกมาไว้ในมือเรียวเล็ก และทำการสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ต และหมวกที่รับมาอย่างเร็วไว แล้วจึงเดินตามผู้ชายคนนั้น ออกไปยังหน้าร้านเซเว่นอีเลเว่น ซึ่งในตอนนี้ก็มีรถยนต์คันหรูสีดำคันหนึ่ง ซึ่งติดฟิล์มกรองแสงหนาทึบ ถ้าคนข้างนอกมองเข้าไปภายในรถ ก็จะไม่สามารถมองเห็นข้างในได้เลย จอดเทียบอยู่ตรงหน้าร้านเรียบร้อยแล้ว
อุษาก้าวเดินเข้าไปนั่งในรถยนต์คันหรูนั้น อย่างไม่คิดอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ เพราะรู้ว่ารถยนต์คันนี้ จะเป็นของใครไปไม่ได้เลยนอกจาก เป็นของโอดีนสามีของวรกานต์ ที่ส่งมารับเธอ เพื่อไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัว บินไปพักหัวใจอยู่ที่บ้านพักตากอากาศ ที่ได้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับเธอ ที่ประเทศอิตาลีนั้นแหละ
“ลาก่อนค่ะคุณราฟาเอล”
อุษามองลงไปยังภาคพื้นแผ่นดินของประเทศไทย พร้อมกับกล่าวร่ำลาคนที่เธอรัก พึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อยเต็มหัวใจ เมื่อเธอได้ขึ้นมาอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว ที่โอดีนส่งมารับเธอนั้นแล้ว และตอนนี้ก็ได้บินทะยานลอยล่องขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า และมุ่งตรงไปสู่ประเทศอิตาลี
๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒