“กินข้าวเถอะเดี๋ยวพี่ทิวาจะหาว่าผมใช้แรงงานคุณหนักเกินไป”ผมโน้มตัวลงพูดข้างหูของเธอเพราะเสียงดนตรีที่ดังมากเกินไปไม่ได้มีเจตนาเป็อย่างอื่น กีรติเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แต่เมื่อรู้ว่าผม้าพูดกับเธอแต่เธอได้ยินไม่ถนัดจึงเอี้ยวตัวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น
“คุณพูดว่าอะไรนะคะ”เธอป้องปากแล้วส่งเสียงดังถามผม”
“ผมบอกให้คุณกินข้าว”ผมพูดข้างหูของเธอ เธอพยักหน้าให้ผม แล้วลงมือกินข้าวตามที่ผมบอก
ผมนั่งดื่มกับพี่ชัยและคนอื่นๆโดยมีกีรตินั่งอยู่ข้างๆ หลังจากกินข้าวเสร็จเธอก็ยังนั่งอยู่ไม่ลุกไปไหน
“คุณไปคุยกับคนอื่นบ้างก็ได้นั่งอยู่กับผมตรงนี้ คนอื่นคงไม่มาคุยกับคุณหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นฉันไปนั่งกับพวกพี่หนึ่งนะคะ”ผมพยักหน้าให้เธอ เธอก็เดินไปนั่งคุยกับกลุ่มผู้หญิงทันที
“น้องขวัญมีแฟนแล้วจริงๆเหรอครับคุณทิว”พี่ชัยถามผมทันทีที่กีรติเดินออกไป
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”
“เธอดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่”
“ไม่ใช่แค่พี่หรอกครับเธอก็ไม่ค่อยชอบผมเหมือนกัน”
“ไม่จริงหรอกคุณทิวคนไม่ชอบกันไม่ดูแลกันแบบนี้หรอกครับ”
“เธอทำตามหน้าที่น่ะพี่”
“ผมสงสัยอยู่นะทำไมคุณทิวถึงเลือกเลขาผู้หญิง งานของคุณลุยขนาดนั้นน้องขวัญเองก็ดูบอบบางเกินไปไม่เหมาะจะติดตามคุณทิวเลยสักนิด”
“พี่ทิวาบอกว่าเธอเก่งมากและผมเองก็มีเหตุผลของผมครับพี่ ดูเธอไปก่อนเถอะครับ”
“เธอดูคล่องแคล่วดีนะครับ”
“ครับเธอเป็เลขาที่ดี ทำงานเก่ง นี่เป็เหตุผลหนึ่งที่ผมเลือกเธอ”
“ทำงานเก่งก็ดีครับ”
ผมนั่งมองกีรติที่ดูจะเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดีมากโดยเฉพาะผู้หญิง พวกเธอนั่งพูดคุยหัวเราะกันสนุกสนาน ใกล้กันก็ยังมีนุกับอันวิศวกรหนุ่มประจำไซต์งานของเราที่ปักหลักนั่งคุยกับพวกเธออยู่ นี่ยิ่งทำให้ผมเริ่มหงุดหงิดและไม่สนุกที่เห็นเธอมีความสุขขนาดนี้
“ผมกลับก่อนนะพี่”ผมบอกพี่ชัยก่อนที่จะลุกออกจากห้องกีรติรีบลุกตามผมออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าผมกำลังจะเดินพ้นออกมากจากห้องแล้ว 'ตาไวใช้ได้เลยนี่' ผมอดที่จะชมเธอไม่ได้ที่เห็นผมเดินออกมาได้เร็วมาก
“เมาหรือเปล่าคะคุณคีรี”เธอเร่งฝีเท้าให้ทันผม คิดว่าคงจะเป็ห่วงตัวเองมากกว่าผมอย่างแน่นอน
“ผมขับได้”ผมแกล้งเดินเซเล็กน้อย เธอก็รีบเข้ามาพยุงผมทันทีอย่างเกรงๆ
“เราเรียกรถดีกว่านะคะขับกลับเองอันตรายค่ะ” ผมพยักหน้าให้เธอ เธอจึงพยุงผมออกมาจากร้านให้ยืนพิงต้นมะพร้าวข้างทางแล้วเดินไปเรียกรถแท็กซี่
“คุณคีรีกลับกันเถอะค่ะ” ผมรีบหลับตาลงทำเป็แกล้งหลับเมื่อเห็นว่าเธอเรียกรถได้แล้ว
“อืม”ผมปล่อยให้เธอพยุงไปนั่งบนรถ เธอเข้ามานั่งข้างผม ผมเลยแกล้งเอียงตัวซบไหลเธอเธอดันหัวผมออก ผมก็เอียงกลับมาซบเธออีกครั้ง
“คุณคีรีนั่งดีๆสิคะ” คราวนี้ไม่ใช่แค่ดันหัวผมออกห่าง แต่กลับออกคำสั่งกับผมด้วย
“ผมง่วงจะนอน” ผมปัดมือเธอที่พยายามดันหัวผมออกแล้วนอนซบไหล่เธอ
“นอนดีๆค่ะ”ผมอมยิ้มน้อยๆ ในที่สุดเธอก็ยอมให้ผมซบ ถึงแม้เธอจะนั่งตัวเกร็งก็ตาม
ผมแอบมองเธอเป็ระยะเห็นเธอสัปหงกจึงเลิกแกล้งหลับ แล้วขยับประคองให้เธอนอนซบกับอกของผมแทนตอนที่เธอนอนหลับแบบนี้เธอดูน่ารักมากจริงๆผมปล่อยให้เธอนอนจนเรากลับมาถึงอพาร์ทเม้นท์ ผมจึงปลุกเธอให้ตื่น
“กีรติ!”ผมเขย่าแขนเธอเบาๆให้ตื่น
“อื้อ”เธองัวเงียเดินลงจากรถเหมือนิญญาล่องลอย เห็นได้ทันทีว่าสติยังมาไม่ครบ
“ตื่นหรือยัง”ผมก้มลงมองเธอใกล้ๆอย่างคิดอยากจะแกล้งคนไม่มีสติหน้าของเราตอนนี้ห่างกันไม่ถึงคืบ
“หือ!คุณคีรี” เธอขยี้ตาเบา แล้วหยีตามองผม ก่อนจะใที่เห็นหน้าผมอย่างชัดเจน
“ตื่นแล้วนะ”พูดจบผมก็เดินไปขึ้นลิฟต์ กีรติยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับ
“จะกลับห้องไหม”สิ้นเสียงของผมเธอก็รีบวิ่งตามผมเข้ามาในลิฟต์ทันที คงจะได้สติแล้ว
“ฉันคิดว่าคุณเมาซะอีก”ผมได้ยินเสียงเธอบ่นเบาๆ ตอนนี้เธอคงตื่นเต็มตาแล้ว
“คุณคิดว่ายังไงล่ะ”
‘ติ้ง’ประตูลิฟต์เปิดออก กีรติก็รีบเดินกลับห้องของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว
Rrrrrrrrrrrr
“เก้า!ฮือ! ฮือ! ฮือ! ฉันกำลังจะโทรหาแกพอดีเลย” ฉันโอดครวญทันทีที่รับสายจากเพื่อนรัก
(เฮ้ย!ใจเย็น ฮ่า ฮ่า ฮ่า อะไรวะเนี่ย ทำงานวันแรกหนักขนาดต้องร้องเลยเหรอ)
“แกหัวเราะอะไรนี่ฉันเพื่อนแกนะ”
(เออไม่หัวเราะแล้ว เป็ยังไงสองชั่วโมงก่อนยังเห็นโพสต์ภาพงานเลี้ยงกับเพื่อนร่วมงานอยู่เลย ก็ยิ้มแย้มดีนี่)
“เพื่อนร่วมงานดีมากแต่ผู้หญิงน้อยมาก มีแค่สามคน รวมฉันเข้าไปก็แค่สี่คน ออฟฟิศนี้มีแต่ผู้ชาย”
(ฉันก็คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็แบบนี้ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
“พอเลยหยุดเยาะเย้ยเพื่อนได้แล้ว นี่แกรู้ไหมเมื่อเช้าที่ฉันบอกแกว่าจะมาทำงานพร้อมเ้านายน่ะเ้านายให้ฉันซ้อนมอเตอร์ไซค์เขาไปทำงาน แก! เขาขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน!ฉันเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แล้วแกรู้ไหม ตอนไปงานเลี้ยง่เย็นฉันกะจะขอติดรถเพื่อนร่วมงานไปด้วย แต่ทุกคนขับมอเตอร์ไซค์ พวกเขาเบิ้ลรถเสียงดังจนหูฉันนี่อื้อไปหมด”
(เฮ้ย!จริงดิ่! อยากมีโมเมนต์ซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ผู้ชายบ้างจัง)
“หยุดเลยแทนที่จะสงสารเพื่อน แทนที่จะห่วงความปลอดภัยเพื่อน แกนี่เป็เพื่อนประสาอะไร”
(โอ๋ๆอย่างอนไปเลยนะ เดี๋ยววันหยุดฉันพาแกกลับไปเอารถที่กรุงเทพ โอเคไหม)
“แกต้องพาฉันไปเอารถนะฉันไม่อยากนั่งมอเตอร์ไซค์ ฉันกลัว ฮือ! ฮือ! ฮือ!”
(ฮึบๆไว้เพื่อน อดทนไว้ ฉันเชื่อว่าแกทนได้)
“ฉันไม่อยากทนอ่ะแกฉันอยากไปทำงานด้วยความปลอดภัย”
(เขาขับรถเร็วมากเลยเหรอ)
“ฉันไม่รู้พอขึ้นนั่งบนรถได้ฉันก็หลับตาเลย”
(กรรม!ทำไมไม่เปิดตาดูล่ะ ถ้าได้มองข้างทาง แกอาจจะไม่กลัวก็ได้นะ พรุ่งนี้ลองเปิดตาดู)
“จริงเหรอถ้าเปิดตาจะไม่กลัวจริงๆเหรอ”
(ลองดูแล้วกันจริงสิ แกก็เคยนั่งมอเตอร์ไซค์นี่ ทำไมแกเพิ่งมากลัววะ)
“มันไม่ใช่รถธรรมดาแบบที่เราเคยนั่งกันนี่นาเขาขับบิ๊กไบค์แก คันใหญ่มาก ฉันต้องปีนขึ้นไปนั่งอ่ะ ลำบากมากเลย ฮือ! ฮือ! ฮือ!ไม่เหมือนนั่งซ้อนพี่วินไปหน้าปากซอยเลยสักนิด”
(ต้องปีนเลยเหรอฮ่า ฮ่า ฮ่า)
“ยังจะมาขำอีก”
(ขอโทษขอโทษ แล้วนี่เมื่อกี้แกก็เพิ่งนั่งมอเตอร์ไซค์กลับมาอีกใช่ไหม)
“เปล่านั่งแท็กซี่มา คุณคีรีเมา เราเลยนั่งแท็กซี่กลับ แค่นี้นะ เอาไว้คุยกันวันหลังฉันเพิ่งมาถึงห้อง อยากอาบน้ำจะแย่อยู่แล้ว”
(โอเคไว้คุยกัน ฝันดี พรุ่งนี้อย่าลืมเปิดตาตอนนั่งรถล่ะ)
“อื้มแกอย่าลืมนะ วันหยุดแกต้องพาฉันกลับไปเอารถ”
(ไม่ลืมหรอกน่าแค่นี้นะ)
“อื้มฝันดี” ฉันรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยที่ได้พูดระบายกับยัยเก้าตอนนี้ฉันรู้สึกเหนียวตัวอยากอาบน้ำมากจริงๆ
คงเพราะเมื่อวานคุณคีรีเมาจนขับรถมอเตอร์ไซค์กลับไม่ได้วันนี้ฉันเลยได้นั่งรถยนต์มาทำงานกับเ้านาย ฉันลงมารอเขาั้แ่เจ็ดโมงครึ่งเวลาเดิมที่เขานัดฉันเมื่อวาน ถึงแม้วันนี้เขาจะลงมาช้าเหมือนเมื่อวานก็ตามวันนี้ฉันทำแซนด์วิชแฮมไข่ดาวและน้ำอโวคาโดนมสดปั่นเป็มื้อเช้าแล้วฉันยังทำเผื่อเ้านายด้วยหนึ่งชุด ตอบแทนที่เขาใจดีพาฉันไปทำงานด้วยยังไงล่ะแม้ว่าเขาจะเคยบอกว่าไม่ต้องเตรียมอาหารเช้าให้เขาก็ตาม แต่ฉันทำเผื่อคุณทิวาแบบนี้อยู่บ่อยๆความเคยชินนี้ของฉันเลยติดมาถึงตอนต้องเปลี่ยนเ้านายใหม่ด้วยฉันยังคงเดินตามเ้านายเข้างานเช่นเคยก่อนเริ่มงานก็ไม่ลืมทำเครื่องดื่มอเมริกาโน่เย็นให้เ้านายเสิร์ฟพร้อมอาหารเช้ากับเครื่องดื่มที่ฉันเตรียมมา คุณคีรีเลิกคิ้วมองอาหารเช้าที่ฉันเตรียมมาเผื่อเขาเล็กน้อยเขาไม่พูดอะไรทำเพียงก้มหน้าอ่านเอกสารตรงหน้าต่อฉันเองเมื่อเ้านายไม่ว่าอะไรก็กลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองและเริ่มงานวันนี้ของฉันอย่างตั้งใจเช้านี้มีเพื่อนร่วมงานคนอื่นแวะเวียนมาคุยกับฉันบ้าง ส่วนใหญ่จะมาเสนองานกับคุณคีรีซะมากกว่า
“ได้เวลามื้อเที่ยงแล้วค่ะน้องขวัญ”พี่ส้มเดินมาเรียกฉันที่กำลังนั่งดูข้อมูลในการ์ดเชิญร่วมงานเลี้ยงเปิดโรงงานของลูกค้าที่บริษัทเราเพิ่งส่งมอบเมื่อเดือนก่อน
“ค่ะพี่ส้ม ขวัญจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” ฉันเก็บการ์ดเชิญที่ได้รับใส่ในแฟ้มเสนองานเพื่อรอเสนอเ้านายจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ห้องครัวเพื่อเตรียมมื้อเที่ยงให้เ้านาย
“วันนี้มีอะไรทานมั่งคะป้าแวว”
“วันนี้มีแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดกะเพราไก่ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะป้า”ป้าแววจัดอาหารของคุณคีรีไว้ในถาดให้เรียบร้อยแล้วเหลือก็แต่ผลไม้อย่างชมพู่กับฝรั่งที่ฉันต้องจัดการผ่าพวกมันออกเป็ชิ้นให้ง่ายต่อการกินเท่านั้นแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันลำบากอะไร หลังจากจัดการกับผลไม้เสร็จฉันก็ยกมื้อเที่ยงไปบริการเ้านายทันที
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^