บทที่ 4 : ผู้พิทักษ์แห่งเมล็ดดาว
เสียงนกรุ่งอรุณขับขานไปทั่วหมู่บ้าน
แห่งสายรุ้ง ราวกับเมื่อคืนที่ฝูงอีกาดำ
บุกโจมตีเป็เพียงความฝัน
แสงแดดยามเช้าส่องกระทบ
หยดน้ำค้างบนใบหญ้าจนเกิดประกาย
ระยิบระยับเหมือนดวงดาวนับพันดวง
มะลิค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เธอนอนอยู่บนเตียงไม้เล็ก ๆ
ภายในบ้านพักของท่านอาเรน
ผ้าห่มผืนบางมีกลิ่นหอมของ
ดอกลาเวนเดอร์
เมื่อขยับตัวเธอรู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อย
แต่ไม่เ็ป
"ตื่นแล้วหรือ"
เสียงอบอุ่นดังมาจากมุมห้อง
ท่านอาเรนนั่งอ่านหนังสือเล่มหนา
อยู่ข้างหน้าต่าง
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านกระจก
ตกกระทบเส้นผมสีขาวของชายชรา
"ขอโทษนะคะ..."
มะลิรีบลุกขึ้นนั่ง
"ฉันเผลอหลับไปั้แ่เมื่อไร"
"หลังจากโล่แห่งใบไม้ปกป้องหมู่บ้าน"
"เ้าหมดสติไปทั้งคืน"
มะลิยกมือแตะหน้าอกเมล็ดดาวยังอยู่ที่เดิม
แต่ตอนนี้บนผิวของมันมีลวดลาย
สีทองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเส้น
เธอลองแตะเบา ๆ
เมล็ดดาวอุ่นราวกับมีชีพจร
"มันเปลี่ยนไป..."
ท่านอาเรนพยักหน้า
"ทุกครั้งที่เ้าทำตามเสียงของหัวใจ"
"เมล็ดดาวจะเติบโต"
มะลิขมวดคิ้ว
"หมายความว่า..."
"มันมีชีวิต"
ชายชรายิ้ม
"มากกว่านั้น"
"เมล็ดดาว..."
"...กำลังเรียนรู้ตัวเ้าด้วย"
มะลินิ่งเงียบ
เธอไม่เคยคิดเลยว่าเมล็ดเล็ก ๆ
เพียงเมล็ดเดียวจะมีความลับมากมาย
ขนาดนี้
...
ในเวลาเดียวกัน
เสียงโวยวายดังมาจากด้านนอก
"ข้าไม่ยอม!"
"ทำไมต้องรอ!"
"นางเพิ่งฟื้น!"
"ก็เพราะฟื้นแล้วถึงต้องรีบ!"
มะลิหันไปมองประตู
ก่อนที่เธอจะทันถาม
ประตูก็ถูกผลักเปิดออก
ปัง!
ลูนี่บินพรวดเข้ามา
ผมสีเงินยุ่งเหยิงกว่าเดิม
"มะลิ!"
"เ้าตื่นแล้ว!"
ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ
ภูตตัวน้อยก็หยิบแอปเปิลสีม่วงลูกโตออกมาจากกระเป๋า
"กินก่อน!"
มะลิรับมาอย่างงุนงง
"นี่คืออะไร"
"ผลแอปเปิลหัวเราะ"
"กินแล้วจะ..."
เธอกัดไปคำหนึ่ง
ทันใดนั้น
"ฮ่า...ฮ่า..."
มะลิพยายามกลั้นหัวเราะ
แต่ยิ่งกลั้นก็ยิ่งหัวเราะ
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ!"
ลูนี่กอดท้องหัวเราะตาม
"ข้าลืมบอก"
"ผลไม้นี้ทำให้หัวเราะสิบนาที"
มะลิทั้งหัวเราะทั้งตีแขนลูนี่เบา ๆ
"ทำไมไม่บอกก่อน!"
"ถ้าบอก..."
"...เ้าก็คงไม่กิน"
ท่านอาเรนส่ายหน้าพร้อมยิ้มอย่างเอ็นดู
"ลูนี่..."
"เ้าก็ยังเหมือนเดิม"
"ก็คนป่วยต้องยิ้มเยอะ ๆ"
ลูนี่ตอบหน้าตาเฉย
ทำให้ทุกคนในห้องหัวเราะตามไปด้วย
...
ไม่นานนัก
ประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง
ชายหนุ่มเ้าของดวงตาสีเขียวมรกตก้าวเข้ามา
วันนี้เขาสวมชุดเดินทางสีเขียวเข้ม
มีดาบยาวสะพายอยู่ด้านหลัง
เขาโค้งศีรษะให้ท่านอาเรน
ก่อนหันมาทางมะลิ
"สวัสดี"
"ข้าชื่อ..."
"...เอเดน"
"ผู้พิทักษ์ลำดับสุดท้าย"
มะลิยิ้มตอบ
"ยินดีที่ได้รู้จัก"
เธอเอียงคออย่างสงสัย
"แต่เมื่อวาน..."
"คุณบอกว่าจะเป็ดาบของฉัน"
เอเดนพยักหน้า
"ใช่"
"และวันนี้..."
"...ข้าจะเริ่มสอนเ้า"
มะลิเบิกตากว้าง
"สอนเวทมนตร์เหรอ"
เอเดนส่ายหน้า
"ไม่"
"สอนให้มีชีวิตรอด"
"เพราะจากวันนี้เป็ต้นไป..."
"...การเดินทางของพวกเราเริ่มต้นแล้ว"
มะลิยังไม่ทันถามต่อ
ท่านอาเรนก็หยิบแผนที่เก่าแก่ผืนหนึ่งออกมาคลี่บนโต๊ะ
แผนที่นั้นแสดงผืนแผ่นดินขนาดมหึมา
กลางแผนที่มีจุดแสงสีทองเพียงหนึ่งจุด
แต่กระจายอยู่รอบทวีป
ยังมีจุดแสงที่ดับมืดอีกหกจุด
ท่านอาเรนใช้นิ้วแตะลงบนแผนที่
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ได้เวลาออกตามหา..."
"...เมล็ดดาวที่เหลืออีกหกเมล็ด"
มะลิ ลูนี่ และเอเดน มองหน้ากัน
ไม่มีใครพูดอะไร
แต่ทุกคนรู้ดีว่า...
การผจญภัยที่แท้จริง
กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
.............
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบ้านของท่านอาเรน
บนโต๊ะไม้กลางห้องแผนที่ผืนใหญ่ยังคงแผ่กว้าง
มะลิเดินเข้าไปใกล้ก่อนก้มมองอย่างตั้งใจ
ทวีปอาร์เคเลียกว้างใหญ่กว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก
มีทั้งเทือกเขาหิมะป่าศักดิ์สิทธิ์ ทะเลทรายสีทอง
ทะเลหมอก เมืองลอยฟ้า และหมู่เกาะกลางทะเล
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ...
จุดแสงสีทองเจ็ดจุดที่กระจายอยู่ทั่วแผนที่
มีเพียงจุดเดียวที่ส่องสว่าง
อีกหกจุดยังคงมืดสนิท
"จุดที่สว่าง..."
มะลิถาม
"คือเมล็ดดาวของฉันใช่ไหม"
ท่านอาเรนพยักหน้า
"ใช่"
"เมล็ดดาวของเ้าคือเมล็ดแห่งความหวัง"
"เป็ดวงแรกที่ตื่นขึ้น"
เอเดนยืนกอดอกอยู่ข้างหน้าต่าง
"อีกหกเมล็ด..."
"...กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก"
"แต่ละเมล็ดเลือกผู้ของตัวเอง"
"และไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมส่งมอบมัน"
มะลิขมวดคิ้ว
"แปลว่าฉันต้องไปแย่งหรือ"
เอเดนส่ายหน้า
"ไม่"
"เมล็ดดาวไม่มีใครแย่งได้"
"มันจะเลือกผู้ถือครองเอง"
ท่านอาเรนเสริมขึ้น
"หน้าที่ของเ้า..."
"...ไม่ใช่การ"
"...แต่คือการปลุกพวกมันให้ตื่น"
มะลิพยักหน้าช้าๆ
คำตอบนั้นทำให้เธอโล่งใจ
เธอไม่เคยอยากเป็ผู้พิชิต
แต่ถ้าหน้าที่ของเธอคือการช่วยเหลือ...
เธอพร้อมจะลอง
ทันใดนั้น...
เสียงท้องร้องดังขึ้น
ครืดดด...
ทุกคนหันมามองพร้อมกัน
มะลิหน้าแดง
"เอ่อ..."
"ดูเหมือนฉันจะหิว"
ลูนี่รีบยกมือขึ้นทันที
"ข้าก็หิว!"
เอเดนถอนหายใจ
"เ้าหิวตลอดเวลา"
"ก็สมองใช้พลังงาน"
"ข้าว่าเ้ากินเพราะปากมากกว่า"
ลูนี่ทำแก้มป่อง
"คนเ็า!"
มะลิหัวเราะ
"ก่อนออกเดินทาง..."
"...เรากินข้าวกันก่อนดีไหม"
ท่านอาเรนยิ้มกว้าง
"ความคิดดี"
"นักเดินทางที่ท้องว่าง"
"...เดินทางได้ไม่ไกล"
ไม่นานนัก
ทั้งสี่ก็มานั่งล้อมโต๊ะอาหาร
บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารแปลกตา
ขนมปังรูปดาว
ซุปเห็ดเรืองแสง
ไข่สีฟ้า
น้ำผึ้งสีรุ้ง
และผลไม้หลากสีที่มีกลิ่นหอมหวาน
มะลิตักซุปขึ้นชิม
รสชาติหอมละมุนจนเธอหลับตา
"อร่อยมาก"
ท่านอาเรนหัวเราะ
"เห็ดชนิดนี้ขึ้นเฉพาะใต้ต้นผู้พิทักษ์"
"ปีหนึ่งเก็บได้เพียงครั้งเดียว"
ลูนี่รีบยัดขนมปังเข้าปาก
"อื้ม...อร่อย"
เอเดนมองมันนิ่งๆ
"เ้ากินช้ากว่านี้ไม่ได้หรือ"
ลูนี่ส่ายหน้า
"ไม่ได้"
"เดี๋ยวคนอื่นกินหมด"
มะลิหัวเราะจนแทบสำลัก
บรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
จนเธอเกือบลืมไปว่า...
เมื่อคืนทั้งหมู่บ้านเพิ่งผ่านการโจมตีครั้งใหญ่
หลังอาหารเช้า
เอเดนพามะลิออกมาที่ลานฝึก
ที่นี่มีหุ่นฟางหลายตัว
ดาบไม้หอกไม้ และโล่ฝึกวางเรียงเป็ระเบียบ
เด็กหลายคนกำลังฝึกกับครูผู้สอนอย่างขยันขันแข็ง
ทันทีที่เห็นมะลิ
เด็กๆ ก็โบกมือให้
"พี่มะลิ!"
"หายดีหรือยัง"
"วันนี้สู้ๆ นะ"
มะลิยิ้มกว้าง
"ขอบใจนะ"
เธอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเป็ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว
เอเดนหยิบดาบไม้ขึ้นมาส่งให้
"ลองจับดู"
มะลิรับมาอย่างเก้ๆ กัง ๆ
เธอจับผิดด้าน
ทำเอาเด็กๆ หลุดหัวเราะ
มะลิก็หัวเราะตาม
"ปกติฉันจับแต่ตะหลิว"
เอเดนยิ้มมุมปากเป็ครั้งแรก
"ไม่เป็ไร"
"ทุกคนล้วนเริ่มจากศูนย์"
เขาขยับมือจัดท่าจับดาบให้มะลิอย่างใจเย็น
"จำไว้นะ"
"ดาบไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายคน"
"แต่มีไว้ปกป้อง"
คำพูดนั้นทำให้มะลินิ่งไป
เธอพยักหน้าเบาๆ
"ฉันจะจำไว้"
เอเดนหยิบกิ่งไม้เล็กๆ จากพื้นขึ้นมา
แล้วโยนขึ้นฟ้า
"ฟัน"
มะลิใ
"เดี๋ยวนี้เลยเหรอ"
"ใช่"
เธอรีบเหวี่ยงดาบไม้
แต่...
วืด!
ดาบฟันโดนอากาศ
กิ่งไม้ตกลงมาแปะบนศีรษะเธอพอดี
เด็กๆ หัวเราะกันลั่น
ลูนี่ถึงกับนอนกลิ้ง
"ฮ่าๆ ๆ"
"ดาบแพ้กิ่งไม้"
มะลิหัวเราะเขินๆ
"ขออีกรอบ"
เอเดนโยนกิ่งไม้อีกครั้ง
ครั้งนี้มะลิตั้งสติ
มองให้ดี
หายใจลึก
แล้วค่อยๆ เหวี่ยงดาบ
ฉับ!
กิ่งไม้ขาดเป็สองท่อน
แม้จะฟันไม่สวย
แต่ก็สำเร็จเด็ก ๆ ปรบมือเสียงดัง
มะลิยิ้มกว้างเหมือนเด็กที่เพิ่งหัดขี่จักรยานได้
เอเดนพยักหน้าอย่างพอใจ
"เห็นไหม"
"เ้าเรียนรู้ได้"
แต่ทันใดนั้น...
เมล็ดดาวที่หน้าอกของมะลิกลับเปล่งแสงอีกครั้ง
ไม่ใช่สีทองเหมือนเดิม
ครั้งนี้...มันส่องแสงสีฟ้าอ่อน
เอเดนชะงัก
ท่านอาเรนที่เพิ่งเดินมาถึงก็มีสีหน้าเคร่งเครียด
"เป็ไปไม่ได้..."
มะลิรีบถาม
"เกิดอะไรขึ้น"
ท่านอาเรนเงยหน้ามองไปทางป่าทิศตะวันออก
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"มีเมล็ดดาวอีกดวง..."
"...กำลังตื่นขึ้น"
……………..
แสงสีฟ้าอ่อนจากเมล็ดดาวค่อยๆ จางหายไป
แต่ความเงียบที่ปกคลุมลานฝึกกลับหนักอึ้งกว่าเดิม
ท่านอาเรนมองไปยังผืนป่าทางทิศตะวันออกดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
"ข้าหวังว่าจะยังไม่สาย..."
มะลิเดินเข้าไปใกล้
"เกิดอะไรขึ้นหรือคะ"
ชายชราถอนหายใจเบาๆ
"เมล็ดดาวแต่ละดวงจะหลับใหลอยู่หลายร้อยปี"
"เมื่อมันตื่นขึ้นจะส่งสัญญาณไปทั่วอาร์เคเลีย"
"ไม่ใช่แค่พวกเรา..."
"...แต่ดินแดนเงาก็รับรู้เช่นกัน"
เอเดนพยักหน้า
"นั่นหมายความว่า"
"ตอนนี้พวกเราไม่ได้เป็กลุ่มเดียวที่กำลังเดินทาง"
มะลิเริ่มเข้าใจ
หากพวกเขาไปช้า...
ฝ่ายศัตรูอาจไปถึงก่อน
ท่านอาเรนเดินกลับเข้าไปในบ้าน
ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมห่อผ้าสีขาว
เขายื่นให้มะลิ
"เปิดดูสิ"
มะลิค่อยๆ คลี่ผ้าออก
ด้านในมีเสื้อคลุมสีครีมปักลายดาวสีทองอย่างประณีต
เนื้อผ้าเบาราวกับขนนก
เมื่อเธอััมันกลับอุ่นอย่างประหลาด
"สวยมาก..."
ท่านอาเรนยิ้ม
"นี่คือผ้าคลุมของผู้เดินทาง"
"ทอจากเส้นใยของต้นผู้พิทักษ์"
"มันอาจช่วยปกป้องเ้าจากเวทมนตร์อ่อนๆ ได้"
มะลิรีบโค้งศีรษะ
"ขอบพระคุณค่ะ"
เธอสวมผ้าคลุมอย่างทะนุถนอม
ทันทีที่ติดกระดุมเม็ดสุดท้าย
ลายดาวบนชายผ้าก็เปล่งแสงสีทองแ่เบา
ลูนี่ตาโต
"เข้ากับเ้ามากเลย"
มะลิหมุนตัวหนึ่งรอบ
"จริงเหรอ"
"จริง"
เอเดนตอบสั้นๆ
แม้สีหน้าจะยังเรียบเฉย
แต่มุมปากของเขายกขึ้นเพียงเล็กน้อย
ลูนี่รีบแซว
"โอ้โห..."
"ท่านเอเดนชมคนเป็ด้วย"
เอเดนไอเบาๆ
"ข้าพูดความจริง"
มะลิหัวเราะ
บรรยากาศกลับมาสดใสอีกครั้ง
ก่อนออกเดินทาง
ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต่างมารวมตัวที่ลานกลาง
แม่ค้าผลไม้ยื่นตะกร้าเล็กๆ ให้มะลิ
"เอาไว้กินระหว่างทางนะ"
คนทำขนมปังยื่นขนมปังก้อนโตให้
"อบใหม่เมื่อเช้า"
เด็กหญิงมีอานำสร้อยข้อมือถักจากด้ายเจ็ดสีมาผูกให้
"หนูถักเองค่ะ"
"เวลาเหงา..."
"...มองมันแล้วนึกถึงพวกเรานะ"
มะลิก้มลงกอดเด็กน้อย
"ขอบใจมาก"
เด็กชายนีลรีบวิ่งเข้ามา
ในมือมีหนังสติ๊กทำจากไม้
"ผมทำเอง"
"ไว้ยิงผลไม้"
ทุกคนหัวเราะ
นีลหน้าแดง
"เอ่อ..."
"ยิงศัตรูก็ได้"
มะลิรับไว้ด้วยรอยยิ้ม
"ของขวัญทุกชิ้น..."
"...ฉันจะเก็บรักษาอย่างดี"
เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะออกจากบ้านหลังหนึ่ง
ทั้งที่เพิ่งรู้จักทุกคนได้ไม่กี่วัน
เอเดนตรวจสัมภาระอีกครั้ง
เชือก...ครบ
น้ำดื่ม...ครบ
แผนที่...ครบ
เขาหันมาหามะลิ
"รองเท้า"
"ใส่สบายไหม"
มะลิขยับเท้า
"สบายมาก"
"ดี"
"การเดินทางครั้งนี้อาจใช้เวลาหลายวัน"
ลูนี่รีบยกกระเป๋าใบเล็กขึ้นมาอวด
"ส่วนของข้า..."
"มีขนมเต็มกระเป๋า"
เอเดนเปิดกระเป๋าดู
แล้วถอนหายใจ
"เ้าลืมน้ำ"
"จริงด้วย"
"แล้วแผนที่"
"ลืมอีก"
"ยา"
"ก็ลืม"
มะลิหัวเราะจนต้องยกมือปิดปาก
"ดีนะที่มีเอเดน"
ลูนี่ทำหน้ามุ่ย
"ข้ามีหน้าที่สร้างกำลังใจ"
"กับสร้างปัญหา"
เอเดนพูดเรียบๆ
ลูนี่อ้าปากค้าง
มะลิหัวเราะจนคนรอบข้างหัวเราะตาม
ทั้งสามเดินมาถึงประตูหมู่บ้าน
ต้นผู้พิทักษ์ส่งเสียงใบไม้ไหวเบาๆ
ราวกับกำลังอวยพรผู้เดินทาง
ท่านอาเรนยกไม้เท้าขึ้น
แสงสีทองจากปลายไม้เท้า
ลอยไปแตะหน้าผากของทั้งสามคน
"ขอให้ดวงดาวนำทาง"
"ขอให้หัวใจของพวกเ้าสว่างไสว"
"และขอให้..."
"...อย่าลืมกลับบ้าน"
คำอวยพรเรียบง่าย
แต่ทำให้มะลิรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
เธอหันกลับไปโบกมือให้ชาวบ้าน
ทุกคนต่างโบกมือตอบพร้อมรอยยิ้มและเสียงอวยพร
"เดินทางปลอดภัยนะ!"
"กลับมานะ!"
"พี่มะลิสู้ๆ!"
มะลิยิ้มทั้งน้ำตา
"ฉันจะกลับมา"
ทั้งสามเดินเข้าสู่ป่าทางทิศตะวันออก
ต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงแดด
เสียงนกร้องค่อยๆ เบาลง
แทนที่ด้วยเสียงลมพัดผ่านใบไม้
เอเดนหยุดเดินกะทันหัน
เขาคุกเข่าลงแตะพื้นดิน
"มีรอยเท้า"
มะลิเดินเข้าไปดู
บนพื้นดินชื้นมีรอยรองเท้าหลายคู่
บางรอยเป็ของมนุษย์
บางรอยคล้ายกรงเล็บสัตว์
แต่สิ่งที่ทำให้เอเดนขมวดคิ้วคือรอยไหม้สีดำตามแนวหญ้า
เขาใช้นิ้วแตะเถ้าถ่าน
ยังอุ่นอยู่
"เพิ่งผ่านไปไม่นาน"
ลูนี่กลืนน้ำลาย
"พวกดินแดนเงา?"
เอเดนพยักหน้าช้าๆ
"ใช่"
"และดูเหมือน..."
"...พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่เดียวกับเรา"
ทันใดนั้นเอง
เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังแว่วมาจากส่วนลึกของป่า
"ช่วยด้วย!"
"มีใครอยู่ไหม!"
มะลิหันไปตามเสียงทันที
"มีคน!"
เอเดนยื่นมือขวาง
"เดี๋ยวก่อน"
"อาจเป็กับดัก"
มะลิมองลึกเข้าไปในป่า
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้อ่อนแรงกว่าเดิม
"ช่วย...ด้วย..."
เธอกำหมัดแน่น
หัวใจบอกให้รีบเข้าไปช่วย
แต่เหตุผลบอกให้อยู่กับที่
เธอหันไปมองเอเดน
ทั้งสองสบตากัน
และรู้ดีว่า...
การตัดสินใจครั้งนี้
อาจเปลี่ยนเส้นทางของการเดินทางทั้งหมด
………………………
เสียงร้องขอความช่วยเหลือยังคงดังแว่วมาจากส่วนลึกของป่า
"...ช่วยด้วย..."
"...มีใครได้ยินไหม..."
ลมพัดผ่านยอดไม้จนเกิดเสียงหวีดหวิว
บรรยากาศเงียบเสียจนทุกคนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง
มะลิกำสายสะพายกระเป๋าแน่น
เธอหันมองเอเดน
"ฉันอยากเข้าไปช่วย"
เอเดนยังคงมองไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
"ข้าก็อยากช่วย"
"แต่หน้าที่ของข้าคือทำให้เ้าปลอดภัย"
ลูนี่รีบบินขึ้นไปบนกิ่งไม้
"ข้าจะบินไปดูก่อน"
เอเดนส่ายหน้า
"อย่าบินสูง"
"ถ้ามีกับดักเวท..."
"...เ้าจะเป็เป้าหมายทันที"
ลูนี่ทำหน้าเซ็ง
"ข้าตัวเล็กยังจะโดนอีกเหรอ"
มะลิหัวเราะเบา ๆ
"ตัวเล็กก็สำคัญนะ"
ลูนี่ยิ้มทันที
"เ้าพูดเพราะที่สุด"
เอเดนถอนหายใจ
"ไปด้วยกัน"
"แต่อย่าแยกจากข้า"
ทั้งสามค่อย ๆ เดินลึกเข้าไปในป่า
ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
ไม่นานนัก
พวกเขาก็มาถึงลานหญ้าเล็ก ๆ
ตรงกลางมีเด็กชายอายุราวสิบขวบนั่งพิงโขดหิน
เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
ข้อเท้ามีเถาวัลย์สีดำพันแน่น
สีหน้าซีดเผือด
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ เด็กชายรีบร้องออกมา
"ช่วย...ช่วยผมด้วย"
มะลิรีบก้าวเข้าไป
แต่เอเดนยื่นแขนขวางไว้
"เดี๋ยว"
เขาชี้ลงพื้น
มะลิก้มมอง
รอบตัวเด็กชายมีวงแหวนสีดำจาง ๆซ่อนอยู่ใต้ใบไม้
หากเดินเข้าไปตรง ๆ คงเหยียบกับดักทันที
เอเดนหยิบก้อนหินขึ้นมาโยนเข้าไป
ปัง!
วงแหวนสีดำลุกวาบขึ้น
หนามเงาหลายสิบเล่มพุ่งขึ้นจากพื้น
มะลิสูดลมหายใจแรง
"ถ้าเมื่อกี้ฉันเข้าไป..."
เอเดนพยักหน้า
"เ้าคงาเ็"
เด็กชายน้ำตาไหล
"ผมไม่รู้"
"พวกมันจับผมมามัดไว้"
"ผมหนีไม่ได้"
มะลิมองอย่างสงสาร
"เราจะช่วยเธอ"
เอเดนชักดาบออกจากฝัก
ใบดาบสะท้อนแสงอ่อน ๆ
เขาเดินอ้อมกับดักอย่างชำนาญ
ใช้ปลายดาบแตะพื้นทีละก้าว
ก่อนจะไปถึงตัวเด็กชาย
ฉับ!
เถาวัลย์สีดำถูกฟันขาด
แต่ในวินาทีนั้นเอง
เถาวัลย์กลับดิ้นราวกับงู
แล้วพุ่งเข้าหาเอเดน
ฟึ่บ!
เอเดนหมุนตัวหลบ
ก่อนฟันซ้ำอีกครั้ง
คราวนี้เถาวัลย์กลายเป็ควันดำ
สลายหายไปกับสายลม
"รีบออกมา!"
เด็กชายรีบวิ่งออกจากวงกับดัก
ทันทีที่ก้าวพ้น
พื้นดินทั้งลานก็สั่นะเื
เถาวัลย์สีดำอีกนับสิบเส้นโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน
พวกมันพุ่งเข้าใส่ทุกคน
"มะลิ!"
เอเดนะโ
มะลิรีบดึงเด็กชายเข้าหาตัว
เถาวัลย์เส้นหนึ่งพุ่งตรงมาทางเธอ
หัวใจเต้นแรง
แต่เธอไม่วิ่งหนี
กลับยืนบังเด็กชายไว้
ในจังหวะนั้นเอง
เมล็ดดาวเปล่งแสงสีทองอบอุ่น
แสงแผ่ออกเป็วงกลม
เถาวัลย์สีดำที่ััแสงค่อย ๆ เหี่ยวเฉา
ก่อนแตกสลายเป็ละอองสีดำ
ลูนี่ร้องด้วยความดีใจ
"สำเร็จ!"
"เมล็ดดาวช่วยอีกแล้ว!"
เอเดนมองภาพนั้นด้วยแววตาครุ่นคิด
เขาเริ่มเข้าใจว่า...
พลังของมะลิไม่ได้เกิดจากการโจมตี
แต่เกิดจากการปกป้อง
เมื่อทุกอย่างสงบลง
เด็กชายก้มศีรษะให้มะลิ
"ขอบคุณครับ"
"ผมชื่อ..."
"...ฟินน์"
"ผมเป็ลูกช่างทำแผนที่ของเมืองลำธารหมอก"
มะลิยิ้มอ่อนโยน
"ไม่เป็ไร"
"ปลอดภัยแล้ว"
ฟินน์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนควักลูกแก้วใสขนาดเท่ากำปั้นออกมาจากกระเป๋า
ภายในลูกแก้วมีแสงสีฟ้าหมุนวนอยู่
"พ่อบอกว่า..."
"...ถ้าผมตกอยู่ในอันตราย"
"...ให้นำสิ่งนี้ไปหาท่านอาเรน"
เอเดนรับลูกแก้วมาดู
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
"นี่คือ..."
"...ลูกแก้วนำทาง"
เขารีบส่งให้มะลิ
ทันทีที่เธอัั
แสงสีฟ้าภายในลูกแก้วก็พุ่งออกมา
กลายเป็แผนที่ลอยอยู่กลางอากาศ
บนแผนที่มีจุดสีฟ้ากระพริบอยู่ลึกเข้าไปในป่า
และอยู่ข้าง ๆ จุดนั้น...
มีสัญลักษณ์เมล็ดดาวปรากฏขึ้น
ท่านอาเรนเคยบอกไว้ว่า
เมล็ดดาวจะนำทางผู้ที่ถูกเลือก
เอเดนกำดาบแน่น
"เราเจอเบาะแสแล้ว"
แต่ก่อนที่ทุกคนจะได้ดีใจ
เสียงหัวเราะเย็นเยียบก็ดังมาจากเงามืด
"ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..."
ชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำก้าวออกมาจากหลังต้นไม้
ครึ่งหน้าของเขาสวมหน้ากากสีเงิน
อีกครึ่งเผยรอยแผลเป็ยาวจากหน้าผากถึงคาง
ดวงตาสีม่วงเข้มเต็มไปด้วยความเ็า
เขาปรบมือช้า ๆ
"น่าประทับใจ"
"ผู้ถือเมล็ดดาว..."
"...เ้าทำลายกับดักของข้าได้"
เอเดนชักดาบขึ้นทันที
สีหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับเคร่งเครียดอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
เขาพูดเพียงสั้น ๆ
"มะลิ..."
"ถอยไป"
มะลิไม่เคยเห็นเอเดนจริงจังขนาดนี้
ชายสวมหน้ากากยิ้มมุมปาก
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"จำชื่อข้าไว้..."
"วาร์คัส"
"หนึ่งในสี่แม่ทัพแห่งดินแดนเงา"
"และการเดินทางของพวกเ้า..."
"...จะจบลงที่นี่"
สายลมพัดแรงอีกครั้ง
ใบไม้ปลิวว่อนทั่วทั้งป่า
เอเดนยกดาบขึ้นตั้งท่า
ส่วนมะลิก็กำเมล็ดดาวแน่น
การต่อสู้ครั้งแรกของการเดินทาง...
กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
…………………..