ศาสวัต ก่อไฟ ย่างปลาที่จับมาได้ เพียงแค่ท่องคาถาบทหนึ่ง ปลาที่อยู่ใต้น้ำน้อยใหญ่ก็ดั้นด้นแหวกว่าย เสนอหน้ามาให้เขาจับกิน เป็อาหาร กลิ่นหอมของเนื้อปลาสดๆ กับกลิ่นควันไฟ หอมฟุ้ง ปลาตัวอ้วนพี ส่งกลิ่นเย้ายวน
“ให้เ้า” ปลาตัวนั้นถูกส่งมาวางอยู่ตรงหน้า
วรกานต์ตาเป็ประกาย ยื่นมือรับไป ั้แ่นางขึ้นจากมหาสมุทรมา ได้กินแต่ผลไม้ มื้อที่อิ่มหมีพีมันที่สุด เห็นจะเป็ที่บ้านท่านเศรษฐีธนบดี
“ขอบคุณ หึ้ม หอมมาก” แค่สูดกลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย เขาย่างปลาได้ดีจริงๆ แม้ไม่มีรสเค็ม แต่รสเนื้อปลาสดใหม่มีรสหวาน ไม่จืดสนิท โดยรวมแล้ว เป็มื้อที่แสนอร่อย เพราะคนย่างปลาเป็ถึงเทพผู้คุมกฎเชียวนะ นางแกะเนื้อแน่นไตรงเนินอกปลา ใช้ปากเป่าไล่ความร้อนออกไป ก่อนส่งเข้าปากเคี้ยว
“อร่อยมาก” นางชื่นชมไม่หยุดปาก ดวงตาสุกใส
หึ ศาสวัตมองคนที่นั่ง ถัดไป เพียงแค่ได้กินของอร่อยก็ทำให้นางมีความสุขแล้วหรือ ดูท่านางจะไม่เคยรับรู้ถึงความทุกข์ใจที่แท้จริงกระมัง
“ท่านไม่กินหรือ” พอเห็นเขานั่งถือปลาย่างนิ่ง มองมา นางจึงถามขึ้น
“ไม่อิ่มหรือ งั้นข้ายกให้” เขาว่า มองปลาในมือของนางที่หายไปเกือบค่อนตัว ยื่นไม้เสียบปลาในมือส่งให้
วรกานต์สั่นศีรษะ “ข้าเกรงใจ ท่านกินเหอะ ขอข้าไปล้างมือและเดินสูดอากาศหน่อยได้ไหม รับรองข้าไม่หนีแฮะๆ” นางยิ้มจนตาหยี
“ไปสิ” เขาเอ่ยปาก อนุญาต
วรกานต์ผุดลุกขึ้นหันหลังเดินไปอย่างร่าเริง
ศาสวัตเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีดาวประกายพรึกส่องแสงสว่างจ้า
“ท่านเทพศาสวัต บัดนี้อสูรรุกล้ำเข้าสู่แม่น้ำอิรวดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ จอมอสูรยืนทัพอยู่ริมฝั่ง” แสงสว่างดับวูบไป
ร่างสูงโปร่งขมวดคิ้ว แม้ตอนนี้เขาจะเป็เทพตก์ ถูก์ลงทัณฑ์บน ให้มาทำหน้าที่เทพผู้คุมกฏ ไม่มีหน้าที่ไปเผชิญหน้ากับจอมอสูร แต่อย่างไรเขากับจอมอสูรก็สู้รบกันมานาน หากจอมอสูรข้ามแม่น้ำอิรวดีไปได้ ์อาจดับสูญ จอมเทพ จึง้าน้ำอมฤตโดยเร็วเพื่อฟื้นฟูกองทัพ์
สายตาคมดุจเหยี่ยวแลไปยังร่างบอบบางที่เดินแกมวิ่งไปยังริมบึงมรกต ตอนนี้นางเปรียบเสมือนเพชรล้ำค่าที่เขาจะใช้ต่อรองกับ์ ให้์ยกเลิกทัณฑ์บนแก่ตนเอง และนางจะตกอยู่ในเงื้อมือ์ เพื่อใช้บีบบังคับพญานาคาาให้ร่วมมือทำพิธีกวนเกษียรสมุทร นั่นอาจทำให้นางและบิดาอาจต้องสังเวยด้วยตบะที่บำเพ็ญเพียรมาทั้งหมดและชีวิตก็จะอาจดับสูบตามไปด้วย
ใบหน้าสง่างามนิ่งขรึม ดวงเนตรสีเทาลึกลำ้มืดครึ้มดั่งหมอกควัน ยามราตี
วรกานต์เดินมาถึงริมบึง นั่งลงจุ่มมือล้างนำ้ แล้วชะโงกหน้าจ้องลึกไปยังก้นบึง ที่นั่นมีเต่าน้อยตัวหนึ่งกำลังหดหัวซุกอยู่ในกระดอง
“เ้าเต่าน้อย เฮ้ๆ ได้ยินหรือไม่” นางส่งกระแสจิตไป
เ้าเต่าน้อยไม่ตอบมันกำลังปรือตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน
“เฮ้ๆ นี่เ้ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า” นางกระซิบลงไปยังก้นบึงมรกตอีกครั้ง
“เ้าปลุกข้าจากการบำเพ็ญเพียร มีอะไรก็ว่ามา” เต่าน้อยเหลือกตาขึ้น มองคนเรียกบนฝั่ง
“ข้านึกว่าเ้าหลับอยู่ ข้ามีเื่รบกวนสอบถามสักประโยคได้หรือไม่”
“ว่ามา” เ้าเต่าตอบ
นางจึงถามข่าว เมืองบาดาล ว่ามีข่าวคราวใดบ้างตอนนี้
เ้าเต่าน้อยตอบกลับมา “วุ่นวายมากๆ ธิดาพญานาคหนีไป ตอนนี้ท่านพญานาคาาสั่งตามหาตัวกันให้ควัก ดูๆไปเ้าก็มีหน้าตาคล้ายนางหลายส่วนนะ”
“โหย ไม่ใช่ข้าๆ” นางรีบโบกมือปฏิเสธ ถามต่อ “แล้วมีเื่ใดอีกเล่ามา”
“อืม” เต่าน้อยทำท่าคิด “ข้าอยู่บึงแห่งนี้ไกลเกินไป นอกจากข่าวใหญ่ๆ แล้ว ก็น่าจะมีแค่ ชาว์ลงมาขอความร่วมมือท่านพญานาคาา ในการจัดพีธีกวนเกษียรสมุทร ”
“กวนเกษียรสมุทร?” นาคน้อยกระซิบ ขมวดคิ้วมุ่น ผู้ที่เป็ใหญ่แห่งมหาสมุทรแดนใต้ ที่มีตบะบำเพ็ญเพียรมานับพันปีเท่านั้นจึงทำได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียตบะทั้งหมด เพื่อให้ได้น้ำอมฤต
“ท่านพญานาคาาตกลงหรือไม่” นางใคร่รู้ หากพระบิดายินยอมเท่ากับแลกตบะที่บำเพ็ญเพียรมาจนหมดสิ้น
“ข้าไม่รู้หรอก” เต่าน้อยตอบ
“งั้นข้าถามหน่อย เ้ามีวิธีเอาของจากผู้อื่นโดยไม่ให้เขารู้ตัวหรือไม่” นางกระซิบกระซาบ
เต่าน้อยลอยตัวจากก้นบึงเข้ามาใกล้ “เ้าจะขโมยของจากคนผู้นั้นล่ะสิ” เต่าน้อยใต้น้ำโผล่หัวขึ้นพยักพเยิดไปยังร่างชายหนุ่ม
“อืม” นางไม่ปิดบัง “เดิมมันเป็ของข้า แต่เขายึดมันไว้กับตัว”
“ข้าจะบอกมนต์ให้ แต่เ้าต้องแลกกับมุกบนคอเ้า” เต่าน้อยจ้องเขม็ง มุกเม็ดงามสีส้มเม็ดนี้จะทำให้มันบำเพ็ญเพียรไปได้อีกขั้นหนึ่งหากกลืนลงท้อง
"อ้อได้” วรกานต์รีบปลดสร้อยที่ร้อยไขมุกส่งให้เต่าน้อย
เต่าน้อยรับมาอย่างยินดี กระซิบบอกเวทย์มนต์แก่นาง จากนั้นทั้งคู่ต่างแยกย้าย
จากนั้นนางก็เดินไปตามริมฝั่งบึงตามรอบๆ สาตาสะดุดลงกับกระท่อมไม้ไผ่หลังหนึ่ง นางรีบสาวเท้าเข้าไปสำรวจ
“ทรุดโทรมไปหน่อยแต่ก็ดีกว่านอนกลางป่า” กระท่อมนี้ไม่มีอะไรสักอย่างเป็เพียงห้องโล่งๆหลังหนึ่งเท่านั้น
วรกานต์เดินกลับมาพร้อมรอยยิ้มกริ่ม “ข้าเจอกระท่อมหลังหนึ่ง เราพักกันที่นี่เถอะท่านเทพ มาข้าจะพาท่านไปดู”
ร่างสูงโปร่งลุกยืนเดินตามนางไปอย่างว่าง่าย
นางเปิดประตูที่ผุพังเข้าไป “นี่เป็ห้องโถงที่เราจะพักกันคืนนี้ แม้ไม่มีเตียง โต๊ะ หรือเก้าอี้ แต่ก็น่าจะทำให้นอนหลับอุ่นสบาย”
เขาเพียงพยักหน้า เห็นด้วย นางก็ยิ้มเห็นฟันขาวเรียงตัวเป็ระเบียบ
พวกเขาย้ายม้าและสัมภาระจำเป็ในการเดินทางซ้ำยังมีเสื้อผ้าชุดเก่าที่ซักเรียบร้อยห่อมาด้วย ต้องขอบคุณท่านเศรษฐี ที่ให้คนเตรียมสิ่งเหล่านี้มาให้
วรกานต์หยิบกระติกน้ำขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง เหล่มองคนร่างสูงโปร่งที่ปูเสื่อ และนั่งลงขัดสมาธิ หลับตา ความจริงวันนี้พวกเขาจะเดินทางต่ออีกสักหน่อยก็ได้ เพราะยังหัววันอยู่ แต่เขาก็ไม่คัดค้านที่นางชวนพักค้างคืนที่นี่ อดระแวงไม่ได้แฮะ นางสลัดศีรษะ เอียงคอมองเทพหนุ่ม เขาเงียบไม่พูดอะไรเลยั้แ่เมื่อครู่ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า