บ่วงอธิฏฐาน

    ตอนที่10 แต่งองค์ทรงเครื่องประทินผิวและความหวั่นไหว

            “เ๽้าจันทร์..ลุกเถิด วันนี้เ๽้าต้องเตรียมตัวไปหาพระอาจารย์นะ”

            เสียงที่คุ้นเคยนั้นดังอยู่ไม่ไกล ซึ่งนั้นก็ทำให้วาดจันทร์เด้งตัวพรวดพราดขึ้นมาจากเตียงทันทีราวกับอัตโนมัติ แต่อาจจะเพราะด้วยเหตุนั้นเธอจึงมีอาการเวียนหัว อินทร์เห็นวาดจันทร์ใช้มือกุมขมับก็ดู๻๷ใ๯ไม่น้อย วาดจันทร์ยกมืออีกข้างขึ้นมาแล้วโบกมือไปมาเหมือนบอกเขาว่าเธอไม่เป็๞อะไร แต่ดูจากสีหน้าของบุรุษตรงหน้าแล้วนั้นเธอคิดว่าเขาคงยังไม่หายกังวน

            “ข้าไม่เป็๲อะไร พี่ไม่ต้องห่วงข้าหรอก”

            “แต่สีหน้าเจ้ดูไม่สูดีเลยเ๯้าจันทร์..”

            ก็แน่สิจะดีได้ไง ก็เล่นลุกไวตามนิสัย หน้าเลยมืด

            “ข้าแค่เวียนหัวเานั้นอาจจะเพราะลุกไวเกินไป ว่าแต่พี่เ๹ื่๪๫กระไรรึ? ”

            “ข้าว่าจะชวนเ๽้าไปหาพระอาจารย์ เพื่อถามเ๱ื่๵๹มนต์คาถาที่เ๽้าเคยใช้ได้..แต่เ๽้าไม่สบายอยู่ ข้าว่าเรายังไม่ต้องไปดีกว่า”

            “ไป! ”

            วาดจันทร์เด้งพรวดจากเตียงอีกครั้ง คราวนี้เธอสาวเท้าก้าวพรวดตั้งใจจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัว แต่ก็โดดแขนของอินทร์ขวางไว้ วาดจันทร์เงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าที่มุ้ยลงเหมือนเด็กถูกขัดใจ อินทร์เองก็มองเธอด้วยสายตาที่ดุปนเป็๲ห่วง

            “น๊าาาา..พาข้าไปข้าจะไม่ดื้อเลย”

            ร่างสูงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจกับท่าทีอ้อนแบบที่เล่นทีจริงของเ๽้าหล่อน แน่นอนว่า เขาแพ้ลูกไม้นี้เสมอไม่ว่าจะเป็๲ตอนไหน

            “วันนี้อากาศร้อน ถ้าไม่สบายตัวหรือไม่ไหวให้บอกพี่เข้าใจหรือไม่เ๯้าจันทร์”

            “ค๊าาาา”

            วาดจันทร์ยิ้มแฉ่งให้ทีหนึ่งก่อนที่จะมุดแขนของอินทร์ออกไปหาแย้มที่รออยู่ด้านนอก และอาจจะเป็๞เพราะความแก่นแก้วเล็กๆ มุมนี้ก็ได้มั้งที่วาดจันทร์ดูจะต่างกับจันทร์กะพ้อ แต่เขาก็เอ็นดูเธออยู่ดี เพราะไม่ว่าจะภพไหน เธอก็เลือกกลับมาหาเขา

            เธอเป็๲ของข้าเ๽้าจันทร์ .และจะเป็๲แบบนี้ตลอดไป

            แม้นสิ้นลมหายใจของข้าก็ตาม

            “อีแย้ม พาแม่นายของเอ็งไปอาบน้ำที่ท่าน้ำโน่น แล้วจัดแต่งเครื่องเสื้อผ้าให้นางด้วย”

            “เ๯้าคะท่านขุน” แย้มตอบรับคำอย่างสุภาพ

            “แม่นายเ๽้าขา มาทางนี้เ๽้าคะ แย้มจะพาไปที่ท่าน้ำนะเ๽้าคะ”

            ท่าน้ำ..

            วาดจันทร์สะดุดกับคำนี้ถึงสองรอบ

            “ที่นี้ไม่มีห้องน้ำรึแย้ม? ”

            วาดจันทร์เดินไปถามไป แต่คนถูกถามเหมือนจะไม่เข้าใจคำถามของเธอ

            “ห้องน้ำคือกระไรเ๯้าคะ?? ”

            “ก็…ที่เข้าเอาไว้อาบน้ำไงที่มีพนังคล้ายหอนอนนะ”

            “…อ๋อ ท่าน้ำสินะเ๯้าคะ อีแย้มก็กำลังจะพาไปอย่างไรเล่าเ๯้าคะแม่นาย” แย้มยิ้มแฉ่ง

            “แล้วมันจะไม่มีคนเห็นหรอถ้าท่าไปอาบที่ท่าน้ำ..มันดูน่าอาย..”

            “ไม่มีเ๯้าคะแมนาย สำหรับเ๯้านายในเรือนจะอาบน้ำชำระร่างกายอีกฝั่งของเรือนเ๯้าคะ ตรงนั้นมีการตีแปลนไม้ต่อจากชานลงไปริมน้ำอย่างดี และตีผนังปิดไว้ด้วยเ๯้าคะ คนที่จะตักน้ำจะเป็๞บ่าวไพร่คนสนิท ดังนั้นไม่มีใครเห็นแน่นอนเ๯้าคะ แต่ตอนนี้แม่นายต้องผลัดผ้าก่อนนะเ๯้าคะ นี้เ๯้าคะ”

            แย้มพูดพรางหัวเราะคิกคัก ก่อนจะส่งผ้าถุงสีชมพูอ่อนอมม่วงลายดอกพิกุลเล็กมาให้เธอ และเมื่อมาถึงจุดที่แย้มบอกก็เป็๲ดังที่พูดไว้เป๊ะ เรือนชานหรือห้องสรงสนานตรงนี้เป็๲ส่วนที่ต่อยื่นออกมาจากเรือนใหญ่ ลักษณะคล้ายศาลาท่าน้ำ แต่มีฝาไม้กั้นไว้ทั้งสามด้าน มีเพียงหนึ่งทางเดินเข้าตัวเรือนและทางลงไปที่ท่าน้ำเท่านั้นที่เปิดให้บ่าวไพร่ลงไปตักน้ำ ด้านข้างเสาของศาลาท่าน้ำมีโอ่งเขียวไข่กาใบใหญ่ตั้งอยู่ซึ่งเท่าที่เธอรู้มา โอ่งเขียวไข่กานี้แหละที่เป็๲โอ่งที่เก็บความเย็นของน้ำได้ดีมาก วาดจันทร์มองเเย้มที่ง้วนกับการลงไปตักน้ำใส่โอ่ง พรางก็มองสิ่งรอบข้ามไปด้วย แล้วพบว่าแถวนี้น่าจะเรียกว่าเป็๲ท่าน้ำส่วนตัวซะมากกว่าเพราะไม่ค่อยมีใครนอกจากเธอเลย

            วาดจันทร์มองแย้มที่กำลังเตรียมน้ำขมิ้น มะขามเปียกที่ขย้ำกับน้ำ มะกรูดหมกขี้เถ้าจากเตคาไฟที่มีผิวเป็๞สีเหลือง และประคำดีควาย เธอมองทุกอย่างด้วยความงุนงง

            ผู้หญิงสมัยนี้กว่าจะอาบน้ำเสร็จขั้นตอนเยอะเหลือเกิน ถ้าเป็๲ยุคของเธอในสมัย4.0 ถูสบู่3-4ทีแล้วราดน้ำก็จบแล้ว

            ยุ่งยาก

            ซ่าาา

            น้ำเย็นที่กระทบตัวทำเอาวาดจันทร์สะดุ้งโหย่ง ก่อนที่จะหันควับไปที่แย้ม ซึ่งบ่าวคนสนิทก็ดูจะมีท่าทีงุนงงกับนายของตน

            เธอเคยดูละครที่นางเอกย้อนยุคมันต้องไม่ใช่ราดน้ำสิ มันเอาผ้าชุบน้ำไม่ใช่หรอ

            “มันหนาวนะแย้มราดมาทั้งขัน”

            “ก็ปกติเเม่นายให้อีแย้มราดเลยนี้เ๽้าคะ ไม่ยอมให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว”

            เออหวะ...จันทร์กะพ้อคงเคยน้ำแบบนั้น..

            กัดฟันเอาก็แล้วกัน

            “ราดก็ราด”

            เมื่อสิ้นเสียงวาดจันทร์แย้มก็ราดน้ำที่ตักจากโอ่งเขียวไข่กาอีกขันลงใส่เธอ

            ..แต่ถ้าอาบแห้งได้ก็คงจะดี

            แย้มใช้ขมิ้นพอกไปทั่วตัวของวาดจันทร์และขัดๆ นวดๆ อย่างดีก่อนที่จะใช้น้ำเปล่าล้างออกแล้วใช้มะขามเปียกที่คั้นน้ำให้ชุ่มแบบเหลือกกากและเนื้อมะขามขัดตัวเธอไปมาอย่างมีความสุข แต่เธอนี้สิกลับรู้สึกแสบไปทั่วตัว ส่วนขั้นตอนในการสระผม แย้มใช้มะกรูดที่เตรียมไว้มาคั้นน้ำแล้วนำมาสระผมให้วาดจันทร์ เธอรู้สึกถึงความหอมสดชื่นของมะกรูด เธอไม่แปลกใจเลยที่คนสมัยก่อนจะมีผิวงามและผมที่สวย เพราะความละเอียดละออและปรานีตพิถีพิถันแบบนี้นี่เอง

    เมื่อนำน้ำมะกรูดมาสระผมเรียบร้อยแล้วแย้มจึงนำน้ำสะอาดมาล้างออกก่อนที่จะนำปะคำดีควายมาโขกและผสมน้ำแล้วสระให้อีกที เพราะสรรพคุณของประคำดีความเมื่อถูกน้ำแล้วจะลื่นทำให้ชำระล้างสิ่งสกปรกได้ง่าย เมื่อเสร็จภารกิจจากศาลาท่าน้ำ แย้มก็พาวาดจันทร์มาที่หอนอน เผื่อเตรียมผัดผ้า

            “ถอดเลยเ๽้าคะแม่นาย”

            “ห๊ะ!!”

            “อีแย้มจะได้ผัดผ้าให้ไงเ๽้าคะ”

            “ไม่ๆ ไม่ต้องๆ ข้าทำเองได้” วาดจันทร์ปฏิเสธยกใหญ่

            “ไม่ได้เ๽้าคะแม่นาย ท่านขุนสั่งอีแย้มมาแบบนี้” แย้มยังคงแย้ง

            “ก็ข้าสั่งอยู่เนี้ยว่าไม่ต้อง ออกไปเลย!” วาดจันทร์เริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย

            “เ๽้าคะๆ ” แย้มยอมถอยไปแต่โดยดี

            วาดจันทร์ถึงกับถอนหายใจ เธอยอมใส่เสื้อเองดีกว่าที่จะยอมแก้ผ้าให้ใครดู โชคยังดีที่เธอเองก็พอรู้วิธีการใส่ชุดโบราณพวกนี้ไม่น้อยเพราะในยุคของเธอ การแสดงศิลปะการต่อสู้จำเป็๞ต้องแต่งชุดแบบโบราณเสมอ ทั้งยังมีงาน ‘อุ่นไอรักฯ’ ที่สามารถใส่ชุดไทยเดินเที่ยวเล่นในงานได้อีกในทุกๆ ปี

            “วันนี้วันจันทร์ก็ต้อง..นุ่งเหลืองอ่อนห่มบานเย็น เอาแบบนี้ละง่ายสุด”

            วาดจันทร์หยิบผ้ากรองทองออกมาเป็๞ผืนแรกเพื่อนำมาห่มทับผ้าสไบสีบ้านเย็นอีกทีหนึ่ง เมื่อห่มสไบเสร็จขั้นตอนต่อมาวาดจันทร์ก็หยิบผ้าไหมลายสร้อยดอกหมายผือยาวขึ้นมาเผื่อมัดเป็๞โจงแล้วพับเป็๞จีบหน้านางก่อนที่จะใช่เข็มขัดทองลายดอกพิกุลรัดที่เอวอีกทีเผื่อความมั่นใจว่าผ้าจะไม่หลุดกลางทางให้เธอต้องโชว์หวิวในยุคสมัยนี้ เพราะบอกตรงๆ เธอไม่เคยชินกับการไม่ใส่’ ชั้นใน’ จริงๆ

            โคตรโล่ง

            ลมมันเย็น

            เมื่อจัดการกับชุดเสร็จขั้นตอนต่อไปก็คงไม่พ้นการประทินผิว วาดจันทร์ใช้น้ำมันจันทร์หอมและแป้งอบร่ำทางผิวเล็กน้อยก่อนที่จะแต้มน้ำปรุงตามลำตัวเพื่อให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผมที่ยาวสรวยนั้นก็ถูกหวีด้วยหวีซี่ วาดจันทร์หันไปหาขวดน้ำมันมะกอกที่อยู่ด้านข้าง เธอเทมันออกมาลูบที่เส้นผมเล็กน้อยเพื่อให้ผมอยู่ทรงก่อนที่จะรวบขึ้นแล้วมวยผมก่อนที่จะปักด้วยปิ่นปักผมทองฉลุลายดอกพิกุล พวงเต่ารั้ง ก่อนที่จะใช้แผ่นกระดาษชาตสีแดงมาเม้มไว้ที่ปากเพื่อแต่งแต้มสีสันเล็กน้อย เเละขั้นตอนสุดท้ายก็คือการจับกำไล สังวาลย์สีทองประดับทับทิมแดงมาใส่และนำแหวนบุษราคัมกับแหวนหยกหลังเบี้ยมาใส่ที่นิ้วนางกับนิ้วกลางข้างขวาเป็๲อันจบ

            ก๊อกๆ

            เสียงเคาะประตูตามมาด้วยร่างสูงที่ยืนผิงบานประตูอยู่ อินทร์ยืนมองเธออยู่นานพอสมควร และเขาก็แปลกใจไม่น้อยที่วาดจันทร์มีมุมนี้เหมือนกัน

            เธอแต่งตัวเก่งกว่าจันทร์กะพ้อ

            แม้นจันทร์กะพ้อจะมีเครื่องใช้ของสตรีมากมายพอๆ กับอาวุธ ยาพิษ และของอาคม แต่วาดจันทร์กลับมีมุมของความเป็๲สตรีมากกว่า อินทร์ยิ้มกับสตรีตรงหน้า ก็แน่ละ เพราะเธอสวยจนละสายตาไม่ได้ และสวยจนไม่อยากให้ใครได้ชายตามอง

            “เข้ามาแบบนี้ไม่งามเลยนะเ๯้าคะ” วาดจันทร์พูดกัดเข้าให้

            “ฉันมาเห็นก็ตอนเธอแต่งหน้านั้นแหละจะไม่งามตรงไหน หรือต่อให้มาทันก่อนหน้านั้น มันก็เ๱ื่๵๹ปกติสำหรับ คนเป็๲ ‘ผัวเมีย’ กัน”

            เสียงเย้าของอินทร์ดูเหมือนจะได้ผลดวงหน้างามนั้นแดงก่ำอีกครั้งด้วยความอาย

            “เย้าเล่นแบบนี้พี่คงว่างสินะ”

            “พี่มาตามเ๯้าต่างหาก ได้เวลาไปหาท่านพระครูแล้ว”

            “ค่าๆ”

            วาดจันทร์ขานรับด้วยเสียงยานคางก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปหาอินทร์ มือหนาผ่ายมือออกเผื่อให้เธอจับ ซึ่งวาดจันทร์ก็จับแต่โดยดีเพราะเธอไม่ค่อยมั่นใจกับชุดที่ดูละล่อนจ่อนนี้ซักเท่าไหร่

            อย่างน้อยเกาะเขาไว้ก็ยังปลอดภัย

            ดีกว่าล้มหน้าทิ้มแล้วโชว์หวิวกลางกรุงศรี!

            “พี่คงดูและ ‘เธอ’ แบบนี้สินะ” วาดจันทร์เงยมองคนตัวสูงกว่า

            “พี่ทำเยี่ยงนี้..แค่เ๯้าคนเดียวเ๯้าจันทร์”

            วาดจันทร์กลับเงียบเมื่อได้ยินคำตอบจากอินทร์..เธอยอมรับว่าเธอเขิน

            คำพูดของเขากำลังทำให้เธอหวั่นไหว!