“เ้าจันทร์..ลุกเถิด วันนี้เ้าต้องเตรียมตัวไปหาพระอาจารย์นะ”
เสียงที่คุ้นเคยนั้นดังอยู่ไม่ไกล ซึ่งนั้นก็ทำให้วาดจันทร์เด้งตัวพรวดพราดขึ้นมาจากเตียงทันทีราวกับอัตโนมัติ แต่อาจจะเพราะด้วยเหตุนั้นเธอจึงมีอาการเวียนหัว อินทร์เห็นวาดจันทร์ใช้มือกุมขมับก็ดูใไม่น้อย วาดจันทร์ยกมืออีกข้างขึ้นมาแล้วโบกมือไปมาเหมือนบอกเขาว่าเธอไม่เป็อะไร แต่ดูจากสีหน้าของบุรุษตรงหน้าแล้วนั้นเธอคิดว่าเขาคงยังไม่หายกังวน
“ข้าไม่เป็อะไร พี่ไม่ต้องห่วงข้าหรอก”
“แต่สีหน้าเจ้ดูไม่สูดีเลยเ้าจันทร์..”
ก็แน่สิจะดีได้ไง ก็เล่นลุกไวตามนิสัย หน้าเลยมืด
“ข้าแค่เวียนหัวเานั้นอาจจะเพราะลุกไวเกินไป ว่าแต่พี่เื่กระไรรึ? ”
“ข้าว่าจะชวนเ้าไปหาพระอาจารย์ เพื่อถามเื่มนต์คาถาที่เ้าเคยใช้ได้..แต่เ้าไม่สบายอยู่ ข้าว่าเรายังไม่ต้องไปดีกว่า”
“ไป! ”
วาดจันทร์เด้งพรวดจากเตียงอีกครั้ง คราวนี้เธอสาวเท้าก้าวพรวดตั้งใจจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัว แต่ก็โดดแขนของอินทร์ขวางไว้ วาดจันทร์เงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าที่มุ้ยลงเหมือนเด็กถูกขัดใจ อินทร์เองก็มองเธอด้วยสายตาที่ดุปนเป็ห่วง
“น๊าาาา..พาข้าไปข้าจะไม่ดื้อเลย”
ร่างสูงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจกับท่าทีอ้อนแบบที่เล่นทีจริงของเ้าหล่อน แน่นอนว่า เขาแพ้ลูกไม้นี้เสมอไม่ว่าจะเป็ตอนไหน
“วันนี้อากาศร้อน ถ้าไม่สบายตัวหรือไม่ไหวให้บอกพี่เข้าใจหรือไม่เ้าจันทร์”
“ค๊าาาา”
วาดจันทร์ยิ้มแฉ่งให้ทีหนึ่งก่อนที่จะมุดแขนของอินทร์ออกไปหาแย้มที่รออยู่ด้านนอก และอาจจะเป็เพราะความแก่นแก้วเล็กๆ มุมนี้ก็ได้มั้งที่วาดจันทร์ดูจะต่างกับจันทร์กะพ้อ แต่เขาก็เอ็นดูเธออยู่ดี เพราะไม่ว่าจะภพไหน เธอก็เลือกกลับมาหาเขา
เธอเป็ของข้าเ้าจันทร์ .และจะเป็แบบนี้ตลอดไป
แม้นสิ้นลมหายใจของข้าก็ตาม
“อีแย้ม พาแม่นายของเอ็งไปอาบน้ำที่ท่าน้ำโน่น แล้วจัดแต่งเครื่องเสื้อผ้าให้นางด้วย”
“เ้าคะท่านขุน” แย้มตอบรับคำอย่างสุภาพ
“แม่นายเ้าขา มาทางนี้เ้าคะ แย้มจะพาไปที่ท่าน้ำนะเ้าคะ”
ท่าน้ำ..
วาดจันทร์สะดุดกับคำนี้ถึงสองรอบ
“ที่นี้ไม่มีห้องน้ำรึแย้ม? ”
วาดจันทร์เดินไปถามไป แต่คนถูกถามเหมือนจะไม่เข้าใจคำถามของเธอ
“ห้องน้ำคือกระไรเ้าคะ?? ”
“ก็…ที่เข้าเอาไว้อาบน้ำไงที่มีพนังคล้ายหอนอนนะ”
“…อ๋อ ท่าน้ำสินะเ้าคะ อีแย้มก็กำลังจะพาไปอย่างไรเล่าเ้าคะแม่นาย” แย้มยิ้มแฉ่ง
“แล้วมันจะไม่มีคนเห็นหรอถ้าท่าไปอาบที่ท่าน้ำ..มันดูน่าอาย..”
“ไม่มีเ้าคะแมนาย สำหรับเ้านายในเรือนจะอาบน้ำชำระร่างกายอีกฝั่งของเรือนเ้าคะ ตรงนั้นมีการตีแปลนไม้ต่อจากชานลงไปริมน้ำอย่างดี และตีผนังปิดไว้ด้วยเ้าคะ คนที่จะตักน้ำจะเป็บ่าวไพร่คนสนิท ดังนั้นไม่มีใครเห็นแน่นอนเ้าคะ แต่ตอนนี้แม่นายต้องผลัดผ้าก่อนนะเ้าคะ นี้เ้าคะ”
แย้มพูดพรางหัวเราะคิกคัก ก่อนจะส่งผ้าถุงสีชมพูอ่อนอมม่วงลายดอกพิกุลเล็กมาให้เธอ และเมื่อมาถึงจุดที่แย้มบอกก็เป็ดังที่พูดไว้เป๊ะ เรือนชานหรือห้องสรงสนานตรงนี้เป็ส่วนที่ต่อยื่นออกมาจากเรือนใหญ่ ลักษณะคล้ายศาลาท่าน้ำ แต่มีฝาไม้กั้นไว้ทั้งสามด้าน มีเพียงหนึ่งทางเดินเข้าตัวเรือนและทางลงไปที่ท่าน้ำเท่านั้นที่เปิดให้บ่าวไพร่ลงไปตักน้ำ ด้านข้างเสาของศาลาท่าน้ำมีโอ่งเขียวไข่กาใบใหญ่ตั้งอยู่ซึ่งเท่าที่เธอรู้มา โอ่งเขียวไข่กานี้แหละที่เป็โอ่งที่เก็บความเย็นของน้ำได้ดีมาก วาดจันทร์มองเเย้มที่ง้วนกับการลงไปตักน้ำใส่โอ่ง พรางก็มองสิ่งรอบข้ามไปด้วย แล้วพบว่าแถวนี้น่าจะเรียกว่าเป็ท่าน้ำส่วนตัวซะมากกว่าเพราะไม่ค่อยมีใครนอกจากเธอเลย
วาดจันทร์มองแย้มที่กำลังเตรียมน้ำขมิ้น มะขามเปียกที่ขย้ำกับน้ำ มะกรูดหมกขี้เถ้าจากเตคาไฟที่มีผิวเป็สีเหลือง และประคำดีควาย เธอมองทุกอย่างด้วยความงุนงง
ผู้หญิงสมัยนี้กว่าจะอาบน้ำเสร็จขั้นตอนเยอะเหลือเกิน ถ้าเป็ยุคของเธอในสมัย4.0 ถูสบู่3-4ทีแล้วราดน้ำก็จบแล้ว
ยุ่งยาก
ซ่าาา
น้ำเย็นที่กระทบตัวทำเอาวาดจันทร์สะดุ้งโหย่ง ก่อนที่จะหันควับไปที่แย้ม ซึ่งบ่าวคนสนิทก็ดูจะมีท่าทีงุนงงกับนายของตน
เธอเคยดูละครที่นางเอกย้อนยุคมันต้องไม่ใช่ราดน้ำสิ มันเอาผ้าชุบน้ำไม่ใช่หรอ
“มันหนาวนะแย้มราดมาทั้งขัน”
“ก็ปกติเเม่นายให้อีแย้มราดเลยนี้เ้าคะ ไม่ยอมให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว”
เออหวะ...จันทร์กะพ้อคงเคยน้ำแบบนั้น..
กัดฟันเอาก็แล้วกัน
“ราดก็ราด”
เมื่อสิ้นเสียงวาดจันทร์แย้มก็ราดน้ำที่ตักจากโอ่งเขียวไข่กาอีกขันลงใส่เธอ
..แต่ถ้าอาบแห้งได้ก็คงจะดี
แย้มใช้ขมิ้นพอกไปทั่วตัวของวาดจันทร์และขัดๆ นวดๆ อย่างดีก่อนที่จะใช้น้ำเปล่าล้างออกแล้วใช้มะขามเปียกที่คั้นน้ำให้ชุ่มแบบเหลือกกากและเนื้อมะขามขัดตัวเธอไปมาอย่างมีความสุข แต่เธอนี้สิกลับรู้สึกแสบไปทั่วตัว ส่วนขั้นตอนในการสระผม แย้มใช้มะกรูดที่เตรียมไว้มาคั้นน้ำแล้วนำมาสระผมให้วาดจันทร์ เธอรู้สึกถึงความหอมสดชื่นของมะกรูด เธอไม่แปลกใจเลยที่คนสมัยก่อนจะมีผิวงามและผมที่สวย เพราะความละเอียดละออและปรานีตพิถีพิถันแบบนี้นี่เอง
เมื่อนำน้ำมะกรูดมาสระผมเรียบร้อยแล้วแย้มจึงนำน้ำสะอาดมาล้างออกก่อนที่จะนำปะคำดีควายมาโขกและผสมน้ำแล้วสระให้อีกที เพราะสรรพคุณของประคำดีความเมื่อถูกน้ำแล้วจะลื่นทำให้ชำระล้างสิ่งสกปรกได้ง่าย เมื่อเสร็จภารกิจจากศาลาท่าน้ำ แย้มก็พาวาดจันทร์มาที่หอนอน เผื่อเตรียมผัดผ้า
“ถอดเลยเ้าคะแม่นาย”
“ห๊ะ!!”
“อีแย้มจะได้ผัดผ้าให้ไงเ้าคะ”
“ไม่ๆ ไม่ต้องๆ ข้าทำเองได้” วาดจันทร์ปฏิเสธยกใหญ่
“ไม่ได้เ้าคะแม่นาย ท่านขุนสั่งอีแย้มมาแบบนี้” แย้มยังคงแย้ง
“ก็ข้าสั่งอยู่เนี้ยว่าไม่ต้อง ออกไปเลย!” วาดจันทร์เริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย
“เ้าคะๆ ” แย้มยอมถอยไปแต่โดยดี
วาดจันทร์ถึงกับถอนหายใจ เธอยอมใส่เสื้อเองดีกว่าที่จะยอมแก้ผ้าให้ใครดู โชคยังดีที่เธอเองก็พอรู้วิธีการใส่ชุดโบราณพวกนี้ไม่น้อยเพราะในยุคของเธอ การแสดงศิลปะการต่อสู้จำเป็ต้องแต่งชุดแบบโบราณเสมอ ทั้งยังมีงาน ‘อุ่นไอรักฯ’ ที่สามารถใส่ชุดไทยเดินเที่ยวเล่นในงานได้อีกในทุกๆ ปี
“วันนี้วันจันทร์ก็ต้อง..นุ่งเหลืองอ่อนห่มบานเย็น เอาแบบนี้ละง่ายสุด”
วาดจันทร์หยิบผ้ากรองทองออกมาเป็ผืนแรกเพื่อนำมาห่มทับผ้าสไบสีบ้านเย็นอีกทีหนึ่ง เมื่อห่มสไบเสร็จขั้นตอนต่อมาวาดจันทร์ก็หยิบผ้าไหมลายสร้อยดอกหมายผือยาวขึ้นมาเผื่อมัดเป็โจงแล้วพับเป็จีบหน้านางก่อนที่จะใช่เข็มขัดทองลายดอกพิกุลรัดที่เอวอีกทีเผื่อความมั่นใจว่าผ้าจะไม่หลุดกลางทางให้เธอต้องโชว์หวิวในยุคสมัยนี้ เพราะบอกตรงๆ เธอไม่เคยชินกับการไม่ใส่’ ชั้นใน’ จริงๆ
โคตรโล่ง
ลมมันเย็น
เมื่อจัดการกับชุดเสร็จขั้นตอนต่อไปก็คงไม่พ้นการประทินผิว วาดจันทร์ใช้น้ำมันจันทร์หอมและแป้งอบร่ำทางผิวเล็กน้อยก่อนที่จะแต้มน้ำปรุงตามลำตัวเพื่อให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผมที่ยาวสรวยนั้นก็ถูกหวีด้วยหวีซี่ วาดจันทร์หันไปหาขวดน้ำมันมะกอกที่อยู่ด้านข้าง เธอเทมันออกมาลูบที่เส้นผมเล็กน้อยเพื่อให้ผมอยู่ทรงก่อนที่จะรวบขึ้นแล้วมวยผมก่อนที่จะปักด้วยปิ่นปักผมทองฉลุลายดอกพิกุล พวงเต่ารั้ง ก่อนที่จะใช้แผ่นกระดาษชาตสีแดงมาเม้มไว้ที่ปากเพื่อแต่งแต้มสีสันเล็กน้อย เเละขั้นตอนสุดท้ายก็คือการจับกำไล สังวาลย์สีทองประดับทับทิมแดงมาใส่และนำแหวนบุษราคัมกับแหวนหยกหลังเบี้ยมาใส่ที่นิ้วนางกับนิ้วกลางข้างขวาเป็อันจบ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูตามมาด้วยร่างสูงที่ยืนผิงบานประตูอยู่ อินทร์ยืนมองเธออยู่นานพอสมควร และเขาก็แปลกใจไม่น้อยที่วาดจันทร์มีมุมนี้เหมือนกัน
เธอแต่งตัวเก่งกว่าจันทร์กะพ้อ
แม้นจันทร์กะพ้อจะมีเครื่องใช้ของสตรีมากมายพอๆ กับอาวุธ ยาพิษ และของอาคม แต่วาดจันทร์กลับมีมุมของความเป็สตรีมากกว่า อินทร์ยิ้มกับสตรีตรงหน้า ก็แน่ละ เพราะเธอสวยจนละสายตาไม่ได้ และสวยจนไม่อยากให้ใครได้ชายตามอง
“เข้ามาแบบนี้ไม่งามเลยนะเ้าคะ” วาดจันทร์พูดกัดเข้าให้
“ฉันมาเห็นก็ตอนเธอแต่งหน้านั้นแหละจะไม่งามตรงไหน หรือต่อให้มาทันก่อนหน้านั้น มันก็เื่ปกติสำหรับ คนเป็ ‘ผัวเมีย’ กัน”
เสียงเย้าของอินทร์ดูเหมือนจะได้ผลดวงหน้างามนั้นแดงก่ำอีกครั้งด้วยความอาย
“เย้าเล่นแบบนี้พี่คงว่างสินะ”
“พี่มาตามเ้าต่างหาก ได้เวลาไปหาท่านพระครูแล้ว”
“ค่าๆ”
วาดจันทร์ขานรับด้วยเสียงยานคางก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปหาอินทร์ มือหนาผ่ายมือออกเผื่อให้เธอจับ ซึ่งวาดจันทร์ก็จับแต่โดยดีเพราะเธอไม่ค่อยมั่นใจกับชุดที่ดูละล่อนจ่อนนี้ซักเท่าไหร่
อย่างน้อยเกาะเขาไว้ก็ยังปลอดภัย
ดีกว่าล้มหน้าทิ้มแล้วโชว์หวิวกลางกรุงศรี!
“พี่คงดูและ ‘เธอ’ แบบนี้สินะ” วาดจันทร์เงยมองคนตัวสูงกว่า
“พี่ทำเยี่ยงนี้..แค่เ้าคนเดียวเ้าจันทร์”
วาดจันทร์กลับเงียบเมื่อได้ยินคำตอบจากอินทร์..เธอยอมรับว่าเธอเขิน
คำพูดของเขากำลังทำให้เธอหวั่นไหว!