ทว่าหน้าผานี้กลับไม่มีที่ให้เหยียบ โชคดีที่ตอนนี้เธอค่อนข้างผอมและน้ำหนักเบา หากร่างกายยังใหญ่โตเหมือนเมื่อก่อน การใช้เพียงสองแขนพยุงตัวคงทำได้ยาก และเกรงว่าจะไม่สามารถใช้มือเดียวเกาะผนังหน้าผาไว้ได้
เธอตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างหนัก ทำได้เพียงใช้ตะขอเกี่ยวตัวไว้ แล้วค่อย ๆ ขยับลงไปทีละนิด ในที่สุดเท้าก็แตะเข้ากับตอไม้นั้น แต่พอผ่อนแรงลงเล็กน้อย เท้ากลับเหยียบไม่อยู่ ทำให้เธอร่วงลงไปทันที
โจวเซี่ยรีบคว้าเชือกไว้ โชคดีที่มัดเชือกไว้ค่อนข้างสั้น มิฉะนั้นหากตกลงไปคงต้องปีนขึ้นมาใหม่ เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่อ้วนเธอปีนหน้าผาบ่อยครั้งจึงมีประสบการณ์มาก หญิงสาวจับเชือกแล้วเหวี่ยงตัวแรง ๆ สองสามที ในที่สุดเท้าก็เหยียบเข้ากับผนังหน้าผาได้สำเร็จ
เธอใช้ตะขอเกี่ยวผนังหน้าผาไว้แน่น เท้าเหยียบลงบนตอไม้นั้นแล้วยืนขึ้นพักผ่อนครู่หนึ่ง จากนั้นก็ขยับลงไปด้านล่างแล้วใช้ขวานสับตอไม้นั้นอย่างแรง
แม้ว่าตอไม้จะเริ่มผุพังแล้ว แต่ยังมีรากฝังอยู่ในดิน การจะสับให้ขาดนั้นยากจริง ๆ เธอจึงหาจุดยึดเกาะก่อน ซึ่งโชคดีที่ใต้ตอไม้นี้มีหินนูนขึ้นมาสองก้อน
เธอเหยียบเท้าลงไปได้พอดี ก่อนจะใช้พลั่วขุดดินรอบ ๆ ตอไม้ให้กระจายออก ขุดลึกลงไปจนดินร่วนซุยประมาณครึ่งเมตร แล้วจึงนำขวานออกมาสับรากไม้อย่างแรง
เธอค่อย ๆ สับไปทีละนิด ต้นไม้นี้หนาถึงสามสิบเิเ รากใหญ่และแผ่ขยายไปไกลมาก เธอไม่สามารถขุดออกมาได้ทั้งหมด จึงทำได้เพียงใช้ขวานสับให้ขาด
โจวเซี่ยสับไปพักไป ใช้เวลาอยู่ชั่วโมงกว่า ๆ ในที่สุดก็สับรากของตอไม้นี้จนขาดหมด แล้วนำตอไม้พร้อมกับเห็ดหลินจือใส่ลงในตะกร้าสะพายหลัง
จากนั้นเธอก็ปีนกลับขึ้นไปบนยอดเขาตามเส้นทางเดิม แล้วนั่งลงบนพื้นหอบหายใจแรง ๆ อยู่พักใหญ่ เธอเหนื่อยเหลือเกิน โดยเฉพาะแขนซ้ายที่ปวดเมื่อยอย่างรุนแรงราวกับจะหัก เธอรีบดื่มน้ำพุวิเศษไปสองสามอึก แล้วลุกขึ้นเข้าสู่มิติ
โจวเซี่ยนำตอไม้ไปปลูกไว้ด้านหลังบ้านในที่ร่ม รดด้วยน้ำพุวิเศษ โดยหวังว่ามันจะมีชีวิตรอดและออกเห็ดหลินจือได้มากขึ้น
เมื่อออกจากมิติ เธอค้นหาอย่างละเอียดอีกครึ่งค่อนวันแต่ไม่พบอะไรอื่น จึงเริ่มลงเขาจากทางลาดทิศใต้ ตลอดทางขุดได้สมุนไพรอีกไม่น้อย แถมยังมีสมุนไพรล้ำค่าอยู่อีกหลายชนิด
นอกจากนี้เธอยังขุดกุหลาบป่าได้อีกจำนวนมาก จึงใส่ไว้ในตะกร้าก่อน รอให้มีเวลาค่อยนำไปปลูกในมิติ ยิ่งเดินลงเขาไป เสียงน้ำก็ยิ่งใกล้เข้ามา ทันใดนั้นก็มีไก่ป่า เป็ดป่า และห่านป่าบินขึ้นเหนือศีรษะเป็ฝูงใหญ่
โจวเซี่ยตั้งใจฟังอยู่พักใหญ่ แต่ไม่มีเสียงอะไรที่ผิดปกติ ในเมื่อไม่มีสัตว์ร้ายปรากฏตัว แสดงว่าเธอคงไปรบกวนพวกไก่เป็ดห่านเหล่านี้เข้า
หญิงสาวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เมื่อถึงตีนเขา ก็พบว่ามีแม่น้ำสายหนึ่งจริง ๆ น้ำในแม่น้ำค่อนข้างเชี่ยวกราก หน้ากว้างประมาณสามเมตร ริมฝั่งแม่น้ำมีต้นอ้อและหญ้ารกสูงเกือบครึ่งตัวคน
เธอเดินมุ่งหน้าไปทางริมแม่น้ำ ทันใดนั้น ก็พบกองวัตถุสีขาวโพลนกองหนึ่งอยู่ทางด้านหน้า เธออดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง พอเพ่งมองดูดี ๆ นึกไม่ถึงว่าจะเป็ไข่เป็ดป่า ทั้งยังมีมากถึงยี่สิบกว่าฟอง ทำเอาเธอดีใจแทบแย่
เธอจึงรีบนำตะกร้าสะพายหลังลงมา ตัดหญ้าสีเขียวสองสามกำมือรองไว้ที่ก้นตะกร้า จากนั้นก็เริ่มเก็บไข่เป็ดป่าใส่ลงไป แต่พอเริ่มเก็บแล้วก็หยุดไม่ได้ เธอเดินขึ้นไปตามลาดเขา เดินไปเก็บไป ไม่นานก็เก็บได้ครึ่งตะกร้า
เพราะหนักจนถือไม่ไหว เธอจึงต้องเข้าสู่มิติอีกครั้ง แต่ในห้องไม่มีที่ว่างพอ เธอจึงตัดหญ้าจากลาดเขามาหลายกำมือ ปูไว้ที่หลังคาบ้านในที่ร่ม แล้ววางไข่เหล่านี้เรียงไว้้า
ไข่เป็ดวางไว้ด้วยกัน ไข่ไก่วางไว้ด้วยกัน และไข่ห่านป่าก็วางไว้ด้วยกัน รวมแล้วหลายร้อยฟอง คราวนี้เธอจะรวยแล้ว รอให้มีเวลาก็จะนำไข่เหล่านี้เข้าไปขายในตัวอำเภอ ต้องแลกเป็เงินได้ไม่น้อยแน่นอน
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย กอปรกับเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลง เธอจึงรีบลงเขาเพื่อกลับบ้าน มิฉะนั้นคนในครอบครัวคงเป็ห่วง
หญิงสาวแสดงจุดเด่นจากการฝึกฝนวรยุทธ์ในอดีตออกมา
โจวเซี่ยฝึกฝนวรยุทธ์ตามคุณตามาั้แ่เด็ก แม้ว่าตอนนี้เรือนร่างนี้จะแสนอ่อนแอไปหน่อย แต่เพราะได้ดื่มน้ำพุวิเศษคอยปรับสมดุลใน่นี้ สมรรถภาพทางร่างกายจึงแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อน
เื่วิ่งก็ถือว่าสบายมาก
เนื่องจากโจวเซี่ยก้าวเท้าเร็วมาก ขณะที่ใกล้จะออกจากเขา ทันใดนั้นก็มีลูกหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากพุ่มไม้ ลูกหมูป่าเห็นโจวเซี่ยก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานมันก็แสดงท่าทางดุร้ายตามสัญชาตญาณออกมา พุ่งเข้าใส่โจวเซี่ยอย่างรวดเร็ว
เดิมทีเธอไม่ได้คิดจะจับมัน เธอรู้ดีว่าหมูป่าดุร้ายเพียงใด และไม่อยากปะทะกับมันตรง ๆ หากอยากกินเนื้อหมูป่า ไว้ค่อยเข้าป่าไปล่าในภายหลังก็ได้
ตอนนี้เธอเหนื่อยมาทั้งวัน หมดแรงจนไม่มีกะจิตกะใจจะไปเสี่ยงชีวิตกับหมูป่า เธอจึงหลบไปด้านข้าง ปล่อยให้หมูป่าวิ่งผ่านไป
โจวเซี่ยเดินออกมาจากหลังต้นไม้ แล้ววิ่งตามหลังหมูป่าเพื่อเปลี่ยนเป็ฝ่ายไล่ล่าแทน หมูป่านึกว่าโจวเซี่ยกำลังไล่ตามมัน จึงพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งไปพลางก็หันกลับมามองไปพลาง จนไม่ทันระวัง วิ่งชนเข้ากับต้นไม้ดังปัง! แล้วล้มตึงลงตรงหน้าโจวเซี่ย
โจวเซี่ยหยุดฝีเท้า รออยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าหมูป่ายังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เธอจึงก้าวเข้าไปดู แล้วก็เห็นว่าหมูป่าหัวแตกเือาบ เธอลองแตะจมูกของมันดูจึงพบว่าสิ้นใจแล้ว
คราวนี้ดีเลย ถึงไม่อยากได้ก็ต้องเอาไว้ มิฉะนั้นคงกลายเป็อาหารของสัตว์กินเนื้อตัวอื่น โจวเซี่ยก้มลงยกหมูป่าขึ้น แม้ตัวจะไม่ใหญ่แต่มีน้ำหนักมาก
พอดูดี ๆ แล้วก็พบว่ามันอ้วนจริง ๆ อ้วนกลมดิ๊ก น้ำหนักน่าจะราว ๆ เจ็ดสิบถึงแปดสิบชั่ง โจวเซี่ยฉีกยิ้มกว้าง "ฮ่า ๆ ๆ วันนี้เป็วันที่โชคดีจริง ๆ "
เธอโยนหมูป่าเข้าไปในมิติทันที จากนั้นจึงรีบเดินไปข้างหน้า เมื่อเดินมาถึงใต้ต้นหางนกยูงใหญ่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน ก็มองเห็นบ้านของตัวเองอยู่ไกล ๆ แต่เนื่องจากเธอเหนื่อยมาก จึงนั่งลงบนก้อนหินใต้ต้นไม้เพื่อพักเท้า
เพิ่งนั่งได้ไม่ถึงสองนาที ก็ได้ยินเสียงพูดคุยแว่วมาตามทิศทางลม แม้เสียงจะไม่ดัง แต่กลับได้ยินชัดเจน
"ซานซาน เธอคิดยังไงกันแน่? ถึงไม่ยอมตกลงกับฉันเสียที หรือว่ายังอาลัยอาวรณ์ฉินเจิงอยู่?" เสียงผู้ชายคนหนึ่งหอบหายใจแรง น้ำเสียงดูรีบร้อนกระวนกระวาย
"เปล่านะ หย่วนหาง ฉันแค่คิดว่าอยากจะเก็บครั้งแรก... อื้ม! ไว้ในคืนเข้าหอ เพื่อให้เป็ความทรงจำที่สวยงามไงคะ?” เสียงหญิงสาวอ่อนระทวยไร้กระดูก ฟังแล้วโจวเซี่ยถึงกับสะดุ้ง
‘ให้ตายเถอะ เธอนี่ใช้ได้เลยนะแม่คุณ’
‘ไม่อยากให้แต่ยังจะดึงผู้ชายคนนี้ไว้ ชัดเจนว่าเป็คาแรคเตอร์ดอกบัวขาว ยัยนี่เป็ใครกันนะ?’
โจวเซี่ยมองไปตามต้นเสียง เห็นเพียงป่าทึบ ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน พิสูจน์ได้เพียงว่าตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ไม่ได้ห่างจากเธอมากนัก โจวเซี่ยจึงลุกขึ้นหลบเข้าไปใต้ต้นไทรใหญ่
‘เธอไม่อยากถูกคนอื่นเข้าใจผิดว่าแอบฟัง เธอแค่ผ่านมาเฉย ๆ โอเคไหม แค่อยากพักผ่อนนิดหน่อย ไม่นึกว่าจะต้องมาได้ยินเื่ที่บรรยายไม่ได้แบบนี้ จริง ๆ เลย อารมณ์ดี ๆ ทั้งวันถูกทำลายหมด’
‘ซานซาน หย่วนหาง’ โจวเซี่ยค้นหาในความทรงจำ แต่เธอไม่รู้จักสองคนนี้จริง ๆ แถมพวกเขายังพูดถึงฉินเจิงด้วย ‘ถ้าอย่างนั้นคงเป็เยาวชนผู้มีการศึกษาที่ลงมาชนบทพร้อมกับฉินเจิงสินะ?’
‘ดูท่าซานซานคนนี้กับฉินเจิงคงมีเื่ราวกันอยู่บ้าง แต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ?’
‘รีบไปดีกว่า! ออกจากสถานที่วุ่นวายนี้ กลับบ้านไปนอนให้สบาย ยังมีเื่อีกหลายอย่างรอให้เธอทำอยู่!’
ขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้น ก็ได้ยินเสียงดังแว่วมาอีก เป็เสียงโกรธเกรี้ยวของผู้ชาย "เธอก็แค่หาข้ออ้าง ปากก็บอกว่ารักฉัน แต่กลับไม่ยอมมอบให้ฉัน เธอไม่สะอาดแล้วใช่ไหม มอบร่างกายให้ฉินเจิงไปแล้วใช่ไหม?!"
ตามมาด้วยเสียงฉีกทึ้งเสื้อผ้า โจวเซี่ยเริ่มเครียดตาม เธอคิดว่า หากผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือ เธอจะพุ่งออกไปช่วยสาวงาม แม้เธอจะไม่ค่อยมีความประทับใจที่ดีกับหญิงสาวคนนี้นัก แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้หญิงสาวต้องเสียเปรียบได้