ตอนที่ 35 ชกออกไปหนึ่งหมัด
ตอนที่ 35 ชกออกไปหนึ่งหมัดตอนเช้า เมื่อเฉิงจื่อหาวกลับมาที่โรงเรียนด้วยอาการเมาค้างในตอนเช้า สมองยังไม่ค่อยปลอดโปร่งเท่าไรนัก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจ ที่เมื่อวานตอนเย็นดื่มเหล้ามากจนเกินไปแต่เนื่องจากว่ามันเป็นกิจกรรมของครอบครัว เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นเลยแม่แต่น้อย" เฮ้ นายน้อยเฉิง กินข้าวเช้าหรือยังครับ? ทำไมเช้าขนาดนี้ถึงมาโรงเรียนแล้ว? " เมื่อเฉิงจื่อหาวเดินเข้ามาถึงโรงเรียนได้ไม่นานนัก เพื่อนร่วมชั้นบางคนที่รู้จักเขาก็รีบร้อนวิ่งเข้ามาทักทายเพราะว่าเรื่องราวที่หลินเหยาถูกลักพาตัวไป อีกทั้งเซิงห่าวก็ถูกลงโทษแล้วติดประกาศอยู่บนบอร์ด และจากเรื่องราวในครั้งนี้ทำให้เขาเป็นที่รู้กันทั่วทั้งโรงเรียน และยังมีเรื่องการพนันสิบร้านหยวนนั้นก็ถูกพูดต่อกันครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เกือบทั้งโรงเรียนก็ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของนายน้อยตระกูลเฉิงที่ร่ำรวยดังนั้น ทุกครั้งที่เขาเดินเข้ามาภายในบริเวณของโรงเรียน จะต้องมีคนไม่น้อยที่เข้ามาทักทายเขา ทุกครั้งที่ได้เห็นคนเหล่านั้นมองมาด้วยสายตาที่ทั้งอิจฉาและมีความประจบประแจง ภายในใจเขานั้นก็รู้สึกเบิกบานเป็นอย่างมาก"เมื่อวานดื่มเหล้ามากไปหน่อย เลยมาแต่เช้าเพื่อเดินเล่น ให้ตื่นตัวสักหน่อย" เฉิงจื่อหาวกล่าวอย่างไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนักเมื่อนักเรียนที่อยู่รอบๆ ได้ยินดังนั้น ก็กลับคิดไปอีกอย่างหนึ่งแล้ว : "ว้าว นายน้อยเฉิงนี่มันแตกต่างกันจริงๆ พวกเราดื่มเหล้าแค่เพียงนิดเดียวก็จะถูกพ่อแม่ด่าถึงตายได้เลย สมแล้วที่เป็นถึงนายน้อยของตระกูลใหญ่ คุณจะต้องได้ดื่มเหล้าที่มีชื่อเสียงเลื่องลืออย่างแน่นอนเลยสินะ! "เมื่อมีคนหนึ่งได้ยินประโยคนี้เข้า ก็ชกเข้าไปที่ท้องเขาครั้งหนึ่ง : "นายพูดจาเพ้อเจ้อหรือไง นายน้อยเฉิงเกิดมาอย่างสูงศักดิ์อย่างนั้นต้องไม่ดื่มเหล้าธรรมดาแน่นอนอยู่แล้ว "คนอื่นๆ ก็คล้อยตามคำพูดนี้ไปด้วย : "ใช่แล้ว"เมื่อเฉิงจื่อหาวได้ยินดังนั้นภายในใจก็รู้สึกภูมิใจมาก แต่กลับไม่ได้แสดงออกมาบนใบหน้า เพราะว่าเรื่องราวของเซิงห่าว ตอนนี้เขากลายเป็นที่สนใจมากกว่าก่อนนี้มาก ความรู้สึกที่เป็นศูนย์กลางของคนมากมายเหล่านี้นั้น ไม่ต้องพูดเลยว่ามันฟินมากแค่ไหนเขายังคงเดินต่อไปข้างหน้า คิดอยากจะให้คนที่ประจบประแจงเขาและเพื่อนที่มีความสัมพันธ์เล็กน้อยกับเขา ได้เดินตามมาด้วยกันให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงไม่นานเท่าไรก็รวมกันกลายเป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งในขณะนั้นเฉิงจื่อหาวก็รู้สึกปวดหัวจากอาการเมาค้าง พริบตาเดียวก็ดีขึ้นมากเป็นไปตามคาด เขาคือคนที่เกิดมาแล้วกลายเป็นแสงสว่างท่ามกลางฝูงชน แล้วยังเป็นคนที่เกิดมาพร้อมกับรัศมีที่รายล้อมอยู่เมื่อเดินเข้าไปเกือบที่จะถึงบอร์ดประกาศการลงโทษ เขาเดินเข้าไปใกล้ทางนั้นอย่างช้าๆยังไม่ทันที่จะเดินไปถึง มีใครบางคนตะโกนขึ้นมาว่า : "ดูสิ คนที่ชื่อเซิงห่าวคนนั้นที่อยู่ในโรงเรียนพวกเรา ไม่นึกเลยว่าจะลักพาตัวเด็กสาวคนหนึ่งไป ทำไมโรงเรียนถึงไม่ไล่เขาออก ทำเพียงแค่พักการเรียนมันจะง่ายเกินไปแล้วนะสำหรับเจ้าเด็กนั่น"ในเวลานั้นกลุ่มคนเหล่านั้นก็เริ่มมีการซุบซิบนินทาขึ้นเฉิงจื่อหาวในเวลานี้ ได้เชิดคางอย่างหยิ่งยโส เมื่อเดินไปถึงหน้าบอร์ดประกาศ เขาได้เข้าไปดูประกาศการลงโทษที่อยู่ด้านหน้านั้น แล้วก็ได้แต่ยิ้มเยาะอยู่ในใจเซิงห่าว แกเห็นแล้วสินะ นี่คือผลลัพธ์ของคนที่ทำให้ฉันโกรธ! กล้าดียังไงมาทําให้ฉันขายหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย ฉันจะทําให้แกไม่สามารถเงยหน้าต่อหน้าผู้คนได้ตลอดชีวิตเนื่องจากเขาหยุดดู ผู้คนมากมายเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ทันใดนั้นหน้าบอร์ดประกาศของโรงเรียนก็มีผู้คนส่งเสียงดังราวกับว่าอยู่ในตลาดผักอย่างไงอย่างนั้น"ดูสิ ไม่คาดคิดเลยจริงๆ ว่าโรงเรียนของเราจะมีคนแบบนี้ด้วย""คนที่ชื่อเซิงห่าวคนนี้เป็นใครกัน? เขาอยู่ในโรงเรียนหรือเปล่า? ฉันอยากที่จะเห็นจริงๆ คนคนนี้โตมาเป็นแบบไหนไม่คิดเลยว่าจะใจร้ายขนาดนี้ ""ฉันเคยเห็นเขา ถ้าเทียบกับนายน้อยเฉิงแล้วเขาก็ดูเป็นคนที่ธรรมดามาก"..........ในฝูงชนนั้นต่างคนก็ต่างพูด พูดอย่างยากที่จะเป็นเรื่องที่ดีได้ เฉิงจื่อหาวมีความรู้สึกว่า ถ้าหากยังคงพูดแบบนี้ต่อไปอีก ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถออกเป็นหนังสือสักเล่มที่ชื่อว่า 《ชีวประวัติของคนชั่วร้ายเซิงห่าว》เมื่อคิดได้อย่างนี้ เขาก็ยิ้มออกมา บางทีหลังจากนี้ก็อาจจะใช้เงินให้คนทำหนังสือออกมาสักสองสามเล่มก็ได้ เพราะอย่างไรเขาก็มีเงินคนที่มาถึงโรงเรียนยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่คิดว่าคนที่มาอ่านประกาศหน้าบอร์ดนั้นจะมากมายขนาดนี้ และยังครึกครื้นอีกด้วย ทุกคนต่างคิดว่ามีเรื่องอะไรสักอย่างเกิดขึ้น ต่างคนเลยต่างรุมล้อมเข้ามาในพริบตาเดียวเฉิงจื่อหาวก็ถูกล้อมรอบด้วยผู้คนจนมาถึงด้านหน้าของบอร์ดประกาศ เขารู้สึกว่าเวลาใกล้จะหมดลงเต็มทีแล้วเมื่อคิดที่จะหันตัวจากไป กลับต้องเผชิญคนที่กำลังซุบซิบนินทากันแบบปากต่อปากที่ด้านหน้านั้น"ทำไมพวกเธอถึงเข้ามาใกล้ขนาดนี้คิดจะทำอะไร? " เฉิงจื่อหาวเริ่มขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น เขามองเพื่อนนักเรียนเหล่านั้นอย่างค่อนข้างที่จะรังเกียจ เสื้อผ้าบนร่างกายของเขาทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นของแบรนด์อนิมา (Anima) คนพวกนี้เข้ามาใกล้ซะขนาดนี้ ถ้าเกิดว่าทำให้สกปรกขึ้นมาพวกเขาจะชดใช้กันไหวไหม?"นายน้อยเฉิงนี่? คุณก็มาดูประกาศของเซิงห่าวด้วยเหรอ? " คนที่อยู่ด้านหลังเขาก่อนหน้าที่จำเฉิงจื่อหาวได้ แล้วก็ได้กล่าวขึ้นมาอย่างประหลาดใจ แต่ทว่ากลับไม่มีใครเปิดทางให้ออกไปได้เฉิงจื่อหาวได้ตอบกลับอย่างเฉยชาว่า : "ฉันไม่ได้มีความสนใจกับเรื่องของเขาหรอก ฉันก็แค่อยากจะมาดูสักหน่อยว่ามีข่าวอะไรใหม่บ้างก็เท่านั้นแหละ " เขาโบกมือไปมา พลันพูดขึ้นว่า : "พวกเธอรีบหลีกทางให้หน่อย"คนด้านหน้าที่ได้ยินตำพูดนั้นย่อมอยากจะหลีกทางให้แน่นอนอยู่แล้ว แต่ทว่าด้านหลังก็ยังคงจ้อกแจ้กจอแจอยู่ ทำให้ไม่ได้ยินเสียงของเฉิงจื่อหาว และยังคงห้อมล้อมเข้ามาเรื่อยๆเมื่อเฉิงหาวได้เห็นอย่างนั้นแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกรำคาญใจขึ้นไปอีก ก็ยิ่งตวาดด้วยเสียงอันดังว่า "พวกเธอหลีกทางให้ฉันหน่อย! "คนกลุ่มแรกที่ติดตามเขาไปที่บอร์ดประกาศ และก็ยังมีคนที่อยากจะประจบประแจงเขา เมื่อได้ยินเสียงที่โกรธเคืองนั้น ก็ได้รีบร้อนหันหลังกลับไปตะโกนร้องว่า : "พวกเธอรีบหลีกทางเร็วเข้า นายน้องเฉิงจะออกไปแล้ว พวกเธอจะรุมล้อมแบบนี้ทำไมกัน! "ต่างคนต่างก็ตะโกน รอจนสุดท้ายที่เฉิงจื่อหาวออกมาได้แล้ว เขาก็ได้มองไปที่เสื้อผ้าที่ค่อนข้างยุ่งเหยิงของตัวเองด้วยความโกรธเกรี้ยว และทำได้เพียงแค่ก่นด่าอยู่ในใจเห็นได้ชัดว่าถึงแม้จะตะโกนให้หลีกทางไป แต่ก็ยังคงเบียดเข้ามาหาเขาเรื่อยๆ น่ารังเกียจเสียจริง นี่มันสันดานอะไรวะเนี่ย"แฮ่ๆ นายน้อยเฉิง คุณอยากที่จะไปทานอาหารเช้าด้วยกันหน่อยไหม? " ตอนนี้มันก็ยังเร็วไปที่จะไปห้องเรียน คนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเฉิงจื่อหาวมาตลอดได้เสนอแนะขึ้นมาเขาก็เป็นคนแรกที่พึ่งจะตะโกนร้องไห้คนอื่นหลีกทางไปตอนอยู่ท่ามกลางฝูงชนนั้นเฉิงจื่อหาวเหลือบมองเขาเล็กน้อย ในใจก็ยิ้มเยาะอย่างเยือกเย็น กินข้าวเช้าอะไรกัน ไม่ใช่เพราะว่าต้องการจะหาโอกาสเข้าใกล้เขาเท่านั้นหรือไง ได้สิ ถ้าอย่างนั้นฉันจะแสดงความเมตตาให้โอกาสเขาสักครั้งหนึ่ง“ถ้าอย่างนั้นจะไปกินที่ไหน? ”"ไปที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งที่อยู่ข้างโรงเรียนเป็นไง? อาหารเช้าของร้านนั้นมีชื่อเสียงมาก อีกทั้งยังใช้เวลาเดินไปไม่นานเท่าไร ทานอาหารเช้าสักหน่อยก็คงจะกลับมาทัน"สำหรับเฉิงจื่อหาวนั้นย่อมไม่มีความเห็นอะไรแน่นอนอยู่แล้ว เขาพยักหน้าเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เดินไปทางประตูโรงเรียนโดยที่รายล้อมไปด้วยกลุ่มคนขณะที่เขาถูกคนที่อยู่ข้างกายเขามาประจบสอพลอจนเกิดรอยยิ้มที่เจิดจรัสขึ้น ทันใดนั้นก็มีเงาของใครคนหนึ่งมาทางเขาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็มีหมัดหนึ่งพุ่งเข้าไปที่หน้าของเขา"อ๊ะ! " เฉิงจื่อหาวถูกต่อยจนล้มลงไปกองอยู่บนพื้นเมื่อผู้คนโดนรอบเห็นเงาของคนคนนั้น ก็ต่างพากันอ้าปากค้าง และยังได้เห็นเฉิงจื่อหาวล้มลงไปอยู่บนพื้น ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต่างต้องตะลึงไปชั่วขณะเซิงห่าวหดกำปั้นของเขาลง จ้องมองอย่างเยือกเย็นไปที่เฉิงจื่อหาวที่กองอยู่บนพื้น"เซิงห่าว! " เฉิงจื่อหาวมองด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เขาที่พึ่งจะภาคภูมิใจขนาดนั้นจากการได้รับการรายล้อมของผู้คน แต่ก็ไม่คาดคิดเลยว่าเซิงห่าวจะกล้ามาต่อยเขาต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ใครเป็นคนทำให้เขามีความกล้าได้มากขนาดนี้!เฉิงจื่อหาวลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงบอร์ดประกาศขึ้นมา เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาในทันที เขาก็ได้ตบฝุ่นออกจากร่างกายของเข้าอย่างสบายๆ ดูท่าทางเป็นเหมือนคนที่มีใจกว้างขวางมาก : "เมื่อกี้นี้พวกเพื่อนนักเรียนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของนายคงได้ยินแล้วใช่ไหมล่ะ นายถึงได้เข้ามาต่อยฉันอย่างนี้ ถึงว่าทำไมถึงได้โกรธอย่างนี้ พวกเพื่อนนักเรียนทำให้ความโกรธลุกโชนเลยสินะ"เฉิงจื่อหาวจงใจที่จะพูดออกมาอย่างนั้น ทำให้ทุกคนคิดว่าเซิงห่าวนั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะเขานั้นดูเป็นที่สนใจมากเกินไป ดังนั้นจึงทำให้เซิงห่าวอยากที่จะต่อยเขาและอีกทั้งเขาก็เหมือนได้รับหมัดแทนทุกคน ดังนั้นทุกคนจะต้องขอบคุณเขาแน่นอน...