วันนี้เป็วันธรรมดาที่ดูจะไม่ธรรมดาสำหรับผม อากาศไม่ร้อนเกินไป มีลมเย็นๆ พัดเบาๆ ต้นไม้รอบๆ หอพักดูเขียวสดชื่นจากฝนที่ตกเมื่อวาน
ผมยืนพิงระเบียงห้องมองวิวที่คุ้นเคย เพื่อนร่วมห้องอย่าง ต้า นั่งเล่นอยู่บนเตียงนอน หยิบมือถือขึ้นมาเล่นอะไรบางอย่างเงียบๆ ขณะที่ ทีม นั่งอยู่ปลายเตียงเล่นโทรศัพท์หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว นี่เป็อีกหนึ่งวันธรรมดาที่ทีมเดินทางจากหอพักของเขามานั่งเล่นที่หอของพวกผม
ทีมมาที่นี่บ่อย ทั้งที่มันอยู่คนละหอด้วยซ้ำ นั่นอาจจะเพราะห้องของทีมเงียบเหงาเกินไปหรือไม่ก็เครื่องปรับอากาศทำงานผิดปกติ
ผมหลับตาลงชั่วครู่ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ รับลมเย็นที่พัดผ่านหน้าอย่างแ่เบา กลิ่นของฝนที่ยังหลงเหลือจากเมื่อคืนลอยเข้าจมูก มันให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ช่วยให้ใจผ่อนคลายไปกับบรรยากาศเงียบสงบรอบๆ หอพัก เสียงนกร้องจากต้นไม้ใหญ่แว่วมาเป็ระยะ ผมยิ้มเล็กๆ กับตัวเอง คิดว่ามันคงเป็อีกวันที่ดีของชีวิตเรียบง่ายแบบนี้
“เออ วันนี้จะไปไหนกันดี?” จู่ๆ ทีมก็ถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ ขณะที่นิ้วโป้งยังเลื่อนหน้าจอไถโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ เสียงติ๊กๆ ของแชทในกลุ่มดังสลับกับเสียงหัวเราะคิกคักของทีม เขาดูจะสนุกอยู่คนเดียวกับอะไรบางอย่างในโทรศัพท์
“เหล้าปั่นไง”
ต้าตอบกลับรวดเร็วทันใจโดยไม่เงยหน้าจากมือถือ ต้านั่งเอนตัวพิงหมอน มือกดแชทไปด้วยสายตาจริงจัง รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเหมือนกำลังเจออะไรตลกในโทรศัพท์ เขาดูแน่วแน่ในความคิดของตัวเอง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้าเป็คนเริ่มไอเดีย
“อากาศดีจะตาย จะอยู่แต่ในห้องก็เสียเวลาแย่” ต้าเงยหน้าขึ้นมามองผมกับทีมพร้อมกับพูดย้ำเตือน
ผมยิ้มกับคำพูดของต้า มันเป็คนที่ไม่ชอบอยู่เฉยๆ โดยเฉพาะในวันหยุดที่อากาศเป็ใจแบบนี้
เสียงเพลงจากลำโพงบลูทูธของทีมยังคงดังคลอเบาๆ เป็เพลงยุคเก่าที่ทำให้บรรยากาศในห้องดูชิลๆ เสียงกีตาร์อ่อนๆ ที่คลอเคล้าในห้องทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก มันเข้ากันดีกับอากาศเย็นสบายที่พัดเข้ามาจากหน้าต่าง
ทีมลุกขึ้นจากปลายเตียงของต้า ยืดตัวบิดี้เีเบาๆ “แล้วจะชวนใครไปบ้างวะ?” เสียงของเ้านั่นแฝงความตื่นเต้นเล็กๆ เหมือนคนที่อยากจะออกไปสนุกอยู่ตลอดเวลา
ผมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น
“จริงๆ เราว่าจะชวนอลันไปด้วยน่ะ แต่จ้านั่นคงไม่ไปหรอก”
“อลัน?ใครวะ?เพื่อนนายเหรอเต?” ทีมถามขึ้นด้วยความสงสัยพลางขมวดคิ้ว มันทำหน้าเหมือนจะคิดภาพไม่ออกว่าคนที่ชื่ออลันเป็ใคร
“อืม... ใช่ เพิ่งรู้จักกันไม่นานนี้เอง” ผมตอบ ขณะที่ทีมทำหน้านิ่งเหมือนไม่เข้าใจแต่ก็สนใจ มันหันมาทางผมพร้อมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็เชิงถามต่อ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ต้าหยุดเล่นโทรศัพท์ หันมามองผมเล็กน้อย ก่อนพูดขึ้นแบบไม่เต็มเสียงนัก
“ก็ลองชวนดูดิมีคนไปหลายคนสนุกดี” ต้าพูดจบก็หันกลับไปสนใจหน้าจออีกครั้ง เสียงพิมพ์แชทติ๊กๆ ดังต่อเนื่อง
ผมพยักหน้าก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปฯ แชทแล้วพิมพ์ข้อความหาอลัน “ไง อลัน เย็นนี้ว่าจะไปนั่งร้านเหล้าปั่นกันกับเพื่อน นายอยากไปด้วยมั้ย?”
ทันทีที่ผมกดส่ง ข้อความจากอลันก็ตอบกลับมาแทบจะทันที
“ไม่ล่ะ! ขอบใจ! ฉันมีธุระ!”
ผมหัวเราะเบาๆ กับข้อความปฏิเสธของอลัน เพราะนี่เป็ลักษณะนิสัยของอลันที่ผมพอรู้จักดี เขาชอบปฏิเสธไปก่อนเหมือนเป็การทดสอบอะไรบางอย่าง อาจจะเป็การเล่นเกมกับจิตใจคนอื่น... ผมไม่แน่ใจ แต่ผมก็รู้วิธีจัดการกับเื่แบบนี้
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับไป
“น่า...ไปด้วยกันเถอะ ไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก แค่ไปนั่งชิลๆ คุยกันสนุกๆ” ผมส่งข้อความไปพร้อมยิ้มที่มุมปาก
ไม่นานนัก ข้อความตอบกลับจากอลันก็ขึ้นแจ้งเตือนอีกครั้ง “โอเค ไปก็ไปอย่าลืมส่งโลเคชั่นมาด้วยล่ะ” ผมแอบยิ้มในใจกับความสำเร็จเล็กๆ ที่ได้มาเพราะนี่เป็สิ่งที่คาดเดาได้ง่ายสำหรับเพื่อนคนนี้
“อลันบอกว่าจะไปด้วย” ผมบอกต้ากับทีมที่ดูสนใจทันที
“ดี! งั้นคืนนี้สนุกแน่” ทีมพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาดูตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่ามีเพื่อนใหม่จะไปร่วมวงด้วย ส่วนต้าก็พยักหน้ารับเบาๆ แต่ไม่ได้แสดงความตื่นเต้นอะไรมากมายตามสไตล์เขา
ตกเย็น พวกเราสี่คนมาถึงร้านเหล้าปั่นเล็กๆ ที่อยู่แถวๆ มหาลัย ร้านนี้ไม่ใหญ่มาก เป็ร้านสไตล์บ้านๆ ที่นักศึกษาชอบมากินดื่มกันหลังเลิกเรียน บรรยากาศในร้านคึกคัก มีเสียงเพลงดังเบาๆ จากลำโพงในร้าน บวกกับเสียงหัวเราะและการพูดคุยของคนที่นั่งอยู่ตามโต๊ะต่างๆ ไฟในร้านไม่ได้สว่างจ้าเกินไป มันสลัวๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการมานั่งดื่มชิลๆ กับเพื่อนๆ
พนักงานสาวเสิร์ฟเดินถือถาดเครื่องดื่มผ่านโต๊ะต่างๆ เสียงแก้วกระทบถาดโลหะเป็จังหวะคลอไปกับเสียงพูดคุยรอบๆ ร้าน ขณะที่เราสี่คนเลือกโต๊ะริมสุด ตรงมุมที่ค่อนข้างเป็ส่วนตัว อลันที่ดูเป็คนไฮโซสุดๆ ของกลุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบหรู ดูจะไม่เข้ากับบรรยากาศร้านสักเท่าไหร่ แต่เขากลับไม่แสดงท่าทีอึดอัดอะไร ขณะที่ทีมสวมเสื้อยืดลายกราฟิกสีขาวกับกางเกงยีนขาสั้นนั่งตรงข้ามต้าซึ่งใส่เสื้อยืดสีพื้นเรียบๆ กับกางเกงวอร์มสบายๆ
เมื่อทุกคนนั่งเรียบร้อยแล้ว ผมก็แนะนำให้อลันรู้จักกับทีมและต้า “นี่ทีม...เพื่อนเราที่อยู่คนละหอ ส่วนคนนี้คือต้า เพื่อนร่วมห้องของเราเอง”
อลันยิ้มบางๆ พลางพยักหน้าให้ทีมและต้า
“ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคน ฉัน…อลัน เพิ่งย้ายมาได้ไม่นาน”
ทีมพยักหน้ารับก่อนจ้องหน้าอลันนิดหน่อยด้วยความสนใจ
หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จ บทสนทนาระหว่างพวกเราก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น เหล้าปั่นเหยือกแรกถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ เป็บลูฮาวายสีฟ้าสดใสเมนูยอดฮิต พวกเราเริ่มดื่มไปพลางคุยไปพลาง บรรยากาศเริ่มสนุกสนานขึ้นเรื่อยๆ
อลันในวันนี้ยิ้มมากเป็พิเศษหลังจากนั่งตัดสินใจอยู่นาน ในที่สุดมือเรียวยาวของเขาก็ตักเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าในแก้วเข้าปากพร้อมกับทำสีหน้าแปลกใจ ดูเหมือนว่าเพื่อนคนนี้ของผมจะไม่เคยกินของแบบนี้มาก่อนจริงๆ ผมได้แต่หัวเราะในใจ
‘ก็แน่สิ บ้านรวยขนาดนั้น ของพวกนี้คงเป็เื่ใหม่สำหรับอลัน’
“นายดูเหมือนคนที่ชอบปาร์ตี้เลยนะทีม”
อลันพูดแซวทีม ขณะหยิบแก้วขึ้นแล้วตักเอาเกล็ดน้ำแข็งเข้าปากเบาๆ สายตาของเขาฉายแววสนุกสนาน เหมือนเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับบรรยากาศรอบข้างได้แล้ว
ทีมยิ้มกว้าง “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่ชอบออกไปสนุกกับเพื่อนๆ บ้าง แหม่...นายต่างหากล่ะ ดูลูกคุณหนูแบบนี้ คิดไม่ถึงเลยนะว่าจะมากินเหล้าปั่นแบบนี้ได้ ฮ่าฮ่า” ทีมพูดพลางยกแก้วขึ้นจิบ ปากยังคงยิ้มอย่างอารมณ์ดี
อลันหัวเราะเบาๆ
“เอาน่า บางทีภาพลักษณ์มันก็แค่เปลือกนอก...บางครั้งก็ต้องลองทำอะไรที่ไม่เคยทำบ้าง จะได้รู้ว่าชีวิตมันมีหลายมุม” อลันหยิบแก้วขึ้นมาอีกครั้ง ตักเหล้าปั่นเข้าปากอย่างช้าๆ เหมือนกำลังซึมซับความรู้สึกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
“พูดดีนี่หว่า ฮ่าฮ่า!” ทีมยกแก้วขึ้นชนกับอลัน ส่วนต้าก็ยิ้มเงียบๆ ตามนิสัยเขา แต่แววตากลับดูสบายใจขึ้นเมื่อเห็นบรรยากาศที่เริ่มผ่อนคลาย
ผมมองเพื่อนๆ ที่เริ่มเข้ากันได้ดีแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่คิดว่าพวกเราจะเข้ากันได้เร็วขนาดนี้ โดยเฉพาะกับอลันที่ปกติจะไม่ค่อยสนิทกับใครง่ายๆ