#วันพฤหัสสีเขียว 8
“ฝันดีเ้าเด็ก”
(ไม่เด็กนะ!!)
ฉันกดวางสายมิวายได้ยินเสียงเถียงงอน ๆ ของเธิร์สเดย์ที่บอกว่าตัวเองไม่เด็ก ฉันขยับไปชาร์ตแบตโทรศัพท์ที่โต๊ะข้างเตียงนอน เดินไปปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอน ยังไม่ทันจะหลับฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ดีที่ว่าฟ้าไม่ได้ร้องไม่งั้นฉันคงนอนไม่หลับแน่ ๆ ในหัวที่ปกติแทบจะไม่มีอะไรให้คิดเลยนอกจากเื่งานตอนนี้กลับมีเื่ของเธิร์สเดย์เข้ามาด้วย คิดถึงประโยคที่เ้าตัวบอกว่าจะจีบฉันก็เขินกลั้นยิ้มไม่อยู่กว่าจะหลับได้ความคิดฉันก็ฟุ้งซ่านไปหมด
ค่ะ! สวัสดีวันฝนตกปรอยปราย และขอสวัสดีวันที่ฉันไม่สบาย ให้ตายสิ ฉันปวดหัวจนอยากจะตัดหัวตัวเองทิ้งไปเลย ไหนจะน้ำมูกที่ขยันไหลลงมาทักทายชาวโลก นับเป็วันที่ดีมาก ๆ ถึงขั้นอยากขอบคุณพระเ้าเพราะวันนี้ไม่มีงานที่ต้องทำส่วนมากเราก็มานั่งเคลียงานให้พี่ณัฐแค่นั้น ตกบ่ายเราว่างฉันเลยอาศัย่ที่ว่างนั้นล้มตัวลงนอนข้างโต๊ะทำงานตัวเอง
“พี่กรีนครับ ยาครับ” เสียงแท็ปดังขึ้นใกล้ ๆ ฉันรับรู้ถึงเงาที่อยู่ข้างตัว
“ขอบใจจ๊ะ แต่แท็ปวางไว้ที่โต๊ะได้เลยพี่ขอนอนก่อน”
“ได้ครับ พี่กรีนอยากได้อะไรบอกผมเลยนะ”
“โอเคได้” ตอบคำถามน้องเสร็จฉันก็หลับไปทันที หลับไปนานเกือบหนึ่งชั่วโมง ฉันมารู้สึกตัวเพราะแรงเขย่าที่ไหล่รวมถึงััเย็น ๆ ที่แตะลงหน้าผาก
“พี่ครับ ตื่นก่อนเร็ว” เสียงนี้?
“เธิร์สเหรอ?”
“ครับเธิร์สเอง กลับบ้านนะเดี๋ยวผมพากลับ”
“อือ” ฉันพยักหน้ารับ พร้อมกับลุกนั่งโดยมีเธิร์สเดย์คอยประคอง ััเย็น ๆ ที่หน้าผากทำให้ฉันยกมือขึ้นจับด้วยความสงสัย เธิร์สเดย์ที่เก็บกระเป๋าอยู่หันมามองก่อนจะอธิบายให้ฟัง
“คูลฟีเวอร์ครับ พี่ตัวร้อนมากเลย”
“อ๋อ” ฉันมึน ฉันงง ไม่รู้ว่าควรจะพูดจะตอบอะไร เลยต้องนั่งนิ่ง ๆ รอเธิร์สพากลับ
“ทานยาลดไข้หรือยัง”
“ยัง แต่แท็ปเอามาให้แล้วนะน่าจะอยู่บนโต๊ะ”
“ครับ เดี๋ยวเอาไปด้วยจะพาไปทานข้าวก่อนจะได้ทานยา” น้องพูดเร็ว ๆ ฉันถูกประคองออกจากห้องทำงานเสียงแซวที่ดังมาฉันไม่มาสารถจับใจความได้เลยว่าใครแซวอะไรบ้างรู้เพียงว่าฉันเพลียอยากจะนอนเป็ที่สุด ขึ้นรถของเธิร์สเดย์มาได้น้องก็รัดเข็มขัดให้และรีบพาออกจากสนามทันที เพราะร่างกายที่อ่อนแอทำให้ฝืนความเหนื่อยหลับไป คราวนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองหลับไปนานขนาดไหนรู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่ถูกปลุกให้มาทานข้าวทานยาจากนั้นฉันก็หลับไป รู้ว่านี่ไม่ใช่บ้านฉันแต่เป็ที่ไหนเื่นี้ฉันก็ตอบไม่ได้
23.54 น.
ฉันขยับตัวบนเตียงนอนนุ่ม ๆ ที่ไม่คุ้นเคย ไหนจะกลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบเท่ ๆ เมื่อขยับลุกนั่งบนเตียงได้ก็เริ่มมองสำรวจรอบ ๆ ห้อง เสียงน้ำที่ไหลดังมาจากมุมห้องด้านหลังทำให้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรหรือมองอะไรเพิ่มเติมประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกมาพร้อมกับร่างสูงสมส่วนที่ก้าวออกจากห้องน้ำ
“ตื่นนานหรือยังครับ” เธิร์สเดย์เอ่ยถามพรางเดินเข้ามาใกล้ ร่างสูงที่พันเพียงผ้าเช็ดตัวก้าวเข้ามาพร้อมกับใจฉันที่เต้นแรงตึกตัก เขาจะได้ยินไหมนะ ได้ยินหรือเปล่าว่าหัวใจฉันเต้นแรงขนาดไหน
“ตัวไม่ร้อนแล้ว ปวดหัวไหมครับ” น้องถาม
“ไม่แล้วล่ะ แล้วที่นี่...”
“คอนโดผมเองครับ พี่ไข้สูงมากเลยผมไม่กล้าพากลับบ้านเลยพามาที่นี่แล้วก็ให้หมอเข้ามาดูแล้ว”
“ขอบใจนะ”
“ไม่เป็ไรครับ พี่หิวไหมผมทำอะไรให้ทานไหมครับ?” ถามไปมือก็ลูบไล้กรอบหน้าช้า ๆ เหมือนจะวัดอุณหภูมิฉันให้มั่นใจว่าตัวไม่ร้อนแล้ว แต่ฉันดีขึ้นมากจริง ๆ นะ อาจจะมีบ้างที่ปวดหัวหรือมีน้ำมูกไหลอยู่บ้างแต่คิดว่าถ้าทานยาไปก็คงดีขึ้น
“หิวนิดหน่อย”
“เดี๋ยวผมทำข้าวต้มให้นะครับ จะได้ทานยาด้วย”
“เดี๋ยวพี่ออกไปด้วย แต่ว่าขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม” ฉันถามอย่างเกรงใจ
“หึ ได้ครับ ถ้าอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าพี่เปิดดูในตู้เลยนะครับใส่อันไหนได้ก็หยิบมาเลย”
“อื้อ เดี๋ยวพี่ตามออกไป” เธิร์สเดย์ลูบผมเบา ๆ ก่อนจะประคองให้เดินไปยังห้องน้ำจากนั้นน้องก็เดินออกไปยังนอกห้องนอน บ้าจริง เมื่อได้สติฉันก็อยากจะตีตัวเองเสียจริงที่ตอนนี้ ทำอย่างกับมาที่นี่บ่อยไม่มีเขินหรือกลัวอะไรเลย
“พี่ครับ”
“ว่าไง” ฉันขานตอบเสียงเรียกที่ดังมาจากหน้าประตูห้องน้ำ ั้แ่เข้าห้องน้ำมาก็เกือบ ๆ สิบห้านาทีแล้วล่ะ คือที่ช้าเพราะฉันอาบน้ำน่ะ มันเหนียวตัวจนน่าหงุดหงิดฉันเลยตัดสินใจอาบน้ำเสียเลย
“อาบน้ำเหรอครับ?”
“ใช่ พี่เหนียวตัวน่ะ”
“เดี๋ยวก็ไข้กลับ ออกมาได้แล้วครับ”
“จ้า ๆ ออกไปแล้วจ้า” เสื้อยืดตัวใหญ่ถูกสวมผ่านทางศีรษะ เมื่อเช็คว่าเรียบร้อยแล้วฉันก็ออกจากห้องน้ำ ร่างสูงของเ้าของห้องมองดูดุ ๆ เมื่อเห็นฉันทั้งผมเปียกไหนจะอาบน้ำอีกด้วย
“สระผม?”
“แฮ่ ใช่แล้ว”
“พี่กรีนผมจะดุพี่แล้วนะ ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้าง ไม่สบายอยู่นะ”
“ก็มันไม่สบายตัวนี่นา อย่าดุเลยนะ ไปกันพี่หิวแล้ว ไปกัน ๆ ” ฉันเปลี่ยนเื่ดึงมือเธิร์สเดย์ออกจากห้องนอน พอเปิดประตูออกไปก็เจอกับห้องรับแขกที่ถูกตกแต่งไปด้วยสีเทาขาวไม่ต่างจากห้องนอนเท่าไหร่ ถัดออกไปเป็ห้องที่ถูกกั้นเป็ห้องอะไรสักอย่าง ฉันคงยืนงงนานเกินไปเพราะเธิร์สเดย์ถอนหายใจเบา ๆ แล้วดึงมือเดินไปยังห้องที่ถูกกั้นไว้ พอเดินเข้าไปใกล้ถึงได้รู้ว่าตรงนี้เป็ห้องครัว
“นั่งก่อนครับ” น้องดันไหล่ให้นั่งที่เก้าอี้ก่อนที่เ้าของห้องจะตักข้าวต้มมาวางตรงหน้าให้ รวมถึงแก้วน้ำ
“ไม่ทานเหรอ?” ฉันเงยหน้าถามเธิร์สเมื่อเ้าเด็กตัวสูงเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม
“ไม่หิวครับ พี่ทานเลยอยากทานผลไม้ไหม”
“ไม่เป็ไร แต่ว่าทานเป็เพื่อนหน่อยได้ปะ แบบทานคนเดียวมันเหงา” ฉันบอก น้องพยักหน้ารับ เดินไปตักข้าวต้มอีกถ้วยมานั่งตรงข้าม ข้ามต้มหมูสับถูกทานไปเกือบครึ่งถ้วยฉันก็อิ่มส่วนคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามปรายตามองเงียบ ๆ
“พี่อิ่มแล้ว” กลัวน้องดุเลยรีบบอกไป
“อีกนิดได้ไหมครับ ไม่ได้ทานอะไรทั้งวันเลยนะ”
“ก็...” น้องจะดุไหม สายตาแบบนั้นจะถูกดุไหมนะ
“นะครับ”
“ก็ได้ แต่ห้ามดุนะ” ฉันบอกเสียงอ่อน น้องหลุดยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเก็บชามไปล้าง
“ไม่ดุครับถ้าไม่ดื้อ ทานยาเลยนะจะไปไปนอนพัก”
“พี่เพิ่งตื่นเผื่อลืม” ฉันเตือน
“ก็เปิดหนังดู ผมง่วงแล้วครับ”
“ก็ได้” เอ๊ะหรือฉันควรจะกลับไปบ้านดีนะ น้องเขาจะได้นอนพักสบาย ๆ
“ทำหน้าแบบนั้นคิดอะไรอยู่ครับ”
“พี่กลับบ้าน...”
“ไม่ต้องเลยครับ อย่าดื้อ ล้างหน้าแปรงฟันแล้วเข้านอนครับ”
จ้าพ่อ จ้า ไปแล้วจ้า ไหนบอกจะไม่ดุกัน นี่เห็นดุเอา ๆ ฉันเดินเข้าห้องนอนน้องอีกครั้งแล้วเดินเลยไปยังห้องน้ำที่เคยเข้าไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเมื่อล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ออกจากห้องน้ำ น้องยืนทำอะไรสักอย่างที่หน้ากระจกพอฉันออกมาน้องก็เข้าห้องน้ำไป เกือบสิบห้านาทีน้องออกมาด้วยชุดใหม่ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้าหาเร็ว ๆ รั้งให้ฉันขึ้นเตียงนอนกับเขา โทรศัพท์เครื่องสวยของน้องถูกยื่นมาให้พร้อม เธิร์สเดย์ยกแขนกอดเกี่ยวเอวฉันให้แนบชิดกับเขามากยิ่งขึ้น ไอเย็นที่แผ่จากร่างเขาทำให้รู้สึกสบายตัวอยู่ไม่น้อย
“จะนอนเลยเหรอ” ฉันกระซิบถามเสียงเบาอย่างเกรงใจ
“ครับ เหนื่อยมากเลยวันนี้พี่เล่นไปก่อนนะถ้าง่วงก็นอนนะครับ”
“อื้อ ถ้าง่วงพี่จะนอน”
“ฝันดีครับพี่กรีน”
“ฝันดีเ้าเด็ก”
===
มาซะดึกเลย คืนนี้ฝันดีนะคะทุกคน