บทที่ 7 ช่วยเหลือ
ณ ป่าลึกแห่งหนึ่ง มีคนสองกลุ่มกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด "คุณหนู รีบหนีไป!" ชายคนนึงที่ยามนี้ตามตัวมีาแหันหน้าไปพูดกับคนที่อยู่ในรถม้าทางด้านหลัง
"วันนี้อย่าหวังว่าจะมีใครหนีรอดไปได้! ฆ่าพวกมันให้หมด!!" ชายชุดดำคนนึงที่ถือดาบที่เปื้อนไปด้วยโลหิตกล่าวขึ้นพลางแสยะยิ้ม
"ไอ้บัดซบ!"
ทั้งสองฝ่ายยกพวกเข้าโรมรันกันอีกหน ตอนนี้ทางฝั่งของชายชุดดำกำลังได้เปรียบ ส่วนทางฝั่งของชายที่น่าจะเป็องครักษ์ ยามนี้เสียกำลังพลไปหลายสิบชีวิตแล้ว
ขณะนั้นเองที่บนต้นไม้บริเวณต่อสู้ก็มีร่างของชายหนุ่มคนนึงปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ชายคนนั้นมีผมสีดำยาว ดวงตาสีฟ้าสดใสดั่งน้ำทะเล แม้ใบหน้าในตอนนี้จะเฉยชา แต่ก็ไม่สามารถบดบังความหล่อเหลาของเขาได้
แน่นอนว่าชายคนนั้นก็คือเสวี่ยซานที่ออกมาตามหาต้นเสียงของการต่อสู้ ซึ่งเขามาถึงที่เกิดเหตุแล้ว และยืนมองการต่อสู้อยู่นิ่งๆ เพราะไม่คิดที่จะยื่นมือไปช่วยอยู่แล้ว
เื่นี้มันไม่เกี่ยวข้องกับเขาสักนิด หากเขาเข้าไปช่วยและอีกฝ่ายหนึ่งมีคนหนุนหลังที่ยิ่งใหญ่ เขาจะไม่ถูกคนหนุนหลังเ่าั้ตามล่างั้นรึ? ตอนนี้แค่หนีจากค่ายอินทรีปีศาจก็ลำบากพอแล้ว
ขณะเดียวกันนั้นชายชุดดำที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าก็รับรู้ถึงการมาของเสวี่ยซาน เขารีบหันไปมองบนต้นไม้ ก็พบเห็นเสวี่ยซานเข้า ในใจเขาก็โล่งอกขึ้นมาทันที เพราะบุคคลที่มาไม่ใช่ยอดฝีมือ แต่เป็แค่เด็กคนนึง ที่ดูเหมือนจะอยู่แค่ระดับมนุษย์ขั้นสามเท่านั้น
ใช่แล้ว ตอนนี้เสวี่ยซานปกปิดพลังบ่มเพาะของตนเองอีกครั้ง ตามเคล็ดวิชาที่เขาอ่านเจอตอนอยู่ตระกูลมู่
"เด็กน้อย! ถ้าหากเ้ายังไม่อยากตายก็ไสหัวออกไปซะ!" เขาพูดพลางใช้สายตาดูถูกดูแคลนใส่เสวี่ยซานทันที เนื่องเพราะเขาเห็นว่าอีกฝ่ายยังเป็เด็ก ก็เลยกล้าที่จะเบ่งกล้ามใส่
เสวี่ยซานที่เห็นแบบนั้นก็ปากกระตุก คิ้วขมวดเข้าหากันทันที เขามองไปยังชายที่ดูเหมือนจะเป็องครักษ์ ที่ในตอนนี้พยายามปกป้องคนในรถม้าจนร่างกายมีแต่าแแหวะหวะเต็มไปหมด
"ท่านอยากให้ข้าสังหารพวกเขาไหม?" นี่คือสิ่งแรกที่เสวี่ยซานเอ่ยหลังจากมาถึงที่แห่งนี้
"หนุ่มน้อย เ้ารีบหนีไปซะ เ้าสู้พวกเขาไม่ได้หรอก พวกเขาแข็งแกร่งมาก!!" องครักษ์เอ่ยออกมาทันทีหลังจากที่ได้ยินคำพูดที่เสวี่ยซานเอ่ยกับเขา
"แค่ตอบมาก็พอแล้ว" แน่นอนว่าสาเหตุที่เสวี่ยซาน้ายื่นมาเข้าช่วย ก็เพราะรู้สึกหมั่นไส้ไอ้พวกชายชุดดำที่มันใช้สายตาและคำพูดแบบนั้นกับเขา นี่มันเป็การิ่เกียรติอดีตนักเลงอย่างเขาชัดๆ!
"เฮ้ เ้าหนู ข้าอุตส่าห์จะปล่อยให้เ้ามีชีวิตรอด แต่เ้ากลับทิ้งโอกาสนั้นไปรึ?" ชายชุดดำที่ได้ยินคำพูดของเสวี่ยซานก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
เสวี่ยซานหันมามองชายชุดดำครู่นึงด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองชายองครักษ์อีกครั้ง "คำตอบล่ะ?"
ชายชุดดำถึงกับปากกระตุก ไอ้เด็กนี่กล้าเมินข้ารึ แถมยังใช้สายตาดูถูกแบบนั้น เช่นนี้ข้าต้องจับมาทรมานก่อนจะสังหารทิ้ง ให้รู้ถึงความโหดร้ายของข้า!
แต่ก่อนที่ชายองครักษ์จะได้พูดอะไร ชายชุดดำก็พุ่งไปหาเสวี่ยซานทันทีพลางะโออกมาเสียงดัง "ตายซะไอ้เด็กโอหัง!!!!"
ฉับ! ตุบ!
ชายชุดดำพุ่งไปได้ไม่นาน เสียงของอะไรบางอย่างก็หล่นลงพื้นก็ดังตุบ พร้อมกับร่างของเสวี่ยซานที่ปรากฏบนพื้น ยามนี้ในมือเขามีกระบี่อยู่หนึ่งเล่ม กระบี่เล่มนั้นเต็มไปด้วยคราบโลหิต ส่วนมืออีกข้างของเขาถือหัวของชายชุดดำคนนั้นไว้ และเสียงที่ดูเหมือนของหล่นเมื่อกี้ ก็คือเสียงร่างไร้หัวของชายชุดดำที่หล่นลงมากระแทกพื้น
ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ ชายชุดดำก็ถูกปลิดชีพทันที ผู้คนโดยรอบตาแทบถลนออกจากเบ้า โดยเฉพาะเหล่าชายชุดดำคนอื่นๆ ที่ตอนนี้ยืนเป็งงเป็ไก่ตาแตก
"อยู่ใกล้กันแค่นี้ เหตุใดต้องเสียงดังด้วยเล่า?" เสวี่ยซานพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยหลังจากยืนนิ่งเงียบมาสักพัก
"จะ…เ้า เ้ากล้าสังหารพี่ใหญ่!? ตายยย!!" หนึ่งในชายชุดดำพูดจบก็พุ่งเข้าใส่เสวี่ยซานทันที
พริบตาพียงกระบี่ในมือถูกวาดออกไปหัวของชายผู้นั้นล่วงหล่นจากลำคอ "แล้วตอนนี้ท่านยังอยากให้ข้าสังหารพวกเขาไหม?" เสวี่ยซานหันไปถามชายองครักษ์อีกครั้ง
"นะ..นี่" ชานคนนั้นดูเหมือนจะยังตั้งสติกับเหตุการณ์ที่พลิกผันเมื่อครู่ไม่ได้
"ว่าไง?" ไอ้บ้า ข้ายื่นมาช่วยขนาดนี้ ยังมานงมานี่อะไรอีก!?
"ช่วย!... หนุ่มน้อย ไม่สิ สหายน้อย โปรดช่วยสังหารพวกโจรชั่วด้วย!!" หลังจากตั้งสติได้ ชายองครักษ์ก็เอ่ยขึ้นพลางประสานมือให้กับเสวี่ยซานทันที
เสวี่ยซานเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก โยนหัวของหัวหน้าชายชุดดำทิ้ง ก่อนจะพุ่งไปหาเหล่าชายชุดดำที่เหลือ ซึ่งมีประมาณสิบกว่าคน
ฉั้วะ!!!
เพียงพริบตาเดียวชายชุดดำสองคนก็ถูกบั่นคอหัวหลุดกระเด็นไปอีกแล้ว!
"เ้า!!..พวกเราสังหารมัน!!" หลังจากเหล่าชายชุดดำตั้งสติได้ก็พุ่งเข้าหาเสวี่ยซานทันที ชายหนุ่มที่เห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหาตน ก็ปลดปล่อยลมปราณระดับมนุษย์หกดาวออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ลมปราณสีฟ้าน้ำทะเลของเสวี่ยซานไหลทะลักออกมาดั่งมหาสมุทรคลั่ง เขาจับกระบี่พลางใช้ทักษะกระบี่วารีออกมาทันที ทักษะคมเฉือนถูกใช้ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพียงชั่วพริบตากลุ่มคนที่พุ่งเข้าก็ถูกเขาสังหารไปอีกสี่คน
เสวี่ยซานที่ใช้ท่าเท้าล่องวารีพุ่งทะยานไปหาเหล่าชายชุดดำที่เหลือทันที พวกเขาต่างหวาดกลัวต่อพลังที่เสวี่ยซานปล่อยออกมา เนื่องจากในหมู่พวกมันผู้ที่มีขุมพลังการบ่มเพาะมากสุดก็ระดับมนุษย์ห้าดาว ซึ่งคนผู้นั้นก็คือหัวหน้าที่ถูกเสวี่ยซานสังหารไปก่อนหน้านี้
เสี่ยววินาทีที่เข้าประชิดตัว หัวของเหล่าชายชุดดำก็หลุดล่วงลงมาอีกสองหัว ชายชุดดำที่เหลือไม่กี่คนก็ต่างหมดกำลังใจในการต่อสู้ เมื่อเห็นพวกพ้องของตนตายอย่างง่ายดายดั่งไม้ใบร่วง พวกเขาทิ้งดาบทิ้งอาวุธทั้งหมดก่อนจะรีบวิ่งหนี
แน่นอนว่าเสวี่ยซานย่อมไม่มีทางปล่อยไป เขาพุ่งไปอยู่ระหว่างชุดดำสองคนกี่กำลังวิ่งหนี จากนั้นก็หมุนตัวสะบั้นหัวของชายชุดดำสองคนนั้น! จากนั้นก็ใช้ท่าร่างพุ่งไปสังหารเหล่าชายชุดดำที่เหลือทั้งหมด จนสุดท้ายก็ไม่มีโจรชั่วรอดพ้นเงื้อมมือเขา!
"มีแต่พวกไก่กาทั้งนั้น" หลังจากสังหารกลุ่มคนพวกนั้นเสร็จ เขาก็เดินกลับมาที่เดิม เหล่าองครักษ์หกเจ็ดคนที่เห็นพวกคนชุดดำตายอย่างรวดเร็วดั่งใบไม้ร่วง ทั้งหมดก็อึ้งกิมกี่กันไปอีกครั้ง
ต้องไม่ลืมว่า เมื่อครู่นี้พวกเขาเกือบถูกเหล่าโจรร้ายพวกนั้นสังหารกันหมด
"พวกท่านจัดการที่เหลือแล้วกัน" เสวี่ยซานเอ่ยพลางใช้ผ้าจากในแหวนมิติออกมาเช็ดคราบเืบนตัวออก
เสียงของเสวี่ยซานนั้นได้เรียกสติของเหล่าองครักษ์ให้ตื่นจากภวังค์ "สหายน้อย ข้าขอขอบคุณเ้ามากที่ยื่นมือช่วยพวกเราครั้งนี้" พูดจบก็ประสานมือให้กับเสวี่ยซาน
"ไม่เป็ไร" เสวี่ยซานตอบ
"ข้าขอทราบนามของสหายน้อยได้หรือ
ไม่?"
"ท่านไม่จำเป็ต้องรู้นามของข้าหรอก" เสวี่ยซานตอบแค่นั้น ก่อนจะหันหลังจากไป แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงที่อ่อนหวานดั่งสายลมในฤดูใบไม้ผลิดังออกมาจากรถม้า
"สหายท่านนี้ ท่านกำลังจะไปที่ใดรึเ้าคะ?"