ลู่เฉินลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โอสถล้างไขกระดูกชั้นดีเหล่านี้เป็เขาเองที่นำออกมาประมูล จึงเป็ไปมิได้ที่จะลงประมูลแข่ง ส่วนสาเหตุที่เขาถอนหายใจก็เป็เพราะก่อนหน้านี้ เขาติดหนี้หอว่านเป่าอยู่หกหมื่นเหรียญทอง ดังนั้นเงินที่ได้จากการประมูลยาอายุวัฒนะสองชุดจึงเพียงพอที่จะหักหนี้ทั้งหมดได้แล้ว
ทว่า ลู่เฉินกลับรู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำของซ่งอวี้หลางอยู่ลึกๆ หากเขาไม่ทำเช่นนั้นราคาประมูลคงจะสูงกว่านี้
แต่ราคาสามหมื่นเหรียญ ก็มิได้ทำให้เขารู้สึกแย่เท่าใดนัก
“โอสถล้างไขกระดูกชุดที่สามราคาประมูลเริ่มที่สองหมื่นเหรียญทอง เริ่มประมูลได้” จีหย่ากล่าวต่อ
ทุกคนต่างรู้สึกกังวลด้วยกลัวว่ายาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกจะหมด แต่พอได้ยินเช่นนั้น พวกเขาจึงถอนหายใจโล่งอกแล้วเริ่มประมูลกันอย่างกระตือรือร้น
“สามหมื่นเหรียญทอง!” คราวนี้มิใช่ซ่งอวี้หลาง แต่เป็หวังเสี้ยวเทียนที่เสนอราคาเป็คนแรก
ด้านซ่งอวี้หลาง ด้วยเป็คนหยิ่งในศักดิ์ศรีทั้งยังมีคนนับหน้าถือตา เขาจึงต้องรักษาคำพูด แม้ใจอยากประมูลต่อ แต่เพราะได้ลั่นวาจาไว้แล้วจึงไม่อาจกลับคำ จำต้องยอมรามือ
“ยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชุดที่สามนี้ข้าหวังเสี้ยวเทียน้ามัน หากข้าได้ชุดนี้ไปแล้ว ชุดที่เหลือข้าจะไม่ประมูลอีก” หวังเสี้ยวเทียนทำตามซ่งอวี้หลาง ดูเหมือนเขาจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าตนนั้นเป็ที่เคารพเช่นอีกฝ่าย
ยังไม่ทันเอ่ยจบ ก็มีเสียงผู้ร่วมประมูลคนอื่นๆดังขึ้น
“สามหมื่นหนึ่งพันเหรียญ!” เป็ชายชุดขาวที่นั่งไม่ไกลหวังเสี้ยวเทียนนัก
หวังเสี้ยวเทียนตวัดสายตามองด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่คนผู้นั้นหาใช่บุคคลที่เขาจะหยามหน้าได้ เพราะเป็ถึงคุณชายจากจวนเ้าเมือง... หลานชายของเ้าเมืองชิงเฟิงนั่นเอง!
“สามหมื่นสองพันเหรียญ!” หวังเสี้ยวเทียนเสนอ
“สามหมื่นห้าพันเหรียญ” บุรุษชุดขาวเหยียดยิ้ม ก่อนเสนอราคาอีกครั้ง
“สามหมื่นหกพันเหรียญทอง!” หวังเสี้ยวเทียนไม่ยอมแพ้ ะโเสียงกร้าว
บิดาของตนกำชับนักหนา ว่าถึงอย่างไรก็ต้องประมูลยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกกลับไปให้ได้เช่นนี้แล้วจะยอมแพ้ได้หรือ? เขาย่อมไม่มีทางทำให้บิดาผิดหวังแน่!
“สี่หมื่น!”
ชายชุดขาวที่กำลังชูสี่นิ้วผู้นี้มีนามว่าเฉิงจิ่ว
เฉิงจิ่วผู้นี้มิใช่บุคคลที่มีชื่อเสียงแม้เขาจะเป็หลานชายท่านเ้าเมือง แต่ก็ไม่เป็ที่รู้จักเท่าหวังเสี้ยวเทียน
แต่กระนั้น ก็ใช่ว่าเขาจะเป็คนอ่อนแอกลับกัน เขาเป็ผู้ฝึกตนขั้นล้างไขกระดูกตอนปลายแล้วอีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงเข้าสู่ระดับก่อ์
เฉิงจิ่วรู้สึกว่าตนยังขาดบางอย่างไปจึงไม่อาจเข้าสู่ระดับก่อ์ได้เสียที จึงตั้งใจจะประมูลโอสถล้างไขกระดูกนี้ให้ได้มิใช่เพื่อจวนเ้าเมือง แต่เพื่อตัวเขาเอง
แม้ในจวนจะมียาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชั้นดีแต่ก็มีเพียงน้อยนิด แล้วเขาจะพลาดโอกาสนี้ได้หรือ?
“คุณชายหวัง ยาล้างไขกระดูกชุดนี้ข้าจะไม่ยอมแพ้ หากท่านยอมมอบมันให้ ข้าสัญญาว่าชุดต่อไปข้าจะไม่ประมูลแข่งกับท่าน” เฉิงจิ่วหันไปเอ่ยกับหวังเสี้ยวเทียนพลางยกยิ้ม
หวังเสี้ยวเทียนกะพริบตาปริบๆเพราะไม่เต็มใจจะทำเช่นนั้น...
เขายังอยากประมูลต่อแต่เมื่อได้ยินคำพูดของเฉิงจิ่วก็เริ่มลังเล เพราะจีหย่าก็มิได้บอกว่านี่คือยาชุดสุดท้ายเป็ไปได้ว่าจะมีมากกว่านี้ หากเป็ชุดสุดท้ายจริงๆ นางคงจะประกาศให้ทราบด้วยทั่วกันไปแล้ว
“พี่เฉิงพูดขนาดนี้แล้ว ข้าจะปฏิเสธได้หรือยาชุดนี้ยกให้ท่านก็แล้วกัน” หวังเสี้ยวเทียนเอ่ย
“ขอบคุณมาก” เฉิงจิ่วยกมือขึ้นคารวะ
ส่วนคนอื่นๆ ทันทีที่ได้ยินว่าราคาของยาชุดนี้ทะยานขึ้นไปถึงสี่หมื่นเหรียญต่างก็ถอดใจไม่ประมูลอีก หากราคาต่ำกว่านั้น พวกเขาคงจะประมูลแข่งไปแล้ว
ยาอายุวัฒนะชุดที่สาม จึงตกเป็ของเฉิงจิ่วไปในที่สุด
“ทุกท่านต่อไปเป็การประมูลยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชุดที่สี่”
“นี่คือโอสถล้างไขกระดูกสุดท้ายของวันนี้หากพลาดไป ก็ไม่มีโอกาสแล้วนะเ้าคะ!” จีหย่าถือยาห้าขวดสุดท้ายเอาไว้ในมือ
พอได้ยินว่าเป็ชุดสุดท้ายหวังเสี้ยวเทียนก็เผลอกำหมัดอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าอย่างไร เขาจะต้องชนะการประมูลในครั้งนี้ให้ได้
“สามหมื่นข้าให้สามหมื่นเหรียญทอง!” จีหย่ายังไม่ทันประกาศให้เริ่มการประมูล หวังเสี้ยวเทียนก็ชิงเสนอราคาขึ้นมาก่อนใครเพื่อน
ทว่าเพียงพริบตาก็มีคนอื่นเสนอราคาเกทับทันที
“สามหมื่นหนึ่งพัน!”
“สามหมื่นสองพันเหรียญทอง”
“……”
“สามหมื่นห้าพัน!”
“สี่หมื่น!”
ไม่นาน ราคาของยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกก็ทะยานสูงถึงสี่หมื่นเหรียญทอง
“สี่หมื่นสองพันเหรียญทอง” ดวงตาของหวังเสี้ยวเทียนแดงก่ำ จ้องยาทั้งห้าขวดไม่วางตา
ด้านลู่เฉินก็หรี่ตามองศึกการประมูลด้วยความพึงพอใจราคาโอสถสองชุดสุดท้าย เกินความคาดหมายของเขามาก
“เงินจากสองชุดแรก เอาไปหักหนี้การประมูลส่วนชุดที่สามได้สี่หมื่นเหรียญ หลังหักค่าธรรมเนียมแล้ว ที่เหลือก็เป็ของข้าเดิมทีข้ามีเงินเหลืออยู่หนึ่งหมื่นสองพันเหรียญ เมื่อเอามารวมกันแล้ว ก็มากกว่าห้าหมื่นเหรียญนอกจากนี้ก็ยังมีเงินของพี่ปิงเยวี่ยอีกหนึ่งหมื่นหกพันเหรียญ รวมทั้งหมดที่เหลือราวเจ็ดหมื่นเหรียญทอง” ลู่เฉินหรี่ตาลง พลางคำนวณเงินทั้งหมด
“ดังนั้น...” ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
หลังจากหวังเสี้ยวเทียนเสนอราคาสี่หมื่นสองพันเหรียญทองก็ไม่มีผู้ใดเสนอราคาอีก เพราะเงินจำนวนนี้เกินกำลังของพวกเขา
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเสนอราคาต่อหวังเสี้ยวเทียนจึงลอบถอนใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อย ยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชุดสุดท้ายก็เป็ของเขาแม้จะต้องประมูลมาด้วยราคาสูงลิ่วก็ตาม
“หกหมื่น!”
ขณะที่หวังเสี้ยวเทียนกำลังรอให้จีหย่าประกาศผลจู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ภายในห้องประมูลเกิดเงียบสงัดทุกสายตาจ้องไปยังลู่เฉิน
บ้าไปแล้ว!
ลู่เฉินผู้นั้นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร?
ต่อให้โอสถเหล่านี้จะเป็ยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชั้นดีแต่กระนั้น ราคาซื้อขายก็น้อยกว่าหกหมื่นเหรียญทองแน่นอน
หรือว่า... ลู่เฉินผู้นี้้าจะขัดขวางหวังเสี้ยวเทียนเท่านั้นเขาแค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้โอสถล้างไขกระดูกชุดสุดท้ายไปอย่างนั้นหรือ?
อีกอย่าง ลู่เฉินได้เหรียญทองจำนวนมากขนาดนี้มาจากที่ใด? ต่อให้สกุลลู่จะมั่งคั่ง แต่พวกเขาจะมอบเงินให้ลู่เฉินมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ในเมืองชิงเฟิง มีตระกูลมั่งคั่งมากมายแต่น้อยนักที่จะมอบเงินจำนวนมหาศาลปานนี้ให้ลูกหลาน
“ลู่เฉินเ้าบ้าไปแล้วหรือ?” หวังเสี้ยวเทียนเบิกตากว้างตะลึงงันอยู่พักใหญ่ ก่อนจ้องอีกฝ่ายเขม็ง
เขารู้ว่าลู่เฉินกำลังคิดจะขัดขวางตนแต่หวังเสี้ยวเทียนจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น หากพลาดยาชุดนี้ไป คงไม่มีหน้ากลับไปพบบิดา
แล้วจะทำเช่นไร?
“ดูเหมือนว่าวันนี้ คุณชายหวังจะไม่ได้ยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกกลับไปเสียแล้ว” ลู่เฉินกล่าว พลางเหยียดยิ้ม
“เจ็ดหมื่นเหรียญทอง!” หวังเสี้ยวเทียนแผดเสียงด้วยโทสะ
แน่นอนว่าหากเขาไม่ถูกยั่วยุจนขาดสติหวังเสี้ยวเทียนคงไม่เสียรู้ จนยอมจ่ายเงินถึงเจ็ดหมื่นเหรียญ เพื่อประมูลโอสถล้างไขกระดูกห้าขวดนี้แน่
ถึงอย่างนั้นหวังเสี้ยวเทียนก็ยังยั้งใจได้ เขาวางแผนเอาไว้ว่า หากลู่เฉินเสนอราคาที่สูงกว่านี้ออกมาเขาจะยอมแพ้ แม้กลับไปจะถูกบิดาตำหนิ ที่กลับมามือเปล่าก็ตาม
ท่าทางของหวังเสี้ยวเทียนดูมุ่งร้ายอย่างเห็นได้ชัดในสมองก็ครุ่นคิด ว่าหากลู่เฉินประมูลยาได้จริงๆ เขาจะกลับไปอธิบายกับคนในตระกูลอย่างไรดี
หลังจากเสนอราคาประมูลแล้วหวังเสี้ยวเทียนก็ลอบสังเกตท่าทีของลู่เฉินเงียบๆ ในใจเริ่มร้อนรน กลัวว่าจะเป็เหมือนคราวที่แข่งกันประมูลกระบี่เยือกแข็งหากลู่เฉินไม่เสนอราคาอีก เขาจะต้องเสียเงินเจ็ดหมื่นเหรียญทอง เพื่อซื้อยาล้างไขกระดูกชุดนี้
เจ็ดหมื่นเหรียญทองเชียวนะ!
เมื่อนึกถึงเื่นี้ใจของเขาพลันกระตุกวูบ
“ต้องเสนอราคามากกว่านี้สิ!”
ดวงตาของหวังเสี้ยวเทียนสว่างวาบเมื่อเห็นลู่เฉินกำลังจะเอ่ยปาก ขอแค่เขาเสนอราคา หวังเสี้ยวเทียนก็จะยอมแพ้ทันทีและนี่ก็จะเป็การเอาคืนที่ลู่เฉินเคยกลั่นแกล้งเขา
“เสี้ยวเทียนเ้าใจร้ายจริงๆ ข้ายอมแพ้แล้ว เดิมที ข้าตั้งใจจะทุ่มหมดหน้าตักเพื่อประมูลโอสถชั้นดีเหล่านี้ แต่ราคาที่เ้าเสนอก็สูงเกินไปตอนนี้ข้ามีเงินไม่พอจ่าย คงต้องยอมแพ้!”
“เสี้ยวเทียน ยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกทั้งห้าขวดนี้ข้ายกให้เ้า” ลู่เฉินกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
สิ่งที่ลู่เฉินเอ่ย หาใช่การเสนอราคาประมูลเช่นที่หวังเสี้ยวเทียนคิด
เขารู้สึกคล้ายสติของตนจะดับวูบยังดีที่ผู้ติดตามเข้ามาพยุงไว้ทัน หวังเสี้ยวเทียนสูดหายใจลึกไม่ช้าก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
ดวงตาวาวโรจน์จับจ้องไปยังลู่เฉินราวกับจะกินเืกินเนื้อเกรงว่าตนคงจะเสียรู้อีกแล้ว แต่เมื่อเห็นท่าทีเศร้าซึม ไม่ยินยอมของอีกฝ่ายก็เริ่มลังเล ไม่แน่ใจว่าเขาจงใจวางกับดักหรือไม่
ตอนนี้ทุกสายตามองไปยังหวังเสี้ยวเทียน
ครั้งนี้หวังเสี้ยวเทียนทุ่มหมดหน้าตักจริงๆ!
ยอมจ่ายเงินเจ็ดหมื่นเหรียญทองเพื่อซื้อยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชั้นดีห้าขวด นับเป็ครั้งแรกของเมืองชิงเฟิง ที่เกิดเื่เช่นนี้ขึ้น
แต่ก็มีบางคนที่คิดว่านี่เป็กลอุบายที่ลู่เฉินวางเอาไว้เพื่อหลอกล่อให้หวังเสี้ยวเทียนตกหลุมพราง แต่เมื่อเห็นท่าทีของลู่เฉินก็เริ่มเปลี่ยนความคิด หรือที่เขายอมแพ้ เป็เพราะมีเงินไม่พอจ่ายจริงๆ?
ลู่ปิงเยวี่ยที่นั่งอยู่ข้างๆลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางกลัวว่าลู่เฉินจะบ้าบิ่นยอมเสนอราคาที่มากกว่าเจ็ดหมื่นเหรียญทอง เพื่อประมูลโอสถล้างไขกระดูกชั้นดีเ่าั้จริงๆ
ผู้ที่จะทำเช่นนั้นได้ ก็มีเพียงคนเสียสติเท่านั้น
อีกอย่างนางรู้ว่าลู่เฉินหลอมยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชั้นดีได้ เช่นนี้แล้ว เหตุใดต้องเสียเงินมากมายไปประมูลโอสถเ่าั้ด้วย
โชคดีจริงๆ ที่ลู่เฉินยอมแพ้... ดีแล้ว! ปิงเยวี่ยแอบคิดในใจ
อีกด้านหนึ่งจีหย่าที่อยู่บนเวทีลอบมองลู่เฉินครู่หนึ่ง คนอื่นอาจจะไม่รู้แต่นางรู้เื่ทั้งหมดมาั้แ่ต้น ยาเหล่านี้ ผู้ที่นำมาประมูลคือลู่เฉินหวังเสี้ยวเทียนตกหลุมพรางของเขาเสียแล้ว!
“คุณชายหวัง ยินดีด้วยเ้าค่ะยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชั้นดีชุดสุดท้าย เป็ของท่านแล้ว!” จีหย่าเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม